🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของการกินข้าวริมเจ้าพระยาไม่ได้อยู่ที่อาหารอย่างเดียว แต่อยู่ที่บรรยากาศที่หาจากย่านอื่นไม่ได้ ลมแม่น้ำเย็น ๆ เรือด่วนกับเรือสินค้าแล่นสวนกันไปมา ตกเย็นแสงทองจับผิวน้ำแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นไฟวัดอรุณกับสะพานพระราม 8 ที่สว่างไสว แต่ละย่านริมน้ำก็มีคาแรกเตอร์ของตัวเอง ฝั่งท่าเตียน-เมืองเก่าเป็นโซนวิววัดอรุณที่ดังที่สุด มีทั้งร้านอาหารริมน้ำและรูฟท็อปเก๋ ๆ ขยับมาทางเทเวศร์-สามเสนจะได้บรรยากาศเรือนไม้เก่าสบาย ๆ กับวิวสะพานพระราม 8 ส่วนทรงวาด-ตลาดน้อยกำลังมาแรงเรื่องคาเฟ่และร้านอาหารไทยจีนในตึกเก่าเล่าเรื่อง ไล่ลงไปทางเจริญกรุง-สาทรก็เป็นโซนซีฟู้ดสด ๆ และไฟน์ไดนิ่งของโรงแรมริมน้ำ ใครชอบนั่งกินยาว ๆ ดูพระอาทิตย์ตก ที่นี่จัดให้ได้ทุกแบบ
ในลิสต์นี้มีร้านที่กลายเป็นหมุดหมายของคนรักวิวแม่น้ำหลายร้าน อย่าง The Deck by Arun Residence ตึกริมน้ำสามชั้นพร้อมรูฟท็อปบาร์ที่หันหน้าเข้าหาวัดอรุณเต็ม ๆ และ Supanniga Eating Room ท่าเตียน ที่ปรุงอาหารจากสูตรคุณยายสมศรี ต้นตำรับชาวตราดที่ย้ายไปอยู่ขอนแก่น เลยได้ทั้งหมูย่างจิ้มแจ่วแบบอีสานและปูผัดผงกะหรี่แบบตะวันออก มีดาดฟ้าวิววัดอรุณให้นั่งจิบค็อกเทล ยกยอ ท่าดินแดงก็เป็นตำนานดินเนอร์ครูซเจ้าพระยาที่สั่งซีฟู้ดแล้วล่องเรือชมเมืองยามค่ำ ส่วนสายทรงวาดมี NAAM 1608 ที่ฟื้นอาหารไทยจีนโบราณในบ้านไม้ริมน้ำข้างวัดปทุมคงคา ปิดท้ายด้วย Riva del Fiume ของ Four Seasons ที่เชฟ Andrea Accordi ทำพาสต้าโฮมเมดและพิซซ่าเตาฟืนแบบเนเปิลส์ในห้องอาหารวิวโค้งแม่น้ำที่ให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ริมทะเลสาบโคโม ใครชอบกินริมน้ำจริง ๆ อยากชวนให้มาไล่ชิมทีละร้าน รับรองว่าได้ทั้งอิ่มและได้วิวกลับไปเต็ม ๆ
The Deck by Arun Residence
ถ้าอยากกินข้าวพร้อมเห็นพระปรางค์วัดอรุณเต็ม ๆ ตรงหน้า The Deck by Arun Residence คือชื่อแรกที่คนพูดถึง ร้านซ่อนอยู่ในซอยประตูนกยูง ย่านท่าเตียน ฝั่งพระนคร เป็นร้านอาหารไทย-ฝรั่งฟิวชันของโรงแรมอรุณ เรสซิเดนซ์ ตัวร้านสูงหลายชั้น ไล่จากโซนริมน้ำชั้นล่างขึ้นไปจนถึงรูฟท็อปบาร์ Amorosa ด้านบนที่เปิดช่วงเย็น เหมาะมากสำหรับคู่รัก มื้อพิเศษ หรือพาเพื่อนต่างชาติมานั่งชิลรับลมแม่น้ำเจ้าพระยา จุดขายชัด ๆ คือวิว พอวัดอรุณเปิดไฟตอนค่ำคือสวยจนหลายรีวิวบอกว่าคุ้มค่าที่มา
เมนูที่คนสั่งบ่อยและรีวิวชมเยอะคือพิซซ่าแซลมอน หลายคนบอกว่าแป้งบางหน้าแน่นอร่อยเกินคาด ตามด้วยปลากะพงทอดน้ำปลาตัวโต ๆ เนื้อแน่น และยำส้มโอรสจัดเปรี้ยวหวานตัดเลี่ยน ใครชอบแนวฝรั่งก็มีริซอตโต้กุ้งแม่น้ำ สปาเกตตี และยำแซลมอนรมควันให้ลอง ฝั่งไทยมีแกงเขียวหวานกุ้งแม่น้ำ ขึ้นไปบาร์ข้างบนค็อกเทลก็ทำได้ดี รสชาติโดยรวมคนส่วนใหญ่บอกว่าอร่อยใช้ได้ ถึงจะไม่หวือหวาแต่กินกับวิวแบบนี้ถือว่าลงตัว
เรื่องราคาบอกตรง ๆ ว่าแพงกว่าร้านทั่วไปในย่านเดียวกัน ส่วนใหญ่ตกราว 500–1,000 บาทต่อคน เพราะค่าวิวรวมอยู่ในนั้น แต่คนก็ยอมจ่ายเพราะหาที่นั่งเห็นวัดอรุณใกล้ขนาดนี้ยาก คะแนน Google อยู่ที่ 4.4 จากรีวิวกว่า 3,500 รายการ ถือว่าคนนิยมจริง
ข้อควรรู้: ร้านเปิดทุกวัน 11:00–22:00 ช่วงเย็นโต๊ะริมวิวเต็มเร็วมาก ถ้าอยากได้มุมพระอาทิตย์ตกควรจองล่วงหน้าหรือมาก่อนห้าโมงครึ่ง และทางขึ้นเป็นบันไดค่อนข้างชัน ผู้สูงอายุหรือคนเดินไม่สะดวกต้องเผื่อใจไว้นิดหนึ่ง
Supanniga Eating Room (ท่าเตียน)
ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ สาขาท่าเตียน คือร้านอาหารไทยที่ทำให้คนแห่มาจองโต๊ะกันข้ามเดือน เพราะได้กินอาหารไทยรสมือคุณยายพร้อมนั่งมองวิววัดอรุณเต็มตาอีกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านอยู่ในตึกโรงแรม Riva Arun ย่านท่าเตียน เขตพระนคร เป็นสูตรของคุณยายสมศรี จันทรา ที่หยิบของดีจากตราดและขอนแก่นมารวมกัน เหมาะมากสำหรับมื้อค่ำโรแมนติกแบบคู่รัก พาครอบครัวมาฉลอง หรือพาเพื่อนต่างชาติมากินข้าวไทยจริงจังในบรรยากาศที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือหมูชะมวง คอหมูตุ๋นกับใบชะมวงจนเปรี้ยวกลมกล่อมนุ่มลิ้น และอาหารอีสานอย่างหมูย่างจิ้มแจ่วที่หลายรีวิวบอกว่ารสจัดถึงเครื่อง ปูผัดผงกะหรี่ก็เป็นอีกจานที่หลายคนชม รวมถึงกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาดีที่นักรีวิวต่างชาติพูดถึงบ่อย และต้มยำกุ้งน้ำใสที่มีคนถึงกับบอกว่าอร่อยที่สุดเท่าที่กินมาในเมืองไทย ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วงหรือไอศกรีมกะทิก็เข้ากันดี
เรื่องราคาบอกตามตรงว่าไม่ใช่ร้านตามสั่งทั่วไป เมนูจานเดี่ยวเริ่มราว 170–300 บาท เฉลี่ยต่อหัวถ้าสั่งกันเต็มที่ก็ราว 500–1,000 บาท แลกกับทำเลริมน้ำตรงข้ามวัดอรุณและการการันตีจากมิชลินไกด์หลายปีซ้อน ตัวร้านมีสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องแอร์ตกแต่งไม้อบอุ่น ชั้นบนเป็นดาดฟ้า rooftop ที่เห็นวิววัดอรุณชัดที่สุด ใครอยากได้โต๊ะริมระเบียงหรือชั้นบนช่วงพระอาทิตย์ตกต้องจองล่วงหน้านาน เพราะคิวยาวจริง
ข้อควรรู้ก่อนไปคือร้านเปิด 11:30–20:30 ทุกวัน และไม่มีที่จอดรถของตัวเอง ต้องไปจอดที่วัดโพธิ์หรือลานราชนาวีแล้วเดินเข้ามา ทางที่สะดวกสุดคือนั่ง MRT ลงสถานีสนามไชยแล้วเดินต่อนิดเดียว ช่วงเย็นแดดร่มลมริมน้ำกำลังดี ถ้ามาให้ทันก่อนไฟวัดอรุณเปิดจะได้เห็นทั้งแสงทองตอนเย็นและวัดอรุณยามค่ำในมื้อเดียว คุ้มกับการวางแผนล่วงหน้า
ยกยอ (Yok Yor Marina) ท่าดินแดง
ยกยอ มารีน่า ท่าดินแดง เป็นร้านซีฟู้ด-อาหารไทยริมเจ้าพระยาที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มากว่า 30 ปี เป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆ ที่ทำเรือดินเนอร์ล่องแม่น้ำ ตอนนี้ย้ายมาตั้งหลักที่ซอยท่าดินแดง 20 ฝั่งธนฯ บนเนื้อที่กว้างกว่า 10 ไร่ ใกล้ ICONSIAM ตัวร้านเป็นลานเปิดโล่งเลียบน้ำ ที่นั่งเยอะ จอดรถสบาย และมีเรือรับส่งฟรีจากท่าเรือ เหมาะกับคนที่อยากนั่งกินยาวๆ ริมน้ำ มากันเป็นกลุ่มหรือพาครอบครัว และคนที่อยากลองล่องเรือเจ้าพระยาแบบจ่ายไม่แพง (ค่าขึ้นเรือราวคนละ 200 บาท ล่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยเป็นของทะเลสดๆ ปูนึ่งตัวโต กุ้งพันเส้นที่เอากุ้งห่อเส้นทอดกรอบ จิ้มน้ำจิ้มแล้วเพลิน ปลาช่อนลุยสวนทอดกรอบราดยำสมุนไพรรสจัดจ้าน และเห็ดออรินจิผัดกุ้งพริกไทยดำที่หอมพริกไทยกำลังดี ใครชอบแนวต้นตำรับร้านก็มีห่อหมกมะพร้าวอ่อน หมึกนึ่งมะนาว และปลากะพงทอดน้ำปลาให้สั่งเพิ่ม
เสียงจากรีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าวัตถุดิบสด รสมือใช้ได้ ราคาคุ้มเมื่อเทียบกับบรรยากาศริมน้ำ มีดนตรีสด นั่งชมวิวเจ้าพระยากับวัดอรุณยามค่ำได้สวย แต่ก็มีข้อควรรู้ที่หลายคนพูดถึงตรงกัน คือช่วงคนเยอะอาหารออกช้า บางคืนวงดนตรี/คาราโอเกะดังไปนิด ตัวร้านดูเก่าตามอายุ และนั่งริมน้ำอาจมียุงบ้าง แนะนำให้เผื่อเวลาและจองล่วงหน้าถ้ามากันหลายคนหรืออยากลงเรือ
ที่ร้านยังเป็นที่นิยมเพราะมันรวมสองอย่างที่หาด้วยกันยากไว้ในที่เดียว คือกินซีฟู้ดไทยริมเจ้าพระยาแบบไม่ต้องจ่ายแพงระดับล่องเรือหรู แถมได้วิวแม่น้ำกลางกรุงจริงๆ เปิดบริการช่วงเย็นถึงกลางคืนทุกวัน พิกัดอยู่ฝั่งคลองสาน เดินทางง่ายทั้งทางรถและทางเรือข้ามฟาก
กินลมชมสะพาน (Khinlomchomsaphan)
ร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คนกรุงนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เวลาอยากกินซีฟู้ดพร้อมวิวสะพานพระราม 8 เต็มตา "กินลมชมสะพาน" ซ่อนอยู่ปลายซอยสามเสน 3 ย่านเทเวศร์ เดินเข้าซอยไปสุดทางก็เจอลานริมน้ำเปิดโล่ง ลมพัดเย็นทั้งวัน เหมาะกับคู่รักที่อยากหามื้อค่ำโรแมนติก ครอบครัวที่มากันหลายคน หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งยาว ๆ จิบเครื่องดื่มชมเรือผ่าน ใครมาครั้งแรกในย่านริมเจ้าพระยาแล้วอยากได้วิวคุ้ม ๆ ที่นี่จองโต๊ะริมน้ำไว้ก่อนเลยจะดีที่สุด
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยและพลาดยากคือ กุ้งแม่น้ำเผา ตัวโต มันกุ้งเยิ้ม เผาสด ๆ จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด ตามด้วยปลากะพงนึ่งมะนาว เนื้อแน่นสด น้ำราดเปรี้ยวนำตัดเลี่ยน ส่วนปลาหมึกผัดไข่เค็มกับข้าวผัดปูเป็นของกินเล่นที่สั่งซ้ำกันเยอะ ใครชอบของสด หอยนางรมตัวใหญ่กับทอดมันกุ้งก็ได้คำชมต่อเนื่อง รสโดยรวมออกแนวไทยกลาง ๆ ค่อนไปทางกลมกล่อม บางจานติดหวานนิด ถ้าชอบเผ็ดจัดควรสั่งเพิ่มพริกน้ำปลาเอง
เรื่องราคา ตามตรงคือไม่ใช่ร้านราคาประหยัด ของกินเล่นเริ่มหลักร้อยต้น ๆ แต่พอลงซีฟู้ดตัวใหญ่อย่างกุ้งแม่น้ำหรือปลาทั้งตัว บิลต่อหัวขยับขึ้นได้เร็ว เฉลี่ยตกราว 300–800 บาทต่อคนแล้วแต่สั่ง รีวิวหลายคนบอกตรงกันว่าส่วนหนึ่งคือจ่ายค่าวิวและบรรยากาศ ซึ่งคุ้มถ้ามาเป็นโอกาสพิเศษ แต่ถ้าหวังซีฟู้ดถูก ๆ อิ่มจุก ที่นี่อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก
ไฮไลต์ตัวจริงคือช่วงค่ำ พอไฟสะพานพระราม 8 ติดสะท้อนผิวน้ำ บวกดนตรีสดเบา ๆ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นโรแมนติกทันที เปิดทุกวัน 11.00–24.00 น. จอดรถสะดวก พื้นที่กว้างสะอาด ถ่ายรูปสวยทุกมุม ข้อควรรู้คือวันหยุดและช่วงพระอาทิตย์ตกคนแน่นมาก โต๊ะริมน้ำเต็มไว โทรจองล่วงหน้าที่ 081-893-5552 หรือทักเพจไว้ก่อนจะได้มุมดีที่สุด
Steve Café & Cuisine (เทเวศร์)
ถ้าอยากกินข้าวไทยรสบ้าน ๆ ในเรือนไม้เก่าริมเจ้าพระยา แบบที่ต้องถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าบนพื้นไม้ — Steve Café & Cuisine สาขาเทเวศร์ คือร้านที่คนนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านซ่อนตัวอยู่หลังวัดเทวราชกุญชร เป็นบ้านไม้อายุหลายสิบปีที่ดัดแปลงเป็นร้านอาหาร แต่งสไตล์ย้อนยุคสีมัสตาร์ดกับส้มอิฐ นั่งได้ทั้งโซนริมน้ำเปิดโล่งเห็นสะพานพระราม 8 เต็มตา กับห้องแอร์กระจกที่ยังมองออกไปเห็นแม่น้ำ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งชิล มาเดต มาพาพ่อแม่หรือเพื่อนต่างชาติมากินข้าวไทยจริง ๆ
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและเป็นซิกเนเจอร์คือ ข้าวผัดสับปะรดเสิร์ฟในลูกสับปะรด หน้าตาน่าถ่ายและรสกลมกล่อม, ห่อหมกทะเล เนื้อแน่นเครื่องแกงหอม, กุ้งแม่น้ำผัดพริกเกลือ ตัวใหญ่มันเยิ้ม (คิดราคาตามน้ำหนัก เป็นจานพรีเมียมของร้าน) และปลาผัดขิงไข่เค็มกับพวกเมี่ยงคำเรียกน้ำย่อย ครัวทำสด ๆ ทีละจานหลังสั่ง ไม่ใส่ผงชูรส รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่า "รสเข้มข้น จัดจ้าน อร่อยไว้ใจได้" บางคนเตือนว่าเมนูรสจัดเผ็ดเอาเรื่อง สายไม่เผ็ดควรบอกพนักงานก่อน
เรื่องราคา จานผัด/แกงทั่วไปอยู่ราว 150–380 บาท ส่วนกุ้งแม่น้ำขยับขึ้นตามขนาด เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 250–500 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับบรรยากาศและวิวที่ได้ ร้านเปิดทุกวัน 10:00–22:00 มีเมนูภาษาอังกฤษ ลูกค้าต่างชาติเยอะ จุดที่ต้องรู้คือทำเล "ซ่อน" จริง ถ้ามารถควรบอกคนขับว่าหลังวัดเทวราชกุญชร ท่าน้ำเทเวศร์ เดินเข้าซอยเล็ก ๆ หน่อย หรือนั่งเรือข้ามฟากมาก็ได้ฟีลอีกแบบ
ที่ร้านยอดนิยมต่อเนื่องหลายปีเพราะมันรวมสิ่งที่หาพร้อมกันยากไว้ครบ — อาหารไทยรสจริงจัง บ้านไม้มีเสน่ห์ และวิวแม่น้ำกับสะพานพระราม 8 ที่สวยเป็นพิเศษช่วงเย็นแดดร่ม ใครมาเทเวศร์หรือย่านริมเจ้าพระยาแล้วอยากได้มื้อบรรยากาศดี ร้านนี้จองโต๊ะริมน้ำไว้ล่วงหน้าช่วงเย็นวันหยุดจะดีที่สุด เพราะโต๊ะวิวสวยเต็มไว
🛏️ หาที่พักริมแม่น้ำหรือใกล้ท่าเรือ
ถ้าตั้งใจมาเที่ยวกินริมเจ้าพระยาหลายวัน เลือกที่พักให้ใกล้แม่น้ำหรือใกล้ท่าเรือด่วนจะสะดวกที่สุด ตื่นมาเดินขึ้นเรือไล่ชิมร้านริมน้ำได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเจอรถติด · อยากเดินกินสายท่าเตียน-วัดอรุณ The Deck กับ Supanniga ลองพักย่านริมแม่น้ำแถวเมืองเก่า-เจริญกรุง ที่นั่งเรือข้ามฟากไปวัดอรุณได้สบาย · สายเทเวศร์-สามเสนกับทรงวาด-ตลาดน้อย พักริมน้ำใกล้ท่าเรือก็เดินถึงร้านอย่าง Steve Café และ NAAM 1608 ได้ไม่ยาก · เทียบราคาที่พักหลายเว็บก่อนจองทุกครั้ง ช่วงไฮซีซั่นห้องวิวแม่น้ำเต็มเร็วมาก
บ้านริมน้ำ ทรงวาด (Baan Rim Naam Songwat)
บ้านริมน้ำ ทรงวาด คือร้านนั่งชิลริมเจ้าพระยาที่ย้ายมาจากตลาดน้อยมาปักหลักบนถนนทรงวาด เดินจากท่าเรือราชวงศ์ (N5) แค่ราว 100 เมตร ตัวร้านเป็นโกดังไม้เก่าอายุเป็นร้อยปี แต่งด้วยของเก่าสะสมจนได้ฟิลกึ่งคาเฟ่กึ่งแกลเลอรีงานศิลป์ จุดขายจริง ๆ ไม่ใช่อาหารจานหรู แต่คือโซนที่นั่งติดน้ำ หมอนสามเหลี่ยม เสื่อ โต๊ะไม้เตี้ย ๆ ให้นั่งรับลม ดูเรือแล่นผ่าน แล้วรอพระอาทิตย์ตกหลังแม่น้ำ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายของเมืองมานั่งยาว ๆ คุยกับเพื่อนหรือมาเดต
เมนูที่นี่เป็นแนวทานเล่นชิล ๆ กินง่าย จับคู่กับเครื่องดื่มมากกว่าจะมากินจริงจังเป็นมื้อ ตัวที่รีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือแตงโมปลาแห้ง รสกลมกล่อมเปรี้ยวหวานเค็มลงตัว เป็นของกินเล่นที่หากินยากในร้านริมน้ำทั่วไป ฝั่งเครื่องดื่มมีกาแฟ house blend ที่หลายคนชม น้ำผลไม้สด และเค้ก ใครสายกาแฟแนะนำให้ลอง ส่วนรสอาหารบางจานออกแนวปรับให้ถูกปากคนต่างชาติ เลยอาจไม่จัดจ้านแบบร้านไทยแท้
บรรยากาศคือสิ่งที่รีวิวให้คะแนนสูงเกือบทุกเสียง หลายคนบอกวิวอย่างเดียวก็คุ้มค่าเดินทางแล้ว โดยเฉพาะช่วงแดดร่มตอนเย็นที่แสงกระทบผิวน้ำสวยมาก บางวันมีเปิดแผ่นเสียงไวนิลเพลงเก่าหรือดนตรีสด แถมยังมีมุมนวดเท้าริมน้ำให้ผ่อนคลายไปด้วย ข้อสังเกตคือราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ แต่รีวิวส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าแลกกับวิวและที่นั่งริมน้ำแล้วถือว่าโอเค
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านปิดวันจันทร์ และเปิดช่วงบ่ายไปจนค่ำ (ราว 15.00 น. เป็นต้นไป เสาร์-อาทิตย์เปิดเร็วและปิดดึกกว่า) โต๊ะริมน้ำมีจำกัดและเป็นที่ต้องการมาก ใครอยากได้มุมวิวพระอาทิตย์ตกควรจองล่วงหน้าหรือมาก่อนเวลา เพราะมาเดินเข้าเฉย ๆ มักได้ที่นั่งด้านในแทน การสั่งอาหารใช้สแกน QR สั่งเอง แต่พนักงานยังยกเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะและบริการเป็นกันเอง
NAAM 1608 (ร้านน้ำ 1608)
ถ้าใครอยากกินข้าวริมเจ้าพระยาแบบที่ไม่ใช่ห้องแอร์ในห้าง Naam 1608 (ร้านน้ำ 1608) คือที่ที่ต้องลองสักครั้ง ร้านซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก ๆ ข้างวัดปทุมคงคา ถนนทรงวาด เป็นบ้านไม้เก่าริมน้ำที่เจ้าของเดิมย้ายออกแล้วเอามาทำเป็นร้านอาหาร เดินเข้าซอยไปแล้วจะเจอบ้านไม้สองชั้นเปิดโล่งรับลม มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มตา เรือหางยาววิ่งผ่าน เห็นวัดอรุณอยู่ไกล ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเก่า ๆ ของกรุงเทพย่านเมืองเก่า โดยเฉพาะช่วงเย็นยันค่ำที่แดดร่มลมตก
จุดขายของร้านคืออาหารไทย-ไทยจีนโบราณที่หยิบสูตรเก่ามาทำใหม่ เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ ยำวุ้นเส้นโบราณ รสจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม, ยำส้มโอกุ้งย่าง ที่ได้ส้มโออัมพวาเนื้อแน่น และ ต้มโคล้งปลาสลิดกรอบ ซดร้อน ๆ เปรี้ยวนัว ส่วนของทอดอย่างปีกไก่ทอดน้ำปลากับเมนูยำ คนชมเยอะว่าทำได้ดีสม่ำเสมอ ใครมาเสาร์-อาทิตย์มักสั่งกุ้งแม่น้ำเผาตัวโต ๆ มากินคู่วิว เมนูมีให้เลือกราว 60 อย่าง ตั้งแต่ต้มยำ ผัดไทย ไปจนพาสต้าและของหวานไทยอย่างส้มฉุน มีกาแฟกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ด้วย
เรื่องรสชาติรีวิวค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าของทอดกับยำคือตัวเด่น ปรุงมาได้ถึงเครื่อง ส่วนแกงบางจานมีคนบอกว่าเฉย ๆ ก็มี ราคาต่อจานเริ่มที่หลักร้อยต้น ๆ ยำวุ้นเส้น 168 บาท ต้มโคล้ง 288 บาท ถ้ามากันหลายคนแชร์กันเฉลี่ยตกราว 250–500 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับวิวและบรรยากาศที่ได้ คะแนน Google อยู่ที่ 4.6 จากรีวิวกว่า 3,200 รายการ ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับร้านที่เน้นบรรยากาศแบบนี้
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านดังและโต๊ะริมน้ำมีจำกัด ช่วงเย็นเต็มเร็วและแทบไม่รับ walk-in ควรจองล่วงหน้าทาง Facebook หรือโทรไปก่อน โดยเฉพาะถ้าอยากได้โต๊ะติดน้ำ ตัวบ้านเป็นไม้เก่าเปิดโล่งไม่มีแอร์ กลางวันอาจร้อนอบนิด ๆ มาช่วงเย็นจะสบายกว่า ห้องน้ำมีจำกัดเลยอาจต้องรอบ้าง จอดรถได้ที่วัดปทุมคงคา ร้านเปิดอังคาร-อาทิตย์ 11:00–22:00 (ศุกร์-เสาร์ถึง 23:00) ปิดวันจันทร์
Coco Chaophraya (โคโค่ เจ้าพระยา)
ถ้าอยากได้มื้อริมเจ้าพระยาที่วิวเด็ดแต่ราคาไม่โหดเท่าโรงแรมห้าดาว Coco Chaophraya (โคโค่ เจ้าพระยา) บนถนนพระอาทิตย์คือตัวเลือกที่คนย่านบางลำพูพูดถึงกันบ่อย ร้านตั้งติดสวนสันติชัยปราการและป้อมพระสุเมรุ มีระเบียงไม้ยื่นออกไปริมน้ำ มองเห็นสะพานพระราม 8 เต็ม ๆ เป็นจุดที่หลายรีวิวบอกว่ามานั่งดูพระอาทิตย์ตกแล้วต่อยาวถึงไฟสะพานติดตอนค่ำได้สบาย เหมาะกับคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือมื้อฉลองที่อยากได้บรรยากาศมากกว่าร้านห้องแถวทั่วไป
อาหารเป็นแนวไทย-ยุโรปผสมกัน แต่ของที่คนสั่งซ้ำคือฝั่งอิตาเลียน โดยเฉพาะพิซซ่า รีวิว Wongnai พูดถึงพิซซ่าแซลมอนและพิซซ่าไส้กรอกอิตาเลียนว่าแป้งดีหน้าแน่น สปาเกตตีผัดกระเทียมก็เป็นจานที่ได้คำชมบ่อย ส่วนเมนูไทยอย่างคอหมูย่างก็ทำได้ใช้ได้ ของหวานมีเจลาโตและเครื่องดื่มโกโก้ปั่นซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ข้อสังเกตที่เห็นซ้ำ ๆ คือบางจานรสค่อนข้างกลาง ๆ เช่นซีซาร์สลัดหรือพาสตาครีมที่บางคนว่าจืดไปนิด เลยแนะนำให้เน้นไปทางพิซซ่ากับของย่างจะปลอดภัยกว่า
ราคาต่อหัวอยู่ราว 251–500 บาท พิซซ่าจานละ 350–430 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับร้านวิวริมแม่น้ำกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ที่นั่งมีทั้งโซนเอาต์ดอร์ริมน้ำรับลมและห้องแอร์ตกแต่งสไตล์คาเฟ่ ช่วงศุกร์-อาทิตย์มีดนตรีสดตั้งแต่ราวหกโมงครึ่ง เปิดทุกวัน 10:00–23:00 มาได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเพราะวิวต่างกันคนละอารมณ์
ข้อควรรู้ก่อนไป ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะและครัวอาจออกช้าหน่อย ถ้าอยากได้โต๊ะริมระเบียงวิวสะพานควรไปก่อนพระอาทิตย์ตกหรือโทรจองล่วงหน้า และบิลมีคิดค่าบริการเพิ่ม ทำเลเดินจากถนนข้าวสารและท่าเรือพระอาทิตย์ได้ ใครเที่ยวย่านเมืองเก่าแล้วอยากปิดท้ายวันด้วยมื้อวิวสวย ร้านนี้ลงตัวพอดี
โคตรทะเล เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (KodTalay Seafood Buffet The Riverfront)
ถ้าพูดถึงบุฟเฟต์ซีฟู้ดริมเจ้าพระยาที่คนพูดถึงกันมากที่สุดในกรุงเทพฯ ชื่อ "โคตรทะเล เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์" ต้องมาก่อนเสมอ ร้านตั้งอยู่ในองค์การสะพานปลา ปากซอยเจริญกรุง 58 ยานนาวา เขตสาทร เปิดโต๊ะยาวริมแม่น้ำจริง ๆ ฝั่งตรงข้ามเห็นวัดและเรือสินค้าวิ่งผ่าน จุดที่ทำให้ที่นี่ดังคือเขายกตู้กุ้งแม่น้ำกับปูเป็น ๆ มาวางข้างโต๊ะให้จับเอง ตักใส่กระชอนแล้วเอาไปย่างบนเตาที่โต๊ะได้เลย สด-ดิ้นถึงมือ ใครชอบกุ้งเผามัน ๆ ปูดำ ปูม้า ล็อบสเตอร์ ปลากะพงนึ่งมะนาว หรือซีฟู้ดปิ้งย่างแบบไม่อั้น ร้านนี้คือสนามที่ใช่
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยและควรจัดก่อนคือกุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ย่างเตาถ่าน มันกุ้งเยอะ, ปูดำ/ปูม้าจับสด, ปลากะพงนึ่งมะนาวรสจัดเปรี้ยวเผ็ด, ซาซิมิแซลมอนกับฮามาจิ และซูชิหน้าวากิว เสริมด้วยหอยนางรม หอยแครง กุ้งอบชีส ยำรสแซ่บ ไก่ทอด ของหวานและผลไม้ เสียงส่วนใหญ่ในรีวิวบอกตรงกันว่า "ของสดจริง" และคุ้มกับราคา หลายคนใช้คำว่าได้ฟีลร้านหรูในราคาหลักร้อย แต่ก็มีข้อสังเกตว่าช่วงพีคคนเยอะมาก บางเมนูเติมช้า และคิวรอโต๊ะยาว มาเป็นกลุ่มหรือจองล่วงหน้าจะสบายกว่า
บรรยากาศคือจุดขายอีกอย่าง โซนเลือกของสดอยู่ในอาคารสีขาว ส่วนโต๊ะกินอยู่ริมน้ำมีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกลมเย็น วิวแม่น้ำสวยจนหลายคนยกให้เป็นมื้อโรแมนติก ราคาบุฟเฟต์อยู่ที่ 599 บาท บวกรีฟิล 49 และ VAT 7% (สุทธิราว 648–693 บาท/คน) แบบไม่จำกัดเวลา รวมเครื่องดื่มและของหวาน ทำเลนั่งรถ/แท็กซี่สะดวก มีที่จอดรถ (มีค่าบริการ) เปิดทุกวัน 14:00–23:00 น. เบอร์จอง 082-925-9979
ที่บอกว่ายอดนิยมไม่ใช่พูดเล่น สาขาริมน้ำนี้คือร้านที่มีรีวิวบน Google Maps มากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย หลักหมื่นรีวิว สะท้อนว่าคนแห่ไปจริง ข้อควรรู้ก่อนไป: ไปช่วงเปิดบ่ายหรือก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้โต๊ะริมน้ำง่ายกว่า, จองล่วงหน้าผ่านเพจ/ไลน์ของร้าน, และเผื่อใจว่าวันหยุดคนแน่นมาก ถ้าอยากได้กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ รีบจับรีบย่างตั้งแต่รอบแรก เพราะของยอดฮิตหมดไว
Riva del Fiume Ristorante (Four Seasons)
ถ้าอยากกินอิตาเลียนแท้ ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแบบที่บรรยากาศพาไปนั่งอยู่ริมทะเลสาบ Como ที่อิตาลี Riva del Fiume ในโรงแรม Four Seasons Bangkok คือร้านที่ควรจองโต๊ะไว้ ร้านนี้คุมครัวโดยเชฟ Andrea Accordi เชฟอิตาเลียนที่ผ่านงานร้านระดับมิชลินมาทั้งฟลอเรนซ์ ปราก และฮ่องกง จุดขายคือพาสต้าโฮมเมดนวดเองทุกจาน กับพิซซ่าเตาฟืนสไตล์เนเปิลส์ที่อบในเตาจริง วัตถุดิบหลายอย่างนำเข้าตรงจากอิตาลี เหมาะกับมื้อพิเศษ ฉลองครบรอบ พาคนสำคัญมานั่งชิล หรือสายไฟน์ไดนิ่งที่อยากได้วิวแม่น้ำเต็มตา
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือพิซซ่าหน่อไม้ฝรั่งขาว (เมนูตามฤดู) ที่หลายคนบอกว่ารสครีมมี่ละมุน, ตักลิโอลินีหอยเม่นทะเล, และเนื้อ Mayura Wagyu ที่ลายมันสวยนุ่มจนรู้สึกได้ ส่วนของหวานอย่าง Sgroppino เลมอนเย็น ๆ ก็ปิดมื้อได้สบายท้อง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอาหารปรุงประณีต รสชาติมีมิติ และบริการระดับโรงแรมห้าดาว ดูแลดีแบบไม่กวนใจ ข้อสังเกตคือร้านวางตัวเป็นไฟน์ไดนิ่ง ราคาต่อจานจะสูง อยู่ราว 420–1,680 บาท ส่วนเซ็ตชิม Un Viaggio เริ่ม 3,600 บาท (4 คอร์ส) มาเป็นมื้อก็เผื่องบไว้หน่อย
ทำเลอยู่ชั้นล่างของ Four Seasons ริมเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง ย่านยานนาวา/สาทร เดินทางสะดวกด้วยเรือโรงแรมหรือ BTS สะพานตากสิน เปิดมื้อกลางวัน 12:00–14:30 และมื้อเย็น 18:00–22:30 ทุกวัน ตัวร้านได้ Michelin Plate ปี 2024–2025 ติดต่อกัน คะแนน Google อยู่ที่ 4.6 จากรีวิวหลักร้อย จุดที่คนชอบที่สุดคือระเบียงโค้งรับวิวแม่น้ำ ตอนเย็นแสงไฟอุ่น ๆ บรรยากาศโรแมนติกมาก แนะนำให้จองล่วงหน้าโดยเฉพาะวันหยุดและขอโต๊ะริมระเบียงไว้ตั้งแต่ตอนจอง
🍢 อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว? ลองฟู้ดทัวร์หรือล่องเรือดินเนอร์
ถ้ามีเวลาน้อยแต่อยากชิมให้ครบหลายร้านริมน้ำ ฟู้ดทัวร์มีไกด์พาเดินกินเป็นทางเลือกที่สบายกว่าไล่หาเอง โดยเฉพาะทัวร์เดินกินย่านเมืองเก่า-ทรงวาด ที่ไกด์จะพาแวะร้านดังหลายเจ้าและเล่าเรื่องอาหารริมเจ้าพระยาให้ฟัง ไม่ต้องลุ้นว่าร้านไหนอร่อย · ใครชอบบรรยากาศแม่น้ำเต็ม ๆ ดินเนอร์ครูซเจ้าพระยาก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้กินไปชมไฟวัดอรุณกับสะพานพระราม 8 ไปพร้อมกัน · หรือใครอยากลงมือทำเอง คลาสทำอาหารไทยก็สนุก ได้เรียนทำผัดไทย ต้มยำ หรือแกงไทยกับเชฟแล้วได้กินฝีมือตัวเอง · จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้ มีให้เลือกหลายแบบทั้งครึ่งวันและเต็มวัน เทียบราคาและรีวิวก่อนจอง
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านริมเจ้าพระยา กรุงเทพฯ
ร้านริมเจ้าพระยาหลายร้านอยู่ใกล้ท่าเรือ นั่งเรือด่วนเจ้าพระยา (ธงส้ม/ธงน้ำเงิน) หรือเรือข้ามฟากไปลงท่าใกล้ร้านจะเร็วและได้บรรยากาศกว่ารถ · ฝั่งท่าเตียนลงท่าเตียนแล้วเดินไป The Deck กับ Supanniga ได้ · ร้านที่อยู่ในซอยลึกอย่าง NAAM 1608 เรียก Grab สะดวกสุดและเห็นราคาก่อนกด
ร้านอาหารริมน้ำและโรงแรมอย่าง The Deck, Supanniga, Riva del Fiume รับบัตรเครดิตและมีพร้อมเพย์ · แต่คาเฟ่เล็ก ๆ ร้านของทานเล่น และค่าขึ้นเรือดินเนอร์ครูซบางที่สะดวกเงินสดมากกว่า ควรพกเงินสดติดตัวไว้บ้าง เผื่อร้านที่ไม่รับบัตร
โต๊ะริมน้ำและดาดฟ้าวิววัดอรุณ-สะพานพระราม 8 เต็มเร็วมากช่วงเย็น · อยากได้วิวสวยให้จองล่วงหน้าและไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกสักหน่อย จะได้เห็นทั้งแสงทองและไฟตอนค่ำ · ร้านบุฟเฟต์อย่างโคตรทะเลคิวยาวช่วงเย็น ไปจองคิวแต่เนิ่น ๆ จะรอสั้นกว่า
ร้านอาหารในไทยส่วนใหญ่ไม่มีธรรมเนียมทิปบังคับ จ่ายตามบิลได้เลย · ร้านริมน้ำและไฟน์ไดนิ่งหลายที่มีค่าบริการ (service charge) รวมในบิลแล้ว ลองดูใบเสร็จก่อน · ถ้าประทับใจบริการจะทิ้งเศษเงินทอนไว้ก็ถือเป็นน้ำใจ
ร้านวิวดังที่นักท่องเที่ยวไปเยอะอย่าง The Deck, Supanniga, Riva del Fiume มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานสื่อสารอังกฤษได้ · ร้านเล็กหรือร้านท้องถิ่นอาจมีเมนูไทยเป็นหลัก ใช้วิธีชี้รูปหรือเปิดมือถือให้ดูได้ · คำว่า ไม่เผ็ด (mai phet) กับ เผ็ดน้อย (phet nit noi) ช่วยได้เยอะถ้ากินเผ็ดไม่เก่ง
ปูและกุ้งแม่น้ำหลายร้านคิดราคาตามน้ำหนัก (ต่อกิโล/ตัว) เช่น กุ้งแม่น้ำที่ Steve Café · ก่อนสั่งลองถามราคาต่อกิโลและน้ำหนักโดยประมาณจะได้ไม่ตกใจตอนจ่าย · ร้านวิวพรีเมียมและไฟน์ไดนิ่งอย่าง Riva del Fiume ราคาสูงกว่าร้านริมน้ำทั่วไป เช็กเมนูราคาก่อนวางแผนมื้อจะสบายใจกว่า
💡 วางแผนกินริมเจ้าพระยาให้คุ้มในวันเดียว
ริมเจ้าพระยายาวหลายกิโล จับร้านตามย่านแล้วใช้เรือด่วนหรือเรือข้ามฟากเชื่อมจะสนุกกว่าวิ่งรถข้ามเมือง · โซนท่าเตียน-เมืองเก่า รวม The Deck by Arun Residence กับ Supanniga Eating Room ท่าเตียน สองร้านวิววัดอรุณที่อยู่ใกล้กัน เหมาะจองโต๊ะช่วงเย็นรอแสงทองแล้วต่อด้วยไฟวัดอรุณ · โซนเทเวศร์-สามเสน มี Steve Café & Cuisine กับกินลมชมสะพาน เดินเล่นวิวสะพานพระราม 8 ตอนค่ำได้สวย · โซนทรงวาด-ตลาดน้อย รวม NAAM 1608 กับบ้านริมน้ำ ทรงวาด เดินเที่ยวตึกเก่าย่านนี้แล้วแวะนั่งชิลรับลมแม่น้ำ · ร้านวิวดังอย่าง The Deck กับ Supanniga โต๊ะริมน้ำและดาดฟ้าเต็มเร็วมากช่วงพระอาทิตย์ตก จองล่วงหน้าและขอโต๊ะวิวแม่น้ำไว้ทุกครั้ง ส่วนยกยอกับโคตรทะเลคนเยอะช่วงเย็น-ค่ำ ไปก่อนเวลาหรือจองคิวไว้จะรอสั้นกว่า
มาเที่ยวกินริมเจ้าพระยาหลายวันให้สบาย เลือกที่พักทำเลริมน้ำหรือใกล้ท่าเรือ ตื่นมาเดินขึ้นเรือด่วนไล่ชิมร้านริมน้ำได้ทั้งเมืองเก่าและเจริญกรุง
ดูที่พักริมแม่น้ำเจ้าพระยา →