🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของสงขลาคือความเป็นเมืองสามวัฒนธรรม ไทย-จีน-มลายู ที่ผสมกันลงในจานอาหารแบบเนียน ๆ เดินเข้าย่านเมืองเก่าแถวถนนนางงาม จะได้กลิ่นเครื่องเทศจากหม้อข้าวสตู เสียงหม้อนึ่งซาลาเปา และร้านเก่าแก่ที่เปิดกันมาเป็นรุ่นที่สาม ขยับมาที่หาดใหญ่ก็เป็นอีกอารมณ์ เมืองที่ตื่นแต่ตีห้าเพื่อกินติ่มซำกับบะกุ๊ดเต๋ร้อน ๆ แล้วค่อยออกไปหาซีฟู้ดวิวทะเลสาบที่เกาะยอตอนเย็น เป็นจังหวัดที่ถ้าวางแผนกินดี ๆ หนึ่งทริปก็ได้ครบทั้งของคาว ของหวาน และของกินเล่นแบบไม่ซ้ำมื้อ
ลิสต์นี้มีทั้งร้านตำนานและร้านที่คนรุ่นใหม่ตามไปลอง ข้าวสตูเกียดฟั่งบนถนนนางงามอยู่คู่เมืองมาเกือบเก้าทศวรรษ และข้าวสตูยังเคยได้รับเลือกเป็นเมนูถิ่นประจำจังหวัดสงขลา ส่วนแต้เฮี้ยงอิ๊วก็เป็นร้านไทย-จีนแต้จิ๋วเก่าแก่ที่ยำมะม่วงกับแกงส้มเลื่องลือมานาน ฝั่งหาดใหญ่มีโชคดี แต่เตี้ยม เจ้าติ่มซำ-บะกุ๊ดเต๋ที่คนต่อคิวกันตั้งแต่เช้า ซาลาเปาโกอ้วนต้นตำรับที่อยู่มาสี่ทศวรรษ และไอติมโอ่งสูตรไข่แข็งโบราณที่ตักจากโอ่งดินให้เห็นกันสด ๆ แต่ละร้านมีของขึ้นชื่อชัดเจน อ่านจบแล้วจัดเส้นทางกินได้เลย
ข้าวสตูเกียดฟั่ง (ถนนนางงาม)
ถ้ามาเดินย่านเมืองเก่าสงขลาแล้วอยากกินมื้อเช้าแบบที่คนสงขลากินกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า "ข้าวสตูเกียดฟั่ง" บนถนนนางงามคือชื่อที่ทุกคนพูดถึงเป็นอันดับแรก ร้านนี้เป็นตึกแถวเก่าเปิดมาตั้งแต่ปี 2480 ส่งต่อกันมาถึงรุ่นที่ 3 ของตระกูลชาวจีนไหหลำ เมนูเด่นคือข้าวสตูหมูราดน้ำซุปสีดำที่เคี่ยวเครื่องเทศจนหอม เลือกได้ว่าจะเอาหมูกรอบ เนื้อหมูล้วน หรือเครื่องในรวม กินคู่กับซาลาเปาลูกใหญ่ที่กลายเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างของร้าน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองอาหารถิ่นแท้ ๆ ในมื้อแรกของทริป
หัวใจของจานคือน้ำซุปสตูที่ข้นกำลังดี รสออกเค็ม-หวานนิด ๆ กลิ่นพะโล้และเครื่องเทศชัด หลายรีวิวบอกว่าราดข้าวสวยร้อน ๆ แล้วซดได้เพลิน หมูกรอบหนังกรอบเนื้อนุ่ม เครื่องในสะอาดไม่มีกลิ่น ที่เด็ดไม่แพ้กันคือผักดองเปรี้ยวกับกระเทียมสดที่ทางร้านให้มาตัดเลี่ยน ทำให้กินได้เรื่อย ๆ ไม่เลี่ยน ส่วนซาลาเปาลูกใหญ่เต็มมือ แป้งนุ่มฟู ไส้หมูแน่น ๆ มีไส้ถั่วแดงถั่วเขียวสูตรทำเองที่ไม่หวานจัด คนชมว่าคุ้มและอิ่ม
ราคาต่อหัวประมาณ 100-250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับความเก่าแก่และคุณภาพ ร้านเปิดเช้าตั้งแต่ 7 โมงถึงบ่าย 2 โมง บรรยากาศคึกคัก คนแน่นโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ มีทั้งคนสงขลาและนักท่องเที่ยว ตัวร้านยังคงกลิ่นอายเก่า ๆ ของเมืองเก่าไว้ครบ นั่งกินไปมองตึกชิโน-โปรตุกีสรอบ ๆ ไปได้เพลิน ๆ
ความนิยมไม่ได้มาเล่น ๆ ข้าวสตูร้านนี้เคยถูกคัดเลือกเป็นหนึ่งใน "1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น" ปี 2566 และคะแนนรีวิวบน Google ก็อยู่ที่ 4.4 ดาว ข้อควรรู้คือควรมาช่วงเช้า ของหมดเร็วโดยเฉพาะวันหยุด และร้านปิดวันพฤหัสบดี ใครอยากได้ซาลาเปาครบไส้แนะนำให้มาก่อนเที่ยงจะดีที่สุด
แต้เฮี้ยงอิ๊ว
ถ้าใครมาเดินเล่นถ่ายรูปสตรีทอาร์ตแถวถนนนางงาม ย่านเมืองเก่าสงขลา แล้วอยากหาร้านมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำที่อิ่มจริงจัง "แต้เฮี้ยงอิ๊ว" คือชื่อที่คนสงขลาเอ่ยถึงก่อนเสมอ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2480 นับถึงวันนี้กว่า 80 ปี เป็นห้องแถวไม้เก่าสองคูหา อาหารแนวไทย-จีนแต้จิ๋วแบบบ้าน ๆ ที่หลายครอบครัวกินกันมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า เหมาะมากสำหรับมากันเป็นกลุ่มหรือทั้งครอบครัว สั่งหลายจานมาแบ่งกันกิน
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ เป็ดพะโล้น้ำราดหอม กลิ่นเครื่องพะโล้หวานนัว และ เต้าหู้ราดหน้าปู ที่ใส่เนื้อปูมาแบบไม่กั๊ก เต้าหู้นุ่มราดน้ำข้น ๆ ส่วนสายเปรี้ยวจัดจ้านต้องลอง ยำมะม่วง (มะม่วงเบา) รสแซ่บกรอบเปรี้ยว กับ แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว ที่ได้ความหวานอ่อนของยอดมะพร้าวตัดกับน้ำแกงส้มเข้มข้น และ ปลากระบอกทอด ตัวกรอบนอกเนื้อหวานใน รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าวัตถุดิบสด โดยเฉพาะของทะเล และรสมือคงเส้นคงวามาหลายสิบปี
ราคาประมาณ 101-250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับปริมาณและความสด บรรยากาศในร้านเป็นแบบร้านอาหารจีนสมัยก่อน โต๊ะไม้ พัดลม กลิ่นอายเก่า ๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ร้านเปิดสองช่วงคือ 11:30-14:00 น. และ 17:00-20:00 น. ตั้งอยู่เลขที่ 85 ถนนนางงาม ตรงข้ามร้านขนมสองแสน
ข้อควรรู้คือช่วงมื้อเที่ยงและวันหยุดคนเยอะมาก หลายรีวิวแนะนำให้โทรจองหรือมาก่อนเวลาเปิดสักหน่อย ร้านไม่มีที่จอดรถส่วนตัว ต้องจอดริมถนนแถวนั้น และบางจานยอดนิยมหมดเร็ว ถ้าอยากกินเป็ดพะโล้หรือเต้าหู้ราดหน้าปูควรมาแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่พลาด
โชคดี แต่เตี้ยม (ติ่มซำ-บะกุ๊ดเต๋)
ถ้าพูดถึงติ่มซำคู่เมืองหาดใหญ่ ชื่อ "โชคดี แต่เตี้ยม" คือร้านที่คนท้องถิ่นกินกันมาตั้งแต่เด็กจนโต เปิดมากว่ายี่สิบห้าปี ตั้งอยู่ถนนละม้ายสงเคราะห์ (คลองเตย) ใกล้โรงแรมไดอิชิ ใจกลางเมือง ร้านขึ้นชื่อเรื่องติ่มซำเข่งโต ๆ ราคาเบา ๆ คู่กับบะกุ๊ดเต๋ซุปเครื่องยาจีนร้อน ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหามื้อเช้าสไตล์จีนแบบเต็มโต๊ะ หรือมากันเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อนแล้วสั่งแชร์กันหลายอย่าง
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ ฮะเก๋า เนื้อกุ้งแน่นเด้ง ขนมจีบปูคำโต และซี่โครงหมูน้ำแดงรสกลมกล่อม แต่พระเอกตัวจริงคือบะกุ๊ดเต๋ น้ำซุปสีเข้มจากซีอิ๊วดำ ตุ๋นกระดูกหมูกับเครื่องยาจีนจนหอม ใส่เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง ฟองเต้าหู้ กินกับปาท่องโก๋จิ้มซุปแล้วเข้ากันดี รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าน้ำซุปหอมเครื่องยา เข้มข้นกำลังดี และติ่มซำคำใหญ่คุ้มราคา ใครชอบของหวานปิดท้ายมีซาลาเปาลาวาไข่เค็มที่หวานเค็มลงตัว
ติ่มซำคิดราวเข่งละ 20-25 บาท ส่วนบะกุ๊ดเต๋เริ่มหม้อเล็กประมาณ 120 บาทสำหรับ 1-2 คน และหม้อใหญ่ราว 350 บาทกินได้ทั้งโต๊ะ เฉลี่ยต่อคนอยู่ที่หลักร้อยต้น ๆ ร้านเปิดสองช่วงคือเช้า 06:00-11:30 และเย็น 17:00-21:00 ทุกวัน บรรยากาศเป็นร้านจีนเก่าแก่ คนเยอะและคึกคักโดยเฉพาะช่วงเช้า แต่ทางร้านจัดการคิวได้เร็ว
ข้อควรรู้คือช่วงเช้าวันหยุดคนแน่นมาก ถ้าไม่อยากรอแนะนำให้มาก่อนเวลาเร่ง และที่จอดรถริมถนนค่อนข้างจำกัด ควรระวังเส้นขาวแดงเพราะแถวนี้จับจริง ใครมาหาดใหญ่แล้วอยากลองของกินคู่เมืองที่คนพื้นที่การันตี ร้านนี้เป็นหมุดที่ไม่ควรพลาด
ซาลาเปาโกอ้วน ต้นตำรับ (GOauan Baozi)
ซาลาเปาโกอ้วน ต้นตำรับ คือร้านซาลาเปาทอดในตำนานของหาดใหญ่ที่อยู่คู่เมืองมากว่าสี่ทศวรรษ สาขาต้นตำรับซ่อนอยู่ในซอยผดุงวิถี ย่านตลาดใหม่ ใกล้โรงแรมเอ็มเพอเรอร์ เป็นร้านที่คนหาดใหญ่โตมากับมัน ทั้งนักเรียนนักศึกษามานั่งกินมื้อบ่ายแก่ ๆ ยันดึก และนักท่องเที่ยวที่ตามรอยของอร่อยประจำเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองของขึ้นชื่อแบบไม่ต้องจ่ายแพง
พระเอกของร้านคือซาลาเปาทอด แป้งทอดกรอบนอกแต่ยังนุ่มข้างใน ไส้อัดแน่นไม่อมน้ำมัน ไส้หมูแดงเป็นที่นิยมที่สุด รสหวานนำหั่นละเอียดคลุกซอสกำลังดี นอกจากนี้ยังมีไส้หมูสับไข่เค็ม เผือกไข่เค็ม ไก่กะเพรา และไส้ครีม ส่วนซาลาเปานึ่งแป้งนุ่มไส้แน่น และยังมีขนมจีบทอด เกี๊ยวทอด หมั่นโถว กับเครื่องดื่มเย็น ๆ อย่างชาเย็น นมเย็น ชามะลิ ให้สั่งคู่กัน รีวิวส่วนใหญ่ชมเรื่องไส้แน่นและแป้งทอดที่ไม่เลี่ยน
หลังร้านปรับปรุงใหม่กลายเป็นอาคารสองชั้น ตกแต่งสไตล์จีนสมัยใหม่ โปร่งโล่ง มีมุมถ่ายรูปหลายจุด พนักงานเยอะ บริการไว รออาหารไม่นาน ราคาเป็นมิตร ซาลาเปาทอดราว 22 บาท นึ่งราว 18 บาท เครื่องดื่มราว 35 บาท ต่อหัวมักไม่เกินร้อย เปิดบ่ายแก่ถึงดึกประมาณ 14.30–23.30 น. หยุดวันอังคาร
ข้อควรรู้คือสาขานี้เปิดช่วงบ่ายถึงดึก ใครอยากกินตอนเช้าต้องไปสาขาหาดใหญ่วิลเลจหรือสาขาปั๊มแทน ช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างแน่น และบางรีวิวบอกว่าด้านในอาจอบอ้าวอยู่บ้าง ซาลาเปาทอดอร่อยที่สุดตอนร้อน ๆ แนะนำให้กินทันทีที่ได้ และซื้อกลับเป็นของฝากได้ด้วย
น้ำเคียงดิน เกาะยอ
ถ้ามาเกาะยอแล้วอยากกินซีฟู้ดสด ๆ พร้อมวิวที่จำได้ไปอีกนาน "น้ำเคียงดิน" คือชื่อที่คนสงขลาและนักท่องเที่ยวพูดถึงกันบ่อยที่สุดร้านหนึ่ง ร้านตั้งอยู่บนเนินริมทะเลสาบสงขลา มองออกไปเห็นสะพานติณสูลานนท์ทอดยาวคู่กับผืนน้ำสองฝั่ง เป็นมุมที่หลายคนบอกว่าคุ้มค่าการข้ามสะพานมา เหมาะมากกับครอบครัวที่มากันหลายคน กลุ่มเพื่อน หรือคู่ที่อยากนั่งชิลรับลมตอนเย็นยาวไปจนพระอาทิตย์ตก
เมนูที่คนสั่งกันประจำคือหอยหวานเผา เนื้อหวานเด้งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัด, หมึกไข่นึ่งมะนาว ที่รีวิวหลายคนชมว่าเปรี้ยวเผ็ดถึงเครื่องและหมึกไข่เต็มคำ, ปลาทรายทอดกระเทียม กรอบนอกนุ่มในกินเพลิน และปลาดุกทะเลผัดฉ่า เผ็ดร้อนหอมกระชายเหมาะซดกับข้าวสวยร้อน ๆ ใครชอบกุ้งตัวโต ๆ ก็มีหลายเมนูให้เลือก รสมือออกแนวจัดจ้านแบบปักษ์ใต้ วัตถุดิบทะเลส่วนใหญ่สดใหม่ จุดนี้เป็นสิ่งที่รีวิวพูดตรงกันมากที่สุด
ราคาต่อหัวอยู่ราว 251–500 บาท ถือว่าเป็นซีฟู้ดวิวดีที่ยังจับต้องได้ ข้อสังเกตเล็ก ๆ ที่หลายรีวิวเตือนกันไว้คือเครื่องดื่มราคาสูงกว่าปกติพอสมควร และช่วงวันหยุดหรือเย็น ๆ คนเยอะ อาจต้องรอคิวหรือรออาหารบ้าง ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่หรืออยากได้โต๊ะวิวสวย แนะนำให้โทรจองล่วงหน้า
ร้านเปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. อยู่บนเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา ข้ามสะพานติณสูลานนท์มาไม่ไกล จอดรถสะดวก มีพื้นที่รองรับลูกค้าได้เยอะและรับจัดเลี้ยงด้วย เหตุผลที่ร้านนี้ยอดนิยมต่อเนื่องคือการรวมสามอย่างที่หากันยากในร้านเดียว คือวิวสวย อาหารทะเลสด และที่นั่งสบาย ทำให้กลายเป็นหมุดหมายมื้อพิเศษของคนที่แวะมาเกาะยอ
🛏️ จองที่พักแถวเมืองเก่า-หาดใหญ่
อยากกินร้านเด็ดได้ครบทั้งเช้าและดึก เลือกทำเลให้เข้ากับสไตล์ทริป พักย่านเมืองเก่าสงขลาจะเดินไปถนนนางงามกินข้าวสตูและไอติมโอ่งได้สบาย ส่วนกลางเมืองหาดใหญ่เหมาะกับคนชอบติ่มซำเช้าและร้านอาหารค่ำหลากหลาย เช็กราคาและรีวิวที่พักหลายระดับเปรียบเทียบกันก่อนจองได้เลย
หลานตาชู by ทองมณี หาดใหญ่
ถ้าใครเคยได้ยินชื่อ "หลานตาชู" จากเมืองพัทลุงแล้วอยากลองบ้าง สาขาหาดใหญ่ by ทองมณี คือคำตอบที่ไม่ต้องขับรถไกล ร้านนี้เป็นสเต๊กเฮาส์สไตล์ฟิวชั่นที่จับอาหารฝรั่งมาผสมเมนูใต้ได้ลงตัว เหมาะกับคนที่มากันเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งยาว ๆ มีทั้งโซนในร้าน โซนกลางแจ้ง และรูฟท็อป เลือกได้ตามอารมณ์ บรรยากาศตกแต่งโมเดิร์นอบอุ่น ที่นั่งเยอะกว่าร้อยที่ มีที่จอดรถ และรับบัตรเครดิต
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยและพูดถึงเยอะคือ ขาหมูทอดหลานตาชู หนังกรอบเนื้อนุ่ม, บาร์บีคิวหมูพริกไทยดำที่เสิร์ฟจุดไฟมาร้อน ๆ กินกับซอสสูตรร้าน สับปะรด สลัดมันฝรั่งและขนมปังกระเทียม (เลือกเป็นเนื้อ ไก่ หรือนกกระจอกเทศก็ได้) และผัดเผ็ดสะตอกุ้งที่เป็นตัวแทนความเป็นใต้ของร้านได้ดี ใครเป็นสายสเต๊กก็มีริบอายที่รีวิวบอกว่าย่างมาได้ฉ่ำ เคี้ยวแล้วได้รสเนื้อชัด ส่วนผัดไทยกุ้งสดก็ทำออกมาหอมและเส้นกำลังดี
จากรีวิวจริงของลูกค้า จุดที่ทุกคนเห็นตรงกันคือบรรยากาศและการบริการที่ดี อาหารเสิร์ฟไม่ช้าและจัดจานน่ากิน เมนูใต้และของท้องถิ่นมักได้คำชมมากกว่าฝั่งอาหารฝรั่งนิดหน่อย ส่วนข้อสังเกตที่บางคนพูดถึงคือพาสตาบางจานออกหวานไปนิด และสปาเกตตีทะเลบางทีเผ็ดสำหรับคนไม่กินเผ็ด ใครไม่ทานเผ็ดบอกพนักงานไว้ก่อนได้
ราคาต่อหัวอยู่ราว 101–250 บาท บางเมนูพรีเมียมขยับขึ้นไปหน่อย ถือว่าจับต้องได้สำหรับมื้อบรรยากาศดี ทำเลอยู่ที่ถนนศรีภูวนารถ ตำบลคอหงส์ ในตัวอำเภอหาดใหญ่ เปิดทุกวันราว 10.00–22.00 น. เป็นอีกร้านที่คนหาดใหญ่คุ้นเคยและเหมาะจะเป็นมื้อฉลองหรือมื้อสบาย ๆ กับคนที่มาด้วย
เจ๊นิ ข้าวต้มปลา-บะหมี่เกี๊ยว (สาขาโรงสีแดง)
ถ้าอยากเริ่มเช้าๆ ในเมืองเก่าสงขลาด้วยของอร่อยที่อยู่คู่เมืองมานานกว่า 60 ปี ให้เดินตรงไปที่ "เจ๊นิ ข้าวต้มปลา" สาขาโรงสีแดง ริมถนนนครนอก ตำบลบ่อยาง ร้านนี้ส่งต่อสูตรกันมาถึงรุ่นที่สาม เป็นร้านที่คนสงขลาเองก็แวะกินจนชิน ตัวร้านปรับจากบ้านเก่าโบราณให้เป็นร้านน่านั่ง ยังเก็บกลิ่นอายผนังกำแพงเมืองและบรรยากาศย่านลากูน่าเอาไว้ครบ นั่งกินเสร็จเดินต่อไปถ่ายรูปโรงสีแดงกับทะเลสาบได้เลย
พระเอกของร้านคือข้าวต้มปลากะพง น้ำซุปต้มกระดูกหมูใสๆ หวานจากกระดูกจริง ไม่พึ่งผงชูรส ปลากะพงหั่นชิ้นใหญ่ใจถึง เนื้อแน่น สดจนแทบไม่มีกลิ่นคาว ใครชอบเส้นต้องสั่งหมี่ซั่วปลากะพงต้มยำแห้ง ซึ่งเป็นเมนูที่คนรีวิวพูดถึงมากที่สุด เปรี้ยวเผ็ดกำลังดีคลุกกับเส้นนุ่มๆ ส่วนสายน้ำใสก็มีเกี๊ยวน้ำปลากะพงและสุกี้ปลากะพงให้เลือก ราคาเริ่มแค่หลักหกสิบบาท เป็นมื้อที่อิ่มสบายท้องและสบายกระเป๋า
เสน่ห์ของเจ๊นิคือความเรียบง่ายแบบร้านในตำนานที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเยอะ วัตถุดิบดี ฝีมือนิ่ง รสชาติคงเส้นคงวามาหลายสิบปี เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารเบาๆ คล่องคอ ก่อนออกเดินเที่ยวถนนนครนอก-นางงาม ชมตึกชิโน-โปรตุกีสและสตรีทอาร์ตในย่านเดียวกัน หรือจะมาเป็นมื้อปิดทริปสบายๆ ก็ลงตัว
ข้อแนะนำคือมาช่วงเช้าถึงสายจะได้ปลาสดและไม่ต้องรอนาน ที่จอดรถแถวเมืองเก่าค่อนข้างจำกัด ถ้าพักแถวถนนนางงามเดินมาได้สบายๆ มาสงขลาทั้งทีแล้วอยากได้รสต้นตำรับแท้ๆ ของย่านเมืองเก่า ชามข้าวต้มปลาของเจ๊นิคือหมุดที่ควรปักไว้ในลิสต์
ไอติมโอ่ง ถนนนางงาม
ไอติมโอ่ง ถนนนางงาม คือร้านไอศกรีมกะทิโบราณที่อยู่คู่เมืองเก่าสงขลามากว่าเจ็ดสิบปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมือง เดินจากซุ้มประตูเมืองหรือสตรีทอาร์ตในย่านนางงามมาถึงได้สบาย ๆ ชื่อร้านมาจากภาชนะที่ใช้เสิร์ฟ เพราะที่นี่ตักไอติมจากโอ่งดินเผาใบเล็กลายน่ารัก แล้วเสิร์ฟมาในถ้วยแบบเดียวกัน ใครเดินเที่ยวเมืองเก่าแล้วอยากหาของหวานคลายร้อนสไตล์ดั้งเดิม ร้านนี้เหมาะมาก ทั้งสายถ่ายรูป สายของกินโบราณ และครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาด้วย
เมนูที่ทุกคนพูดถึงคือ "ไอติมไข่แข็ง" ไอศกรีมกะทิเนื้อหวานมันหอม โปะไข่แดงเค็มกับโรยผงไมโล ราคา 30 บาท เป็นตัวชูโรงที่ใครมาก็ต้องสั่ง ส่วนสายจัดเต็มมีไอติมทรงเครื่องใส่ไข่และเมนูยกล้อ ราคาราว 35 บาท ใส่เครื่องได้ทั้งถั่วเขียวต้ม ฝอยทอง ลอดช่อง และข้าวเหนียว รสชาติหลักมีสองแบบคือกะทิดั้งเดิมกับลิ้นจี่ คนรีวิวชอบบอกว่าเนื้อไอติมหวานมันแบบโบราณจริง ๆ ถั่วเขียวต้มเข้ากันดีกับกะทิ และมีลูกชิ้นปลาทอดกินเล่นคู่กันได้ด้วย
บรรยากาศร้านสบาย ๆ คลาสสิกตามสไตล์ตึกเก่าย่านนางงาม มีที่นั่งด้านในพอประมาณ เหมาะแวะพักหลังเดินเที่ยว ราคาส่วนใหญ่อยู่ที่ 20-35 บาทต่อถ้วย ถือว่าจ่ายเบาสำหรับของหวานที่มีเรื่องเล่ายาวขนาดนี้ ร้านเปิดทุกวันราว 10.00-18.30 น. ไม่มีวันหยุด
ที่ร้านดังข้ามรุ่นเพราะเป็นไอติมกะทิสูตรเก่าแก่ที่หากินยากแล้วในปัจจุบัน บวกกับเสน่ห์โอ่งดินเผาที่ถ่ายรูปออกมาน่ารัก เลยกลายเป็นหมุดของหวานประจำทริปเมืองเก่าสงขลา ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดและเย็น ๆ คนค่อนข้างเยอะ อาจต้องรอคิวบ้าง และที่นั่งมีจำกัด ถ้ามากันหลายคนแนะนำมาช่วงบ่ายแก่ ๆ จะสบายกว่า
ลงเอย
ลงเอยเป็นร้านอาหารไทยบรรยากาศสบาย ห้องแอร์เย็น ที่ย้ายจากแถววัดปากน้ำมาเปิดใหม่บนถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ เส้นเดียวกับสยามนครินทร์ ใจกลางหาดใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากนั่งกินข้าวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแบบสบาย ๆ ในห้องแอร์ ไม่ต้องร้อน ตกแต่งร้านดูอบอุ่นน่านั่ง มีที่จอดรถสะดวก เป็นร้านที่คนหาดใหญ่พูดถึงเวลานึกถึงกับข้าวไทยจานเด็ดในเมือง
เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือปลากะพงราดซอสมะขาม ปลาทอดหั่นเป็นชิ้นพอคำ ราดน้ำมะขามที่รีวิวบอกว่าเข้มข้นกลมกล่อม อีกจานที่หลายคนชอบคือแกงคั่วใบชะพลูปู รสจัด หอมมันเค็มกำลังดี และปูชิ้นใหญ่ให้มาเยอะ ส่วนต้มโคล้งปลาสลิดกรอบก็เปรี้ยวกำลังดี ปลาสลิดทอดกรอบใส่มาพอสมควร ใครชอบของหวานปิดท้ายมีไอติมทอดกับกล้วยหอมทอดที่รีวิวเรียกว่าเด็ด
เรื่องราคา หลายรีวิวบอกตรงกันว่าอาหารอร่อยจริงแต่ราคาค่อนข้างสูง มื้อหนึ่งสั่งหลายจานก็แตะหลักพันได้ และบางคนรู้สึกว่าปริมาณต่อจานไม่ได้เยอะมากเมื่อเทียบกับราคา ใครมากันหลายคนแล้วแชร์กันจะคุ้มกว่า ราคาต่อหัวประมาณ 200–400 บาทขึ้นไปแล้วแต่สั่ง
ร้านเปิดช่วงเย็นถึงดึก ประมาณ 17:00 เป็นต้นไป เหมาะกับมื้อค่ำ บริการโดยรวมใช้ได้ บางรีวิวติว่าพนักงานคอยดูแลใกล้ชิดจนรู้สึกเกร็งไปนิด แต่ส่วนใหญ่ก็พอใจกับรสชาติและบรรยากาศ ข้อควรรู้คือควรเผื่อใจเรื่องราคาไว้หน่อย และถ้ามาช่วงค่ำวันหยุดคนเยอะ โทรจองโต๊ะไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
ในรู (Nai Roo)
ในรู (Nai Roo) คือร้านอาหารไทย-จีนเก่าแก่ที่อยู่คู่หาดใหญ่มากว่า 40 ปี ซ่อนตัวอยู่ในตรอกแคบ ๆ ของถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซอย 1 ข้างตลาดกิมหยง จนคนเรียกติดปากว่า "ร้านในรู" เพราะต้องเดินลัดเข้าซอยไปนิดถึงจะเจอ เป็นร้านแบบบ้าน ๆ ตึกแถวเก่า ที่คนหาดใหญ่และนักชิมต่างถิ่นรู้จักกันดี เหมาะมากถ้ามากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน แล้วสั่งกับข้าวมาแชร์กันหลายจาน
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ หมูทอดกระเทียมพริกไทย ที่หอมกระเทียมเจียวกรอบ ๆ เคี้ยวเพลิน, ปลาจาระเม็ดทอดกระเทียม ตัวโตเนื้อนุ่มราดกระเทียมทอดจนกรอบหอมทั้งจาน และ "ไอ้คลั่งทะเลโหด" ผัดรวมมิตรทะเลรสจัดจ้านที่หลายรีวิวบอกว่าเผ็ดจี๊ดถึงใจ ใครชอบของทอดอย่าพลาดปอเปี๊ยะทอดไส้เค็มและหวานที่เป็นของขึ้นชื่อ ส่วนเป๋าฮื้อน้ำแดงกับกะหล่ำปลีหมูกรอบก็เป็นตัวเลือกที่สั่งซ้ำได้เรื่อย ๆ จุดเด่นคือวัตถุดิบทะเลสดและฝีมือปรุงแบบจีนที่อยู่ตัว เลือกได้ทั้งจานเล็กจานใหญ่ตามจำนวนคน
ราคาถือว่าเป็นมิตร เฉลี่ยราว 150 บาทต่อคนขึ้นไป แล้วแต่ว่าสั่งซีฟู้ดมากน้อย หลายคนบอกว่าคุ้มกับคุณภาพและความสดที่ได้ บรรยากาศเป็นกันเองแบบร้านเก่า ไม่มีแอร์ ช่วงกลางวันจะร้อนนิดหน่อย จุดที่ควรรู้ก่อนไปคือร้านเล็กและไม่มีที่จอดรถในซอย ต้องจอดด้านนอกแล้วเดินเข้าไป ช่วงมื้อค่ำหรือวันหยุดคนเยอะและคิวยาว แนะนำให้โทรจองล่วงหน้าจะสบายใจกว่า
เปิดทุกวัน 11:00–20:00 น. ด้วยคะแนนรีวิว Google ราว 4.2 ดาวจากผู้รีวิวกว่าพันคน บวกกับชื่อเสียงที่ส่งต่อกันปากต่อปากมาหลายสิบปี ในรูจึงเป็นหนึ่งในร้านที่คนมาหาดใหญ่มักวนกลับมากินซ้ำ ถ้าอยากลองอาหารไทย-จีนรสมือเก่าแก่ของเมืองนี้ ร้านนี้คือหมุดที่ควรปักไว้
ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหารสงขลา
อยากชิมหลายร้านในวันเดียวแบบมีคนพาไป ลองจองฟู้ดทัวร์เดินกินย่านเมืองเก่าสงขลาหรือสตรีทฟู้ดหาดใหญ่ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มีไกด์พาตระเวนร้านเด็ดและเล่าที่มาของแต่ละเมนูให้ฟัง หรือถ้าอยากลงมือเอง คลาสทำอาหารไทย-ใต้ก็สนุกและได้สูตรกลับบ้าน เลือกแบบครึ่งวันหรือเต็มวันได้ตามเวลาที่มี
💡 รู้ก่อนไปกินที่สงขลา
ในย่านเมืองเก่าสงขลาถนนนางงามเดินเที่ยวกินได้สบาย แต่ระหว่างเมืองสงขลา หาดใหญ่ และเกาะยอ ระยะทางห่างกันพอควร เรียก Grab หรือเช่ารถจะคล่องที่สุด โดยเฉพาะร้านซีฟู้ดเกาะยอที่อยู่นอกเมือง
ร้านสตรีทและร้านเก่าแก่อย่างข้าวสตู ไอติมโอ่ง และซาลาเปา ส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยติดตัวไว้ ส่วนร้านนั่งกินใหญ่ ๆ มักรับโอนพร้อมเพย์หรือบัตรได้
ร้านเช้าอย่างเกียดฟั่งและโชคดี แต่เตี้ยม ของหมดเร็วและคิวยาว ไปก่อนเก้าโมงจะสบายที่สุด ส่วนซีฟู้ดเกาะยอช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ เผื่อเวลารอโต๊ะไว้
ร้านท้องถิ่นหลายร้านมีเมนูภาษาไทยเป็นหลัก แต่พนักงานคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยว ชี้รูปหรือเปิดชื่อเมนูจากบทความนี้ให้ดูก็สั่งได้ ร้านในเมืองหาดใหญ่บางร้านมีเมนูภาพช่วยให้ง่ายขึ้น
ร้านสตรีทและร้านเช้าไม่ต้องทิป ส่วนร้านนั่งกินที่มีบริการเสิร์ฟ ถ้าประทับใจจะทิปเล็กน้อยหรือปัดเศษเงินทอนก็ได้ ไม่บังคับ
อาหารใต้และยำรสจัดอย่างที่ในรูหรือลงเอยเผ็ดจริง บอกพนักงานว่าขอเผ็ดน้อยได้ถ้าไม่ถนัด ส่วนข้าวสตูและติ่มซำรสกลาง ๆ กินง่ายสำหรับทุกคน
วางแผนกินสงขลาให้ครบในทริปเดียว
ถ้ามีเวลาจำกัด แบ่งวันให้ชัดจะกินได้คุ้มที่สุด เริ่มเช้าที่ย่านเมืองเก่าถนนนางงาม กินข้าวสตูเกียดฟั่งกับซาลาเปาลูกใหญ่ตอนร้านยังไม่แน่น (ร้านเปิดเช้าและของหมดเร็ว) แล้วเดินย่อยในย่านเก่าก่อนปิดท้ายด้วยไอติมโอ่งสูตรไข่แข็งที่อยู่ถนนเดียวกัน มื้อกลางวันแวะแต้เฮี้ยงอิ๊วลองยำมะม่วงกับแกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว
ฝั่งหาดใหญ่จัดเป็นอีกวัน เช้าตรู่ไปต่อคิวโชคดี แต่เตี้ยม กินติ่มซำกับบะกุ๊ดเต๋ แวะซื้อซาลาเปาโกอ้วนต้นตำรับติดมือ เย็น ๆ ค่อยขับไปเกาะยอนั่งกินซีฟู้ดที่น้ำเคียงดินรับลมทะเลสาบ ส่วนมื้อค่ำในเมืองหาดใหญ่เลือกได้ทั้งลงเอย หรือในรู ตามแนวที่อยากกินคืนนั้น
เที่ยวกินสงขลา-หาดใหญ่หลายวันให้สบาย จองที่พักทำเลดีไว้ก่อน จะอยู่ย่านเมืองเก่าใกล้ถนนนางงามหรือกลางเมืองหาดใหญ่ใกล้ร้านดัง ก็เดินทางไปกินได้ง่ายทั้งเช้าและดึก
เช็กที่พักสงขลา-หาดใหญ่