🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเสน่ห์ของนนทบุรีในมื้อเดียว คงต้องเริ่มที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเมืองนี้โตมากับสายน้ำ ย่านปากเกร็ดกับเกาะเกร็ดยังมีชุมชนมอญที่ทำอาหารสูตรโบราณกินกันมาหลายชั่วคน เดินขึ้นเรือข้ามฟากไปก็เจอทั้งทอดมันปลากราย แกงส้มกระเจี๊ยบ และกุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่วางขายเรียงราย ขยับมาฝั่งสนามบินน้ำกับท่าน้ำนนท์ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นเรือนไม้ริมน้ำมองเห็นสะพานพระนั่งเกล้า สลับกับตลาดเก่าที่อัดแน่นด้วยก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ราดหน้าจานยักษ์ เบเกอรี่สูตรเก่า และขนมไทยกลิ่นเตาถ่าน เป็นเมืองที่กินได้ทั้งวันแบบไม่ต้องไปไกล
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยชื่อเสียงจริง อย่างฮงเส็งโภชนา ริมน้ำ ภัตตาคารกุ้งเผาที่อยู่คู่ท่าเรือปากเกร็ดมากว่า 60 ปีและมีชื่อในมิชลินไกด์ เกาเหลาเมืองนนท์ที่ตุ๋นเนื้อตั้งแต่ตีห้าใกล้หอนาฬิกามากว่าสี่สิบปี ป.ประทีป ก๋วยเตี๋ยวเรือซอยวัดสังฆทานที่น้ำซุปเข้มข้นเริ่มชามละ 20 บาท แป๊ะราดหน้ามหาชนที่ดังเรื่องราดหน้าฮ่องกงล็อบสเตอร์ ไปจนถึงขนมฝรั่งแม่ไน้และนนท์เบเกอรี่ สองตำนานของหวานท่าน้ำนนท์ที่ขายดีมากว่าสี่สิบปี ใครมานนทบุรีแล้วหิว เลื่อนดูทีละร้านได้เลย รับรองว่ามีร้านถูกใจแน่
ฮงเส็งโภชนา ริมน้ำ
ถ้าพูดถึงร้านอาหารริมน้ำเจ้าพระยาที่อยู่คู่ปากเกร็ดมานาน ฮงเส็งโภชนา ริมน้ำ คือชื่อแรก ๆ ที่คนแถวนี้นึกถึง ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2500 ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นจนตอนนี้เข้าสู่ทายาทรุ่นสาม เป็นบ้านไม้ทรงไทยทาสีเขียวเก่า ๆ ตั้งอยู่สุดถนนแจ้งวัฒนะ ตรงท่าเรือปากเกร็ดใต้สะพานพระราม 4 เหมาะกับครอบครัวที่อยากหามื้อกลางวันสบาย ๆ ริมแม่น้ำ หรือกลุ่มเพื่อนที่ตามหาของอร่อยแบบร้านเก่าแก่ที่ไม่ได้แต่งร้านให้หรู แต่เน้นรสมือและของสดเป็นหลัก
พระเอกของร้านคือกุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ ผ่าครึ่งแล้วเอาขึ้นเตาถ่านจนเนื้อสุกหวานกำลังดี หัวกุ้งเต็มไปด้วยมันสีส้มไหลเยิ้ม จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวแซ่บที่หลายรีวิวบอกว่าเข้ากันสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีต้มยำน้ำข้นกุ้งแม่น้ำสูตรโบราณใส่น้ำพริกเผา กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย กุ้งเต้นเปรี้ยวจัด มะระผัดปลาเค็ม และหอยจ๊อ ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วงน้ำกะทิที่หลายคนสั่งทุกครั้งที่มา
เรื่องราคา กับข้าวทั่วไปอยู่ราว 150–400 บาทต่อจาน เฉลี่ยต่อคนประมาณ 251–500 บาท แต่ถ้าสั่งกุ้งแม่น้ำเผาตัวโต ๆ ราคาจะขยับขึ้นไปหลักหลายร้อยถึงพันต่อตัวตามขนาด รีวิวส่วนใหญ่ยกให้เรื่องของสดและรสจัดจ้าน แต่ก็มีบางเสียงบอกว่าราคากุ้งค่อนข้างสูง จึงควรถามราคาก่อนสั่ง บรรยากาศห้องโล่งโปร่งรับลมแม่น้ำ มองเห็นเรือแล่นผ่านไปมา เป็นมุมที่นั่งกินข้าวแล้วผ่อนคลายจริง ๆ
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเฉพาะช่วงกลางวัน จันทร์–ศุกร์ 10.30–14.00 น. ส่วนเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดราชการเปิดถึง 16.00 น. มาช่วงวันหยุดคนเยอะ ควรเผื่อเวลา รถจอดได้ที่ลานเทศบาลใต้สะพานพระราม 4 แล้วเดินเข้าร้านริมน้ำ ที่ร้านยังนิยมมาเรื่อยมาจนถึงวันนี้เพราะยึดหลักง่าย ๆ ว่าของต้องสด ทำเองทุกขั้นตอน และรสไม่เคยเพี้ยนไปจากที่คนรุ่นพ่อแม่เคยกิน
บ้านระเบียงน้ำ
บ้านระเบียงน้ำ คือร้านอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่คู่ย่านสนามบินน้ำมานานหลายปี ซ่อนตัวอยู่ในซอยนนทบุรี 23 (วัดแคนอก) ใกล้กระทรวงพาณิชย์ ตัวร้านเป็นเรือนไม้หลังเก่าที่ดัดแปลงมาทำเป็นร้าน มีระเบียงยื่นออกไปริมน้ำ ล้อมรอบด้วยต้นไม้เขียวครึ้มจนนั่งกลางวันก็ยังเย็นสบาย เหมาะกับครอบครัวที่พาผู้ใหญ่มากินข้าว กลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งยาว ๆ รับลมแม่น้ำ หรือคู่รักที่อยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ มีดนตรีเล่นสดในมื้อค่ำ
พระเอกของร้านคือกุ้งแม่น้ำเผาตัวโต มันเยิ้มสีเหลืองอร่าม กินคู่สะเดาน้ำปลาหวานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด คนที่มาส่วนใหญ่จะสั่งจานนี้ก่อนเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นห่อหมกทะเลเนื้อแน่น ปูไข่นึ่ง ปลาช่อนทอดสมุนไพรกรอบ ๆ และต้มยำทะเลรสแซ่บ ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วงที่หลายคนชม รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าวัตถุดิบสด อาหารทำสไตล์ไทยต้นตำรับรสมือถึง เสิร์ฟมาจานใหญ่กินกันหลายคนได้สบาย
เรื่องราคา ต่อหัวอยู่ราว 250–500 บาท ส่วนกุ้งแม่น้ำกับปูคิดตามน้ำหนักและราคาตลาดในแต่ละวัน บางคนบอกว่าถ้าสั่งกุ้งตัวใหญ่บิลก็ขยับขึ้นเร็ว แต่ก็แลกกับเนื้อแน่นมันเต็มคำ เปิดทุกวัน 11:30–22:00 น. (ศุกร์–เสาร์ปิดดึกกว่าเล็กน้อย) มีที่จอดรถ และมีบริการรับส่งจากลานจอดมาที่ร้าน
ข้อควรรู้คือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ โต๊ะริมน้ำเต็มไว ถ้าอยากได้วิวสวยควรโทรจองล่วงหน้า มื้อค่ำบรรยากาศจะดีกว่ากลางวันเพราะมีลมเย็นและดนตรีสด ใครชอบกุ้งและของทะเลในบรรยากาศเรือนไม้ริมเจ้าพระยา ที่นี่เป็นหมุดที่คนนนทบุรีพูดถึงกันบ่อยที่สุดร้านหนึ่ง
แป๊ะราดหน้า มหาชน
ถ้าพูดถึงราดหน้าในย่านสนามบินน้ำ ชื่อ "แป๊ะราดหน้า มหาชน" คือร้านที่คนนนทบุรีนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านอยู่ท้ายซอยนนทบุรี 46 (แถวกองสลากใหม่) ตกแต่งสวยเหมือนภัตตาคารเล็ก ๆ มีทั้งโซนห้องแอร์และโซนสวนด้านนอก แต่ราคากลับย่อมเยากว่าหน้าตาร้านมาก จุดที่ทำให้ร้านนี้โด่งดังคือเมนูราดหน้าที่ไล่ระดับตั้งแต่จานหลักห้าสิบบาทไปจนถึงจานหรูหลักหมื่นที่ต้องโทรสั่งล่วงหน้า เป็นร้านที่เหมาะทั้งคนแวะกินมื้อเดียวเร็ว ๆ และกลุ่มครอบครัวที่อยากนั่งสบาย ๆ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือราดหน้าหมูหมัก เส้นใหญ่ผัดจนหอมกลิ่นกระทะ น้ำราดข้นกลมกล่อม หมูหมักชิ้นใหญ่นุ่ม ใครชอบเส้นกรอบก็มีหมี่กรอบราดหน้าให้เลือก ส่วนผัดซีอิ๊วหมูก็เป็นอีกจานที่หลายรีวิวบอกว่าหอมและรสจัดกำลังดี อีกเมนูที่หลายคนติดใจคือข้าวกุ้งลายเสือทอดกระเทียม กุ้งตัวโตทอดกระเทียมหอม ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ลงตัว ใครมาเป็นกลุ่มก็มักสั่งราดหน้าทะเลจานใหญ่มาแชร์กัน
รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องวัตถุดิบสด ปริมาณเยอะคุ้มราคา อาหารมาเร็ว และบริการคล่อง บางคนบอกตรง ๆ ว่าราดหน้าจานธรรมดากับข้าวหมูกระเทียมอร่อยไม่แพ้จานราคาแพง ส่วนเมนูจานหลักหมื่นนั้นเป็นลูกเล่นเรียกความฮือฮามากกว่าจะเป็นของที่คนสั่งทุกวัน ราคาต่อหัวจริง ๆ อยู่ราว 101–250 บาท ถือว่าจ่ายสบายกระเป๋า
ร้านเปิดทุกวัน 09:00–19:30 น. หยุดวันพุธ มีที่จอดรถข้างร้าน คนเยอะตลอดแต่รออาหารไม่นาน ข้อควรรู้คือถ้าอยากลองเมนูทะเลจานยักษ์หรือเมนูพิเศษ ควรโทรสั่งล่วงหน้าเพราะทางร้านต้องเตรียมวัตถุดิบ มาถึงย่านสนามบินน้ำทั้งทีแวะร้านนี้ได้ไม่ผิดหวัง
เกาเหลาเมืองนนท์
ถ้าใครเดินเล่นแถวท่าน้ำนนท์ ตรงหอนาฬิกา แล้วได้กลิ่นน้ำซุปเนื้อหอม ๆ ลอยมา รับรองว่ามาจาก "เกาเหลาเมืองนนท์" ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 40 ปี เปิดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนลูกหลานคนนนทบุรียังแวะกินไม่เลิก เป็นร้านสไตล์บ้าน ๆ ริมถนนประชาราษฎร์ เยื้องตลาดท่าน้ำ ตรงข้ามธนาคารกรุงไทย ที่ขายทั้งก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลา มีให้เลือกทั้งสายเนื้อและสายหมูในร้านเดียว เหมาะกับคนที่อยากกินของอร่อยจริงจังในราคาสบายกระเป๋า มากันคนเดียวก็ได้ มาเป็นครอบครัวก็สนุก
เมนูที่คนสั่งกันไม่ขาดคือ "เกาเหลาเนื้อ" จัดเต็มทั้งเนื้อเปื่อย เนื้อสด เอ็น ตับ ม้าม ผ้าขี้ริ้ว มากันครบในชามเดียว ใครชอบหมูก็มีหมูตุ๋นให้เลือก เสิร์ฟคู่กับลูกชิ้นเนื้อเนื้อแน่นไม่ผสมแป้ง และมีลูกชิ้นปิ้งเป็นของแกล้มด้วย หัวใจของร้านอยู่ที่น้ำซุปเนื้อที่เคี่ยวนานหลายชั่วโมง ออกมาหอมกลิ่นเนื้อล้วน ๆ ไม่มีกลิ่นสาบ รสกลมกล่อมซดได้เรื่อย ๆ รีวิวหลายคนพูดตรงกันว่าเนื้อเปื่อยตุ๋นมานุ่มจนทานง่าย เอ็นเด้งกำลังดี เครื่องในสะอาดไม่มีกลิ่น เป็นเหตุผลที่หลายคนยอมแวะทุกครั้งที่ผ่านย่านนี้
ราคาเป็นมิตรมาก เกาเหลาและก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ราว 50-80 บาทต่อชาม จานเดียวก็อิ่ม ต่อหัวไม่ถึงร้อย ในร้านมีน้ำชาบริการฟรี รับเฉพาะเงินสด บรรยากาศเป็นร้านโต๊ะธรรมดาริมทาง โปร่ง ๆ สบาย ๆ ตามสไตล์ท่าน้ำ ข้อสังเกตคือช่วงเที่ยงคนเยอะและร้านปิดค่อนข้างเร็ว เปิดทุกวันราว 08.30-16.30 น. ใครอยากได้ที่นั่งสบาย ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายอ่อน ๆ จะดีกว่า เดินทางง่ายเพราะอยู่ติดท่าน้ำนนท์ จะนั่งเรือหรือต่อรถมาก็สะดวก กินเสร็จเดินเล่นริมน้ำต่อได้เลย เป็นร้านตำนานที่ถ้ามาท่าน้ำนนท์แล้วไม่ได้ลองถือว่าพลาดของดีประจำเมือง
ป.ประทีป ก๋วยเตี๋ยวเรือ ซอยวัดสังฆทาน
ถ้าใครขับรถผ่านซอยวัดสังฆทาน ย่านบางไผ่ แล้วได้กลิ่นน้ำซุปลอยมาแตะจมูก โอกาสสูงว่ามาจากร้านนี้ ป.ประทีป ก๋วยเตี๋ยวเรือ สาขาซอยวัดสังฆทาน ร้านนี้เป็นเจ้าเก่าที่แตกหน่อมาจากสาขาท่าน้ำนนท์ เลยมีฐานลูกค้าประจำที่ตามมากินกันไม่ขาด จุดสังเกตง่ายมาก เลี้ยวเข้าซอยมาราว 100 เมตร อยู่ฝั่งตรงข้าม 7-Eleven พอดี ใครเป็นสายก๋วยเตี๋ยวเรือรสจัด น้ำข้นถึงเครื่อง ที่นี่คือร้านที่ควรแวะ
พระเอกของร้านคือน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือที่เข้มข้นจนแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เขาแยกหม้อหมูกับเนื้อชัดเจน ใครชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามใจ เมนูที่คนสั่งบ่อยคือชุดรวมลวกหมูหรือรวมลวกเนื้อ ได้ทั้งเส้น เนื้อ และเครื่องครบ ๆ ในชามเดียว ส่วนสายเส้นใหญ่หรือเส้นเล็กหมูรวมก็มีให้เลือก รีวิวหลายคนพูดตรงกันว่าเส้นเล็กที่นี่นุ่มลื่น น้ำซุปหอมกลมกล่อม ตัดด้วยความเปรี้ยวเผ็ดได้สมดุล และอย่าลืมสั่งกากหมูกรอบ ๆ มาโรยเพิ่ม เป็นของที่ลูกค้าประจำชอบกันมาก
เรื่องราคาถือว่าสบายกระเป๋า ก๋วยเตี๋ยวเรือเริ่มต้นชามเล็กไม่กี่บาท ส่วนชุดรวมลวกอยู่ราว 65 บาท ลูกชิ้นลวกจานละ 50 บาท กินกันอิ่มได้ในงบหลักร้อยต้น ๆ บรรยากาศเป็นร้านชุมชนสบาย ๆ นั่งกินง่าย จอดรถข้างทางได้ เปิดทุกวันตั้งแต่ 08:00 ถึง 17:30 เหมาะทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อบ่ายแก่ ๆ ที่อยากได้อะไรร้อน ๆ ซด
ความนิยมของร้านนี้สะท้อนจากคะแนนรีวิวที่ดีต่อเนื่อง คนแถวบางไผ่และนนทบุรีหลายคนยกให้เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าประจำ ข้อควรรู้นิดหน่อยคือช่วงพักเที่ยงคนค่อนข้างเยอะ ถ้าไม่อยากรอนานลองเลี่ยงเวลาพีค หรือสั่งเดลิเวอรีผ่าน LINE MAN กับ GrabFood ก็ได้เหมือนกัน ใครผ่านย่านวัดสังฆทานแล้วยังไม่เคยลอง แนะนำให้แวะสักชาม
🛏️ พักที่นนทบุรีคืนนี้
อยากเดินตลาดท่าน้ำนนท์เช้า ๆ แล้วต่อด้วยนั่งเรือเกาะเกร็ด การพักค้างในนนทบุรีช่วยให้ไม่ต้องรีบกลับ เลือกที่พักโซนสนามบินน้ำหรือใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงไว้ เดินทางเข้าเมืองและไปกรุงเทพฯ ก็สะดวก เรารวมโรงแรมและที่พักน่าจองในนนทบุรีไว้ให้เทียบราคาแล้ว
🔍 เช็คราคาที่พักนนทบุรี (Agoda)ธรรมชาติโอชา
ธรรมชาติโอชา คือร้านอาหารไทยกลางสวนของย่านบางกรวยที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กฝั่งนนท์ จุดขายชัดมากคือพื้นที่กว้างหลายไร่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีบึงบัวขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง มีสะพานไม้ทอดยาวให้เดินเล่นถ่ายรูป กับมุมนั่งห้อยขาริมระเบียงที่นั่งชิลได้ยาว ๆ ร้านแบ่งโซนร้านอาหารกับคาเฟ่ออกจากกันคนละฝั่งบึง เหมาะกับครอบครัวพาผู้ใหญ่มานั่งสบาย ๆ กลุ่มเพื่อนสายถ่ายรูป และคนที่อยากหนีเมืองมากินข้าวในบรรยากาศเขียว ๆ แบบไม่ต้องขับไกล
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและถูกพูดถึงคือ ใบเหลียงผัดไข่ (ราว 180 บาท) กับผัดผักบุ้งไฟแดง สองจานผักสไตล์บ้าน ๆ ที่เข้ากับวงข้าว ส่วนสายกับข้าวมีหมูกรอบผัดพริกเกลือ ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ส้มตำทะเล และทอดมันปลากรายให้เลือก ปิดท้ายด้วยฝั่งคาเฟ่ที่มีชาไทยเย็นรสเข้มและ Coconut Pie ให้นั่งต่อแบบไม่ต้องรีบ จากรีวิวจริงคนส่วนใหญ่ให้บรรยากาศเต็ม ๆ ส่วนรสชาติอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ถึงดี บางคนชมหมูกรอบผัดพริกเกลือว่าเด็ด ขณะที่บางรีวิวบอกของหวานและเครื่องดื่มบางอย่างค่อนข้างหวาน เป็นข้อสังเกตที่ถ้าไม่ชอบหวานบอกพนักงานปรับได้
ราคาต่อหัวอยู่ราว 251–500 บาท ถือว่ากลาง ๆ เมื่อเทียบกับบรรยากาศและพื้นที่ที่ได้ บริการก็เป็นที่พูดถึงในทางบวก เจ้าของร้านและพนักงานดูแลเอาใจใส่ดี มีที่จอดรถสะดวก และเป็นร้านที่พาน้องหมามาได้ (pet friendly) ทำเลอยู่ในซอยวัดศรีประวัติ ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย เข้าซอยมาลึกพอสมควร แนะนำให้ขับรถมาเองหรือกดพิกัดแผนที่ไว้ก่อน เปิดให้บริการช่วงสาย ๆ ถึงค่ำราว 11:00–22:00 น. (ครัวมักปิดประมาณ 21:00 น.) ข้อควรรู้คือบางวันร้านอาจหยุด ควรเช็กเพจก่อนออกเดินทาง ใครมองหาร้านนั่งยาวบรรยากาศสวนติดน้ำในฝั่งนนทบุรี ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ลงตัว
เรือนมอญ ริมน้ำ
ถ้าได้ลงเรือข้ามฟากมาเดินเล่นบนเกาะเกร็ด แล้วอยากหาที่นั่งกินข้าวริมน้ำแบบเงียบ ๆ สบายใจ ร้านเรือนมอญ ริมน้ำ คือมุมที่เราอยากชวนให้แวะ ร้านซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านโอ่งอ่าง ซอย 7 ห่างจากวัดปรมัยยิกาวาสเดินไม่ถึงสองร้อยเมตร เป็นเรือนไม้เปิดโล่งหันหน้าลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลมพัดเย็นทั้งวัน มองออกไปเห็นเรือเล็กแล่นผ่านกับวิถีชีวิตชาวมอญที่ยังเดินช้า ๆ เหมือนเวลาที่นี่ไม่รีบไปไหน บรรยากาศแบบนี้เองที่ทำให้คนตั้งใจนั่งรถนั่งเรือมาไกลแล้วไม่รู้สึกเสียเที่ยว
หัวใจของที่นี่คืออาหารมอญแท้ที่หากินยากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือแกงส้มกุ้งกระเจี๊ยบสด รสเปรี้ยวกลมกล่อมจากกระเจี๊ยบ ตัดกับความหวานของกุ้งแม่น้ำได้กำลังดี ส่วนใครอยากลองของพื้นถิ่นจริง ๆ ต้องสั่งเมนูหน่อกะลา ทั้งทอดมันหน่อกะลาและไส้อั่วหน่อกะลา ที่ใช้พืชเฉพาะถิ่นริมน้ำมาปรุงจนได้กลิ่นและสัมผัสที่ร้านอื่นเลียนแบบไม่ได้ ปลาช่อนลุยสวนก็เป็นอีกจานที่เสิร์ฟมาแล้วสะดุดตา หอมสมุนไพรสด ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ได้เพลินจนลืมเวลา
สิ่งที่ทำให้เรือนมอญ ริมน้ำ น่ารักกว่าร้านทั่วไปคือเบื้องหลังของร้าน ที่นี่เปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนได้ทำงาน ดูแลกันแบบครอบครัว เสิร์ฟอาหารด้วยรอยยิ้มจริงใจ คุณป้าเจ้าของพูดคุยเป็นกันเองเหมือนเราเป็นญาติที่แวะมาเยี่ยมบ้าน ราคาก็ย่อมเยา จานเดียวเริ่มต้นไม่กี่สิบบาท สั่งกับข้าวเป็นสำรับให้ครบรสก็ยังสบายกระเป๋า เหมาะทั้งมากันเองสองคนและยกครอบครัวมากินมื้อยาว ๆ ช่วงวันหยุด
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราวเก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ใครตั้งใจมาควรเผื่อเวลาช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแดดร่มลมเย็น พระอาทิตย์เริ่มคล้อย วิวเจดีย์เอียงกับแม่น้ำสวยที่สุดในจังหวะนั้นพอดี มาเกาะเกร็ดทั้งทีแล้วได้ลิ้มอาหารมอญดั้งเดิมริมน้ำแบบนี้ ถือว่าครบทั้งของกินและบรรยากาศที่จะติดใจจนอยากกลับมาอีก
The River House 1953 เรือนน้ำ
ถ้าอยากนั่งกินข้าวริมเจ้าพระยาแบบเห็นสะพานพระนั่งเกล้าเต็มตา The River House 1953 หรือที่คนแถวนนทบุรีเรียกสั้น ๆ ว่า "เรือนน้ำ" คือร้านที่เพื่อนหลายคนชอบนัดกันมา ตัวร้านเป็นเรือนไทยไม้เก่าหลายหลัง มีทั้งโซนห้องแอร์กระจกใสมองออกไปเห็นแม่น้ำ โซนเรือนไม้ชั้นบน และโซนริมน้ำกลางแจ้งที่วิวเปิดโล่งเกือบ 180 องศา เหมาะกับคนที่มากันเป็นครอบครัว มาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือคู่รักที่อยากหามุมนั่งชิลตอนเย็น ๆ รับลมแม่น้ำ
เมนูเป็นแนวไทย-จีน-ฝรั่งฟิวชั่น แต่พระเอกที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือกุ้งแม่น้ำเผา เนื้อแน่น มันกุ้งเยิ้ม จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดของร้าน ใครชอบกับข้าวก็มีข้าวผัดปู ต้มยำกุ้งน้ำข้น ปลากะพงทอดพริกไทยดำ ซี่โครงหมูที่หลายคนสั่งซ้ำ ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว ๆ 250-500 บาทต่อคน ส่วนกุ้งเผาคิดตามน้ำหนัก ถือว่าเป็นร้านริมน้ำที่จ่ายเพื่อบรรยากาศพอ ๆ กับอาหาร
รีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันคือชมวิวกับบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกมากที่สุด หลายคนบอกว่ามาเพราะวิวแล้วอาหารอร่อยใช้ได้ ขณะที่บางรีวิวบอกว่ารสชาติทำได้กลาง ๆ และราคาสูงกว่าร้านทั่วไปนิดหน่อย เลยอยากให้มองว่าจุดขายหลักคือทำเลริมเจ้าพระยาและการได้นั่งยาว ๆ มากกว่าจะมาเอาอาหารหวือหวา
ร้านอยู่ในซอยนนทบุรี 17 ถนนสนามบินน้ำ ใกล้สะพานพระนั่งเกล้า มีที่จอดรถสะดวก เปิดทุกวัน 11:00-23:00 ข้อควรรู้คือโซนกลางแจ้งช่วงค่ำอาจมียุงบ้างตามประสาริมน้ำ และถ้ามาช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ แนะนำโทรจองโต๊ะริมน้ำไว้ก่อนจะได้มุมสวย ๆ ตามที่ตั้งใจ
นนท์เบเกอรี่
ถ้าใครเดินเล่นแถวท่าน้ำนนท์แล้วเห็นร้านเบเกอรี่เก่าแก่ที่มีคนยืนมุงเลือกขนมเต็มตู้ นั่นเอง "นนท์เบเกอรี่" ร้านขนมคู่เมืองนนท์ที่อยู่มา 40 กว่าปี เป็นร้านในตำนานที่คนนนทบุรีโตมากับขนมเจ้านี้ จุดขายคือขนมปังกับเค้กสูตรเก่าแก่ราคาย่อมเยา มีให้เลือกเป็นร้อยเมนู ทั้งไส้หวานไส้คาว เริ่มต้นชิ้นละ 10 บาท เหมาะมากสำหรับคนที่อยากซื้อขนมกลับบ้านทีละหลายอย่างโดยไม่ต้องห่วงกระเป๋า หรือแวะเติมพลังระหว่างเดินเที่ยวตลาดท่าน้ำนนท์
เมนูที่คนพูดถึงกันมากที่สุดคือ "เอแคลร์" ขายเป็นกล่องประมาณกล่องละ 30 บาท จุดเด่นคือไส้ครีมอัดแน่นจนเรียกกันติดปากว่าไส้ทะลัก รสครีมดีจริง อีกตัวที่ห้ามพลาดคือขนมปังสังขยา ขนมปังหมูสับไข่เค็ม และท๊อฟฟี่เค้กชิ้นละ 25 บาท ส่วนสายเค้กก็มีเค้กมะพร้าวกับเค้กนมเย็นให้ลอง รสชาติโดยรวมจากรีวิวคือคุ้มเกินราคา แต่มีข้อสังเกตเล็ก ๆ ว่าขนมฝั่งหวานจะออกหวานนำพอสมควร ใครไม่ชอบหวานจัดอาจเลือกฝั่งคาวไว้ก่อน
บรรยากาศร้านเป็นห้องแถวสไตล์เบเกอรี่บ้าน ๆ ตู้กระจกเรียงขนมแน่นจนเลือกไม่ถูก พนักงานหยิบใส่ถุงให้ไว ราคาส่วนใหญ่อยู่หลักสิบต้น ๆ ซื้อเพลิน ๆ ไม่กี่อย่างก็ยังไม่ถึงร้อย เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. อยู่บนถนนประชาราษฎร์ใกล้ท่าน้ำนนท์ เดินจากท่าเรือมาได้สบาย ข้อควรรู้คือหน้าร้านไม่มีที่จอดรถ ถ้าขับรถมาแนะนำให้หาที่จอดแถวตลาดแล้วเดินเข้ามา หรือนั่งเรือ-รถเมล์มาจะสะดวกกว่า
ที่ร้านนี้ยอดนิยมข้ามรุ่นเพราะมันคือรสชาติความทรงจำของคนนนท์ ขนมอบสดใหม่ทุกวัน ราคาจับต้องได้ และมีให้เลือกเยอะจนได้กลับบ้านเต็มถุงทุกครั้ง ใครผ่านมาท่าน้ำนนท์แล้วอยากได้ของฝากติดมือกลับบ้าน แวะร้านนี้แล้วไม่ผิดหวัง
ขนมฝรั่งแม่ไน้
ถ้าคิดถึงของหวานเจ้าเก่าที่อยู่คู่ท่าน้ำนนท์มาเป็นรุ่นต่อรุ่น "ขนมฝรั่งแม่ไน้" คือชื่อที่คนนนทบุรีพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านเล็ก ๆ ในอาคารตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรีนี้เปิดขายขนมไข่ (สปันจ์เค้กไทยโบราณ) มาตั้งแต่ปี 2512 จนวันนี้ก็เกินห้าสิบปีแล้ว เสน่ห์อยู่ที่กลิ่นหอม ๆ จากเตาถ่านที่อบสด ๆ ทุกวัน เดินผ่านหน้าร้านทีไรก็ได้กลิ่นชวนให้แวะ เหมาะกับคนที่อยากหาของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือสายตลาดเช้าที่มาเดินเล่นริมน้ำแล้วอยากได้ของหวานเบา ๆ ทานเล่น
เมนูที่ต้องสั่งคือขนมไข่นี่เอง จุดเด่นที่ลูกค้าพูดถึงตรงกันคือ "กรอบนอก นุ่มใน ไม่ฝืดคอ" หวานกำลังดีไม่หวานแหลม เคี้ยวเพลินไปเรื่อย ๆ ชิ้นพอดีคำ จะทานเปล่า ๆ ก็ได้ หรือจะจิบคู่กาแฟร้อนก็เข้ากันดี หลายคนบอกว่ากลิ่นหอมเตาถ่านนี่เองที่ทำให้ต่างจากขนมไข่ทั่วไปตามห้าง ราคาก็เป็นมิตรมาก เริ่มต้นแค่หลักสิบ ชิ้นเดี่ยวชิ้นใหญ่ราว 13 บาท ถุงเล็ก 11 ชิ้น 20 บาท ถุง 27 ชิ้น 50 บาท และถุงจัมโบ้ 50 ชิ้น 80 บาท ได้ปริมาณเยอะคุ้มค่าเกินราคา
บรรยากาศเป็นร้านแผงในตลาดสดแบบดั้งเดิม ไม่มีที่นั่ง เน้นซื้อกลับเป็นหลัก อยู่ในโซนตลาดท่าน้ำนนท์ที่เดินต่อไปขึ้นเรือหรือเดินกินของอร่อยร้านอื่นได้สบาย เปิดตั้งแต่เช้าราว 06:30 ไปจนบ่ายแก่ ๆ ราว 16:30 ทุกวัน ที่ร้านนิยมมากจนบางวันขนมหมดก่อนเวลาปิด ใครอยากได้ชิ้นร้อน ๆ จากเตาแนะนำให้มาช่วงเช้าจะได้ของสดใหม่ที่สุด
ข้อควรรู้นิดหน่อยคือร้านรับเงินสดเท่านั้น ยังไม่มีโอนหรือสแกนจ่าย เตรียมเงินสดมาให้พร้อม ขนมไข่เก็บได้นานหลายวันจึงเหมาะซื้อเป็นของฝากเดินทางไกล แม่ไน้มีหลายสาขาทั้งบางใหญ่และปากซอยสวนนนท์ 2 แต่สาขาตลาดท่าน้ำนนท์นี้คือต้นตำรับดั้งเดิมที่หลายคนยกให้เป็นของดีประจำเมืองนนท์ที่ต้องลองสักครั้ง
ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหารแถวนนทบุรี–กรุงเทพฯ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรือลงมือทำกับข้าวไทยเอง จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook กับ GetYourGuide ได้เลย มีทั้งทัวร์เดินกินตลาดเก่าริมเจ้าพระยา ทัวร์เกาะเกร็ดชิมขนมและอาหารมอญ ไปจนถึงคลาสทำต้มยำ ผัดไทย และแกงไทยกับเชฟ จองล่วงหน้าออนไลน์ ไปถึงแล้วกินอย่างเดียว ไม่ต้องวางแผนเอง
💡 รู้ก่อนไปกินที่นนทบุรี
นนทบุรีอยู่ติดกรุงเทพฯ นั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงหรือ MRT มาลงแล้วต่อ Grab ไปแต่ละร้านสะดวกสุด ร้านริมน้ำปากเกร็ด–เกาะเกร็ดต้องนั่งเรือข้ามฟาก ค่าเรือไม่กี่บาท แต่เผื่อเวลารอเรือช่วงคนเยอะไว้ด้วย
ร้านสตรีทฟู้ดและร้านขนมเก่าแก่อย่างเกาเหลาเมืองนนท์ ป.ประทีป และขนมฝรั่งแม่ไน้ ส่วนใหญ่รับเงินสดหรือพร้อมเพย์ พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้ ส่วนร้านริมน้ำใหญ่ ๆ มักรูดบัตรได้
ร้านดังอย่างขนมฝรั่งแม่ไน้บางวันหมดก่อนร้านปิด ควรไปช่วงสาย ส่วนร้านริมน้ำวิวสวยวันหยุดเย็น ๆ คนแน่น โต๊ะริมน้ำเต็มเร็ว โทรจองล่วงหน้าหรือไปก่อนช่วงพีคจะสบายกว่า
อาหารไทยและอาหารมอญหลายเมนูเผ็ดจริง อย่างน้ำจิ้มซีฟู้ดและแกงส้ม ถ้าทานเผ็ดไม่เก่งบอกร้านว่า ‘เผ็ดน้อย’ ได้ หรือสั่งกุ้งเผาจิ้มน้ำจิ้มแยกเองก็คุมความเผ็ดได้ดี
ร้านท้องถิ่นเล็ก ๆ อาจไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ เปิด Google Translate กล้องส่องเมนูช่วยได้มาก หรือชี้รูปอาหารในรีวิว ร้านริมน้ำใหญ่และร้านในแหล่งท่องเที่ยวเกาะเกร็ดมักมีเมนูรูปภาพให้เลือกง่ายขึ้น
เมืองไทยไม่บังคับทิป ร้านสตรีทไม่ต้องให้ก็ได้ ส่วนร้านนั่งทานริมน้ำที่มีพนักงานบริการ ทิ้งเศษเงินทอนหรือราว 20–50 บาทถือว่าน่ารักและเพียงพอ
วางแผนกินนนทบุรีให้คุ้มในวันเดียว
นนทบุรีแบ่งง่าย ๆ เป็นสามโซน วางทริปตามโซนจะกินได้เยอะโดยไม่ต้องวิ่งย้อนไปมา ช่วงเช้าถึงเที่ยงเริ่มที่ ท่าน้ำนนท์ เดินตลาดเก่า ซดเกาเหลาเมืองนนท์ที่ตุ๋นเนื้อใกล้หอนาฬิกา แล้วซื้อขนมฝรั่งแม่ไน้กับนนท์เบเกอรี่ติดมือ (ขนมฝรั่งแม่ไน้บางวันหมดก่อนปิดร้าน รีบไปช่วงสาย) บ่ายขยับมาฝั่ง สนามบินน้ำ กินราดหน้าฮ่องกงที่แป๊ะราดหน้ามหาชน หรือนั่งชิลริมน้ำที่บ้านระเบียงน้ำกับ The River House 1953 ส่วนสายกุ้งเผาให้ปิดท้ายที่ ปากเกร็ด–เกาะเกร็ด นั่งฮงเส็งโภชนา ริมน้ำ หรือนั่งเรือข้ามไปบ้านมอญกลางน้ำดูพระเจดีย์เอียงตอนเย็น ร้านริมน้ำดัง ๆ คนเยอะวันหยุด โทรจองโต๊ะล่วงหน้าไว้จะสบายใจกว่า
กินครบทั้งวันแล้วอยากค้างต่อ? นนทบุรีอยู่ติดกรุงเทพฯ เลือกพักโซนสนามบินน้ำหรือใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงไว้ ตื่นมาเดินตลาดท่าน้ำนนท์กับนั่งเรือเกาะเกร็ดได้สบาย
ดูที่พักนนทบุรี
