🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถามคนกรุงเทพว่าจะพาเพื่อนไปกินตรงไหนให้ครบรสในโซนเดียว หลายคนนึกถึง "พระราม 9-รัชดา" ขึ้นมาก่อน — ย่านนี้เป็นซีบีดีใหม่ที่ออฟฟิศ ห้างใหญ่ และคอนโดขึ้นเต็มสองข้างถนน พอตกเย็นก็กลายร่างเป็นแหล่งกินที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง รอบ ๆ MRT พระราม 9 ถึงห้วยขวางมีทั้งร้านเก่าแก่ในตึกแถว ร้านอีสาน-เนื้อย่างเปิดดึก ตลาดกลางคืนอย่างจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ไปจนถึงคาเฟ่กาแฟ specialty ในซอยเงียบ ๆ เสน่ห์ของย่านนี้คือกินได้ตั้งแต่จานละไม่กี่สิบบาทไปจนมื้อซีฟู้ดหลักพัน และหลายร้านเปิดถึงดึกรับไลฟ์สไตล์คนทำงานที่เลิกงานค่ำ
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยกาลเวลาและชื่อเสียงจริง ๆ — สมบูรณ์โภชนา ต้นตำรับปูผัดผงกะหรี่ที่อยู่คู่คนกรุงเทพมาตั้งแต่ปี 2512 สาขารัชดาคือหมุดหมายของคนอยากกินปูผัดผงกะหรี่เนื้อแน่นไข่นุ่ม, อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 ตำนานกุ๊กช็อปไหหลำ-ฝรั่งที่สืบสูตรกันมายาวนานจนได้เชลล์ชวนชิม เด็ดที่สตูว์ลิ้นวัวราดเกรวีเสิร์ฟกับมันบด, Holy Shrimp กุ้งถังชื่อดังที่ดังมาจากตลาดรถไฟรัชดาแล้วย้ายมาปักหลักที่จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต และ ลุงเลื่อน ก๋วยเตี๋ยวไก่โบราณห้วยขวางที่ขายมาตั้งแต่ปี 2500 น้ำซุปหวานหอมเคี่ยวจากกระดูกไก่กับหัวไชเท้า ส่วนสายแซ่บ-เนื้อย่างก็มี แซ่บวัน ตำซั่ว, โคขุนคุณทอง, จุ่มแซ่บ LA ตามด้วยอาหารใต้รสจัดที่ เรือนแม่หลุย ติ่มซำเข่งร้อนที่ อร่อยติ่มซำ ห้วยขวาง และปิดท้ายด้วยกาแฟ specialty ที่ Apostrophe's — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มมื้อแรกที่ไหน
สมบูรณ์โภชนา รัชดา (Somboon Seafood Ratchada)
ถ้าพูดถึง "ปูผัดผงกะหรี่" ในกรุงเทพฯ ชื่อแรกที่คนนึกถึงมักเป็น สมบูรณ์โภชนา และสาขารัชดาภิเษก (สี่แยกห้วยขวาง) ก็เป็นหนึ่งในสาขาที่คนแน่นตลอด ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2512 เป็นต้นตำรับปูผัดผงกะหรี่ที่ CNN เคยยกให้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กรุงเทพฯ น่าเที่ยว เหมาะมากสำหรับมื้อครอบครัว มื้อเลี้ยงรับรองแขก หรือพาเพื่อนต่างชาติมาลองอาหารทะเลสไตล์ไทย-จีนแบบที่การันตีด้วยชื่อเสียงหลายสิบปี
เมนูที่ต้องสั่งคือ ปูผัดผงกะหรี่ — เนื้อปูก้อนใหญ่ ก้ามโต ผัดกับซอสผงกะหรี่ไข่นุ่มเนียน หอมเครื่อง รสกลมกล่อมไม่เผ็ดจัด รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าปูสด เนื้อแน่นหวาน และให้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ใครมาเป็นกลุ่มแนะนำให้สั่ง กุ้งแม่น้ำเผา ตัวใหญ่มันเยิ้ม และ ปลากะพงทอดน้ำปลา ที่หลายคนบอกว่านอกกรอบในนุ่ม ส่วนออส่วนกับต้มยำทะเลก็เป็นตัวเสริมที่สั่งกันบ่อย
บรรยากาศเป็นร้านใหญ่สองชั้น สไตล์ภัตตาคารจีนแบบดั้งเดิม โต๊ะกลมหมุนได้ เหมาะกับโต๊ะใหญ่ บริการไว พนักงานเยอะ ทำเลเดินทางง่ายมาก อยู่ติดทางออก 3 ของ MRT ห้วยขวาง เปิดทุกวัน 11:00–22:00 น. ข้อควรรู้คือราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านอาหารทะเลทั่วไป (ประมาณ 400–1,600 บาทต่อคนแล้วแต่สั่ง) ปูผัดผงกะหรี่จานใหญ่อยู่หลักพันต้น ๆ และที่จอดรถมีจำกัดเพราะเป็นอาคารเก่า ถ้ามาช่วงเย็นวันหยุดควรเผื่อเวลาหรือโทรจองโต๊ะไว้ก่อน
เหตุผลที่ร้านนี้ยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลายคือความสม่ำเสมอของรสชาติเมนูซิกเนเจอร์และทำเลที่นักท่องเที่ยวหาเจอง่าย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและไต้หวันที่มักปักหมุดสาขานี้ไว้เป็นมื้อปูที่ต้องมาให้ได้เมื่อมากรุงเทพฯ
อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 (Agave Foomuikee 2)
ถ้าอยากกินอาหาร "กุ๊กช็อป" สไตล์ไหหลำ-ฝรั่งของจริง อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 คือร้านตำนานในซอยพระราม 9 ซอย 7 ที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เริ่มจากพ่อครัวชาวไหหลำที่เคยทำงานในสถานทูตฝรั่ง แล้วเอาสองวัฒนธรรมมาผสมจนกลายเป็นเมนูที่หากินยากในยุคนี้ เหมาะกับคนที่อยากลองรสชาติแบบโบราณดั้งเดิม คนที่คิดถึงอาหารฝรั่งสไตล์รุ่นพ่อแม่ และครอบครัวที่หาที่นั่งสบาย ๆ มีที่จอดรถ
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ สตูว์ลิ้นวัว เนื้อลิ้นนุ่มไม่เหนียว ราดเกรวีรสเข้ม กินกับมันบดหรือขนมปังนุ่ม ๆ รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่า "นุ่ม อร่อย น้ำเกรวีกลมกล่อม" อีกจานที่ไม่ควรพลาดคือ ซี่โครงหมูอบใส่ถั่วลันเตาราดเกรวี และ ยำ/สลัดเนื้อสัน ที่ย่างนอกนุ่มในคลุกน้ำยำเปรี้ยวหวาน ส่วนสายทอดต้องลอง ไก่ทอดสิงคโปร์ ที่หลายคนชมว่าข้างในฉ่ำข้างนอกกรอบมาก ใครชอบซุปลองซุปหางวัวหรือแกงกะหรี่ไก่สูตรเก่าได้
ราคาต่อจานราว 130–270 บาท (สตูว์/สลัดราว 195 บาท) เฉลี่ยต่อคนประมาณ 250–500 บาท ถือว่าคุ้มกับปริมาณที่จัดมาเต็ม บรรยากาศเป็นร้านเก่าแก่กว้าง ๆ ที่นั่งเยอะ ตัวร้านดูมีอายุตามกาลเวลา ไม่ได้หรูหรา แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของร้านรุ่นเก๋า ทำเลอยู่ในซอยพระราม 9 ซอย 7 เขตห้วยขวาง เดินจาก MRT พระราม 9 ราว 10 นาที (ราว 500 เมตร) เปิดทุกวัน 10:00–20:00
ที่คนยังตามมากินไม่ขาดเพราะเป็นร้านเชลล์ชวนชิมที่อยู่คู่ย่านนี้มากว่า 90 ปี และรสชาติยังรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ ข้อควรรู้ก่อนไป: ช่วงพีคคนเยอะและพนักงานไม่เยอะ บริการอาจช้าหน่อย ใจเย็น ๆ รอได้คุ้ม และเมนูเด่นจะวนอยู่ที่อาหารกุ๊กช็อปเป็นหลัก ถ้าอยากกินของขึ้นชื่อแนะนำสั่งสตูว์ลิ้นวัวกับซี่โครงหมูอบเป็นหลักไว้ก่อน
Holy Shrimp จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต
ถ้าเดินเข้าจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต แล้วเห็นโต๊ะที่เทกองกุ้ง หอย ปลาหมึกคลุกซอสสีส้มลงบนกระดาษกลางโต๊ะ มือทุกคนสวมถุงพลาสติกจิ้มกินกันมันส์ ๆ นั่นแหละร้าน Holy Shrimp ร้านกุ้งถังสไตล์หลุยส์เซียน่า (Cajun) เจ้าเก่าตั้งแต่สมัยตลาดนัดรถไฟรัชดาปี 2015 ที่ย้ายมาเปิดล็อกติดหน้าปราสาทแดนเนรมิต ใครชอบกินซีฟู้ดแบบลุย ๆ ไม่ต้องรักษาภาพ มากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือคู่รักสายกิน บอกเลยว่ามาถูกร้าน
เมนูที่ต้องสั่งคือ Holy Shrimp Catch ถังรวมกุ้ง หอยแมลงภู่ ปลาหมึก ข้าวโพด มันฝรั่ง คลุกซอสสูตรเฉพาะของร้านมาเสิร์ฟร้อน ๆ จุดเด่นคือเลือกระดับความเผ็ดได้ตั้งแต่อ่อน กลาง ไปจนเผ็ดจัด รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าซอสเข้มข้นหอมกระเทียมและเนย รสจัดจนแทบไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งสด ตัวใหญ่กำลังดี ใครชอบของทอดก็มีปลาหมึกทอดกรอบ หัวหอมทอด ขนมปังกระเทียมไว้กินแกล้มเพิ่มได้
ราคาต่อหัวประมาณ 250–500 บาท ถังซิกเนเจอร์อยู่ราว ๆ 479 บาท แชร์กันได้ 2–3 คนสบาย ๆ ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับซีฟู้ดคลุกซอสปริมาณแน่น ๆ ทำเลอยู่ในจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ฝั่งห้าแยกลาดพร้าว เดินจาก BTS ห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 4 หรือสถานีพหลโยธิน 24 ราว 500–650 เมตร เปิดช่วงเย็นถึงดึกทุกวันตามเวลาตลาด เหมาะกับมื้อค่ำ-ดึกพร้อมวิวปราสาทไฟประดับเป็นฉากหลัง
ที่ร้านนี้ยอดนิยมเพราะเป็นต้นตำรับกุ้งถังที่อยู่มานานก่อนกระแสจะบูม คนเลยตามมากินถึงสาขาใหม่ ข้อควรรู้นิดหน่อยคือช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ อาจต้องต่อคิวสักพัก รสซอสค่อนข้างจัดและออกเค็ม-เผ็ด ใครไม่กินเผ็ดให้สั่งระดับอ่อนไว้ก่อน และเตรียมทิชชูกับน้ำดื่มให้พร้อม เพราะกินมือเลอะแน่นอน แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ของร้านนี้
ลุงเลื่อน ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวไก่โบราณ ห้วยขวาง
ถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวไก่ตำนานย่านห้วยขวาง ชื่อ "ลุงเลื่อน ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวไก่โบราณ" มาแทบจะเป็นชื่อแรก ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 จากรุ่นคุณทองเลื่อน ส่งต่อมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นรุ่นที่สาม รวมแล้วกว่า 60 ปี เหมาะมากสำหรับคนที่ตามหาก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรเก่าแบบที่หากินยากขึ้นทุกที หรือใครที่มาเที่ยวกินย่านรัชดา-ห้วยขวางแล้วอยากได้มื้อเที่ยงหรือมื้อค่ำง่าย ๆ ที่อิ่มจริงในงบไม่กี่สิบบาท
พระเอกของร้านคือ "ก๋วยเตี๋ยวไก่น้ำ" น้ำซุปออกขุ่น ๆ ที่เคี่ยวจากกระดูกไก่กับหัวไชเท้านาน ๆ จนได้ความหวานหอมแบบธรรมชาติ ไม่ต้องพึ่งผงชูรสมาก รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่าน้ำซุป "กลมกล่อม" หอมกลิ่นไก่ชัด ส่วนเนื้อไก่นุ่มชิ้นใหญ่ มีให้เลือกทั้งสะโพก ปีก เครื่องใน อีกจานที่คนสั่งกันเยอะคือ "ก๋วยเตี๋ยวไก่ทอด" ไก่ทอดกรอบ ๆ มาในชาม จุดที่ร้านนี้ต่างจากเจ้าอื่นคือใส่กะหล่ำปลีซอยบางแทนถั่วงอก กินแล้วได้ความสดกรอบไม่เลี่ยน
ราคาเริ่มต้นชามละราว 60-85 บาท ส่วนเมนูพิเศษอย่างเกาเหลารวมหรือต้มยำหม้อไฟจะขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยต้น ๆ ถือว่าคุ้มกับปริมาณที่จัดมาเต็มชาม ตัวร้านเป็นห้องแถวเล็ก ๆ บรรยากาศบ้าน ๆ โต๊ะไม่เยอะ เน้นกินเร็วมากกว่านั่งชิล อยู่ที่ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 5 ตรงข้ามอพาร์ตเมนต์พรทิพย์ ห่างจาก MRT ห้วยขวางแค่ราว 300 เมตร เดินถึงสบาย เปิดทุกวันตั้งแต่ราว 09:30 ถึงค่ำ
ข้อควรรู้นิดหน่อย เส้นบะหมี่บางรอบมีรีวิวว่าค่อนข้างนิ่ม ถ้าชอบเส้นแข็งหน่อยลองสั่งบอกแม่ค้าได้ และเพราะเป็นร้านดังเก่าแก่ ช่วงพักเที่ยงคนแน่นพอสมควร มาเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนจะได้นั่งสบายกว่า ที่จอดรถมีจำกัดเพราะอยู่ในซอย แนะนำมา MRT จะง่ายที่สุด
อร่อยติ่มซำ ห้วยขวาง
ใครเป็นชาวห้วยขวางหรือเคยเดินออกจาก MRT ห้วยขวางฝั่งพระพิฆเนศ น่าจะคุ้นชื่อ "อร่อยติ่มซำ" อยู่บ้าง ร้านนี้เป็นติ่มซำเจ้าเก่าแก่สไตล์ฮ่องกงที่อยู่คู่ย่านนี้มานาน จุดขายคือติ่มซำเข่งร้อน ๆ เริ่มต้นเข่งละ 19 บาท (สั่ง 3 เข่งขึ้นไป) นึ่งใหม่เสิร์ฟร้อน มีน้ำซุปใส ๆ มาให้ซดเล่นแก้เลี่ยน เหมาะมากสำหรับคนชอบกินมื้อเช้าแบบจีน คนทำงานแถวรัชดา-พระราม 9 ที่อยากหาอะไรง่าย ๆ อิ่มท้อง หรือสายดึกที่หิวหลังเที่ยง เพราะร้านเปิดยาวไปถึงดึก (บางช่วงเคยเปิด 24 ชั่วโมง)
เมนูต้องสั่งที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ เสี่ยวหลงเปา ที่แป้งบาง น้ำขังในตัว ฮะเก๋ากุ้งเด้ง ขนมจีบหมู และของทอดอย่างเผือกทอดที่นอกกรอบในนุ่ม หลายคนบอกตรงกันว่าของทอดกับเสี่ยวหลงเปาคือพระเอกของร้าน ส่วนติ่มซำนึ่งบางอย่างรสกลาง ๆ พอกินได้ ใครมาเป็นกลุ่มแนะนำสั่งกระจายหลายเข่งแล้วแชร์กัน คุ้มและได้ลองหลายอย่าง
อีกไม้เด็ดที่ทำให้ร้านนี้มีคนพูดถึงไม่ขาดคือสุกี้บุฟเฟต์ หัวละ 199 บาท (ราว 2 ชั่วโมง เติมน้ำซุปเพิ่มจานละ 20 บาท) เลือกซุปได้ทั้งน้ำใสต้นตำรับและซุปน้ำดำ ซึ่งซุปดำนี่แหละที่รีวิวชมว่าหอม ไม่เค็ม อร่อยกว่าหลายร้าน มีหมู เบคอน ตับ กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น ผัก เห็ด เต้าหู้ให้เลือก น้ำจิ้มสุกี้รสกลมกล่อม คนชอบกินสุกี้แบบคุ้ม ๆ ไม่เน้นหรูจะถูกใจ
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านหน้าตาเรียบง่ายติดถนน ไม่ได้ตกแต่งหรู โต๊ะไม่แออัดนั่งสบาย แต่ที่จอดรถหายากมาก ถ้าขับรถมาส่วนใหญ่ต้องไปจอดฝั่ง MRT ห้วยขวางหรือในซอยตรงข้าม มาด้วยรถไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์จะสะดวกสุด อีกอย่างคือร้านรับเฉพาะเงินสด ไม่รับโอน เตรียมเงินสดมาให้พร้อม ช่วงพีคคนเยอะพนักงานอาจบริการช้าบ้าง แต่ด้วยราคาที่เบาและรสชาติที่คนแถวนี้การันตี ก็ยังเป็นร้านที่หลายคนวนกลับมากินซ้ำไม่เลิก
🛏️ พักค้างย่านพระราม 9-รัชดา กินดึกได้ไม่ต้องรีบกลับ
ถ้าอยากกินให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างย่านพระราม 9-รัชดาสักคืนคุ้มกว่ามาก — โรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์หลายแห่งอยู่รอบ MRT พระราม 9 เดินถึงเซ็นทรัล พระราม 9, จ๊อดแฟร์ รัชดา และร้านดังในลิสต์ได้สะดวก กินดึกเสร็จก็เดินกลับที่พักได้สบาย มีตั้งแต่โรงแรมราคาคุ้มไปจนเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีครัวเหมาะพักยาว เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
แซ่บวัน ตำซั่ว Original (สาขารัชดา)
ถ้าพูดถึงส้มตำเจ้าดังย่านรัชดา ชื่อ "แซ่บวัน ตำซั่ว" สาขาดั้งเดิมตรงข้ามเดอะ สตรีท รัชดา (เดิมคือฝั่งบิ๊กซีรัชดา) คือร้านที่คนแถวนี้นึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เป็นร้านอีสานเปิดมานานจนกลายเป็นหมุดหมายของย่านพระราม 9-รัชดา เหมาะกับคนที่อยากกินส้มตำ-ไก่ย่างรสจัดแบบจริงจัง มากันเป็นกลุ่มหลังเลิกงานหรือมื้อค่ำกับเพื่อน ร้านเป็นแบบเปิดโล่ง (open air) ใต้ทางด่วน โต๊ะเยอะ รับกรุ๊ปใหญ่ได้สบาย เดินทางง่ายมาก ลง MRT ศูนย์วัฒนธรรม ทางออก 1 เดินไม่ไกลก็ถึง
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ตำซั่ว" ซึ่งเป็นพระเอกประจำร้าน — ส้มตำที่คลุกเส้นขนมจีนเข้ากับเส้นมะละกอ โรยปลากรอบทอด กากหมู และถั่วงอกมาเต็มจาน หลายรีวิวบอกตรงกันว่ารสจัดจ้านสมชื่อร้าน เผ็ด-เปรี้ยว-เค็มมาครบ อีกจานที่คนชมเยอะคือ "ไก่ย่าง" หมักเครื่องเทศ เนื้อนุ่มหนังกรอบหอม ส่วน "ยำปลาดุกฟู" ก็เป็นอีกตัวที่รีวิวพูดถึงบ่อย มีคนตั้งข้อสังเกตว่า "รู้เลยน้ำมันใหม่ สีไม่ดำ" ปลาฟูกรอบไม่อมน้ำมัน และ "คอหมูย่าง" ที่สั่งคู่ข้าวเหนียวกินเพลิน ใครชอบเส้นลองเส้นหมี่กากหมูได้
ราคาเป็นกลาง ๆ ต่อหัวส่วนใหญ่อยู่ราว 120-250 บาท จานยำ-ผัดทั่วไปประมาณ 60-150 บาท ซีฟู้ดขยับขึ้นไปหน่อย หลายรีวิวบอกว่า "ราคาเหมาะสม" กับปริมาณและรสชาติ บนวงษ์ ส้มตำรัชดา เปิดทุกวันราว 09:00-22:30 น. (วันอาทิตย์ปิดเร็วขึ้นเล็กน้อย) จึงนัดได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ-ดึก คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ราว 3.8 และติดอันดับต้น ๆ ของร้านส้มตำ/อีสานในกรุงเทพ ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนแน่นคือเป็นเจ้าเก่าที่รสจัดสม่ำเสมอและอยู่ใจกลางย่านออฟฟิศรัชดา
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเป็นแบบเปิดโล่งมีหลังคาแต่ไม่มีกระจก วันไหนอากาศร้อนจะอุ่นหน่อยถึงจะมีพัดลมให้ ที่จอดรถในร้านมีจำกัด หลายคนจอดปั๊ม Susco/ปั๊มข้างเคียงแล้วจ่ายราว 30 บาท บางรีวิวติว่าส้มตำบางจานออกหวานไปนิดและปริมาณบางเมนูเทียบกับราคาแล้วดูพอดี ๆ ไม่ได้ล้นจาน แต่ถ้ามาเป็นกลุ่มสั่งหลายอย่างแชร์กันก็คุ้ม และด้วยความที่เป็นสาขาต้นตำรับฝีมือรสแซ่บที่คอส้มตำการันตี ก็ยังเป็นร้านที่ควรแวะถ้าผ่านย่านรัชดา-พระราม 9
โคขุนคุณทอง สาขารัชดา ซอย 4
ร้านโคขุนคุณทอง สาขารัชดา ซอย 4 คือร้านเนื้อย่างเจ้าเก่าแก่ของย่านนี้ที่อยู่ตรงข้ามสถานทูตจีนพอดี เดิมเปิดในชื่อโคขุนคุณทองโพนยางคำ แล้วรีโนเวตเปลี่ยนคอนเซปต์เป็น "Seafood Good Meat" โดยคุณเปิ้ล นาคร เจ้าของร้าน จนตอนนี้ป้ายหน้าร้านขึ้นชื่อ De Moon Bangkok แต่หัวใจยังเป็นเนื้อโคขุนแท้เหมือนเดิม ใครเป็นสายเนื้อบวกซีฟู้ดและอยากได้ร้านนั่งยาว ๆ ตอนเย็นแถวรัชดา-ห้วยขวาง ที่นี่เข้าทางมาก เดินจาก MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือพระราม 9 มาราว 500–600 เมตร มีที่จอดรถเยอะ
เมนูที่คนสั่งกันประจำคือเนื้อโคขุนกระทะร้อนกับสันในหมัก ที่รีวิวจริงบอกตรงกันว่า "นุ่มลิ้นละลายในปาก" ย่างบนกระทะแล้วหอมกลิ่นถ่าน ใครไม่กินเนื้อก็มีคอหมูย่างน้ำตกและหมูหมักให้เลือก ฝั่งซีฟู้ดมีกุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ ปูผัดผงกะหรี่ หอยนางรม ส่วนสายอีสานต้องลองแจ่วฮ้อนหมูเดอมูนหม้อร้อน ๆ ตำถาดปูปลาร้า เสือร้องไห้ และลาบ น้ำจิ้มซีฟู้ดกับจิ้มแจ่วของร้านหลายคนชมว่าช่วยดึงรสได้ดี
บรรยากาศร้านแต่งใหม่สีสันสดใส ดูวัยรุ่นขึ้นกว่าเดิม เปิดเพลงไทยคลอเบา ๆ มีโซนคาราโอเกะให้จองห้องส่วนตัว เหมาะมานั่งกินดื่มกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวแบบสบาย ๆ ราคาต่อหัวอยู่ราว 300–600 บาท ถ้าสั่งกุ้งแม่น้ำหรือซีฟู้ดหนัก ๆ ก็ขยับขึ้นได้ ถือว่าคุ้มกับคุณภาพเนื้อที่ได้ และเป็นเหตุผลที่ร้านนี้มีดารากับอินฟลูฯ แวะมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหมุดเนื้อย่างประจำย่าน
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเฉพาะรอบเย็นถึงดึก 16:00–24:00 ทุกวัน กลางวันไม่เปิด ช่วงคนแน่นบางรีวิวบอกว่าอาหารมาช้าและรสกระทะร้อนเค็มไปนิดถ้าเทียบกับที่อื่น แนะนำโทรจองโต๊ะล่วงหน้าโดยเฉพาะคืนวันศุกร์-เสาร์ และถ้ามากันหลายคนสั่งทั้งเนื้อ-ซีฟู้ด-อีสานมาแชร์กันจะสนุกและคุ้มที่สุด
จุ่มแซ่บ LA รัชดา (Jum Saep LA)
สายแซ่บที่อยู่แถวรัชดา-ห้วยขวางน่าจะคุ้นชื่อ "จุ่มแซ่บ LA" กันดี ร้านอาหารอีสานเปิดโล่งริมถนนรัชดาภิเษกขาเข้า ตั้งอยู่หน้าปั๊มน้ำมันซัสโก้ ตรงข้าม Big C Extra รัชดา เป็นร้านที่คนแถวออฟฟิศและคอนโดละแวกนั้นนึกถึงเวลาอยากกินจิ้มจุ่มแซ่บ ๆ หลังเลิกงาน พระเอกของร้านคือ "จุ่มแซ่บ" หม้อน้ำซุปแซ่บร้อน ๆ ที่เอาไว้จิ้มจุ่มเนื้อ หมู เครื่องในและผัก รสนัวแบบอีสานจัดจ้าน เหมาะกับคนที่อยากนั่งล้อมวงกินยาว ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องแต่งตัว ใครมาโซนนี้แล้วเบื่ออาหารห้างก็แวะลงมานั่งจิ้มจุ่มได้
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะนอกจากหม้อจุ่มแซ่บก็มี "คอหมูย่าง" (ราว 110 บาท) ที่ย่างมาหอม ๆ จิ้มน้ำจิ้มแจ่วแล้วเข้ากัน "ลาบหมู" รสจัดถึงเครื่อง และ "ตำข้าวโพดไข่เค็ม" (ราว 75 บาท) ที่เป็นของขึ้นชื่ออีกจาน หวานมันตัดเค็มกำลังดี สายเนื้อลองน้ำตกคอหมูย่าง (ราว 80 บาท) ส่วนใครชอบครบเครื่องก็มีต้มแซ่บกระดูกอ่อนหมูร้อน ๆ กับส้มตำปลาร้าที่หลายรีวิวบอกว่ารสกลมไม่โขลกกลิ่นแรงจนเกินไป กินคู่ข้าวเหนียวอุ่น ๆ แล้วลงตัว สั่งมาแชร์กันหลายอย่างได้สบายเพราะราคาเป็นกันเอง
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ไปทางชมว่าอาหารรสจัดสมเป็นร้านแซ่บ บริการไว ราคาไม่แพง อยู่ราว 101–250 บาทต่อคน มากันเป็นกลุ่มก็ตกหัวละไม่กี่ร้อย ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือพอร์ชั่นหม้อจุ่มบางรอบมาน้อยกว่าที่คิด คนหิวจัดอาจต้องสั่งของเพิ่ม และเป็นร้านเปิดโล่งกลางแจ้ง (ส่วนใหญ่มีหลังคา บางโต๊ะเกยฟุตบาท) ช่วงค่ำคนแน่นและอยู่ติดถนนใหญ่จึงมีไอร้อนและเสียงรถบ้าง ใครอยากได้แอร์เย็นเงียบ ๆ ที่นี่อาจไม่ใช่ทาง แต่ถ้าชอบบรรยากาศร้านแซ่บริมทางแบบไทย ๆ ก็ถือว่าได้ฟีล
ทำเลเด่นตรงอยู่ติดถนนรัชดาภิเษกพอดี สังเกตง่ายเพราะอยู่ในปั๊มซัสโก้ จอดรถในปั๊มได้ (มีค่าจอดราว 30 บาท) หรือมา MRT แล้วต่อวินก็สะดวก เปิดทุกวันราว 11:00–23:00 น. เน้นมื้อเย็น-ดึก ที่ร้านยอดนิยมต่อเนื่องเพราะรวมของแซ่บครบทั้งจิ้มจุ่ม ส้มตำ ลาบ ย่าง ไว้ในที่เดียว ราคาเข้าถึงง่าย และอยู่จุดที่แวะสะดวกสำหรับคนผ่านรัชดา ใครเป็นสายแซ่บแล้วอยู่โซนนี้ จุ่มแซ่บ LA คือหมุดมื้อค่ำที่ไม่ควรพลาด
เรือนแม่หลุย (Ruean Mae Lui)
เรือนแม่หลุยเป็นร้านอาหารใต้รุ่นเก๋าที่คนพระราม 9-รัชดานึกถึงเป็นชื่อแรก ๆ เวลาอยากกินของใต้รสจัดแบบถึงเครื่อง สาขานี้ตั้งเป็นเรือนไทยชั้นเดียวติดแอร์อยู่หลังเดอะไนน์ พระราม 9 ฝั่งซอยรามคำแหง 24 บรรยากาศร่มรื่นกว่าแบบขึ้นห้าง มีโซนห้องส่วนตัวให้จองได้ เหมาะกับมื้อครอบครัว มื้อรวมญาติ หรือนัดกลุ่มเพื่อนที่อยากกินกับข้าวเยอะ ๆ แบ่งกันหลายจาน เมนูมีให้เลือกเป็นร้อยรายการ ใครเป็นสายอาหารใต้ตัวจริงมาที่นี่แล้วจะเลือกไม่ถูกเลย
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยและพลาดไม่ได้คือ "ปลาทอดขมิ้น" ตัวโต เนื้อแน่น หนังกรอบหอมขมิ้น เป็นจานซิกเนเจอร์ที่เกือบทุกโต๊ะสั่ง ตามด้วยแกงไตปลาเครื่องแน่นเค็มกลมกล่อม คั่วกลิ้งหอมเครื่องแกงเผ็ดร้อนคลุกข้าวเพลิน สะตอผัดกุ้งกะปิหอม ๆ และใบเหลียงผัดไข่ที่ช่วยตัดเผ็ดได้ดี อีกหลายจานที่คอใต้ชอบสั่งคือแกงเหลืองปลากับยอดมะพร้าวอ่อน หมูฮ่อง และน้ำพริกกุ้งสด เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่ตรงกันว่ารสจัดจ้านสมเป็นอาหารใต้แท้ ปลาทอดขมิ้นกับแกงเหลืองทำได้ดีจริง
จุดที่ชอบเป็นพิเศษคือร้านปรับระดับความเผ็ดให้ได้ บอกพนักงานได้เลยว่าขอเผ็ดน้อย เพื่อนต่างชาติหรือคนกินเผ็ดไม่เก่งก็เลยกินตามได้สบาย ราคาแต่ละจานประมาณ 100-400 บาท (ปลาทอดขมิ้นราว 390 บาท) มากันหลายคนเฉลี่ยตกหัวละ 300-500 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับอาหารใต้ถึงเครื่องปริมาณจัดเต็มแบบนี้ ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนมาคือที่จอดรถค่อนข้างจำกัด ถ้ามาช่วงมื้อเย็นวันหยุดควรเผื่อเวลา หรือมารถสาธารณะลง MRT พระราม 9 แล้วต่อรถจะสะดวกกว่า
ร้านเปิดทุกวัน 10:00-22:00 น. ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่หรืออยากได้ห้องส่วนตัวแนะนำให้โทรจองล่วงหน้า มื้อกลางวันวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าและได้ที่จอดง่ายกว่า ใครมองหาอาหารใต้รสจัดในย่านพระราม 9-รามคำแหงที่บรรยากาศนั่งสบายกว่าร้านขึ้นห้าง เรือนแม่หลุยสาขานี้เป็นตัวเลือกที่ลงตัว
Apostrophe's Specialty Café (รัชดา ซอย 3)
ปิดท้ายลิสต์ย่านพระราม 9-รัชดาด้วยร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่คอกาแฟตัวจริงน่าจะถูกใจ — Apostrophe's @ Ratchada3 สาขาแยกออกมาจากร้านต้นตำรับแถวตลาดรวมทรัพย์อโศก เป็นคาเฟ่ specialty โทนขาวมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ซ่อนตัวอยู่ในซอยรัชดา 3 (ซอยสุทธิพร) ติดสถานทูตจีน ร้านไม่ใหญ่ เน้นนั่งจิบกาแฟสบาย ๆ มากกว่าจะมานั่งทำงานยาว ๆ เหมาะกับคนที่อยากแวะดื่มกาแฟดี ๆ ระหว่างวันในย่านที่จราจรหนาแน่น หรือสายคาเฟ่ที่ตามเก็บร้านเมล็ดคัดพิเศษ
พระเอกของร้านคือกาแฟ specialty ที่คัดเมล็ดมาหลายตัวให้เลือก บาริสต้าแนะนำได้ตามรสที่ชอบ เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Iced Hojicha With Milk หอมใบชาคั่วกลมกล่อม หลายคนบอกว่าอร่อยเกินคาด หวานมันลงตัว ส่วนสายกาแฟลองลาเต้เย็นหรืออเมริกาโน่ที่รสชาติเข้มสะอาด อีกตัวที่เป็นซิกเนเจอร์คือ "หอมเทียน" กาแฟนมรมควันเทียนหอม เสิร์ฟคู่ขนมกรอบ ๆ ได้กลิ่นอายเฉพาะตัว (บางคนติดนิดว่ากลิ่นเทียนค่อนข้างแรงกลบรสกาแฟไปบ้าง) มีเมนูไม่มีกาแฟอย่างชาไทย ชาเขียว โกโก้ และขนมอบให้คนไม่ดื่มกาแฟด้วย
ราคาเบา ๆ ส่วนใหญ่อยู่ราว 60–120 บาท เครื่องดื่มดี ๆ ไม่เกินร้อยก็มีให้เลือกหลายตัว จุดที่หลายรีวิวชมตรงกันคือบริการใส่ใจ มีคนเล่าว่าตอนเครื่องดื่มมีปัญหา พนักงานรีบเปลี่ยนให้ใหม่พร้อมแถมบราวนี่ให้ด้วย ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือน้ำแข็งก้อนเล็ก และบราวนี่ (ราว 40 บาท) ชิ้นค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับราคา
เรื่องทำเล ร้านอยู่ติดถนนในซอยและไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ใครขับรถมาต้องเผื่อใจหาที่จอดข้างนอก ถ้านั่งรถสาธารณะหรือเดินมาจะสะดวกกว่า เปิดตั้งแต่เช้าราว 7:30 ถึงเย็น (ปิดประมาณ 17:00 น.) เหมาะแวะมื้อเช้าหรือช่วงบ่าย ที่ร้านยอดนิยมในหมู่คอกาแฟย่านนี้ก็เพราะคุมคุณภาพเมล็ดดี บรรยากาศถ่ายรูปสวย และบริการเป็นกันเอง ข้อควรรู้คือร้านเล็กที่นั่งจำกัด ช่วงคนเยอะอาจต้องรอหรือซื้อกลับ
ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหารย่านพระราม 9-รัชดา
อยากชิมหลายร้านในมื้อเดียวแบบมีคนพาไป หรือลงมือทำอาหารไทยเองสักจาน ลองมองหาฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารในกรุงเทพฯ ผ่าน Klook และ GetYourGuide ไว้ได้ — มีทั้งทัวร์เดินกินตลาดกลางคืนและสตรีทฟู้ดแบบมีไกด์ท้องถิ่นพาตะลุย และคลาสเรียนทำอาหารไทยที่พาเดินตลาดสดเลือกวัตถุดิบก่อนลงมือทำเอง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมอาหารย่านพระราม 9-รัชดา-ห้วยขวางให้ลึกกว่าแค่สั่งจากเมนู
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านพระราม 9-รัชดา กรุงเทพฯ
ร้านหลายแห่งอยู่ในรัศมีรอบ MRT พระราม 9 และห้วยขวาง แต่บางร้านอยู่ลึกในซอยอย่างพระราม 9 ซอย 7 หรือรัชดา ซอย 3-4 ใช้ Grab หรือวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยต่อสั้น ๆ สะดวกและถูก · จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิตอยู่ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว/BTS ห้าแยกลาดพร้าว ปักหมุด Google Maps ชื่อร้านไว้ก่อนเพราะบางซอยป้ายไม่ชัด
ร้านในตลาดอย่าง Holy Shrimp ที่จ๊อดแฟร์ และร้านจานเดียวอย่างลุงเลื่อนหรืออร่อยติ่มซำ มักรับเงินสดหรือพร้อมเพย์ ควรพกแบงก์ย่อยไว้ · ส่วนร้านนั่งใหญ่อย่างสมบูรณ์โภชนา, โคขุนคุณทอง, อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 มักรับบัตรเครดิตและสแกนจ่ายได้
ช่วงเย็นวันศุกร์-เสาร์ตลาดจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิตและร้านดังคนแน่นสุด · ร้านมื้อเที่ยงอย่างลุงเลื่อนของมักหมดก่อนปิด (ราวบ่ายสามถึงสี่โมง) แนะนำไปช่วงสายถึงเที่ยง · ร้านนั่งยาวอย่างสมบูรณ์โภชนาและโคขุนคุณทอง ลองไปก่อน 18.00 หรือหลังสองทุ่มจะนั่งง่ายกว่า
ร้านในตลาดและร้านจานเดียวไม่ต้องทิป · ส่วนร้านที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะ หากพอใจบริการ คนไทยมักทิ้งเศษเงินทอนหรือราว 20–50 บาทไว้ · ร้านใหญ่บางแห่งอาจมีชาร์จเซอร์วิสในบิลอยู่แล้ว เช็กท้ายบิลก่อน
ร้านใหญ่และร้านในห้าง/ตลาดท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์โภชนาและจ๊อดแฟร์มักมีเมนูภาพหรือภาษาอังกฤษ พนักงานพอสื่อสารได้ · ร้านเก่าแก่บางร้านเป็นเมนูไทยล้วน ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปอาหารช่วยสั่งได้ คนขายเป็นกันเอง
เมนูอีสานอย่างแซ่บวัน ตำซั่ว, จุ่มแซ่บ LA, อาหารใต้ที่เรือนแม่หลุย และกุ้งถัง Holy Shrimp รสจัดกว่าที่คิดมาก · ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง บอกพนักงานว่า เผ็ดน้อย (less spicy / mai phet) ตั้งแต่สั่ง · Holy Shrimp เลือกระดับเผ็ดได้เอง เริ่มจากระดับอ่อนก่อนถ้าไม่แน่ใจ
วางแผนกินย่านพระราม 9-รัชดาให้อิ่มครบในวันเดียว
เคล็ดลับคือไล่ตามเวลาเปิดของแต่ละร้าน เพราะย่านนี้มีทั้งร้านมื้อกลางวันและร้านเปิดดึก มื้อกลางวันเริ่มที่ลุงเลื่อน ก๋วยเตี๋ยวไก่โบราณ ห้วยขวาง หรือ อร่อยติ่มซำ ห้วยขวาง ที่กินเบา ๆ ก่อนแล้วเดินย่อย ตามด้วยมื้อจริงจังอย่าง อากาเว่ ฟูมุ่ยกี่ 2 ในซอยพระราม 9 ซอย 7 ที่กินสตูว์ลิ้นวัวกับยำอากาเว่ได้แบบนั่งสบาย ๆ
ส่วนมื้อเย็นถึงดึกย่านนี้คือไฮไลต์จริง — สมบูรณ์โภชนา รัชดา เหมาะเป็นมื้อใหญ่สั่งปูผัดผงกะหรี่กับกุ้งแม่น้ำเผามาแชร์กันเป็นกลุ่ม ส่วนสายแซ่บลุย แซ่บวัน ตำซั่ว, โคขุนคุณทอง รัชดา ซอย 4 หรือ จุ่มแซ่บ LA ที่นั่งยาวจิ้มจุ่มได้สบาย ถ้าอยากกินตลาดกลางคืนแวะ Holy Shrimp ที่จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต จัดกุ้งถังคลุกซอสเลือกระดับเผ็ดเอง แล้วปิดท้ายด้วยกาแฟ specialty ที่ Apostrophe's ในซอยรัชดา 3 · ไปกันหลายคนหรือวันศุกร์-เสาร์ ร้านดังคิวยาว โทรจองหรือไปก่อนเวลาพีคจะสบายกว่า
มากินหลายมื้อในย่านพระราม 9-รัชดาแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักย่านนี้ไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — รอบ ๆ MRT พระราม 9 มีโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เดินถึงเซ็นทรัล พระราม 9 และจ๊อดแฟร์ รัชดา ตื่นมาก็เริ่มมื้อเช้าในย่านได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านพระราม 9-รัชดา เทียบราคา 3 เว็บ