🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเรื่องกินของพิษณุโลกแบบไม่ต้องเกริ่นยาว ให้นึกถึงสองฝั่งแม่น้ำน่านช่วงเย็น ๆ ที่ลมเริ่มเย็น คนเริ่มมานั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรสุโขทัยริมน้ำ ถัดเข้ามาในเมืองย่านถนนมิตรภาพกับถนนอู่ทองคือดงข้าวต้มกุ๊ยและกับข้าวไทย-จีนที่เปิดยันดึก ส่วนแถบวัดจันทร์เป็นเมืองขนมจีนน้ำยากับอาหารเหนือ ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล กินกันได้ทั้งกลางวันและเย็น ใครมาไหว้พระพุทธชินราชที่วัดใหญ่แล้วเดินต่ออีกนิดเดียวก็เจอของกินดี ๆ เต็มไปหมด เป็นเมืองที่เดินกินสบาย ราคาไม่แรง และมีของขึ้นชื่อให้ลองหลายแนวในวันเดียว
ร้านในลิสต์นี้หลายร้านเป็นตำนานของเมืองจริง ๆ วิโรจน์โภชนาคือต้นตำรับผักบุ้งลอยฟ้าที่เล่นโชว์โยนผักให้ลูกค้ารับด้วยจานจนกลายเป็นภาพจำของพิษณุโลก ห้องอาหาร 25 น. หยี่จับโหงว เปิดมากว่าเจ็ดสิบปี ส่งต่อสูตรพะโล้ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง และหนำเลี๊ยบหมูสับมารุ่นต่อรุ่น ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่านเจ๊แดงคือร้านที่ทำให้คำว่า "ห้อยขากินก๋วยเตี๋ยว" ดังไปทั่วประเทศ ส่วนทัพฟ้าคาเฟ่ในกองบิน 46 ก็มีเครื่องบินจำลอง BT-67 กับมุมริมน้ำให้ถ่ายรูปจิบกาแฟชิล ๆ เลือกได้เลยว่าวันนี้อยากกินสายไหน แล้วตามไปลองให้ครบ
วิโรจน์โภชนา (ผักบุ้งเหิรฟ้า/ผักบุ้งลอยฟ้า)
ถ้าใครมาพิษณุโลกแล้วอยากกินมื้อค่ำที่มีของให้ดูเพลินๆ ไปด้วย วิโรจน์โภชนา หรือที่คนเรียกติดปากว่า "ผักบุ้งเหิรฟ้า/ผักบุ้งลอยฟ้า" คือร้านที่ต้องแวะ เป็นร้านข้าวต้มกุ๊ยเก่าแก่คู่เมืองมากว่าสี่สิบปี ตั้งอยู่ย่านในเมืองฝั่งถนนมิตรภาพ ไม่ไกลจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) และริมแม่น้ำน่าน ของขึ้นชื่อที่ทำให้ร้านนี้ดังคือเมนูผัดผักบุ้งลอยฟ้า ที่พ่อครัวผัดเสร็จแล้วโยนผักข้ามหัวลูกค้าให้พนักงานอีกฝั่งใช้จานรับกลางอากาศ เป็นโชว์เล็กๆ ที่เด็กๆ ชอบและคนถ่ายคลิปกันสนุก
เมนูที่คนรีวิวพูดถึงบ่อยนอกจากผักบุ้งลอยฟ้าจานเด็ด ก็มีไส้อ่อนทอดกระเทียม ซี่โครงหมูแซ่บแห้ง ปลาดุกฟูผัดพริกขิง และข้าวต้มร้อนๆ ที่กินคู่กับกับข้าวไทย-จีนได้สบาย หลายคนบอกว่ารสมือยังคงเส้นเดิม อาหารมาไว ไม่ต้องรอนาน และราคาเป็นมิตรกับกระเป๋า เหมาะกับมากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแล้วสั่งหลายอย่างมาแชร์กัน
บรรยากาศเป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่งแบบเปิดโล่ง โต๊ะเยอะ ที่จอดรถสะดวก เปิดยาวถึงดึก เลยกลายเป็นที่นัดกินมื้อค่ำต่อจนถึงมื้อดึกของคนพิษณุโลก ราคาต่ออยู่ราวๆ หลักร้อยต้นๆ ต่อคนถ้าสั่งกับข้าวกินกันหลายจาน ส่วนผักบุ้งจานเดียวถือว่าคุ้ม จุดที่ทำให้ร้านยังครองใจคนมานานคือความสม่ำเสมอของรสชาติบวกกับโชว์ผักบุ้งที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำเมือง
ข้อควรรู้นิดหน่อยคือร้านเน้นช่วงเย็นถึงดึก ถ้าตั้งใจมาดูโชว์โยนผักบุ้งควรมาช่วงที่ร้านเริ่มคึกคัก และวันหยุดคนเยอะอาจต้องรอโต๊ะบ้าง ใครเป็นสายของกินคู่เมืองที่มีเรื่องเล่า ที่นี่ลงตัวได้ดีสำหรับมื้อแรกหรือมื้อค่ำในพิษณุโลก
ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน (เจ๊แดง)
ถ้าคุณมาถึงพิษณุโลกแล้วถามคนพื้นที่ว่ากินก๋วยเตี๋ยวที่ไหนดี ชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่าน" ของเจ๊แดงจะโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ เสมอ ร้านนี้เป็นเรือนไม้ไทยริมแม่น้ำน่าน เดินจากหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดใหญ่) มาแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง จุดเด่นคือที่นั่ง "ห้อยขา" ริมตลิ่ง นั่งห้อยขาซดก๋วยเตี๋ยวไปมองสายน้ำไหลไป เป็นภาพที่คนชอบมาถ่ายรูปเช็คอินกัน เหมาะมากสำหรับคนแวะเที่ยววัดใหญ่แล้วอยากหาของกินบรรยากาศดีต่อ
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรสุโขทัย เส้นเล็กน้ำต้มยำใส่ไข่ต้ม หมูแดง ลูกชิ้นปลา และเกี๊ยวกรอบโรยมาเต็มชาม รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเครื่องจัดเต็ม น้ำซุปออกหวานนำนิด ๆ ตามแบบฉบับต้มยำเมืองเหนือตอนล่าง อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือลูกชิ้นปลาลวกเนื้อแน่น จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด ใครชอบเส้นแห้งก็มีก๋วยเตี๋ยวแห้งสูตรสุโขทัยให้ลอง ราคาเริ่มราว 45-75 บาทต่อชาม ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและทำเล
ความนิยมของร้านวัดได้จากช่วงเที่ยงที่คนแน่นร้านจริง บนวงรอบ Wongnai ได้ราว 3.9 ดาว ส่วนทาง TripAdvisor อยู่ที่ราว 4 ดาว มีทั้งคนชมว่าอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินในพิษณุโลก และบางเสียงที่บอกว่าราคาขยับขึ้นตามชื่อเสียง แต่โดยรวมคนกลับมาซ้ำเพราะบรรยากาศหาที่อื่นยาก
ข้อควรรู้: ร้านเปิด 08.30-16.30 น. ทุกวัน เป็นร้านมื้อเช้าถึงบ่าย ไม่ได้เปิดเย็น ช่วงวันหยุดหรือเทศกาลคนเยอะ ที่นั่งห้อยขาริมน้ำมีจำกัด มาเช้าหน่อยจะได้มุมสวย มีห้องแอร์และที่จอดรถรองรับกลุ่มใหญ่ด้วย
ห้องอาหาร 25 น. (หยี่ จับ โหงว)
ถ้าพูดถึงร้านข้าวต้มกับข้าวเก่าแก่ของพิษณุโลก ชื่อ "ห้องอาหาร 25 น. หยี่ จับ โหงว" ต้องโผล่ขึ้นมาในหัวคนเมืองนี้แทบทุกคน เพราะร้านอยู่คู่ถนนเจ้าพระยากลางเมืองเก่ามากว่า 70 ปี ตรงข้ามโรงแรมอมรินทร์นครพอดี เป็นตึกแถวห้องเดียวที่รีโนเวทใหม่ ตกแต่งสไตล์จีน เปิดเพลงจีนเบา ๆ ให้บรรยากาศแบบร้านตำนานที่ยังดูแลตัวเองดี เหมาะกับคนที่อยากกินข้าวต้มร้อน ๆ กับกับข้าวไทย-จีนหลายอย่างในมื้อค่ำ โดยเฉพาะมากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ชอบสั่งมาแชร์กัน
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ "พะโล้" สูตรประจำร้านที่เคี่ยวจนหอมเครื่องและได้สีสวย กินกับข้าวต้มแล้วเข้ากันมาก ตามด้วยไก่ผัดเม็ดมะม่วงที่ไก่นุ่มเม็ดมะม่วงกรอบ และหนำเลี๊ยบหมูสับรสกลมกล่อมแบบกับข้าวต้มคลาสสิก ใครชอบรสจัดขึ้นมาหน่อยก็มีปลาอินทรีย์เค็มทรงเครื่องให้ลอง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอาหารหน้าตาดี รสชาติถูกปาก และยังรักษามาตรฐานความอร่อยแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้
เรื่องราคาอยู่ในช่วงประมาณ 101–250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและคุณภาพ สั่งมาแชร์กันหลายจานยิ่งคุ้ม ร้านมีที่จอดรถ รับบัตรเครดิต และมีเมนูเจ-มังสวิรัติให้เลือกด้วย จุดที่ทำให้ยอดนิยมคือความเป็นร้านตำนานที่คนพิษณุโลกผูกพัน บวกกับการปรับร้านให้มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ จนกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวก็แวะมาเช็กอินกันเรื่อย ๆ
ข้อควรรู้ก่อนไปคือร้านเปิดช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำเท่านั้น อังคาร–ศุกร์ 15:30–21:00 น. เสาร์เปิด 17:30–21:00 น. และหยุดทุกวันอาทิตย์-จันทร์ ถ้าตั้งใจมากินช่วงมื้อเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ควรเผื่อเวลาและโทรเช็กก่อน เพราะเป็นร้านเล็กที่นั่งจำกัด ช่วงคนเยอะอาจต้องรอคิวพอสมควร
จุกไก่ไทย
ถ้าใครไปพิษณุโลกแล้วถามคนพื้นที่ว่าบะหมี่ไก่เจ้าไหนกินมานานจนกลายเป็นความทรงจำ ชื่อ "จุกไก่ไทย" มักโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้ทำขายต่อกันมาหลายสิบปีตั้งแต่รุ่นปู่ที่พิจิตรแล้วย้ายมาปักหลักที่พิษณุโลกจนกลายเป็นร้านประจำของคนเมืองสองแคว ตอนนี้มีทั้งสาขาในเมืองและสาขาริมแม่น้ำน่านบนถนนพุทธบูชา ใครชอบบรรยากาศนั่งกินสบาย ๆ ริมน้ำแนะนำสาขาริมน่าน ส่วนใครสายเร็วแวะระหว่างทางก็เข้าสาขาในเมืองได้
พระเอกของร้านคือบะหมี่แห้งไก่ไทย ที่เด็ดเพราะเส้นบะหมี่ทำมือเองสดใหม่ทุกวัน เป็นเส้นกลม ๆ เหนียวนุ่มลื่นคอ คนละแบบกับบะหมี่เส้นแบนทั่วไป ทำกันวันละ 25-30 กิโล หมดแล้วหมดเลย ส่วนไก่ก็เป็นไก่ไทยแท้รับจากเจ้าประจำ เนื้อแน่นสีเข้ม หนังเด้ง ต้มเคี่ยวจนได้น้ำซุปหวานหอม รีวิวส่วนใหญ่ชมตรงกันว่ามาที่นี่ต้องสั่งบะหมี่แห้ง แล้วเสริมเป็นจานไก่สับหรือไก่หั่นมาแบ่งกันกิน ใครชอบรสจัดลองบะหมี่ต้มยำไก่บ้าน
ราคาเป็นมิตร บะหมี่ชามละ 40-60 บาท กินอิ่มต่อหัวไม่ถึงร้อย จานไก่ใหญ่ ๆ ไว้สั่งแบ่งกันราว 200 กว่าบาท เหมาะทั้งมากันเองและมาเป็นกลุ่ม ที่ร้านมีที่จอดรถ รับบัตร และมีเดลิเวอรี เปิดจันทร์ถึงเสาร์ราว 10.00-21.00 น. วันอาทิตย์เวลาสั้นกว่าและบางทีต้องเช็กก่อน
ข้อควรรู้คือเส้นบะหมี่ทำมือมีจำนวนจำกัดต่อวัน ถ้าอยากชิมเส้นเด็ด ๆ ไม่ควรมาเย็นเกินไป และเพราะร้านดังจึงมีช่วงคนเยอะบ้าง เผื่อเวลานิดหนึ่งจะสบายใจกว่า
ขนมจีนต้นก้ามปู วัดจันทร์
ถ้ามาพิษณุโลกแล้วอยากกินขนมจีนน้ำยาแบบที่คนท้องถิ่นการันตี ร้านขนมจีนต้นก้ามปู วัดจันทร์ คือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง ร้านตั้งอยู่ในเรือนไม้สไตล์ล้านนาใต้ต้นก้ามปูใหญ่ที่แผ่ร่มเงาทั้งลาน บรรยากาศร่มรื่น มีทั้งโซนนั่งรับลมและห้องแอร์เย็นสบาย เหมาะกับครอบครัว คนที่มากันเป็นกลุ่ม หรือใครที่อยากหามื้อกลางวันสบาย ๆ ในเมือง จุดเด่นของที่นี่คือมีน้ำยาให้เลือกหลายอย่างในร้านเดียว ตักผักสดเคียงได้เต็มที่จากซุ้มผักกลางร้าน
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือขนมจีนน้ำยาปู เนื้อปูเยอะ น้ำยาเข้มข้นหอมมัน หลายรีวิวบอกว่ารสกลมกล่อมไม่เผ็ดจัด ส่วนใครชอบแนวเหนือแท้ ๆ ต้องลองน้ำเงี้ยวสูตรลำพูนที่รสนัวกำลังดี และน้ำยาป่าแบบไม่ใส่กะทิสำหรับคนชอบรสคล่องคอ ฝั่งอาหารเหนือก็จัดเต็มทั้งไส้อั่วลำพูน น้ำพริกอ่อง และแกงฮังเล อีกจานที่หลายคนสั่งคู่กันคือปีกไก่ย่างตะไคร้ หอมตะไคร้ชัด และกุ้งเผาตัวโต ๆ ที่กลายเป็นของคู่ร้าน
เสน่ห์อย่างหนึ่งคือเขาเสิร์ฟน้ำยาแยกถ้วยมาให้ราดเอง ปริมาณต่อจานไม่ใหญ่ ทำให้สั่งหลายอย่างมาแชร์กันชิมได้สบาย เหมาะกับคนที่อยากลองให้ครบในมื้อเดียว ราคาส่วนใหญ่อยู่ราว 101–250 บาทต่อคน ปีกไก่ย่างราว 80 บาท ส่วนน้ำยาปูจานพิเศษราว 200 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพ
ร้านเปิดทุกวัน 09.00–16.30 น. อยู่บนถนนสีหราชเดโชชัย ตำบลวัดจันทร์ ใกล้โรงแรมชินะปุระ ที่จอดรถกว้างขวางทั้งในลานร้านและริมถนน ข้อควรรู้คือเป็นร้านมื้อกลางวันถึงบ่าย ปิดค่อนข้างเร็ว ช่วงวันหยุดคนเยอะ ควรมาก่อนเที่ยงจะได้นั่งสบายและของยังครบ น้ำยาปูบางช่วงมีเฉพาะวันเสาร์ ถ้าตั้งใจมากินจานนี้แนะนำให้เช็กก่อน
🛏️ หาที่พักทำเลดีในพิษณุโลก
อยากตื่นมาเดินกินได้เลย เลือกพักในเมืองย่านถนนมิตรภาพหรือใกล้วัดใหญ่ริมน่านจะสะดวกที่สุด ใกล้ทั้งร้านข้าวต้มกลางคืน ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา และจุดไหว้พระพุทธชินราช เราคัดที่พักทำเลดีราคาคุ้มในพิษณุโลกมาให้เปรียบเทียบ จองง่ายในไม่กี่คลิก
🔍 เช็คราคาที่พักพิษณุโลก (Agoda)ครัวเจ๊โชค
ครัวเจ๊โชค คือร้านปลาน้ำจืดเจ้าเก่าแก่ของพิษณุโลก อยู่ริมถนนสีหราชเดโชชัย ย่านวัดจันทร์ ห่างจากแยกต้นหว้าราว 500 เมตร เดิมเจ๊โชคทำอาหารขายอยู่แถวท่าข้าวก่อนจะมาเปิดเป็นร้านเต็มตัว คนพิษณุโลกเลยผูกพันกับที่นี่มานาน ใครขับรถผ่านเข้าเมืองแล้วอยากกินปลาแม่น้ำสด ๆ ปรุงร้อน ๆ จานต่อจาน ร้านนี้คือหมุดที่คนท้องถิ่นชี้ให้แทบทุกครั้ง เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่อยากสั่งหลายอย่างมาวางกลางโต๊ะแล้วแบ่งกันกิน
พระเอกของร้านคือปลาน้ำจืดที่เลือกมาสด เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือปลาค้าวทอดสะดุ้งน้ำปลา เนื้อปลานุ่มข้างนอกกรอบ ราดน้ำปลาหวานเค็มกำลังดี กับต้มยำปลากดคังน้ำใส ที่รสจัดเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม ซดแล้วชื่นใจ อีกจานที่พลาดไม่ได้คือฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนทอด กับทอดมันปลากรายเด้ง ๆ และถ้าชอบกุ้ง ลองกุ้งซอสมะขามรสเปรี้ยวอมหวาน รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าวัตถุดิบสด รสมือถึงเครื่องแบบอาหารบ้าน ๆ และให้มาจานใหญ่คุ้มค่า
บรรยากาศเป็นร้านอาหารตามสั่งสไตล์ท้องถิ่น โต๊ะเยอะ นั่งสบาย ๆ ไม่ต้องแต่งตัว จุดที่ควรรู้คือร้านนี้คนแน่นมาก หลายรีวิวบอกว่ายังไม่ทันหกโมงเย็นโต๊ะก็เริ่มเต็มแล้ว ถ้ามากันหลายคนหรือช่วงมื้อเย็นวันหยุด โทรจองล่วงหน้าไว้จะอุ่นใจกว่า ราคาต่อหัวอยู่ราว 101–500 บาทแล้วแต่สั่ง ถ้าเน้นปลาทั้งตัวหรือกุ้งก็ขยับขึ้นหน่อย แต่โดยรวมถือว่าสมราคากับความสดและปริมาณ
ร้านเปิดทุกวัน 10:00–22:00 น. มีที่จอดรถ ทำเลอยู่ริมถนนเข้าเมืองเลยแวะง่ายทั้งขามาและขากลับ เมนูเด็ดอย่างปลาค้าวทอดชิ้นละราว 100 บาทก็ถือว่าจับต้องได้ ใครมาพิษณุโลกครั้งแรกแล้วอยากลองรสปลาแม่น้ำแท้ ๆ ที่คนเมืองนี้การันตี ครัวเจ๊โชคเป็นมื้อที่ฝากท้องได้สบายใจ
ร้านบ้านไม้
ถ้ามาพิษณุโลกแล้วอยากกินอาหารไทยรสมือแม่แบบที่คนท้องถิ่นพากันมาเลี้ยงแขกบ้านแขกเมือง ร้านบ้านไม้บนถนนอู่ทองคือชื่อที่โผล่ขึ้นมาก่อนเสมอ เป็นเรือนไม้สองชั้นหลังใหญ่ ตกแต่งด้วยเครื่องไม้และของเก่า บรรยากาศอบอุ่นเหมือนมานั่งกินข้าวบ้านญาติ เปิดมายาวนานกว่ายี่สิบปีจนกลายเป็นร้านประจำจังหวัด เหมาะกับครอบครัว มากันเป็นกลุ่ม หรือใครแวะเมืองสองแควแล้วอยากหามื้อไทยแท้สักมื้อ
เมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือแกงคั่วกะทิหน่อไม้ใส่เห็ดเผาะกับปลาย่าง บางคนขับรถมาพิษณุโลกเพื่อกินชามนี้โดยเฉพาะ น้ำแกงเข้มข้นหอมเครื่องแกงคั่วตำเอง เห็ดเผาะกรุบ ๆ ตัดกับปลาย่างหอม ๆ อีกจานที่พลาดไม่ได้คือน้ำพริกหมูเค็ม รสกลมกล่อมเค็ม-หวานกำลังดี กินกับผักสดเพลินมาก และกุ้งราดน้ำมะขาม เปรี้ยวอมหวานติดปลายลิ้น ใครชอบยำลองยำถั่วพู ส่วนปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมก็เป็นของโปรดอีกจาน
รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ารสชาติจัดจ้านถึงเครื่องแบบอาหารไทยภาคกลางแท้ ๆ พนักงานบริการดี อาหารมาไม่ช้า ด้านหน้าร้านมีที่จอดรถกว้าง ตั้งอยู่เยื้องโรงแรมไอยรา แกรนด์ พาเลซ หาง่าย ราคาประมาณ 101–500 บาทต่อคนแล้วแต่สั่ง ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและรสมือ มีบางรีวิวบ่นว่าบางจานราคาสูงไปนิด แนะนำดูเมนูก่อนสั่งจะสบายใจกว่า
ร้านเปิดทุกวัน 11.00–20.30 น. (ครัวปิดราว 20.30 น.) แต่หยุดวันอาทิตย์และจันทร์สิ้นเดือน ช่วงเสาร์-อาทิตย์หรือมื้อเที่ยงคนเยอะ ถ้ามากันหลายคนโทรจองโต๊ะไว้ก่อนจะดีที่สุด
สเต็กปีนัง (Penang Steak)
ถ้าพูดถึงร้านสเต็กในเมืองพิษณุโลกที่คนท้องถิ่นนึกถึงเป็นชื่อแรก ๆ "สเต็กปีนัง" (Penang Steakhouse & Fusion Food) บนถนนมิตรภาพคือร้านที่อยู่คู่เมืองมากว่าสิบปี เป็นร้านสเต็กฟิวชันหลังใหญ่ที่นั่งสบาย จอดรถง่าย เหมาะกับมื้อครอบครัว มื้อรวมญาติ หรือยกแก๊งเพื่อนมานั่งยาว ๆ จุดเด่นคือเมนูเยอะมากกว่าสามร้อยอย่าง ตั้งแต่สเต็ก อาหารไทย ก๋วยเตี๋ยว ไปจนของทอด สั่งกันได้ทั้งโต๊ะแบบไม่ต้องกลัวว่าใครจะไม่มีอะไรกิน
พระเอกของร้านยังเป็นสเต็กเนื้อ ใครเป็นสายเนื้อแนะนำให้ลองฟิเลมิญอง (สันใน) เนื้อนุ่มชิ้นหนา และริบอายที่มันแทรกกำลังดี ส่วนเมนูที่หลายคนพูดถึงคือเนื้อโคขุนแดดเดียวทอดหอม ๆ กับขาหมูเยอรมันหนังกรอบที่เคยจัดโปรจนคนแห่มากิน นอกจากนี้ยังมีข้าวผัดอเมริกัน เนื้อทอดงาแบบปีนัง และไก่ยิปซีซอสมะนาวให้สลับลิ้น รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเนื้อคุณภาพดี ปริมาณคุ้มราคา ได้รสชาติแบบสเต็กจานร้อนจริงจัง
ราคาเป็นกันเอง เริ่มต้นหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงราว 500 บาทต่อคนถ้าสั่งสเต็กเนื้อชิ้นใหญ่ บรรยากาศร้านโปร่ง โต๊ะเยอะ รองรับกลุ่มใหญ่ได้สบาย เปิดทุกวันประมาณ 11:30–21:00 น. อยู่ติดถนนมิตรภาพ ห่างจากสถานีขนส่งพิษณุโลกแค่ราว 500 เมตร หาง่ายมาก ด้วยคะแนนกูเกิลราว 4.0 จากรีวิวหลักพัน สะท้อนว่าเป็นร้านที่คนกลับมาซ้ำเรื่อย ๆ
ข้อควรรู้นิดหน่อย ช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ลานจอดรถเต็มไว ถ้ามาเป็นกลุ่มแนะนำมาก่อนเวลาพีคหรือโทรจองล่วงหน้า และเนื่องจากเมนูเยอะ บางช่วงอาหารอาจออกช้าหน่อย เผื่อเวลาไว้สักนิดจะได้กินกันแบบสบาย ๆ
ร้านอาหารต้นตาล (บ้านต้นตาล)
ร้านอาหารต้นตาล เป็นร้านอาหารไทยกลางเมืองพิษณุโลกที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เวลาอยากพาครอบครัวหรือพาแขกบ้านแขกเมืองไปกินมื้อดี ๆ ตัวร้านอยู่หน้าโรงแรมเดอะแกรนด์ริเวอร์ไซด์ ย่านถนนพระร่วงริมน้ำน่าน เป็นเรือนกระจกหลังใหญ่กลางสวนที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียว ๆ มีทั้งโซนแอร์เย็นสบายและโซนกึ่งเอาท์ดอร์ใกล้สวน จุดขายของที่นี่คืออาหารไทยและไทยชาววังที่คัดวัตถุดิบมาดี จัดจานสวย เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศนั่งสบายพร้อมอาหารรสมือคนไทยแท้ ๆ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและรีวิวพูดถึงเยอะคือ หมูทอดต้นตาล หมี่กรอบทรงเครื่อง (หมี่กรอบชาววัง) แกงคั่วเห็ดเผาะ น้ำพริกลงเรือ และแกงระแวงเนื้อพิคานย่า ใครชอบเมนูทะเลก็มีหมึกหอมผัดกระเพราและเมี่ยงปลากระพงให้ลอง ปิดท้ายด้วยของหวานเด่นอย่างเค้กตาลที่ทำจากเนื้อตาลโตนดหอม ๆ ตามชื่อร้าน รีวิวบนวงในให้คะแนนราว 4.3 จาก 5 และคนกินส่วนใหญ่ชมว่าอาหารอร่อย รสจัดจ้านกำลังดี ขณะที่รีวิวฝั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงกับบอกว่าเป็นมื้อที่ดีที่สุดมื้อหนึ่งในทริปเมืองไทย
เรื่องบรรยากาศถือเป็นจุดแข็ง หลายรีวิวพูดตรงกันว่าห้องกระจกเพดานสูง มองออกไปเห็นสวนและน้ำพุ ดูโปร่งโล่งและผ่อนคลาย มีโต๊ะยาวและห้องส่วนตัวรองรับกลุ่มใหญ่ จัดเลี้ยง สัมมนา หรืองานแต่งได้ ที่จอดรถกว้าง รับบัตรเครดิต และมีไวไฟฟรี ราคาต่อหัวอยู่ราว 251–500 บาท เมนูจานเดี่ยวเริ่มต้นหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงราว 290 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและบรรยากาศ
ร้านเปิดทุกวัน 11:00–22:00 น. ทำเลหาง่ายเพราะอยู่ใจกลางเมืองติดริมน่าน เดินทางสะดวกทั้งคนพิษณุโลกเองและคนต่างถิ่นที่แวะมาไหว้พระพุทธชินราช ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดและมื้อเย็นคนค่อนข้างเยอะ ถ้ามากันหลายคนหรืออยากได้โซนห้องส่วนตัว โทรจองล่วงหน้าไว้จะอุ่นใจกว่า แบรนด์ต้นตาลยังมีอีกสาขาคือบ้านต้นตาล ย่านศรีธรรมไตรปิฎก สไตล์อบอุ่นเหมือนกินข้าวที่บ้าน เผื่อใครอยากลองอีกบรรยากาศหนึ่ง
ทัพฟ้าคาเฟ่ (Tup Fah Cafe)
ทัพฟ้าคาเฟ่ (Tup Fah Cafe) คือคาเฟ่ในเขตกองบิน 46 ริมถนนทางไปสนามบินพิษณุโลก ที่ดังเรื่องมุมถ่ายรูปกับเครื่องบิน ใครขับผ่านย่านสนามบินแล้วอยากแวะพักจิบกาแฟ ถ่ายรูปสวย ๆ หรือพาครอบครัวมานั่งชิลในที่ร่ม ๆ ที่นี่ตอบได้หมด พระเอกของร้านคือเครื่องบินจำลอง BT-67 ที่ตั้งเด่นให้ขึ้นไปโพสท่าได้ บวกกับ "บันไดสวรรค์" ทอดยาวขึ้นฟ้า มุมสวน สะพานริมน้ำ ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ และบ้านต้นไม้ที่ปีนขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ เรียกว่ามาทีเดียวถ่ายได้ทั้งวัน
เมนูที่คนสั่งบ่อยคือทัพฟ้ากาแฟสด ลาเต้เย็น และอิตาเลียนโซดาสีสดทั้งสตรอว์เบอร์รีและกีวีที่ถ่ายรูปขึ้น ส่วนของกินเล่นมีเครปเค้ก บราวนี่ เฟรนช์ฟรายส์ นักเก็ตไก่ และถุงทองไส้กุ้ง ใครหิวจริงก็มีจานหนักอย่างสปาเกตตี้และสเต๊กให้สั่ง รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องบรรยากาศและบอกว่าเครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลายมาก มีทั้งสายคอฟฟี่ นอนคอฟฟี่ และน้ำผลไม้ บางคนบอกกาแฟคั่วเข้มออกขมแบบคนชอบกาแฟเข้ม ๆ จะถูกใจ
ราคาเป็นกันเอง เครื่องดื่มเริ่มหลักไม่ถึงร้อย ถ้าสั่งของกินด้วยก็ราว 100-250 บาทต่อคน ร้านแบ่งเป็นโซนในห้องแอร์ตกแต่งโทนขาว-ฟ้ามินิมอล กับโซนกลางแจ้งใต้ร่มผ้าใบ มีเก้าอี้หวายวางรอบสนามหญ้าและบ่อน้ำ ลมเย็นสบาย มีที่จอดรถสะดวก ทำเลอยู่ในกองบิน 46 ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดทุกวัน 09.00-18.00 น.
ที่ทัพฟ้าคาเฟ่ฮิตเพราะเป็นคาเฟ่ธีมเครื่องบินที่หาที่อื่นยาก เหมาะทั้งคู่รัก ครอบครัว และสายถ่ายรูป มาช่วงสายถึงเย็นแดดร่มลมตกถ่ายรูปสวยกำลังดี ข้อควรรู้คือร้านอยู่ในพื้นที่เขตทหาร เข้าออกง่ายแต่ควรแต่งตัวสุภาพและขับช้า ๆ ในเขตกองบิน ช่วงวันหยุดคนเยอะ มาเช้าหน่อยจะได้มุมถ่ายรูปสบาย ๆ
จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารในพิษณุโลก
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาเดิน หรืออยากลงมือทำอาหารไทยเองสักมื้อ จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย ไกด์ท้องถิ่นจะพาตระเวนของกินขึ้นชื่อ เล่าที่มาของแต่ละจาน และช่วยสั่งเมนูเด็ดให้ครบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา
💡 รู้ก่อนไปกินที่พิษณุโลก
ตัวเมืองพิษณุโลกไม่ใหญ่ ย่านวัดใหญ่ ริมน่าน และถนนมิตรภาพเดินถึงกันได้ Grab พอเรียกได้แต่รถน้อยกว่าเมืองใหญ่ ช่วงพีคอาจรอนาน เช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ไว้จะคล่องตัวกว่าถ้าอยากไปทัพฟ้าคาเฟ่กองบิน 46 ซึ่งอยู่นอกเมือง
ร้านสตรีทและก๋วยเตี๋ยวอย่างห้อยขาริมน่านหรือจุกไก่ไทยส่วนใหญ่รับเงินสดและพร้อมเพย์ ร้านเล็กบางที่ยังไม่รับบัตร พกแบงก์ย่อยและเหรียญติดตัวไว้จะสะดวกที่สุด
ร้านดังอย่างก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่านและวิโรจน์โภชนาคนแน่นช่วงมื้อหลักและวันหยุด ลองมาก่อน 11 โมงหรือหลังบ่ายสองจะนั่งสบายกว่า ร้านขนมจีนเช้า ๆ ของหมดเร็ว มาแต่เช้าจะได้ครบเมนู
อาหารไทยรสจัดอย่างฉู่ฉี่ปลาทอด แกงคั่ว หรือต้มยำสูตรสุโขทัยเผ็ดถึงใจ ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง บอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อยได้ คนพิษณุโลกใจดี ปรับให้ตามที่ขอ
ร้านดั้งเดิมหลายแห่งมีแต่เมนูภาษาไทย ลองชี้รูปจากรีวิวในมือถือหรือบอกชื่อเมนูเด็ดอย่าง Pad Pak Bung (ผักบุ้งลอยฟ้า) หรือ Tom Yum Noodle ได้เลย พนักงานเข้าใจง่าย
ร้านสตรีทและก๋วยเตี๋ยวไม่ต้องทิป จ่ายตามบิลได้เลย ร้านนั่งโต๊ะที่มีบริการดี ๆ จะทิปเล็กน้อยหรือปัดเศษให้ก็ได้ ไม่ได้บังคับ ถือเป็นน้ำใจ
วางแผนกินพิษณุโลกให้คุ้มในวันเดียว
ถ้ามีเวลาวันเดียว จัดเป็นสามช่วงกำลังดี เช้าเริ่มที่ขนมจีนต้นก้ามปู วัดจันทร์ กินขนมจีนน้ำยาปูทะเลกับน้ำเงี้ยวสูตรลำพูนให้อิ่มก่อน แล้วต่อด้วยบะหมี่แห้งไก่ไทยร้านจุกไก่ไทยริมน้ำน่านถ้ายังไหว กลางวันแวะไหว้พระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ แล้วเดินมานั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรสุโขทัยที่ร้านเจ๊แดงริมน่าน ส่วนมื้อเย็นค่อยเข้าเมืองไปดูโชว์ผักบุ้งลอยฟ้าที่วิโรจน์โภชนา หรือสั่งกับข้าวไทย-จีนที่ห้องอาหาร 25 น. หยี่จับโหงว ใครชอบอาหารไทยรสจัดลองครัวเจ๊โชคหรือร้านบ้านไม้ ส่วนสายชิลปิดท้ายด้วยกาแฟวิวเครื่องบินที่ทัพฟ้าคาเฟ่กองบิน 46 ก่อนพระอาทิตย์ตก
กินครบทั้งวันแล้วอยากพักใกล้ ๆ ของอร่อย เราเลือกที่พักทำเลดีในเมืองพิษณุโลกมาให้ ใกล้วัดใหญ่ ริมน่าน และย่านข้าวต้มกลางคืน เดินถึงร้านเด็ดได้สบาย
ดูที่พักทำเลดีในพิษณุโลก