🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าจะให้เล่าเรื่องราชบุรีผ่านจานอาหาร ต้องเริ่มที่ "เมืองเก่า" ริมแม่น้ำแม่กลอง ย่านที่ตึกแถวไม้เก่ายังยืนเรียงราย และตลาดสนามหญ้ากับร้านบะหมี่อายุหลายสิบปีเปิดต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า เดินไม่กี่ก้าวก็เจอก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่เป็ด บะหมี่เกี๊ยวสูตรกวางตุ้ง ไอศกรีมกะทิโบราณที่ขายมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า พอออกนอกเมืองไปทางเพชรเกษมก็เจอร้านปลาเผาตัวใหญ่กับร้านอาหารบรรยากาศดีริมทะเลสาบ แล้วถ้าขับขึ้นไปทางสวนผึ้ง อากาศเย็นกับวิวภูเขาจะพาเจอทั้งร้านอาหารไทยรสจัดและคาเฟ่ฟาร์มเมล่อนสไตล์ญี่ปุ่น เสน่ห์ของราชบุรีคือกินได้ทั้งวันโดยไม่ต้องขับไกล และแต่ละย่านมีของเด็ดเป็นของตัวเอง
หลายร้านในลิสต์นี้คือตำนานจริง ๆ บะหมี่เกี๊ยวก๋ำเช้งและเจ้ไก่บะหมี่ร้อยปีอยู่คู่เมืองราชบุรีมากว่า 80 ปี ทำเส้นไข่และแผ่นเกี๊ยวเองทุกวัน ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่มขึ้นชื่อเรื่องไข่เป็ดต้มยางมะตูมสีน้ำตาลสวยที่หากินที่อื่นยาก เด่นไทยไอศครีมในตลาดสนามหญ้าทำไอศกรีมกะทิไข่หมกมาสี่รุ่น ส่วนสายธรรมชาติ ครัวม่อนไข่กับ CORO FIELD คือหมุดที่คนไปสวนผึ้งแทบทุกคนแวะ และ INLAYA ริมทะเลสาบเกาะพลับพลาก็กลายเป็นจุดนัดกินมื้อเย็นชมพระอาทิตย์ตกของคนราชบุรี มาลองให้ครบแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองโอ่งถึงเป็นเมืองกินดีที่ถูกมองข้ามมานาน
ก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม
ถ้ามาราชบุรีแล้วถามคนแถวนี้ว่าเช้านี้กินอะไรดี ชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม" จะโผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ ร้านเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมาสามรุ่น ตั้งแต่รุ่นคุณยาย คุณแม่ มาถึงคุณแหม่ม ยืนระยะมาหลายสิบปีจนกลายเป็นของกินคู่เมือง พระเอกของร้านคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำใส่ไข่เป็ดต้มยางมะตูม ไข่แดงสีส้มเยิ้ม ๆ วางเด่นกลางชาม พร้อมไข่เจียวฉีกฝอยโรยหน้า เป็นภาพจำที่ใครเห็นก็รู้ทันทีว่าร้านไหน เหมาะมากสำหรับมื้อแรกของวันหรือคนที่อยากลองของอร่อยประจำจังหวัดแบบไม่ต้องตามหานาน
เมนูต้องสั่งคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ น้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวจนหวานกลมกล่อม ปรุงเปรี้ยว-เค็ม-เผ็ดมาให้ลงตัว เติมถั่วป่นกับพริกป่นแล้วได้รสจัดจ้านกำลังดี รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าให้ชิมก่อนปรุง เพราะทางร้านชงรสมาดีอยู่แล้ว เครื่องในชามจัดเต็มทั้งหมูสับ หมูแดง หมูชิ้น และเส้นบะหมี่ไข่เส้นเล็กเหลืองนวลที่หลายคนติดใจ ใครไม่กินก๋วยเตี๋ยวก็มีข้าวพะแนงเนื้อ ผัดไทยกุ้งสด หมูสะเต๊ะ ลูกชิ้นปิ้ง และปลาดุกทอดกรอบให้สั่งเสริม ปิดท้ายด้วยลอดช่องเผือกแตงไทยน้ำกะทิหอม ๆ เย็นชื่นใจ
บรรยากาศร้านเป็นแบบเรือนไม้เก่าให้กลิ่นอายคลาสสิก โต๊ะเยอะ ที่นั่งกว้าง อาหารออกเร็วไม่ต้องรอนาน เลยเหมาะทั้งมานั่งคนเดียวซดร้อน ๆ หรือมากันเป็นครอบครัว ราคาย่อมเยาอยู่ในระดับไม่เกินร้อยบาทต่อชาม จ่ายเบาแต่อิ่มแน่น
ทำเลหาง่าย อยู่บนถนนคฑาธร ติดโรงพยาบาลมหาชัยพร้อมแพทย์ ใกล้ตลาดเทศบาลในเขตเมืองเก่า เปิดตั้งแต่เช้าราว 6 โมงไปจนถึงเย็น ขายทุกวัน ข้อควรรู้คือช่วงสายวันหยุดคนเยอะและร้านปิดบ่ายแก่ ๆ ใครอยากได้ที่นั่งสบาย ๆ แนะนำมาช่วงเช้าจะดีที่สุด จอดรถริมทางหน้าร้านได้ตามสะดวก
บะหมี่เกี๊ยว ก๋ำเช้ง
ถ้าพูดถึงบะหมี่ในตำนานของเมืองราชบุรี ชื่อ "ก๋ำเช้ง" คือร้านแรก ๆ ที่คนเก่าคนแก่จะนึกถึง ร้านนี้อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 เริ่มจากรถเข็นบะหมี่ชามละบาทเดียว จนวันนี้เกือบ 90 ปีก็ยังทำเส้นเองทุกวัน เป็นบะหมี่ไข่เส้นเล็กสไตล์กวางตุ้ง เหนียวหนึบกำลังดี เหมาะกับคนที่อยากกินบะหมี่แท้ ๆ แบบสูตรดั้งเดิม และใครที่แวะมาราชบุรีแล้วอยากเริ่มมื้อแรกด้วยของอร่อยประจำเมือง ที่นี่คือคำตอบ
เมนูที่ต้องสั่งคือ "บะหมี่สามกษัตริย์" จานเด็ดที่รวมหมูแดงย่างเตาถ่าน หมูหวาน และหมูบะช่อไว้ในชามเดียว หมูแดงย่างหอมกลิ่นถ่าน ออกหวานนิด ๆ เครื่องเทศเข้มข้น ส่วนเกี๊ยวเป็นเกี๊ยวหมูตัวโต แป้งบางละมุน ไส้แน่น หลายคนที่ไปกินบอกตรงกันว่าเส้นบะหมี่ทำเองนุ่มเด้งไม่เละ หมูแดงคือพระเอกของร้านจริง ๆ ราคาก็สบายกระเป๋า บะหมี่เกี๊ยวแห้งสามกษัตริย์อยู่ที่ราว 60 บาท เมนูธรรมดาเริ่มต้น 30-40 บาท กินจนอิ่มก็ยังไม่ถึงร้อยบาทต่อคน
อีกอย่างที่ทำให้ร้านนี้พิเศษคือเมนูเฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่ทางร้านจะทำ "บะหมี่เป๊าะ" เส้นแบนใหญ่ทำสดเฉพาะวันนั้น ใครอยากลองต้องจังหวะให้ถูกวัน ตัวร้านเป็นห้องแถวเก่าในย่านตลาดเก่ากลางเมือง ติดสถานีตำรวจเมืองราชบุรี บนถนนนิยมทัศนะ ต.หน้าเมือง บรรยากาศแบบร้านเก่าเรียบง่าย ที่นั่งไม่เยอะ เปิดตั้งแต่เช้าราว 07.00 ถึงบ่าย 15.30 น. ทุกวัน
ข้อควรรู้คือร้านเปิดถึงแค่บ่าย ๆ และของหมดเร็วในวันหยุด อยากกินบะหมี่เป๊าะให้มาช่วงเช้าหน่อย ที่จอดรถมีตามถนนข้างร้าน ด้วยความที่ทำเส้นเอง สูตรเดิมไม่เปลี่ยน บวกกับเป็นร้านที่คนราชบุรีโตมากับรสนี้ ก๋ำเช้งเลยกลายเป็นหมุดหมายที่ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนกันไม่ขาด
เด่นไทยไอศครีม
เด่นไทยไอศครีม คือร้านไอติมเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่ตลาดสนามหญ้า ริมแม่น้ำแม่กลอง ใกล้หอนาฬิกาในตัวเมืองราชบุรีมาหลายสิบปี สืบทอดสูตรกันมาหลายรุ่นจนกลายเป็นหมุดหมายที่คนราชบุรีนึกถึงเวลาอยากกินของหวานเย็น ๆ ดับร้อน เหมาะมากสำหรับคนที่แวะเข้าเมืองเก่าแล้วอยากหาที่นั่งพักเติมความสดชื่น หรือมาเดินเล่นริมน้ำตอนเย็นแล้วปิดท้ายด้วยไอติมโบราณสักถ้วย
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ไอศครีมกะทิไข่หมก" ไอติมกะทิโบราณโฮมเมดที่ซ่อนไข่แดงไว้ตรงกลางถ้วย ตักรวมกันแล้วได้รสมันเค็มตัดกับความหวานหอมของกะทิ เป็นเมนูแปลกที่หลายคนมาลองแล้วติดใจ อีกตัวที่ดังไม่แพ้กันคือโซดาปั่นลอยไอศครีมน้ำเขียว แก้วซ่า ๆ สีเขียวสดที่ลอยไอติมกะทิมาด้วย จิบแล้วจี๊ดชื่นใจ ใครชอบหนึบ ๆ ก็มีเฉาก๊วยปั่นไอศครีม กับน้ำปั่นอีกหลายรสให้เลือก รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าไอติมกะทิหอมมัน ทำสด รสไม่หวานจัด กินเพลิน
ราคาเป็นกันเองมาก เริ่มต้นราว 30 บาทต่อถ้วย โซดาปั่นราว 35 บาท เมนูปั่นพิเศษ ๆ ก็ขยับไปไม่เกิน 50 บาท จ่ายต่อคนไม่ถึงร้อยสบาย ๆ บรรยากาศเป็นร้านในตลาดแบบเรียบง่าย ช่วงเย็น-ค่ำคนแน่น เสียงเครื่องปั่นดังไม่หยุดเพราะออเดอร์เข้าตลอด นั่งกินไปมองวิวริมน้ำแม่กลองไปได้เพลิน ๆ
ร้านอยู่ในตลาดสนามหญ้า (ตลาดราชพัสดุ) ถนนวรเดช หัวมุมเยื้องร้านซุยฮ้อ เปิดช่วงบ่ายยาวไปถึงดึก ประมาณ 14:00–22:00 น. ที่ทำให้ร้านนี้ยอดนิยมไม่ตกคือความเป็นไอติมโบราณสูตรดั้งเดิมที่หากินยาก บวกกับทำเลใจกลางเมืองเก่าที่เดินต่อเที่ยวได้ ข้อควรรู้คือไข่หมกเป็นไข่แดงสด ใครไม่ถนัดของกึ่งดิบบอกร้านได้ และช่วงพีคอาจต้องรอคิวสักหน่อย แต่คุ้มกับการได้ลองไอติมที่เป็นตำนานของราชบุรี
ป.ปลาเผา
ถ้าขับรถผ่านราชบุรีบนถนนเพชรเกษมแล้วอยากหาร้านปลาเผาที่กินแล้วจำได้ ป.ปลาเผา คือชื่อที่คนแถวนี้พูดถึงกันมานาน ตัวร้านอยู่ฝั่ง ต.ท่าราบ ติดปั๊ม ปตท. มีป้ายใหญ่เห็นชัดจากถนน จอดรถง่าย พระเอกของร้านคือปลาช่อนเผาเกลือตัวใหญ่ที่หลายคนบอกว่า "ตัวเท่าแขน" เผามาได้กำลังดี เนื้อขาวแน่นไม่เละ ไม่ดิบไม่แห้งเกินไป เสิร์ฟพร้อมผักสดผักต้มและน้ำจิ้มสามแบบให้เลือกจิ้มตามใจ เหมาะมากสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่แวะพักระหว่างทางกรุงเทพฯ–ราชบุรีแล้วอยากกินมื้อจริงจัง
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยนอกจากปลาเผาก็มีฉู่ฉี่ปลาและทอดมันปลากรายที่เด้งหนึบ ใครชอบของน้ำลองต้มยำกุ้งน้ำข้น ส่วนของจานเด็ดที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือปูนิ่มผัดผงกะหรี่ หมูแดดเดียว และยำวุ้นเส้นที่รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อมเครื่องแน่น น้ำจิ้มซีฟู้ดของที่นี่หลายคนชมว่ารสจัดถึงเครื่อง เข้ากับปลาเผาได้ดี แกงของร้านก็มีกลิ่นใบมะกรูดหอม ๆ ที่ทำให้ต่างจากร้านทั่วไป
บรรยากาศเป็นร้านกว้าง มีทั้งโซนแอร์และโซนเปิดโล่งกึ่งสวน นั่งสบาย ๆ กันได้เป็นโต๊ะใหญ่ ราคาอยู่ในช่วงกลาง ๆ ประมาณ 250–500 บาทต่อคน ปลาเผาคิดตามขนาดตัวเริ่มต้นหลักร้อย ตัวใหญ่ ๆ ก็ขยับขึ้นไป มากันหลายคนเฉลี่ยแล้วคุ้มเพราะปริมาณจัดเต็ม ร้านเปิดทุกวันประมาณ 10:00–22:00 น. มีเบอร์โทรจองโต๊ะได้
ที่ร้านนี้ติดปากคนราชบุรีเพราะอยู่มานาน ทำปลาเผาได้นิ่งสม่ำเสมอ และเคยได้รับการรับรองเป็นของดีจังหวัดราชบุรีจากหอการค้าจังหวัด ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดหรือมื้อเย็นคนเยอะ อาหารบางจานอาจมาช้าหน่อยเพราะปลาเผาสด ๆ ใช้เวลา แนะนำให้เผื่อเวลาและโทรจองไว้ก่อนถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่
Octospider Restaurant
ถ้าขับรถผ่านสี่แยกบางแพบนถนนเพชรเกษมแล้วเห็นอาคารรูปทรงประหลาดคล้ายหนวดปลาหมึกผสมขาแมงมุมยื่นออกมากลางสระน้ำ นั่นเอง Octospider Restaurant ร้านในเครือ PASAYA แบรนด์เครื่องนอนชื่อดังของราชบุรี ตัวอาคารลอยอยู่เหนือผิวน้ำสูงราว 8 เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี เดินเข้าร้านผ่านสะพานโค้งทอดยาว เป็นร้านอาหารไทยฟิวชันที่เหมาะกับครอบครัวพามาฉลองมื้อพิเศษ คู่รักที่อยากได้บรรยากาศ และกลุ่มเพื่อนที่แวะพักระหว่างทางไปกาญจน์หรือกลับกรุงเทพ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยสุดคือ ปลากระพงสองใจ ปลากระพงทอดทั้งตัวเสิร์ฟแบบครึ่งต่อครึ่ง ฝั่งหนึ่งราดยำมะม่วงรสเปรี้ยวจัด อีกฝั่งราดน้ำปลากระเทียมหอม ๆ ได้กินสองรสในจานเดียว รีวิวส่วนใหญ่บอกว่าตัวนี้คุ้มสุดเพราะปลาตัวใหญ่เนื้อแน่น ตามด้วยแกงคั่วพาซาญ่าซิกเนเจอร์ของร้าน คั่วคอหมูกับพริกแกงและกะทิ ใส่ข่ากับใบมะกรูด ส่วนคนชอบรสแซ่บมีต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน ยำตะไคร้กุ้งกรอบ และส้มตำทะเลทอดให้เลือก ใครมาเป็นกลุ่มลองโซนปิ้งย่าง Octo-Grill เนื้อวากิวออสเตรเลีย หมูคุโรบุตะ แซลมอน หอยเชลล์ กับซอสทรัฟเฟิลและไวน์แดงทำเอง
เรื่องรสชาติคนส่วนใหญ่ชมว่าจัดจ้านถูกปาก บริการดี พนักงานต้อนรับน่ารัก หลายโต๊ะได้น้ำลำไยต้อนรับกับข้าวเกรียบกุ้งและวุ้นกะทิแถมฟรี ส่วนข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือบางเมนูราคาสูงไปนิดเมื่อเทียบปริมาณ และของตกแต่งภายในค่อนข้างเรียบ ๆ คนมาเพื่อวิวและตัวอาคารเป็นหลัก ราคาต่ออยู่ราว 251–500 บาทต่อคน
ทำเลอยู่เลขที่ 60 หมู่ 10 ถนนเพชรเกษม ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี ในพื้นที่ PASAYA Outlet เปิดจันทร์–พฤหัส 10:00–20:00 และศุกร์–อาทิตย์ 10:00–22:00 แนะนำให้มาช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกจะได้ภาพร้านสะท้อนน้ำสวยที่สุด วันหยุดคนเยอะควรโทรจองโต๊ะริมกระจกล่วงหน้า และซื้อเครื่องนอน PASAYA ลดราคาที่เอาต์เล็ตข้าง ๆ ได้ในทริปเดียว
🛏️ หาที่พักในราชบุรี
กินครบทั้งเมืองเก่าและสวนผึ้งในวันเดียวอาจเหนื่อย พักค้างสักคืนแล้วค่อย ๆ ตระเวนกินสบายกว่า ราชบุรีมีทั้งโรงแรมในเมืองใกล้ตลาดสนามหญ้าและที่พักวิวภูเขาแถวสวนผึ้ง เลือกทำเลให้ตรงกับร้านที่อยากลอง เช็กห้องว่างและราคาล่วงหน้าได้เลย
ครัวม่อนไข่
ครัวม่อนไข่คือร้านอาหารไทยรสจัดเจ้าเก่าของสวนผึ้งที่เปิดมายาวนานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นชื่อแรกที่คนแถวนี้นึกถึงเวลามีคนถามว่ามาเที่ยวสวนผึ้งต้องกินที่ไหน เหมาะมากกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ขับรถเที่ยวน้ำตก-จุดชมวิวมาทั้งวันแล้วอยากนั่งกินข้าวร้อน ๆ กับข้าวรสมือแม่ครัวที่ปรุงจริงจัง ตัวร้านเป็นเรือนโปร่ง โต๊ะไม้ ผนังขาว มีทั้งโซนพัดลม โซนแอร์สำหรับจัดเลี้ยง และที่จอดรถใต้ร่มเงา
เมนูที่โต๊ะไหน ๆ ก็แทบจะสั่งคือยำผักกูดทรงเครื่อง ผักกูดสดกรอบคลุกน้ำยำเปรี้ยวนำเผ็ดตาม ใส่เครื่องแน่นจนเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ตามด้วยต้มยำปลาคังน้ำใส ที่หลายคนชมว่าเนื้อปลาแน่นหวาน น้ำซดแล้วแซ่บกลมกล่อม ปีกไก่ทอดเกลือหนังกรอบเค็มกำลังดีกินเพลิน แกงส้มชะอมไข่กุ้งรสเปรี้ยวจัดจ้านแบบบ้าน ๆ และปลาทับทิมราดน้ำยำมะม่วงที่ได้ทั้งความกรอบของปลาและความซู่ซ่าของมะม่วงเปรี้ยว สั่งมาลงตัวกับข้าวสวยร้อน ๆ
รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าอาหารรสจัด วัตถุดิบสด จานใหญ่ และเน้นของท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างผักกูด สะตอ หน่อไม้ ราคาต่อจานเริ่มราว ๆ หลักร้อยต้น ๆ เฉลี่ยตกหัวละหลักร้อย ถือว่าคุ้มกับปริมาณ ปิดท้ายด้วยขนมไทยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ร้านมีให้ เป็นเหตุผลที่ร้านครองใจทั้งคนราชบุรีและนักท่องเที่ยวมานานจนติดอันดับต้น ๆ ของจังหวัด
ข้อควรรู้สักนิด ร้านเปิดทุกวันราว 9 โมงถึงสองทุ่ม (บางช่วงแจ้งปิดวันพุธ ควรเช็กหน้าเพจก่อนไปวันธรรมดา) อยู่ริมถนนราชบุรี-ผาปก ตรงข้ามร้านกาแฟ Amante เป็นทางผ่านขึ้นจุดชมวิวเขากระโจม ช่วงวันหยุดยาวคนเยอะและรอนาน แนะนำให้มาก่อนเที่ยงหรือเลี่ยงช่วงพีค จะได้นั่งสบายและอาหารออกไว
INLAYA Bar & Grill
ถ้าอยากหามื้อที่ได้ทั้งบรรยากาศและของกิน INLAYA Bar & Grill คือชื่อที่คนราชบุรีพูดถึงกันบ่อยที่สุดร้านหนึ่ง ร้านอยู่ที่ตำบลเกาะพลับพลา ขับจากตัวเมืองออกมาทางค่ายบุรฉัตรราว 15 นาที แล้วจะเจอร้านที่ปลูกยื่นลงไปกลางทะเลสาบส่วนตัว มีสะพานทอดข้ามไปเกาะเล็ก ๆ กลางน้ำ เหมาะมากสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งยาว ๆ ชมวิวภูเขาและรอพระอาทิตย์ตก ตกเย็นมีดนตรีสดเล่นคลอเบา ๆ เพิ่มอารมณ์ให้มื้อค่ำ
เมนูที่คนสั่งกันประจำคือผัดฉ่ากระทะร้อนทะเล ที่มาแบบร้อน ๆ หอมเครื่องผัดฉ่า, ห่อหมกปลาคังเสิร์ฟในมะพร้าวอ่อนเนื้อนุ่มหวานมัน, ขาหมูทอดกรอบที่หนังกรอบเนื้อนุ่ม และแกงเขียวหวานกินคู่โรตีโฮลวีท เลือกได้ทั้งไก่ กุ้ง หรือเนื้อ ฝั่งของหวานและเครื่องดื่มก็มีคาเฟ่ของร้านเอง น้ำผึ้งมะนาวโซดาเป็นตัวที่รีวิวหลายคนชมว่าสดชื่นกำลังดี ราคาต่อหัวประมาณ 251–500 บาท ถือว่ากลาง ๆ สมกับวิวและพื้นที่ที่ได้
จุดที่ทุกคนเห็นตรงกันคือวิวและบรรยากาศที่สวยจริง โดยเฉพาะช่วงเย็นแสงทอง รีวิวส่วนใหญ่ให้คะแนนความฟินของที่นั่งและการตกแต่งเต็ม ๆ ส่วนเรื่องรสอาหาร บางรีวิวบอกว่าอร่อยคุ้มราคา แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกว่าบางจานรสชาติยังเฉย ๆ เลยอยากให้มาด้วยใจที่เน้นบรรยากาศเป็นหลักแล้วเลือกสั่งเมนูเด่นของร้าน จะแฮปปี้กว่า
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิด 11:00–22:00 ทุกวัน ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะและโต๊ะริมน้ำเต็มเร็ว ถ้าอยากได้มุมสวยควรโทรจองหรือไปก่อนพระอาทิตย์ตก ที่จอดรถมีกว้าง จ่ายเงินสด/สแกน QR ได้ และรูดบัตรได้เมื่อยอดถึงขั้นต่ำ ภายในที่เดียวยังมีทั้งคาเฟ่ ที่พัก และพื้นที่จัดงาน เผื่อใครอยากต่อทริปค้างคืนริมทะเลสาบ
โอ่งข้าวโอ่งน้ำ
ถ้าขับรถเข้าเมืองราชบุรีมาตามถนนเพชรเกษม แล้วเห็นอาคารทรงโอ่งกลม ๆ ตั้งเด่นอยู่ริมทางช่วงตำบลดอนตะโก นั่นเอง "โอ่งข้าวโอ่งน้ำ" ร้านอาหารที่เกิดมาคู่กับโครงการ "เรื่องของโอ่ง" เลยได้กลิ่นอายเมืองโอ่งมังกรเต็ม ๆ ตั้งแต่ก้าวแรก ร้านนี้เหมาะกับคนที่มาเป็นครอบครัวหรือมากันหลายคน เพราะที่นั่งเยอะกว่า 150 ที่ มีทั้งโซนแอร์และโซนนอกอาคาร แถมยังมีมุมพิพิธภัณฑ์โอ่งกับสตูดิโอปั้นเซรามิกให้เดินเล่นถ่ายรูปก่อนหรือหลังกินได้สบาย ๆ
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ "น้ำพริกโอ่งแตก" ซึ่งเป็นน้ำพริกสไตล์ลงเรือสูตรเฉพาะของร้าน รสจัดจ้านกว่าปกตินิดหน่อย มาพร้อมผักเคียงจัดเต็ม กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเพลิน นอกจากนี้ก็มีเป็ด ต้มยำปลาคัง กุ้งเผา ปลากะพงทอดน้ำปลา ขาหมูเยอรมัน และเมนูไทย-จีน-ฝรั่งผสมผสานอีกหลายอย่าง บางจานเสิร์ฟแบบไฟลุกเรียกความตื่นเต้น รีวิวส่วนใหญ่บอกว่าอาหารรสชาติใช้ได้ เมนูหลากหลาย พนักงานบริการดี ยิ้มแย้ม
ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 101–500 บาทต่อคน ถือว่าจับต้องได้สำหรับร้านที่บรรยากาศดีและพื้นที่กว้างขนาดนี้ บนกูเกิลแมพได้คะแนนราว 4.2 จากรีวิวหลายร้อยรายการ คนชอบเรื่องที่จอดรถสะดวก ร้านสะอาด และมีมุมถ่ายรูปเยอะ เปิดทุกวันตั้งแต่ 11.00–22.00 น. ขับมาจากพระราม 2 หรือมาทางใต้ผ่านเพชรบุรีก็เจอง่าย อยู่ก่อนเข้าตัวเมืองพอดี
ข้อควรรู้เล็กน้อย: รีวิวบางส่วนบอกว่ามีบางเมนูรสค่อนข้างเค็มหรือกลาง ๆ อยู่บ้าง เลยแนะนำให้สั่งเมนูเด่นที่คนการันตีไว้ก่อน แล้วค่อยลองเมนูอื่นตาม ใครแวะราชบุรีแล้วอยากได้ร้านที่กินอิ่ม เดินเล่นได้ เก็บภาพสวย ๆ กลับไปด้วย ที่นี่ลงตัวมาก
CORO FIELD
ถ้าขับรถเข้าสวนผึ้งแล้วอยากได้ฟาร์มที่กินอิ่ม เดินเล่นสวย ถ่ายรูปได้ทั้งวัน CORO FIELD คือที่ที่คนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ของราชบุรี เป็นฟาร์มสไตล์ญี่ปุ่นบนพื้นที่ร้อยกว่าไร่ที่ปลูกเมล่อนพันธุ์โทมิเองกับมือ แล้วเอามาทำเป็นเมนูทั้งร้าน เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาทำกิจกรรม คู่รักที่อยากได้มุมเขียว ๆ เย็น ๆ และสายคาเฟ่ที่ตามหาของหวานเมล่อนสด ๆ จากต้น พื้นที่แบ่งเป็นโซนคาเฟ่-ร้านอาหาร โซนกิจกรรม ตลาดสินค้าฟาร์ม และแปลงปลูกให้เดินชม คะแนน Google อยู่ที่ 4.5 จากรีวิวหลักหลายพัน ถือว่าเป็นจุดหมายที่คนการันตีกันเยอะจริง ๆ
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือสายเมล่อน ตั้งแต่สลัดเมล่อนสด พาสต้าและริซอตโต้ที่ใส่เมล่อนเข้าไปในจาน ไปจนถึงสมูทตี้เมล่อนและไอศกรีมเมล่อนที่หลายรีวิวบอกว่าได้กลิ่นหอมหวานของผลจริง ๆ ไม่ใช่กลิ่นสังเคราะห์ อีกตัวที่ห้ามพลาดคือซอฟต์เสิร์ฟมันม่วงเนื้อเนียน และของคาวอย่างเป็ดรมควันที่เข้ากับบรรยากาศฟาร์ม ส่วนพาสต้าคาโบนาราบางรีวิวชอบที่ชีสเข้มข้น บางคนบอกออกแห้งไปนิด ลองสั่งแบ่งกันชิมจะคุ้มกว่า
บรรยากาศคือจุดที่ทำให้คนกลับมาซ้ำ ทั้งสวนเขียว วิวภูเขา ลมเย็น และมุมถ่ายรูปสไตล์ญี่ปุ่นที่จัดไว้ทั่วฟาร์ม มีโซนแอร์ให้นั่งสบายเวลาแดดแรง เด็ก ๆ มีกิจกรรมเวิร์กช็อปทั้งทำเทอเรเรียม เพนต์ มัดย้อม ราคาต่ออยู่ราว ๆ 101–250 บาท ถือว่าเป็นราคานักท่องเที่ยว แต่แลกกับการได้เดินฟาร์มและกินของจากวัตถุดิบสดก็ถือว่าสมเหตุสมผล
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านอยู่ที่ถนนราชบุรี-ผาปก อำเภอสวนผึ้ง เปิดประมาณ 09:00–17:00 และปิดวันพุธ มีค่าเข้าฟาร์มเล็กน้อย แนะนำให้มาช่วงเช้าถึงบ่ายเพื่อเดินชมแปลงได้เต็มที่ก่อนแดดร่ม วันหยุดยาวคนเยอะพอสมควร เผื่อเวลาและจองกิจกรรมล่วงหน้าจะสบายกว่า
เจ้ไก่-บะหมี่เกี๊ยวร้อยปี
ถ้าใครมาราชบุรีแล้วอยากกินบะหมี่ที่อยู่คู่เมืองนี้มาเกือบร้อยปีจริง ๆ "เจ้ไก่-บะหมี่เกี๊ยวร้อยปี" บนถนนราษฎร์ยินดี กลางเมืองเก่า คือร้านที่คนท้องถิ่นพากันยกให้เป็นตำนาน ร้านนี้ขายบะหมี่ตำรับกวางตุ้งมาตั้งแต่ราว พ.ศ. 2477 ส่งต่อกันมาจนถึงรุ่นสาม จุดที่ทำให้คนพูดถึงคือเส้นบะหมี่กับแผ่นเกี๊ยวที่ทำเองวันต่อวัน ไม่ใส่สารกันบูดและไม่ใส่ผงชูรส ใครที่ชอบบะหมี่เส้นบางเหนียวนุ่มแบบโบราณ และอยากลองของกินเก่าแก่ประจำจังหวัด ร้านนี้เหมาะมาก
เมนูที่ต้องสั่งคือบะหมี่เกี๊ยวสามกษัตริย์ ที่มาพร้อมปู หมูแดงหมูหวาน และหมูสับในชามเดียว ได้ครบรสในคำเดียว ส่วนเกี๊ยวน้ำก็เป็นของขึ้นชื่อ แผ่นเกี๊ยวบางจนเกือบใส ไส้แน่น น้ำซุปใสแต่กลมกล่อม หลายรีวิวชมว่าเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มและหมูหวานรสชาติลงตัว ถ้ามาวันเสาร์-อาทิตย์จะได้เจอเส้นใหญ่หรือบะหมี่เป๊าะที่มีเฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เป็นอีกเส้นที่แฟนประจำตามมากิน
ราคาเป็นกันเอง เมนูส่วนใหญ่อยู่ราว 40-70 บาท ต่อหัวไม่ถึงร้อยบาท บรรยากาศเป็นร้านห้องแถวเก่าเรียบง่าย ทำเลอยู่กลางเมืองเก่าเยื้องสถานีตำรวจเมืองราชบุรี ใกล้ตลาดสนามหญ้า หาง่าย เปิดช่วงเช้าถึงบ่าย ประมาณ 07:30-15:00 น. มาสายของอาจหมดก่อน คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ 3.8 จากกว่าร้อยรีวิว ซึ่งสะท้อนว่าเป็นร้านที่คนกลับมาซ้ำ
ข้อควรรู้คือรสชาติออกแนวบะหมี่โบราณตำรับกวางตุ้งแท้ ๆ บางคนที่ติดรสจัดอาจรู้สึกว่าน้ำซุปออกอ่อน ปรับเครื่องปรุงเพิ่มได้ตามชอบ ช่วงเที่ยงคนเยอะและที่จอดรถในย่านเมืองเก่าค่อนข้างจำกัด แนะนำมาเช้าหน่อยจะสบายกว่า แต่ถ้าอยากได้บะหมี่ทำมือเส้นต่อเส้นที่หากินยากแล้วในยุคนี้ ร้านเจ้ไก่คุ้มค่าที่จะแวะ
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารราชบุรี
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวโดยไม่ต้องวางแผนเองทั้งหมด ลองมองหาฟู้ดทัวร์มีไกด์พาเดินกินย่านเมืองเก่า หรือคลาสทำอาหารไทยที่ได้ลงมือทำเองตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้สะดวก เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเข้าใจรสมือคนราชบุรีแบบเจาะลึก
💡 รู้ก่อนไปกินที่ราชบุรี
ร้านในเมืองเก่าเดินถึงกันได้สบาย แต่ร้านที่สวนผึ้งและเกาะพลับพลาอยู่ไกลออกไป Grab ในราชบุรีมีน้อยและรอนาน เช่ารถหรือมีรถส่วนตัวจะคล่องตัวกว่ามาก
ร้านบะหมี่ ไอศกรีม และร้านสตรีทในเมืองเก่าส่วนใหญ่รับเงินสดเป็นหลัก พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้ ส่วนร้านนั่งทานและคาเฟ่ใหญ่มักรับโอนพร้อมเพย์และบัตรได้
ร้านบะหมี่ตำนานมักขายหมดช่วงบ่ายและปิดราวห้าโมงเย็น มาช่วงเช้าถึงเที่ยงจะได้กินครบและไม่ต้องต่อคิวยาว ร้านยอดนิยมช่วงเย็นวันหยุดคนแน่น
ร้านสตรีทไม่ต้องทิป แต่ถ้านั่งทานในร้านที่มีบริการเสิร์ฟ ทิ้งเศษเงินทอนหรือราว 20–50 บาทถือเป็นน้ำใจที่ร้านยินดีรับ
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่เมนูเป็นภาษาไทย พนักงานพูดอังกฤษได้จำกัด ลองชี้รูปหรือเปิดชื่อเมนูที่แปลไว้ ส่วนร้านใหญ่อย่าง INLAYA และ CORO FIELD มักมีเมนูภาพประกอบให้สั่งง่ายขึ้น
อาหารไทยรสจัดอย่างต้มยำปลาคังที่ครัวม่อนไข่หรือผัดฉ่าทะเลที่ INLAYA เผ็ดจริง ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง บอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อยได้ตั้งแต่ตอนสั่ง
วางแผนกินราชบุรีให้คุ้มในวันเดียว
ถ้ามีวันเดียว แนะนำให้แบ่งเป็นสองโซน ช่วงเช้าถึงเที่ยงเก็บของกินในเมืองเก่าให้ครบ เริ่มเช้าด้วยก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่มหรือบะหมี่เกี๊ยวก๋ำเช้ง (ร้านบะหมี่เก่าแก่มักขายหมดช่วงบ่าย มาเช้าได้เปรียบ) แล้วเดินต่อไปตลาดสนามหญ้าปิดท้ายด้วยไอศกรีมกะทิไข่หมกที่เด่นไทย ถ้าอยากกินบะหมี่เส้นใหญ่ที่เจ้ไก่ร้อยปี จำไว้ว่ามีเฉพาะเสาร์–อาทิตย์
ช่วงบ่ายถึงเย็นค่อยขยับออกนอกเมือง สายธรรมชาติขับขึ้นสวนผึ้งไปกินครัวม่อนไข่กับแวะคาเฟ่เมล่อน CORO FIELD ส่วนใครอยากนั่งชิลริมน้ำ เก็บ INLAYA ที่เกาะพลับพลาไว้เป็นมื้อเย็นเพราะวิวพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลสาบสวยมาก ร้านยอดนิยมช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าจะสบายใจกว่า
กินครบทั้งวันแล้วไม่ต้องรีบขับกลับ พักค้างคืนในราชบุรีสักคืน ตื่นเช้ามาตามล่าบะหมี่ร้านที่ยังไม่ได้ลองต่อได้สบาย ๆ
ดูที่พักทำเลดีในราชบุรี
