🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าจะเล่าเรื่องกินที่สิงห์บุรีให้เพื่อนฟัง ต้องเริ่มที่ปลาแม่น้ำก่อนเลย เมืองนี้นั่งคร่อมแม่น้ำเจ้าพระยา มีลำน้ำแม่ลาที่เลี้ยงปลาช่อนเนื้อแน่นจนกลายเป็นของขึ้นชื่อระดับเอ่ยชื่อจังหวัดแล้วคนนึกถึงทันที ย่านกินหลัก ๆ กระจายอยู่สามโซน คือริมสายเอเชียแถวบางมัญที่มีร้านปลาเผากับไก่ย่างรายเรียงให้แวะง่าย ในตัวเมืองริมเขื่อนเจ้าพระยาที่มีของฝากกับร้านเก่าแก่ และฝั่งอินทร์บุรีกับพรหมบุรีที่มีร้านปลาแม่น้ำริมเจ้าพระยาบรรยากาศบ้าน ๆ สบาย ๆ เมนูที่ต้องลองคือปลาช่อนเผาเกลือ เชิงปลากรายทอด หัวปลาหม้อไฟต้มเผือก และเย็นตาโฟเครื่องแน่นแบบสิงห์บุรีแท้ ๆ
ร้านในลิสต์นี้หลายร้านมีดีกรีตำนานจริง ๆ อย่างแม่ลาปลาเผาที่เผาปลาช่อนด้วยกาบมะพร้าวรมควันมากว่า 40 ปี ไพบูลย์ไก่ย่างต้นตำรับหนังกรอบที่อยู่คู่สายเอเชียมาเกือบสี่สิบปี ซ้งปลาแม่น้ำที่อินทร์บุรีซึ่งเมนูจื้อน้ำปลาม้าเคยคว้ารางวัลจากงานประกวดปลาประจำจังหวัด เจริญทิพย์ร้านเก่าแก่ใกล้ บขส. ที่อยู่มาตั้งแต่ยุคสงครามโลก และซาลาเปาแม่สายใจที่ได้ชื่อ "ซาลาเปาทูลเกล้า" จากการเคยถวายเจ้านายชั้นสูง ปิดท้ายด้วยต้มเลือดหมูเฮียเล็กที่เปิดตั้งแต่เช้าตรู่ และคาเฟ่ VAZANA กลางไร่สิงห์เกษตรไว้นั่งชิลถ่ายรูป ลองไล่กินตามลิสต์นี้รับรองว่าหนึ่งทริปไม่พอ
แม่ลาปลาเผา
ถ้าขับรถสายเอเชียผ่านสิงห์บุรี แล้วเห็นขวดยักษ์สูงเด่นริมทาง นั่นเองคือหมุดหมายของ "แม่ลาปลาเผา" ร้านต้นตำรับปลาช่อนเผาที่เปิดขายมากว่าสี่สิบปีและไม่มีสาขา ที่นี่เป็นสวนอาหารบนที่ดินกว้างกว่า 20 ไร่ มีทั้งโซนนั่งกินสบาย ๆ มุมกาแฟเบเกอรี่ และอาคารของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่ขับรถยาวแล้วอยากแวะพักกินมื้ออร่อย หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองของดีประจำเมืองสิงห์บุรีแบบไม่ต้องลงลึกในตัวเมือง
พระเอกของร้านคือ ปลาช่อนแม่ลาเผา ที่ใช้กาบมะพร้าวรมควันค่อย ๆ เผานานเกือบชั่วโมง ไม่ใส่เครื่องปรุง อาศัยความสดของเนื้อปลาล้วน ๆ รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าเนื้อปลาชุ่มฉ่ำไม่แห้ง หอมกลิ่นควันอ่อน ๆ กินกับสะเดาขมและน้ำจิ้มสองอย่างแล้วลงตัว อีกจานที่หลายคนสั่งซ้ำคือ ปลาช่อนฟูผัดพริกขิง ที่เอาเนื้อปลาเผามายีให้ฟูแล้วผัดสมุนไพรจนหอม กรอบนอกนุ่มใน ส่วนสายแซ่บก็มี ส้มตำปลาช่อน และ ปลาช่อนแดดเดียว ทอดกรอบ ๆ ที่ซื้อกลับเป็นของฝากได้ด้วย
ราคาต่อหัวประมาณ 100–250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับปลาแม่น้ำสด ๆ จานใหญ่ ร้านกว้าง ลมเย็น มีที่จอดรถเยอะ คนเสิร์ฟเยอะ อาหารออกค่อนข้างเร็วแม้ช่วงคนแน่น เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำ สังเกตง่ายเพราะอยู่ติดถนนสายเอเชียช่วงกิโลเมตร 91 ตำบลบางมัญ มีขวดยักษ์เป็นจุดเช็กอิน ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดยาวคนเยอะมาก ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่อยากให้เผื่อเวลานิดหน่อย แล้วอย่าลืมแวะซื้อปลาช่อนแดดเดียวกับกุนเชียงปลาติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ไพบูลย์ไก่ย่าง (ต้นตำรับสิงห์บุรี)
ถ้าใครขับรถสายเอเชียผ่านสิงห์บุรี แล้วได้กลิ่นไก่ย่างหอม ๆ ลอยมา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นที่นี่ "ไพบูลย์ไก่ย่าง ต้นตำรับสิงห์บุรี" ร้านในตำนานที่เปิดมายาวนานกว่า 37 ปี ส่งต่อสูตรจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นหมุดหมายที่คนเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้แวะกินกันแทบทุกคัน ร้านอยู่ริมถนนสายเอเชีย กม.87 เลยโลตัสสิงห์บุรีมาราว 2 กิโลเมตร ติดศูนย์โตโยต้า หาง่าย จอดรถสะดวกมาก เหมาะกับครอบครัวที่ขับรถมาด้วยกัน กลุ่มเพื่อนที่อยากกินมื้อเที่ยงจริงจัง หรือคนที่แค่อยากแวะพักระหว่างทาง
พระเอกของร้านคือ "ไก่ย่างหนังกรอบ" ที่หมักด้วยกระเทียมพริกไทยและสมุนไพรก่อนนำไปย่างจนหนังกรอบ เนื้อในยังนุ่มชุ่ม ไม่แห้งกระด้าง หลายรีวิวบอกตรงกันว่าไก่ย่างมาแบบแห้งกำลังดี หนังกรอบใช้ได้ และต้องกินคู่น้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดที่รสเข้มจัดจ้าน เปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม อีกจานที่คนสั่งกันเยอะคือ "ส้มตำแมงดาทรงเครื่อง" ที่ได้กลิ่นแมงดาหอมเฉพาะตัว และ "แกงคั่วหอยขม" สูตรพื้นบ้านสิงห์บุรีแท้ ๆ เคี่ยวน้ำพริกแกงกับกะทิจนข้น ใส่หอยขมล้างสะอาด รสเข้มข้นแบบบ้าน ๆ ที่หากินยาก ใครชอบของทอดก็มีปลาเค้าทอดกระเทียมและต้มยำปลาม้าหม้อร้อน ๆ ให้สั่งเพิ่ม
บรรยากาศร้านเป็นภัตตาคารขนาดใหญ่ มีทั้งโซนพัดลมและห้องแอร์ โต๊ะเยอะรองรับได้ร้อยกว่าที่นั่ง มากันเป็นกลุ่มก็สบาย ราคาถือว่าคุ้ม ไก่ย่างครึ่งตัวราว 120 บาท เต็มตัวราว 240 บาท กับข้าวจานละหลักร้อยต้น ๆ เฉลี่ยต่อคนประมาณ 100-250 บาท บนวงค์ไนได้คะแนน 4.1 จากรีวิวหลักร้อย ซึ่งถือว่าแน่นสำหรับร้านต่างจังหวัด
ข้อควรรู้สักนิด ช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลคนจะแน่นมาก เพราะเป็นจุดแวะยอดฮิต ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่เผื่อเวลารอหน่อย ครัวปิดราวสามทุ่มเศษ ใครตั้งใจมากินมื้อค่ำควรมาก่อนเวลา จะได้ไก่ย่างร้อน ๆ เพิ่งลงจากเตา
ก๋วยเตี๋ยวตำนานเย็นตาโฟสิงห์บุรี
ถ้าถามคนสิงห์บุรีว่าเย็นตาโฟเจ้าไหนต้องลอง ชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวตำนานเย็นตาโฟสิงห์บุรี" บนถนนขุนสรรค์ ย่านบางพุทรา มักโผล่มาเป็นชื่อแรก ๆ ร้านนี้เจ้าของไปขอสูตรมาจากเจ้าดังแถวบางใหญ่ แล้วเอามาเปิดเป็นเย็นตาโฟสูตรดั้งเดิมเจ้าแรก ๆ ของเมืองสิงห์ จุดขายคือเครื่องที่จัดมาแน่นชาม ทั้งปลาหมึกกรอบ ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นหมู ปลาเส้น ลูกชิ้นกุ้ง แฮ่กึ๊น และเลือดนุ่ม ๆ ใครชอบเย็นตาโฟแบบได้กินเครื่องเยอะ ๆ ในราคาเบา ๆ ร้านนี้คือที่ที่ควรแวะ
เมนูที่ต้องสั่งคือเย็นตาโฟเครื่องแน่น และไฮไลต์จริง ๆ คือระบบความเผ็ดที่เลือกได้สามระดับ ฟ้าแลบ (เผ็ดน้อย เด็กกินได้) ฟ้าร้อง (เผ็ดกลาง) และฟ้าผ่า (เผ็ดจัดเต็มแบบแซ่บถึงใจ) ความพิเศษอยู่ที่ซอสเย็นตาโฟทำเอง เคี่ยวเต้าหู้ยี้นานกว่าสี่ชั่วโมง และพริกคั่วเองเพื่อคุมระดับความเผ็ดให้พอดีในแต่ละสเต็ป รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าน้ำเข้มข้นกลมกล่อม ลูกชิ้นปลาสด ไม่มีกลิ่นคาว เครื่องคัดมาดี สายเผ็ดที่อยากท้าทายตัวเองลองสั่งฟ้าผ่าได้เลย แต่ถ้าไม่ชินความเผ็ดแนะนำให้เริ่มจากฟ้าแลบหรือฟ้าร้องก่อน
เรื่องราคาเป็นมิตรมาก ทุกระดับความเผ็ดชามละ 40 บาทเท่ากัน สั่งพิเศษเพิ่มเครื่องชามละ 50 บาท ส่วนใครอยากลองแบบลวกจิ้มก็ 60 บาท บรรยากาศเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวท้องถิ่นกันเอง นั่งสบาย ๆ มีน้ำแข็งบริการตัวเอง และมีกาแฟให้สั่งเสริม เหมาะเป็นมื้อเช้าถึงมื้อกลางวันระหว่างขับรถผ่านเมืองสิงห์
ทำเลหาง่าย อยู่บนถนนขุนสรรค์ มุ่งหน้าวัดโพธิ์แก้วนพคุณ ร้านอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงสามแยกเข้าวัดราว 50 เมตร เปิดทุกวัน 08:00-15:00 น. ข้อควรรู้คือร้านขายหมดเป็นรอบ ๆ ถ้าอยากกินครบเครื่องควรมาช่วงสายถึงเที่ยง อย่ามาบ่ายแก่ ๆ เพราะบางวันของหมดก่อนปิด
ซ้งปลาแม่น้ำ (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา)
ถ้าคุณเป็นสายปลาแม่น้ำตัวจริง ร้านนี้คือหมุดที่ต้องปักไว้ "ซ้งปลาแม่น้ำ" ซ่อนตัวอยู่หลังวัดโฆสิทธาราม อำเภออินทร์บุรี ริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่นิ่งสงบ เจ้าของเดิมเป็นคุณครู ลาออกมาทำร้านอาหารโดยตั้งชื่อตามคุณพ่อ จุดเด่นที่ทำให้คนขับรถมาไกลคือ ที่นี่ใช้ปลาแม่น้ำธรรมชาติล้วน ๆ ประมาณ 11 ชนิด ทั้งจับเองและรับซื้อจากชาวประมงพื้นบ้านแบบวันต่อวัน เลือกตัวที่อยากกินแล้วบอกได้เลยว่าอยากให้ทำแบบไหน ทอด แกง ผัด หรือลวกจิ้ม
เมนูที่ต้องสั่งคือ "จื้อน้ำปลาม้า" ซุปปลาทอดสไตล์จีนที่เคยชนะการประกวดเทศกาลกินปลาของจังหวัดเมื่อปี 2561 น้ำซุปได้กลิ่นกระเทียมเจียว มะขามเปียก และน้ำปลา ตัดด้วยพริกคั่ว โรยหอมหั่น คื่นช่าย ต้นหอม เป็นรสที่แปลกลิ้นแต่ติดใจ อีกจานที่หากินยากคือเชิงปลากรายทอดกรอบ เนื้อเด้งหนึบ และยังมีปลาแดงราดพริก ปลาหางไก่ทอดกระเทียม กับแกงป่าปลาที่หลายคนบอกว่าอร่อยจนต้องเติมข้าว ปลาสด เนื้อแน่น ไม่คาว คือคำชมที่เจอซ้ำ ๆ ในรีวิว
บรรยากาศเป็นเรือนไม้โล่งริมน้ำแบบบ้าน ๆ สบาย ๆ ลมเย็นจากแม่น้ำพัดทั้งวัน เหมาะมากับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนเพื่อสั่งปลามาแบ่งกันหลายอย่าง คุณลุงเจ้าของยังคอยแนะนำว่าปลาตัวไหนเอาไปทำเมนูอะไรถึงจะอร่อยที่สุด ราคาต่อจานราว 150-250 บาท ตกหัวละประมาณ 250-500 บาท ถือว่าคุ้มกับความสดของวัตถุดิบ
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดวันอังคารถึงอาทิตย์ ราว 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ และเพราะใช้ปลาที่จับได้จริงในแต่ละวัน บางเมนูอาจหมุนเวียนตามของที่มี ถ้าอยากชิมปลาตัวพิเศษแนะนำให้โทรถามก่อน เดินทางมาตามทางเข้าวัดโฆสิทธารามแล้ววิ่งต่อไปริมน้ำ มีที่จอดรถสะดวก
เจริญทิพย์
ถ้าจะพูดถึงร้านอาหารระดับตำนานของสิงห์บุรี ชื่อ "เจริญทิพย์" ต้องมาก่อนเสมอ ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมากว่า 70 ปี ตั้งอยู่บนถนนนายแท่น ใกล้สถานีขนส่ง (บขส.) เดินทางง่าย เป็นตึกแถวสองห้องติดแอร์ บรรยากาศแบบภัตตาคารจีนยุคเก่าที่หลายคนเล่าว่าเข้าไปแล้วเหมือนย้อนเวลา เฮียปอเจ้าของร้านยังลงครัวปรุงเองแทบทุกจาน ใครที่อยากกินอาหารปลาแม่น้ำรสมือเก่าแก่ของจริง หรือพาผู้ใหญ่มานั่งสบาย ๆ ร้านนี้เหมาะมาก
เมนูที่ต้องสั่งคือเชิงปลากรายทอด ซิกเนเจอร์ของร้าน ทอดมาชิ้นโต คลุกแป้งบาง ๆ กรอบนอกแต่ข้างในยังนุ่ม รีวิวหลายเจ้าบอกตรงกันว่าห้ามพลาด ตามด้วยต้มยำพุงไข่ปลาช่อนรสจัดจ้านโดนใจสายเปรี้ยวเผ็ด ปูนิ่มผัดสะตอที่ทอดกรอบราดสะตอหอม ๆ และแกงป่าลูกชิ้นปลากรายที่ลูกชิ้นเด้งหนึบทำเอง ใครชอบของแปลกลองยำมะม่วงโรยปลาเส้นทอด หรือสลัดหมูทอดราดน้ำสลัดสไตล์ร้านก็ได้
เรื่องราคาอยู่ในระดับร้านอาหารตามสั่งจานกลาง เริ่มหลักร้อยต่อจาน ส่วนเมนูปลาแม่น้ำชิ้นใหญ่จะขยับขึ้นไปตามขนาด มากันหลายคนช่วยกันสั่งจะคุ้มกว่า รสชาติออกแนวอาหารไทยภาคกลางย้อนยุค จัดจ้านแบบรสมือคนรุ่นเก่า สะอาดและใส่ใจ จุดนี้เองที่ทำให้ทั้งคนสิงห์บุรีและนักเดินทางที่ผ่านมาแวะกินกันไม่ขาด
ข้อควรรู้คือเวลาเปิด-ปิดแต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกันนัก โดยรวมเปิดช่วงสายถึงค่ำทุกวัน ถ้าจะมาช่วงมื้อเที่ยงวันหยุดหรือเทศกาลคนค่อนข้างเยอะ โทรจองหรือสั่งล่วงหน้าได้จะสะดวกกว่า และเชิงปลากรายเป็นของขึ้นชื่อบางวันหมดเร็ว มาช่วงไม่ดึกมากจะได้กินครบตามที่ตั้งใจ
🛏️ ค้างคืนที่สิงห์บุรี กินครบทั้งสองวัน
ร้านเด็ดสิงห์บุรีกระจายอยู่ทั้งบางมัญ ตัวเมืองริมเขื่อน อินทร์บุรี และพรหมบุรี วันเดียวกินไม่หมดแน่ ค้างสักคืนแล้วค่อย ๆ ไล่กินจะสบายกว่าเยอะ เลือกที่พักทำเลดีใกล้ตัวเมืองหรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินทางไปร้านต่าง ๆ สะดวก จองล่วงหน้าได้ราคาคุ้มกว่า
🔍 เช็คราคาที่พักสิงห์บุรี (Agoda)ซาลาเปาแม่สายใจ (ซาลาเปาทูลเกล้า)
ถ้าใครขับรถผ่านสิงห์บุรีแล้วยังไม่ได้แวะร้านนี้ คนสิงห์บุรีเขาจะบอกว่ามาไม่ถึง เพราะ "ซาลาเปาแม่สายใจ" หรือที่คนเรียกติดปากว่า "ซาลาเปาทูลเกล้า" คือร้านซาลาเปาเก่าแก่กว่า 50 ปีที่อยู่คู่เมืองนี้มานาน ตั้งอยู่ริมเขื่อนเจ้าพระยาบนถนนวิไลจิตต์ใจกลางเมือง ฉายาทูลเกล้ามาจากการที่ร้านเคยได้ทูลเกล้าฯ ถวายซาลาเปาแด่พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ เลยกลายเป็นชื่อที่คนจำได้ติดหู เหมาะมากสำหรับคนที่แวะซื้อของฝากกลับบ้าน หรืออยากหามื้อเช้า-ของว่างอร่อย ๆ ราคาเบา ๆ ระหว่างทางผ่านภาคกลาง
พระเอกของร้านอยู่ที่ตัวแป้ง รีวิวเกือบทุกคนพูดตรงกันว่าแป้งนุ่ม เหนียวกำลังดี ไม่ติดฟัน และหอม ส่วนไส้ก็ให้มาแน่นเต็มลูก ไส้ที่คนสั่งกันบ่อยคือไส้หมูสับ ไส้หน่อไม้ที่เป็นไส้โบราณประจำร้าน ไส้ครีม ไส้เผือกแปะก๊วย และหมั่นโถวฮ่องเต้ที่เนื้อแน่นนุ่ม นอกจากซาลาเปายังมีขนมเปี๊ยะปิ้งและขนมเต้าซ้อให้เลือกซื้อเป็นของฝากด้วย หลายไส้รสไม่เหมือนกันเลย ลองได้หลายแบบในคราวเดียว
ราคาเป็นกันเองมาก จ่ายต่อหัวไม่ถึง 100 บาทก็อิ่ม รีวิวบนวงในให้คะแนนราว 4.0 และครึ่งหนึ่งบอกว่าร้านนี้เหมาะกับสายประหยัด ตัวร้านเป็นห้องแถวเก่าริมเขื่อน บรรยากาศบ้าน ๆ ไม่หรูแต่อบอุ่น มีที่จอดรถริมถนน เปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00 ถึง 19.00 น. ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดคนเยอะมาก บางรีวิวบอกเคยรอนานเป็นชั่วโมง แนะนำให้โทรสั่งล่วงหน้าหรือมาเช้าหน่อยจะได้ของครบไส้และไม่ต้องรอนาน เป็นร้านของดีเมืองสิงห์ที่แวะทีไรก็ไม่ผิดหวัง
กุ้งเผาแม่ทองชุบ
ถ้าขับรถสายเอเชียผ่านสิงห์บุรีแถวหลักกิโลเมตรที่ 69 แล้วเห็นป้ายวัดตราชู ให้เลี้ยวเข้าไปตามซอย เพราะปลายทางคือ "กุ้งเผาแม่ทองชุบ" ร้านกุ้งแม่น้ำเผาริมน้ำที่อยู่คู่เมืองสิงห์บุรีมากว่าสามสิบปีและส่งต่อกันมาถึงรุ่นที่สาม จุดเริ่มต้นน่ารักตรงที่เมื่อก่อนลูกค้าหิ้วกุ้งมาให้ทางบ้านช่วยย่างกับตำน้ำจิ้มให้ พอใครได้ลองก็ติดใจจนกลายเป็นร้านเต็มตัว ใครที่ขับผ่านอยุธยา-อ่างทองมุ่งหน้าเหนือแล้วอยากแวะกินกุ้งตัวโต ๆ สักมื้อ ที่นี่คือหมุดที่คนสิงห์บุรีพยักหน้าให้
พระเอกของร้านคือกุ้งแม่น้ำเผาตัวเขื่อง เฉลี่ยตัวละ 4 ขีด ความพิเศษอยู่ที่ทางร้านเผาทั้งตัวแบบไม่ผ่าซีก ย่างบนเตาถ่านคุมไฟจนสุกพอดี เปิดเปลือกออกมาเจอมันกุ้งสีส้มเยิ้ม ๆ เนื้อแน่นฉ่ำหวานไม่แห้ง จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรร้านที่เผ็ดเปรี้ยวกำลังดี รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่า "กุ้งตัวใหญ่มาก สด หวาน" เมนูที่คนสั่งคู่กันบ่อยคือต้มยำปลาม้ารสจัดจ้านที่หลายคนชม ยำปลาดุกฟูกรอบ ๆ ราดน้ำยำแซ่บ ห่อหมกปลากราย และผัดผักสดไฟแรง เป็นชุดที่ลงตัวสำหรับโต๊ะใหญ่
เรื่องราคาต้องทำใจไว้นิดหนึ่ง กุ้งเผาคิดตามน้ำหนัก ช่วงราคาประมาณ 1,400-1,800 บาทต่อกิโลกรัม กิโลหนึ่งได้กุ้งตัวโตราว 3 ตัว ถือว่าเป็นมื้อพิเศษมากกว่ามื้อประจำ บรรยากาศเป็นร้านโล่งริมน้ำโต๊ะเยอะ ลมเย็นสบาย จอดรถได้สะดวกแถววัด เปิดทุกวันประมาณ 09.00-19.30 น. โทรเช็กก่อนได้ที่ 036-599709
ข้อควรรู้ตามตรง คะแนนรวมบนเว็บรีวิวอยู่ราว 3.8 ดาว มีทั้งคนรักและคนที่รู้สึกเฉย ๆ บางรีวิวบอกว่าวันคนเยอะบริการอาจช้าและดูวุ่น บางคนว่าต้มยำรสอ่อนเค็มไปนิด แต่เสียงส่วนใหญ่ยังกลับมาเพราะตัวกุ้งที่สดและใหญ่จริงหาได้ยากในละแวกนี้ ถ้าตั้งใจมากินกุ้งแม่น้ำเผามัน ๆ เป็นหลักและไม่ซีเรียสเรื่องราคา ที่นี่คุ้มกับการแวะ แนะนำให้เผื่อเวลาและมาช่วงไม่ใช่วันหยุดยาวจะสบายกว่า
ร้านอาหารรำพึง
ถ้าใครขับรถผ่านสิงห์บุรีแล้วอยากกินของอร่อยแบบที่คนพื้นที่การันตี ร้านอาหารรำพึงคือชื่อที่ทุกคนพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้อยู่คู่เมืองสิงห์บุรีมากว่า 50 ปี เป็นตึกแถวเก่าย่านบางมัญ ใกล้โรงพยาบาลสิงห์บุรีติดสี่แยกไฟแดง จุดเด่นคืออาหารไทย-จีนที่เน้นปลาแม่น้ำเป็นพระเอก ทั้งปลาม้า ปลาคัง ปลาช่อน เหมาะมากสำหรับมากันเป็นครอบครัวหรือเป็นกลุ่ม เพราะอาหารจานใหญ่ แบ่งกันกินได้สบาย
เมนูที่ต้องสั่งคือ หัวปลาหม้อไฟต้มเผือก ที่เอาหัวปลาม้ากับเผือกไปทอดก่อนแล้วนำมาต้มกับน้ำซุปสูตรเฉพาะ หอมกลมกล่อมจนหลายคนบอกว่าพลาดไม่ได้ ปลาหมึกผัดไข่เค็มที่ไข่เค็มหอมมันเคลือบทั่วตัวปลาหมึก ปลาคังผัดฉ่าเผ็ดร้อนเสิร์ฟบนกระทะร้อน ๆ และปลาช่อนลุยสวนเนื้อปลาแน่นราดน้ำยำสมุนไพรสดชื่น อีกจานที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือเม็ดมะม่วงผัดปลาช่อนกรอบ เนื้อปลาทอดกรอบฟูผัดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์เม็ดโต รสเค็มหวานมัน
รสชาติโดยรวมได้คำชมเรื่องความสดของปลาและฝีมือปรุงที่อยู่ตัว รีวิวบนเว็บกินดื่มให้คะแนนราว 4.2 จากหลายร้อยรีวิว ส่วนเรื่องราคา หลายคนบอกตรงกันว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านต่างจังหวัด เฉลี่ยอยู่ในช่วง 250-500 บาทต่อคน เมนูปลาจานเด่นหลายอย่างอยู่ที่ 250-450 บาท แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่าคุณภาพคุ้มกับที่จ่าย เพราะวัตถุดิบดีและปริมาณจัดเต็ม
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเป็นช่วง วันอังคารถึงอาทิตย์ ประมาณ 10.30-13.00 น. และ 16.30-19.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ ช่วงมื้อเที่ยงและวันหยุดคนเยอะมาก โทรเช็กก่อนไปได้ที่ 036-520-757 ร้านมีห้องแอร์และที่จอดรถ รองรับได้หลายสิบที่นั่ง ที่ร้านยอดนิยมเพราะเป็นตำนานปลาแม่น้ำของสิงห์บุรีที่ทำต่อเนื่องมานานและยังรักษามาตรฐานไว้ได้ ใครแวะเมืองสิงห์บุรีแล้วอยากกินปลาแม่น้ำดี ๆ ร้านนี้คือหมุดที่ควรปักไว้
เลือดหมูเฮียเล็ก
ถ้าใครขับรถสายเอเชียขึ้นเหนือผ่านสิงห์บุรี แล้วเริ่มหิวช่วงเช้า ร้าน "เลือดหมูเฮียเล็ก" คือจุดแวะที่คนเดินทางรู้จักกันมานาน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 78 ก่อนถึงวัดอัมพวันนิดเดียว เปิดตั้งแต่เช้ามืดจนบ่าย ร้านนี้เหมาะกับคนที่อยากได้มื้อแรกอุ่น ๆ ก่อนเดินทางต่อ หรือครอบครัวที่แวะพักยืดเส้นแล้วหาของกินรองท้องแบบไม่ต้องคิดเยอะ ตัวร้านเป็นโรงใหญ่เปิดโล่งคล้ายศูนย์อาหาร เดินเข้าไปต้องแลกคูปองพลาสติกก่อน แล้วค่อยเลือกซื้อจากซุ้มต่าง ๆ ได้ตามใจ
พระเอกของร้านคือต้มเลือดหมูน้ำซุปเข้มข้น ที่หลายคนชมว่าซุปกลมกล่อม เครื่องในหมูสะอาด ไม่มีกลิ่นคาว ใส่มาเต็มชาม สั่งแบบใส่กระดูกเพิ่มก็ได้รสมันขึ้นอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวหมู ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวขาหมู และอาหารตามสั่งให้เลือกครบในที่เดียว รีวิวจากนักเดินทางหลายคนพูดตรงกันว่าของที่เด็ดไม่แพ้ตัวอาหารคือเครื่องปรุงและพริกป่นของร้าน ที่หอมและเผ็ดถึงใจ ปรุงเองได้ตามชอบ ใครชอบซดน้ำซุปร้อน ๆ ตอนเช้าจะถูกใจมาก
เรื่องราคาเป็นมิตรกับกระเป๋า ต้มเลือดหมูเริ่มต้นชามละ 50 บาท ใส่กระดูกเพิ่มราว 70 บาท ข้าวเปล่าจานละ 10 บาท โดยรวมมื้อหนึ่งต่อคนยังต่ำกว่าร้อยบาท จึงไม่แปลกที่ร้านนี้กลายเป็นมื้อเช้ายอดฮิตของชาวสิงห์บุรีและขาประจำสายเหนือ ด้วยจุดเด่นที่เปิดเช้า ราคาไม่แพง และมีเมนูให้เลือกเยอะในจุดเดียว
ข้อควรรู้นิดหน่อย ร้านนี้ใช้ระบบคูปอง ต้องแลกเงินเป็นเหรียญพลาสติกที่เคาน์เตอร์ก่อนสั่ง ช่วงวันหยุดยาวหรือเช้า ๆ คนเยอะพอสมควรเพราะเป็นจุดพักรถยอดนิยม ถ้าอยากได้บรรยากาศสบาย ๆ แนะนำมาช่วงเช้าไม่สาย และเผื่อเวลานิดหนึ่งสำหรับหาที่จอดและต่อคิวซุ้มยอดนิยม
VAZANA Coffee House (ไร่สิงห์เกษตร)
VAZANA Coffee House หรือที่คนสิงห์บุรีเรียกติดปากว่า "ไร่สิงห์เกษตร" เป็นคาเฟ่สวนกว้างกลางธรรมชาติที่เหมาะกับคนชอบนั่งชิล ถ่ายรูป และพาครอบครัวมาเดินเล่น ร้านวางตัวเป็นคาเฟ่รักษ์โลก มีทั้งโซนห้องแอร์เย็นสบายและโซนสวนกลางแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ มีบ่อปลา ทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนไปตามฤดู และชิงช้ามุมถ่ายรูปกระจายอยู่ทั่วไร่ ใครที่ขับรถสายเอเชียผ่านสิงห์บุรีแล้วอยากแวะพักยืดเส้นยืดสาย ที่นี่ลงตัวทั้งสายคาเฟ่และสายธรรมชาติ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกาแฟ เค้กบาวม์คูเฮน (Baumkuchen) บราวนี่ และขนมปังปิ้ง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าขนมอบอร่อย กาแฟดื่มง่าย มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างอเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาวใส่ท็อปปิ้งให้ลอง นอกจากของหวานยังมีอาหารจานหลักให้สั่งกินมื้อจริงได้ด้วย บางรีวิวบอกตรง ๆ ว่าอยากให้กาแฟเข้มข้นขึ้นอีกนิด ถือเป็นข้อสังเกตเล็กน้อยที่แล้วแต่คนชอบ โดยรวมราคาอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล ของหวานและเครื่องดื่มจับต้องได้ พนักงานใจเย็นบริการดี
จุดที่ทำให้ร้านนี้ฮิตคือบรรยากาศร่มรื่นแบบไร่จริง ๆ ที่จอดรถกว้าง พาเด็กมาได้ พาน้องหมาน้องแมวมาได้ มีมุมถ่ายรูปเยอะจนเดินถ่ายเพลินเป็นชั่วโมง และยังรับจัดงานแต่งงานพิธีในสวนอีกด้วย คะแนน Google Maps อยู่ที่ 4.4 จากผู้รีวิวกว่า 400 คน สะท้อนว่าเป็นจุดแวะที่คนกลับมาชมเรื่องบรรยากาศและความเป็นมิตรอยู่เรื่อย ๆ
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านอยู่ที่ตำบลท่างาม เข้าทางสะพานข้ามแม่น้ำเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ป้ายบอกทางช่วงเข้าซอยอาจไม่ชัดนัก แนะนำเปิด Google Maps ปักหมุดไว้ เปิดทุกวัน 09:00–18:00 และวันเสาร์–อาทิตย์ยืดเวลาถึง 20:00 ช่วงที่ทุ่งดอกไม้บานจะถ่ายรูปสวยเป็นพิเศษ มาช่วงเช้าถึงบ่ายแดดกำลังดีและคนยังไม่แน่น
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารแถวภาคกลาง
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรือลองลงมือทำอาหารไทยด้วยตัวเอง จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook และ GetYourGuide ได้เลย มีทั้งทัวร์ชิมอาหารถิ่น ตลาดน้ำ และเวิร์กช็อปทำอาหารไทยในภาคกลางใกล้สิงห์บุรี เหมาะกับสายกินที่อยากได้ประสบการณ์มากกว่าแค่นั่งกิน
💡 รู้ก่อนไปกินที่สิงห์บุรี
ร้านเด็ดสิงห์บุรีกระจายตัวคนละอำเภอและหลายร้านอยู่ริมสายเอเชีย Grab มีน้อยและขนส่งสาธารณะในจังหวัดจำกัด เช่ารถหรือขับมาเองจะคล่องตัวกว่ามาก ข้อดีคือร้านใหญ่ส่วนมากมีลานจอดรถกว้าง
ร้านเส้น ร้านสตรีท ของฝาก และร้านเล็กหลายแห่งรับแต่เงินสดหรือโอนพร้อมเพย์ ร้านปลาแม่น้ำใหญ่ ๆ บางร้านอาจรับโอนได้ แต่เตรียมเงินสดติดตัวไว้จะอุ่นใจที่สุด
เสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาวร้านดังคนแน่นมาก โดยเฉพาะมื้อเที่ยง ลองมาก่อนเที่ยงหรือบ่ายแก่ ๆ จะนั่งสบายกว่า และหลายร้านปิดช่วงบ่ายแล้วเปิดใหม่ตอนเย็น เช็กเวลาก่อนไป
เมนูอย่างเย็นตาโฟฟ้าผ่ามีระดับความเผ็ดให้เลือกตั้งแต่เบาไปจัด ส้มตำและแกงป่าก็เผ็ดจริง ถ้าทานเผ็ดไม่เก่ง บอกร้านว่าขอเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดได้เลย
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่เมนูเป็นภาษาไทย พนักงานพูดอังกฤษได้บ้างเล็กน้อย ลองชี้รูปอาหารหรือใช้แอปแปลภาษาช่วย คนสิงห์บุรีใจดีและยินดีช่วยแนะนำเมนูเด็ด
ร้านอาหารไทยทั่วไปไม่บังคับทิป ร้านใหญ่บางแห่งอาจมีชาร์จบริการในบิลอยู่แล้ว ถ้าประทับใจจะทิ้งเศษเงินทอนหรือเล็กน้อยไว้ก็เป็นน้ำใจที่ร้านยินดี แต่ไม่ใช่ธรรมเนียมที่ต้องทำ
วางแผนกินสิงห์บุรีให้คุ้มในวันเดียว
ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ทางสายเอเชีย เริ่มมื้อสายที่แถวบางมัญได้เลย แม่ลาปลาเผาและไพบูลย์ไก่ย่างอยู่ริมสายเอเชียใกล้กัน แวะได้สะดวกและมีที่จอดรถเยอะ สั่งปลาช่อนแม่ลาเผากับไก่ย่างหนังกรอบมาแบ่งกันชิม จะได้ลองของขึ้นชื่อทั้งสองอย่างในรอบเดียว
ช่วงบ่ายเข้าตัวเมืองริมเขื่อนเจ้าพระยา แวะซื้อซาลาเปาแม่สายใจติดมือไว้เป็นของฝาก แล้วต่อด้วยกาแฟและเค้กที่ VAZANA ไร่สิงห์เกษตรเพื่อนั่งพักถ่ายรูป ส่วนมื้อค่ำถ้าอยากกินปลาแม่น้ำแบบจริงจัง ขับไปทางอินทร์บุรีหาซ้งปลาแม่น้ำ หรือพรหมบุรีไปกุ้งเผาแม่ทองชุบริมน้ำ เช็กเวลาเปิดก่อนไปด้วย เพราะหลายร้านอย่างเจริญทิพย์และรำพึงปิดค่อนข้างเร็ว และเลือดหมูเฮียเล็กเด่นที่เปิดเช้าตรู่ เหมาะแวะมื้อเช้าหรือก่อนเดินทางต่อมากกว่ามื้อดึก
มาสิงห์บุรีหลายร้านแล้วอยากค้างสักคืน เลือกที่พักทำเลดีใกล้ตัวเมืองและริมเจ้าพระยา จองง่าย ราคาคุ้ม
ดูที่พักในสิงห์บุรี


