🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าจะหาย่านเดียวในกรุงเทพที่กินได้ตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวรถเข็นยันโอมากาเสะระดับมิชลิน พร้อมพงษ์คือคำตอบที่พูดได้เต็มปาก ย่านนี้คือใจกลางสุขุมวิทตอนกลางที่มีทั้งห้างหรูอย่าง EmQuartier และ Emporium ขนาบสองฝั่งถนน ส่วนในซอย 31, 33 และ 33/1 คือถนนสายอาหารตัวจริงที่เรียงรายด้วยร้านอิตาเลียน ญี่ปุ่น อาหารเหนือ-ใต้-ตะวันออก และคาเฟ่บรันช์เก๋ ๆ เดินไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนประเทศได้ทั้งวัน บรรยากาศของพร้อมพงษ์ต่างจากเยาวราชหรืออารีย์ตรงที่มันผสมความเป็นย่านคนญี่ปุ่น (Little Tokyo อยู่ไม่ไกล) เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ เลยได้ทั้งร้านเก่าแก่ที่อยู่มาหลายสิบปีและร้านใหม่ที่ฮอตในโซเชียล ครบในระยะเดินจาก BTS สถานีเดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยรางวัลและกาลเวลาจริง ๆ — Sorn (ศรณ์) ของเชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ คือร้านอาหารใต้ที่คว้า 3 ดาวมิชลินเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เสิร์ฟเซตวัตถุดิบใต้คัดพิเศษกว่า 20 คอร์ส, รุ่งเรือง (ตั๋ง) ก๋วยเตี๋ยวหมู ในซอยสุขุมวิท 26 เจ้าเก่าอายุกว่า 60 ปีที่ติดมิชลิน Bib Gourmand เรื่องต้มยำหมูสับน้ำข้น, Appia โรมันทรัตโตเรียของเชฟ Paolo Vitaletti ที่มี Porchetta หมูม้วนย่างหมุนหน้าร้านเป็นซิกเนเจอร์, Custard Nakamura เบเกอรี่ญี่ปุ่นในซอย 33/1 ที่อยู่คู่ย่านมากว่า 50 ปีกับคัสตาร์ดบันในตำนาน และ Sri Trat กับ เก็ดถะหวา สองร้านอาหารถิ่นตะวันออกและเหนือที่ติดมิชลินและอยู่มานานจนเป็นที่รักของย่าน ส่วนสายของกินเล่นก็มี Peppina พิซซ่านาโปลีเตาฟืน, Isao ฟิวชันโรลชื่อดัง, Roast บรันช์ใน EmQuartier และ Nihon Saiseisakaba อิซากายะปิ้งย่างเครื่องในสไตล์โตเกียว — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มมื้อแรกที่ไหน
รุ่งเรือง (ตั๋ง) ก๋วยเตี๋ยวหมู สุขุมวิท 26
ถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวหมูในตำนานของกรุงเทพฯ ชื่อ "รุ่งเรือง (ตั๋ง)" ในซอยสุขุมวิท 26 ต้องอยู่ในลิสต์เสมอ ร้านห้องหัวมุมเล็ก ๆ เจ้านี้ขายมาตั้งแต่ปี 1965 นับรวมก็เกิน 60 ปี แล้วยังได้ตรา Michelin Bib Gourmand ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน (2018–2024) เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองของจริงประจำย่านพร้อมพงษ์ ทั้งคนทำงานแถวเอ็มโพเรียมและนักท่องเที่ยวที่เดินจาก BTS พร้อมพงษ์มาแค่ราว 5 นาที
เมนูที่ต้องสั่งคือ ก๋วยเตี๋ยวหมูสับต้มยำน้ำข้น เส้นอะไรก็ได้ตามชอบ ราดหมูสับมาพูน ๆ บวกเครื่องในและลูกชิ้นปลาที่ร้านทำเอง อีกอย่างที่แฟนประจำชอบสั่งเพิ่มคือ เกี๊ยวหมู กับ หนังปลากรอบ ไว้โรยให้กรุบ ๆ เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นนัวกลมกล่อม ส่วนต้มยำจะเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี ไม่จัดจนกลบรสหมู หลายคนบอกว่า "มากินทีไรไม่ผิดหวัง เพราะเครื่องเต็มชาม วัตถุดิบสดใหม่"
ราคาอยู่ราว 60–75 บาทต่อชาม (มี S/M/L) หนังปลากรอบจานละ 20–25 บาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับร้านระดับมิชลิน บรรยากาศเป็นร้านริมซอยแบบดั้งเดิม โต๊ะติด ๆ กัน ช่วงมื้อเที่ยงคิวยาวเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่อยากรอแนะนำมาบ่ายแก่ ๆ หรือก่อนเที่ยงนิดหน่อย
ข้อควรรู้ก่อนไป: ร้านรับเงินสดอย่างเดียว และที่จอดรถหายาก ทางที่ง่ายสุดคือนั่ง BTS มาลงพร้อมพงษ์แล้วเดินเข้าซอย หรือไปจอดที่เอ็มโพเรียม/เอ็มควอเทียร์แล้วเดินมาประมาณ 10 นาที เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าราว 08:00 ถึงเย็น 17:30 น. ที่ร้านนี้ยังยอดนิยมข้ามรุ่นเพราะรสชาติคงเส้นคงวาไม่เคยเปลี่ยน และเป็นชามที่ทั้งคนไทยและต่างชาติยกให้เป็นก๋วยเตี๋ยวหมูที่ต้องลองสักครั้งเมื่อมาย่านสุขุมวิท
Sorn (ศรณ์)
ถ้าจะพูดถึงอาหารใต้แบบ fine dining ที่คนกล่าวถึงมากที่สุดในกรุงเทพฯ ชื่อ ศรณ์ (Sorn) มาก่อนเสมอ เพราะที่นี่คือร้านอาหารไทยร้านแรกของประเทศที่ได้ มิชลิน 3 ดาว (ตั้งแต่ปลายปี 2024) และยังติดอันดับ World's 50 Best ของเอเชียมาหลายปี ตัวร้านเป็นบ้านเก่าเงียบ ๆ ในซอยสุขุมวิท 26 เดินจาก BTS พร้อมพงษ์มานิดเดียว เชฟไอซ์–ศุภักษร จงศิริ ตั้งใจหยิบอาหารปักษ์ใต้ตำรับแท้มาเล่าใหม่ในรูปแบบเซตคอร์สราว 20 คอร์ส (รวมแล้ว 20 กว่าจาน) ร้านนี้เหมาะกับมื้อพิเศษจริง ๆ วันเกิด ครบรอบ พาคนสำคัญมา หรือสายกินที่อยากลองที่สุดของอาหารใต้สักครั้งในชีวิต
เมนูที่รีวิวพูดถึงไม่ขาดคือ กรรเชียงปู เนื้อปูก้อนโตกับแกงเหลือง/ไข่ปู ที่หลายคนบอกว่าคือพระเอกของมื้อ ตามด้วย แกงปู–แกงกุ้ง 7 สี, ล็อบสเตอร์ภูเก็ตแช่เย็นราดน้ำจิ้มซีฟู้ด, ข้าวยำที่รีวิวยกให้หอมและบาลานซ์ที่สุดเท่าที่เคยกิน, ผัดสะตอกุ้ง และคั่วกลิ้ง วัตถุดิบเกือบทั้งหมดส่งตรงจากภาคใต้ ทั้งปูทะเล กุ้ง เครื่องแกงสดตำเอง เสียงส่วนใหญ่บอกว่ารสจัด กลมกล่อม เผ็ดสะใจแบบใต้แท้ และทีมงานปรับระดับเผ็ดให้ได้ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง
เรื่องราคาต้องทำใจ เซตปัจจุบันอยู่ราว ฿7,200 ต่อคน (ยังไม่รวม ++ และไวน์แพร์ริง) เปิดเฉพาะรอบค่ำ ราว 18:00–22:00 ปิดบางวัน (มักปิดเสาร์) และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น จุดที่หลายรีวิวบ่นตรงกันคือระบบจองยากมาก เปิดรอบปุ๊บเต็มปั๊บ และที่จอดรถน้อย แนะนำให้นั่งแท็กซี่หรือ BTS มา เผื่อเวลามื้อไว้ราว 3 ชั่วโมงเพราะคอร์สยาวและค่อย ๆ เสิร์ฟ ใครได้คิวถือว่าโชคดี เพราะคะแนนรีวิวสูงต่อเนื่องและแทบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุ้มกับความตั้งใจของร้าน
Roast (EmQuartier)
ถ้าพูดถึงร้านบรันช์ที่อยู่ในใจคนกรุงมานาน Roast คือชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง สาขา EmQuartier นี้อยู่ชั้น 1 ตึก The Helix เดินจาก BTS พร้อมพงษ์เข้าห้างได้เลย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากนั่งกินบรันช์ชิล ๆ มื้อสายยันบ่าย นัดเพื่อน นัดครอบครัว หรือมานั่งทำงานจิบกาแฟเงียบ ๆ จุดเด่นคือเขาเป็นร้านสาย specialty coffee ที่คั่วเมล็ดเอง รสกาแฟเลยเข้มแน่นกว่าคาเฟ่ในห้างทั่วไป ใครชอบ Flat White หรือ Latte นมหวานละมุนน่าจะถูกใจ
เมนูที่คนสั่งบ่อยและเป็นซิกเนเจอร์จริง ๆ คือ Eggs Benedict ไข่ดาวน้ำเยิ้ม ๆ ราดฮอลแลนเดสซอส กับ The Original Roast Breakfast จานใหญ่ที่ให้เลือกไข่ เบคอน เห็ด อะโวคาโด มันฝรั่ง ขนมปังซาวร์โดว์ครบในจานเดียว ส่วนสายหวานต้องลอง French Toast กับวาฟเฟิลที่หน้าตาสวยถ่ายรูปขึ้น รสชาติจากรีวิวส่วนใหญ่บอกว่าทำได้ดี วัตถุดิบแน่น พลาดตติ้งสวย แต่ก็มีบางรีวิวพูดตรง ๆ ว่าบางจานรสชาติแล้วแต่ดวงนิดหน่อย ไม่ได้ว้าวทุกจาน เลยแนะนำให้สั่งเมนูยอดนิยมไว้ก่อนจะปลอดภัยกว่า
บรรยากาศร้านเป็นงานไม้โทนอบอุ่น โปร่ง เพดานสูง มีมุมต้นไม้เขียว ๆ หลายรีวิวบอกว่านั่งแล้วเหมือนไม่ได้อยู่ในห้างไทย ฟีลคาเฟ่เมืองนอก ราคาจัดอยู่กลาง ๆ ค่อนไปทางพรีเมียม จานหลักส่วนใหญ่อยู่หลักร้อยกลาง ๆ ถึงปลาย กาแฟแก้วละ 70 บาทขึ้น บวกเซอร์วิสชาร์จ 10% และ VAT อีก ตกหัวละราว 400–600 บาทถ้าสั่งจานหลัก+กาแฟ มาเป็นมื้อบรันช์เต็ม ๆ
ข้อควรรู้คือช่วงเสาร์-อาทิตย์คนเยอะมาก แม้ร้านจะใหญ่ก็มักต้องรอคิว ใครไม่อยากรอแนะนำมาช่วงเช้าเปิดร้านหรือวันธรรมดา เมนูบรันช์เสิร์ฟถึง 16:00 ส่วนร้านเปิดยาวถึง 4 ทุ่ม (last order 21:15) มีที่จอดรถในห้างฟรี 2 ชั่วโมง รับบัตร มีเมนูภาษาอังกฤษ ที่ร้านดังต่อเนื่องเพราะรวมกาแฟคั่วเองดี ๆ อาหารฝรั่งหน้าตาดี และทำเลในห้างติด BTS ไว้ในที่เดียว มาง่ายไปง่ายจริง
Custard Nakamura
ถ้าพูดถึงเบเกอรี่ญี่ปุ่นย่านพร้อมพงษ์ที่คนญี่ปุ่นแท้ ๆ ต่อคิวซื้อกันตั้งแต่เปิดร้าน ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงคือ Custard Nakamura ร้านขนมปังโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นเล็ก ๆ ในซอยสุขุมวิท 33/1 ที่เปิดมาตั้งแต่ราวปี 1970 จนกลายเป็นเหมือนตำนานของย่านนี้ไปแล้ว เจ้าของเป็นครอบครัวญี่ปุ่น อบขนมสด ๆ วันละหลายรอบ บางวันของหมดก่อนปิดร้านด้วยซ้ำ เหมาะมากสำหรับสายขนมปังญี่ปุ่น คนทำงานแถวเอ็มควอเทียร์ที่อยากได้ของกินติดมือ และนักท่องเที่ยวที่อยากลองรสชาติเบเกอรี่แบบโตเกียวกลางกรุงเทพฯ
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือคัสตาร์ดบันกับคัสตาร์ดพุดดิ้ง ไส้คัสตาร์ดเนื้อเนียนหวานละมุนไม่เลี่ยน ตามด้วยเมลอนปัง (เมล่อนปัง) ที่ผิวกรอบนุ่มกำลังดี ส่วนสายคาวห้ามพลาดแซนด์วิชหมูทอด (คัตสึซันโด) หมูชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบประกบขนมปังนุ่ม ๆ และเมนจิแซนด์วิช (หมูสับผสมหัวหอม) ที่หากินที่อื่นยาก ใครชอบหวานสดชื่นลองแซนด์วิชสตรอว์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รีลูกโต ๆ กับครีมเบา ๆ ไม่หวานจัด ของขึ้นชื่ออื่นก็มีชูครีม โครเกะหอมใหญ่หมูสับ ขนมปังแกง และโรลช็อกโกแลต รวมแล้วในร้านมีให้เลือกเป็นร้อยอย่าง
รีวิวส่วนใหญ่ไปทางเดียวกันว่า "คุณภาพญี่ปุ่นในราคาเป็นมิตร" ขนมปังชิ้นเล็กเริ่มต้นหลักสิบ คัสตาร์ดบันราว 30 บาท พุดดิ้งราว 50 บาท แซนด์วิชหมูทอดและเมนจิอยู่ราว ๆ 60–145 บาท แซนด์วิชสตรอว์เบอร์รีราว 100 บาท หลายคนบอกว่าวัตถุดิบดี นำเข้าจากญี่ปุ่น อบสดจริง และคุ้มค่ามาก จึงไม่แปลกที่ร้านได้รางวัล Wongnai Users' Choice หลายปีติด และคนแน่นเกือบทุกช่วงเวลา
ข้อควรรู้ก่อนไปคือร้านขนาดเล็กมากและเป็นแบบซื้อกลับอย่างเดียว ไม่มีที่นั่งและไม่มีที่จอดรถ ช่วงคนเยอะจะเบียดและเดินเลือกของลำบากนิดหน่อย วิธีง่ายสุดคือนั่ง BTS มาลงพร้อมพงษ์แล้วเดินเข้าซอย 33/1 ไปประมาณ 150 เมตร ร้านอยู่ขวามือ เปิดทุกวัน 09:00–21:00 น. ใครอยากได้เมนูยอดนิยมครบ ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าถึงสาย เพราะของอบใหม่กำลังออกและยังไม่หมดเร็วเหมือนช่วงเย็น
Appia
ถ้าพูดถึงร้านอิตาเลียน "ต้นตำรับโรมัน" ในกรุงเทพฯ ชื่อ Appia ในซอยสุขุมวิท 31 ย่านพร้อมพงษ์มักจะถูกพูดถึงเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2013 โดยเชฟเจ้าของ Paolo Vitaletti ที่โตมาในครอบครัวคนขายเนื้อข้างถนน Appian Way ในกรุงโรม เลยเอาสูตรบ้าน ๆ แบบ trattoria แท้ ๆ มาทำที่นี่ เหมาะกับคนที่อยากกินอิตาเลียนจริงจัง ไม่ใช่พาสต้าครีม ๆ ตามห้าง และอยากได้มื้อค่ำพิเศษกับคู่รักหรือครอบครัว
เมนูที่ต้องสั่งคือ Porchetta หมูม้วนย่างหนังกรอบ สอดไส้เฟนเนล กระเทียม โรสแมรี ย่างช้า ๆ จนเนื้อนุ่มฉ่ำ หลายรีวิวบอกว่าหนังกรอบและเนื้อชุ่มจริง บางคนชมว่าเป็นหมูที่ฉ่ำและหอมที่สุดที่เคยกิน อีกพระเอกคือ พาสต้าทำมือ ทั้งคาโบนาราโรมันและเส้นทรัฟเฟิล-แอนโชวี กับ Chicken Liver Crostini ตับไก่บดที่แทบทุกโต๊ะสั่ง ใครชอบซีฟู้ดมีริซอตโตกุ้งแดงมาซาราและหอยให้ลองด้วย
เสียงส่วนใหญ่ไปทางวัตถุดิบสดและรสชาติแบบ "เหมือนนั่งกินที่อิตาลี" คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากเกือบพันรีวิว แต่มีข้อสังเกตจริงที่ควรรู้ คือบางจานออกเค็มไปหน่อยและความสม่ำเสมอไม่เท่ากันทุกครั้ง ราคาก็จัดว่าสูง ส่วนใหญ่ตกราว 800–1,500 บาทต่อคน ยังไม่รวมไวน์ ของเด่นบางอย่างอย่างริซอตโตกุ้งแดงราคาแตะหลักพันปลาย ๆ
ตัวร้านเป็นห้องเล็กตกแต่งอบอุ่นแบบ trattoria มีโซนในร่ม นอกร่าน และห้องส่วนตัวชั้นบน ข้อเสียที่หลายคนพูดตรงกันคือโต๊ะชิดและเสียงดังตอนคนแน่น ทำเลอยู่ลึกในซอยสุขุมวิท 31 เดินจาก BTS พร้อมพงษ์หรือ MRT สุขุมวิทได้ แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้าเพราะคนเยอะเกือบทุกวัน โดยเฉพาะมื้อค่ำสุดสัปดาห์
🛏️ พักค้างย่านพร้อมพงษ์ กินได้หลายมื้อไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากกินให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างแถวพร้อมพงษ์-สุขุมวิทสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่ในรัศมีเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ EmQuartier และ Emporium เดินถึงร้านดังในซอย 31, 33 และ 26 ได้เกือบหมด ตกเย็นเดินออกไปไล่กินตามซอย แล้วกลับมานอนได้สบายไม่ต้องเดินทางไกล มีตั้งแต่โรงแรมระดับกลางย่านสุขุมวิทไปจนโรงแรมหรูติดห้าง เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
Isao
ถ้าพูดถึงร้านซูชิฟิวชันในตำนานของย่านพร้อมพงษ์ ชื่อ Isao ในซอยสุขุมวิท 31 ต้องมาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านเล็ก ๆ สองชั้น เปิดมานานหลายปีจนกลายเป็นที่กล่าวขวัญ เจ้าของเคยไปร่ำเรียนวิชาทำซูชิจากเชฟร้านดังที่ชิคาโกมา เลยได้สไตล์ซูชิม้วน (roll) แบบอเมริกัน-ญี่ปุ่นที่หน้าตาจัดจ้านและซอสรสจัดมาเต็ม เหมาะมากกับคนที่ไม่ได้อินอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจ๋า ๆ แต่ชอบอะไรที่กินสนุก เคี้ยวมัน ๆ มีลูกเล่น และถ่ายรูปออกมาสวย ใครเป็นสายมังสวิรัติก็มาได้สบายใจ เพราะที่นี่มีโรลผักและเมนูเจให้เลือกเยอะกว่าร้านญี่ปุ่นทั่วไปจริง ๆ
เมนูที่ต้องสั่งคือ "Jackie" โรลตัวหนอนคาเตอร์พิลลาร์ในตำนานของร้าน ม้วนกุ้งเทมปุระกับไข่กุ้งและอะโวคาโดไว้ข้างใน แล้วเรียงกุ้งวางทับด้านบนจนเป็นรูปตัวหนอนน่ารัก ราดซอสพิเศษ กัดทีนึงได้ทั้งความกรอบของเทมปุระและความนุ่มของกุ้งพร้อมกัน อีกตัวที่คนสั่งกันเยอะคือ Volcano สแกลลอปอบครีมในเปลือกหอยร้อน ๆ, Lava Maki, Sushi Sandwich (ทูน่า-แซลมอนดิบประกบข้าว) และ Crunchy โรลเทมปุระกรอบ ๆ ส่วนสายผักลองได้ทั้ง Veggie Maki, Oshinko และเทมปุระผักชุด รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าทุกโรลซอสกลมกล่อม วัตถุดิบสด หน้าตาจัดเต็ม
บรรยากาศเป็นร้านเล็กสบาย ๆ ไม่หรู พนักงานบริการดีและพูดอังกฤษได้ เมนูมีสองภาษา สั่งง่ายสำหรับชาวต่างชาติ ราคาถือว่ากลาง ๆ ถึงสูงนิด ๆ โรลซับซ้อนอยู่ราว 350–600 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 500–1,000 บาทขึ้นไป หลายคนบอกว่า "แพงแต่คุ้ม" ทำเลเดินจาก BTS พร้อมพงษ์เข้าซอย 31 ไปราว 150 เมตร อยู่ซ้ายมือ เปิดสองรอบ กลางวัน 11:00–14:30 และเย็น 17:00 เป็นต้นไป จอดรถได้ที่โรงแรม S31
ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ทำซูชิฟิวชันลูกเล่นเยอะในกรุงเทพ คะแนน Google สูงถึง 4.6 จากรีวิวหลักพัน ข้อควรรู้คือร้านคนแน่นเกือบทุกคืนและที่นั่งจำกัด ช่วงเย็นวันศุกร์-เสาร์มักต้องรอคิว ใครไม่อยากเสี่ยงแนะนำให้โทรจองก่อน บางโรลอย่าง Jackie ใช้เวลาทำนานหน่อยเพราะประดิดประดอย รอได้คุ้มแน่นอน
เก็ดถะหวา (Gedhawa)
ถ้าอยากกินอาหารเหนือแบบลานนาแท้ ๆ กลางสุขุมวิทโดยไม่ต้องบินไปเชียงใหม่ เก็ดถะหวา คือร้านที่คนพร้อมพงษ์พูดถึงกันมากว่า 30 ปี ชื่อร้านแปลว่าดอกพุดซ้อนในภาษาเหนือ ตัวร้านซ่อนอยู่ในตึก Taweewan Place ปากซอยสุขุมวิท 33 เดินจาก BTS พร้อมพงษ์ราว 600 เมตร เป็นบ้านไม้เก่าตกแต่งสไตล์ล้านนา ไม้สีเข้ม ผ้าทอแขวน ของสะสมเต็มผนัง มีโต๊ะแค่สิบกว่าตัว อบอุ่นเหมือนมากินข้าวบ้านญาติทางเหนือ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบสบายมีแอร์ หนีความวุ่นวายของสุขุมวิทมานั่งกินข้าวยาว ๆ
เมนูที่ต้องสั่งคือ ข้าวซอยไก่ น้ำซุปออกใส ๆ หอมเครื่องแกง ไม่เลี่ยนกะทิ มาพร้อมน่องไก่นุ่ม ๆ เส้นทอดกรอบโปะหน้า หลายรีวิวบอกว่ารสใกล้เคียงข้าวซอยเชียงใหม่มาก ตามด้วยออเดิร์ฟลานนา จานรวมที่ได้ทั้ง ไส้อั่ว สมุนไพรแน่น น้ำพริกหนุ่ม และแคบหมู เหมาะสั่งมาแกล้มข้าวเหนียวกันหลายคน ใครชอบของแปลกห้ามพลาด คั่วเห็ดเผาะ (แกงเห็ดถอบ) ที่มีเฉพาะหน้าฝน และ ไข่กับหมูพะโล้ เมนูซื่อ ๆ แต่กลมกล่อม ส่วนลาบคั่วกับแกงฮังเลก็เป็นของขึ้นชื่อที่สั่งกันทุกโต๊ะ
ราคาเป็นมิตรมาก จานหลักส่วนใหญ่อยู่ราว 130–180 บาท ข้าวซอยไก่ 130 บาท ออเดิร์ฟลานนาราว 380 บาท ไม่มีชาร์จ ไม่มีค่าเปิดขวด รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอร่อยทุกจานและไม่ปรับรสให้หวานเอาใจฝรั่ง จุดที่ทำให้ร้านดังในหมู่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี และชาวต่างชาติ คือรสกลาง ๆ ไม่เผ็ดจัด มีเมนูภาษาอังกฤษ พนักงานบริการดี เลยเป็นร้านแรก ๆ ที่หลายคนแนะนำให้คนเพิ่งหัดกินอาหารเหนือมาลอง
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเล็กโต๊ะน้อย ช่วงมื้อกลางวันและเสาร์-อาทิตย์คนเยอะ มากันหลายคนควรโทรจองล่วงหน้า ร้านเปิดอังคาร-เสาร์ (จันทร์เปิดบางช่วง) ราว 11.00–14.00 และ 17.00–21.30 ปิดวันอาทิตย์ บางจานเป็นของตามฤดูกาลอย่างเห็ดเผาะที่มีเฉพาะหน้าฝน ถ้าอยากกินครบควรถามพนักงานว่าวันนั้นมีอะไรบ้าง
Sri Trat Restaurant & Bar (ศรีตราด)
ถ้าอยากกินอาหารตะวันออกแบบจังหวัดตราดแท้ ๆ ในกรุงเทพ ศรีตราด (Sri Trat) คือร้านที่คนพูดถึงมากที่สุดร้านหนึ่ง เปิดมาตั้งแต่ปี 2017 โดยคุณแอ๊ค–คุณต่าย สองสามีภรรยาที่หยิบสูตรของคุณแม่ชาวตราดมาทำเสิร์ฟ ได้รางวัล Michelin Bib Gourmand หลายปีติด ตัวร้านเป็นวิลล่าเก่าผนังอิฐโชว์แนว มีบาร์ลาวจน์ภาพวาดดอกกุหลาบใหญ่ บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านคนใต้-คนตะวันออก เหมาะทั้งมื้อครอบครัว มื้อพาแขกต่างชาติ และมื้อค่ำจิบเครื่องดื่มสบาย ๆ
เมนูที่ทุกโต๊ะแทบสั่งคือ หมูชะมวง แกงพื้นบ้านรสเปรี้ยวนำหวานจากใบชะมวง เคี่ยวหมูจนเปื่อย หลายรีวิวบอกว่า "อมเปรี้ยวนำหวาน รสลงตัว" เป็นจานที่ห้ามพลาด ตามด้วย ทอดมันปลาอินทรีเค็มตราด (ทอดหมูบดปลาอินทรีเค็ม) เค็ม-มัน-หอม กินเพลินกับข้าวสวยร้อน ๆ, ผัดเนื้อปูพริกหยวก เนื้อปูก้อนโต ผัดพริกหยวกหอมไม่เผ็ดจัด และ ผัดไก่พริกกะเหรี่ยง ที่ได้กลิ่นพริกกะเหรี่ยงฉุน ๆ แบบอาหารบ้าน ๆ จริง ใครชอบของทะเลมีหลนปูไข่ เมี่ยงกุ้งใบชะพลู และปลาเห็ดโคนทอดขมิ้นให้ลองด้วย
รสชาติโดยรวมคือไทยจัดจ้านแต่กลมกล่อม คนตราดขึ้นชื่อเรื่องอาหารออกหวานนำนิดหน่อย ใครไม่ชอบหวานบอกพนักงานได้ บริการเป็นกันเองและช่วยแนะนำเมนูให้แขกต่างชาติได้ดี ราคากลาง ๆ ค่อนไปทางพรีเมียมเล็กน้อย เฉลี่ยราว 500–1,000 บาทต่อคน จานเด่นส่วนใหญ่อยู่ราว 200–300 บาท เมนูทะเลใหญ่ ๆ ขยับขึ้นไปหน่อย
ทำเลอยู่ที่ 90 ซอยสุขุมวิท 33 (คลองตันเหนือ เขตวัฒนา) เดินจาก BTS พร้อมพงษ์ราว 12–15 นาที หรือนั่งวินต่อสะดวกกว่า มีวาเลต์พาร์กกิ้งให้ เปิดทุกวันประมาณ 11:00–22:30 (ครัวปิดรับออร์เดอร์ราว 21:30) ข้อควรรู้คือร้านคนเยอะและจองเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะมื้อเย็นวันหยุด ควรโทรจองล่วงหน้า และช่วงพีคอาจเสียงดังคึกคักพอสมควร แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ของร้านที่ทำให้คนกลับมาซ้ำเรื่อย ๆ
Peppina (สาขาสุขุมวิท 33)
ถ้าถามคนกรุงเทพฯ ว่าพิซซ่านาโปลีเจ้าไหนของจริง ชื่อ Peppina สาขาสุขุมวิท 33 มักโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ ที่นี่คือสาขาแฟลกชิปต้นตำรับ เปิดมาตั้งแต่ปี 2014 และเป็นร้านเดียวในไทยที่ได้การรับรองจาก AVPN (สมาคมพิซซ่านาโปลีแท้แห่งอิตาลี) เตาอบฟืนก็สั่งทำจากช่างที่เนเปิลส์แล้วขนข้ามน้ำข้ามทะเลมาเอง ใครที่ตามหาพิซซ่าแป้งบาง ขอบฟูพองมีรอยไหม้เป็นจุด ๆ แบบที่กินที่อิตาลีจริง ๆ ร้านนี้คือที่ที่ควรมา เหมาะกับคู่เดต กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวที่อยากนั่งยาว ๆ กินกันหลายจาน
เมนูที่ต้องสั่งคือ Margherita ซอสมะเขือเทศ San Marzano กับมอสซาเรลลา เรียบง่ายแต่วัดฝีมือแป้งและเตาได้หมด หลายรีวิวบอกตรงกันว่าแป้งของที่นี่หอม นุ่ม เคี้ยวหนึบกำลังดี เป็นสูตรเฉพาะที่หากินที่อื่นยาก อีกตัวที่คนพูดถึงเยอะคือ Truffle pizza กลิ่นหอมจัด และ Peppina Pizza ที่ใส่ไส้กรอกโฮมเมดของร้านเอง ส่วนของกินเล่นอย่างพาเต้ตับไก่กับขนมปังเปรี้ยว และพาสต้า Paccheri แก้มหมู ก็ได้คำชมว่าทำมาดีไม่แพ้พิซซ่า
เรื่องราคาบอกตรง ๆ ว่าไม่ใช่ร้านงบประหยัด พิซซ่าหน้าพื้นฐานเริ่มราว ฿390 ตัวพรีเมียมแตะ ฿500 ปลาย ๆ ต่อถาด เฉลี่ยมื้อนึงตกหัวละ ฿450–700 แต่ส่วนใหญ่มองว่าคุ้มกับวัตถุดิบนำเข้าและรสที่ได้ ข้อสังเกตจากรีวิวคือช่วงพีคคนแน่นมาก คิวยาว และบางครั้งแป้งฐานนิ่มไปจนออกแฉะถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน แนะนำให้กินตอนร้อน ๆ ทันที
ทำเลอยู่ปลายซอยสุขุมวิท 33 (เลี้ยวซ้ายสุดซอย ร้านอยู่ขวามือ) เดินจาก BTS พร้อมพงษ์มาได้ มีที่จอดรถ บรรยากาศร้านสดใสด้วยกระเบื้องและจานสีสันสไตล์อิตาเลียน ครัวเปิดให้เห็นเตาฟืนทำงานจริง เปิดทุกวัน จันทร์–ศุกร์ช่วงเที่ยง 11:30–14:30 และเย็น 17:00–22:30 ส่วนเสาร์–อาทิตย์เปิดยาว 11:00–23:00 ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะเป็นพิเศษ ถ้ามาเป็นกลุ่มควรจองโต๊ะไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
Nihon Saiseisakaba (สาขาสุขุมวิท 26)
Nihon Saiseisakaba สาขาสุขุมวิท 26 คือร้านอิซากายะปิ้งย่างจากโตเกียวที่เอาดีเรื่อง "โมสึยากิ" หรือเครื่องในเสียบไม้ย่างถ่านโดยเฉพาะ เป็นเชนที่มีกว่า 20 สาขาในญี่ปุ่น แล้วมาเปิดสาขาแรกในไทยที่โครงการ Warehouse 26 ในซอยสุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นย่านที่คนญี่ปุ่นอยู่กันเยอะ ร้านนี้เหมาะกับสายกินดื่มที่อยากลองของแปลกแบบ nose-to-tail ใช้หมูทั้งตัวไม่เหลือทิ้ง มากันเป็นกลุ่มเพื่อนสั่งแชร์กันสนุก หรือจะมานั่งเดี่ยวที่เคาน์เตอร์ดูเชฟย่างหน้าเตาก็ได้ฟีลอิซากายะจริง
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือไม้เครื่องในหมูราคาเริ่มหลักสิบ — ตับ (39 บาท) ที่รีวิวชมว่านุ่มไม่มีกลิ่นคาว ย่างกำลังสุกแต่ยังฉ่ำ, ลำไส้ใหญ่ราดซอส (35 บาท), แก้มหมู (49 บาท) และคอหอย (79 บาท) ที่กรอบมัน ได้แค่ 6-7 ไม้ต่อหมูหนึ่งตัว ส่วนสายเนื้อต้องลองซุปลิ้นวัวเคี่ยวน้ำใส (159 บาท) ที่ตุ๋นนานจนเปื่อย จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างคือเชฟถูกส่งไปฝึกที่สาขาญี่ปุ่นหลายเดือน เครื่องในเลยผ่านการล้างและลวกหลายรอบจนแทบไม่มีกลิ่น เสียงรีวิวส่วนใหญ่บอกว่า "ไม้ย่างอร่อยแทบทุกอย่าง" บางคนถึงกับว่ารสใกล้เคียงกินที่ญี่ปุ่นเลย แต่ก็มีบางเสียงบอกว่าอกไก่ค่อนข้างแห้งไปนิด
บรรยากาศตกแต่งด้วยไม้เข้ม โคมไฟกระดาษ ม่านโนเรน และโปสเตอร์ญี่ปุ่นกลิ่นอายโชวะ ขนของแต่งร้านมาจากญี่ปุ่นจริง มีทั้งโซนเคาน์เตอร์นั่งดูเชฟกับโต๊ะสำหรับกลุ่ม ราคาเฉลี่ยตกราว 300-500 บาทต่อคนถ้าสั่งหลายไม้กับเครื่องดื่ม รับบัตรเครดิต ทำเลอยู่ใน Warehouse 26 ปากซอยสุขุมวิท 26 เดินจาก BTS พร้อมพงษ์หรือ MRT ศูนย์ฯ สิริกิติ์ได้ เปิดทุกวัน 17:00-24:00 น. ข้อควรรู้คือช่วงเย็นวันหยุดคนแน่นมาก ควรมาแต่หัวค่ำหรือจองโต๊ะไว้ก่อน และคุมจำนวนไม้ที่สั่งหน่อยเพราะหลายไม้รวมกันบิลขยับเร็ว ใครชอบเครื่องในย่างถ่านสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ที่นี่คือหมุดที่ทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยในย่านการันตี
🍢 ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหารย่านพร้อมพงษ์-สุขุมวิท
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีคนพาไป หรือลงมือทำอาหารไทยเองสักครั้ง ย่านสุขุมวิท-พร้อมพงษ์มีทั้งฟู้ดทัวร์เดินชิมตามซอยกับไกด์ท้องถิ่นและคลาสทำอาหารไทยในครัวจริง จองล่วงหน้าผ่าน Klook และ GetYourGuide ได้สะดวก เทียบราคาและรอบเวลาก่อนไป เลือกแบบที่ใช่ที่สุดสำหรับทริปของคุณ
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านพร้อมพงษ์ กรุงเทพฯ
ร้านหลายแห่งอยู่ในรัศมีเดินจาก BTS พร้อมพงษ์ (Phrom Phong) — EmQuartier กับ Emporium อยู่ติดสถานีเลย ส่วนซอย 31, 33 และ 33/1 เดินเข้าไปไม่ไกล แต่ซอยค่อนข้างยาวและร้อน ช่วงกลางวันเรียก Grab หรือวินมอเตอร์ไซค์ต่อสั้น ๆ สบายกว่า ส่วนร้านในซอย 26 อยู่อีกฝั่งถนนสุขุมวิท ปักหมุด Google Maps ชื่อร้านไว้ก่อนจะหาง่ายสุด
ร้านนั่งและร้านในห้างอย่าง Roast, Appia, Peppina, Sri Trat และ Sorn รับบัตรเครดิตและสแกนจ่ายได้ปกติ · ส่วนร้านสตรีทอย่างรุ่งเรืองตั๋งก๋วยเตี๋ยวหมูและร้านเล็กในซอย ควรพกเงินสดหรือพร้อมเพย์ไว้ มีตู้ ATM ในห้างและตามถนนใหญ่ ร้านระดับพรีเมียมหลายแห่งมีชาร์จเซอร์วิสและ VAT เพิ่มในบิล เช็กท้ายบิลก่อน
ร้านงบเบาอย่างรุ่งเรืองตั๋งและ Custard Nakamura คิวยาวสุดช่วงเที่ยง ไปก่อน 11.30 หรือบ่าย ๆ จะสบายกว่า · ร้านนั่งยอดนิยมอย่าง Appia, Isao และ Peppina เย็นวันศุกร์-เสาร์เต็มเร็ว ควรโทรจอง · ส่วน Sorn ที่นั่งเต็มล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ต้องวางแผนจองแต่เนิ่น ๆ
ร้านสตรีทและจานเดียวไม่ต้องทิป · ส่วนร้านนั่งที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะ หากพอใจบริการ คนไทยมักทิ้งเศษเงินทอนหรือราว 20–50 บาทไว้ · แต่ร้านระดับกลาง-บนหลายแห่งคิดชาร์จเซอร์วิส 10% ในบิลอยู่แล้ว ถ้ามีแล้วไม่จำเป็นต้องทิปเพิ่ม เช็กท้ายบิลก่อน
พร้อมพงษ์เป็นย่านที่ชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นเยอะ ร้านส่วนใหญ่ในลิสต์มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานพอสื่อสารได้ · ร้านสตรีทเก่าแก่อย่างรุ่งเรืองตั๋งก็คุ้นกับลูกค้าต่างชาติดี มีเมนูภาพหรือชี้สั่งได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษามากนัก
เสน่ห์ของพร้อมพงษ์คือมีตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวหลักหกสิบยันเซตมิชลินหลักพัน วางแผนงบให้ดีตามมื้อ — มื้อกลางวันลองของถิ่นงบเบา เก็บมื้อเย็นไว้ให้ร้านนั่งจริงจัง ถ้ามากันหลายคนสั่งแบ่งกันชิมจะคุ้มและได้ลองครบหลายแนวกว่า
วางแผนกินย่านพร้อมพงษ์ให้ครบทุกแนวในวันเดียว
เคล็ดลับคือจัดเป็นรอบตามเวลาและสไตล์ของแต่ละร้าน มื้อกลางวันเริ่มที่ของอร่อยงบเบาก่อน — รุ่งเรือง (ตั๋ง) ก๋วยเตี๋ยวหมู ในซอยสุขุมวิท 26 ซดต้มยำหมูสับน้ำข้นชามละหลักหกสิบ, เก็ดถะหวา ในซอย 33 สำหรับข้าวซอยไก่กับน้ำพริกหนุ่มแบบเหนือ หรือแวะ Custard Nakamura ซอย 33/1 ซื้อคัสตาร์ดบันกับคัตสึซันโดติดมือ ส่วนสายบรันช์ชิล ๆ ก็ขึ้น Roast ที่ชั้น 1 EmQuartier สั่ง Eggs Benedict กับกาแฟคั่วเองมองสวนแนวตั้ง
ส่วนมื้อเย็นค่ำคือเวลาของร้านนั่งจริงจัง ลองจองโต๊ะ Appia ซอย 31 สั่ง Porchetta กับพาสต้าทำมือ หรือ Sri Trat กับเมนูตะวันออกอย่างหมูชะมวงและทอดมันปลาอินทรีเค็มตราด สายพิซซ่าก็มี Peppina เตาฟืนนาโปลี ส่วน Isao สำหรับ Caterpillar roll และ Nihon Saiseisakaba ปากซอย 26 สำหรับโมสึยากิปิ้งย่างดึก ๆ ใครอยากจัดมื้อพิเศษสุดในชีวิตและจองล่วงหน้าได้ก็เล็ง Sorn เซตอาหารใต้ 3 ดาวมิชลินไว้ เดิน BTS มาลงพร้อมพงษ์แล้วต่อ Grab สั้น ๆ เข้าซอยได้เกือบทุกร้าน เวลาเปิด-ปิดบางร้านปรับได้ตามวัน เช็กก่อนไปจะชัวร์กว่า
มากินหลายมื้อในย่านพร้อมพงษ์แบบไม่ต้องรีบ จองที่พักแถวสุขุมวิทใกล้ BTS พร้อมพงษ์ไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — เดินถึง EmQuartier, Emporium และร้านดังในซอย 31-33 ได้เกือบหมด ตื่นมาก็ออกเดินกินมื้อแรกได้เลยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านพร้อมพงษ์-สุขุมวิท เทียบราคา 3 เว็บ