🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าถามคนกรุงเทพว่าจะไปไหนให้ได้กินของอร่อยแบบเก่าแก่ในที่เดียว ตลาดพลูคือคำตอบที่หลายคนยกขึ้นมาก่อน ย่านนี้อยู่บนถนนเทอดไท เขตธนบุรี ห่างจากวงเวียนใหญ่และฝั่งคลองสานนิดเดียว เคยเป็นถิ่นชาวจีนมาแต่ต้นกรุง พอมีทางรถไฟสายมหาชัยตัดผ่านเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อาหารทะเลและของสดก็หลั่งไหลเข้ามา จนกลายเป็นตลาดใหญ่และแหล่งของกินที่คนเรียกติดปากว่า "ไชน่าทาวน์ฝั่งธน" เสน่ห์ของตลาดพลูคือบรรยากาศย้อนยุคริมทางรถไฟ ร้านห้องแถวไม้เก่า ตึกแถวสองชั้น กลิ่นน้ำซุปเนื้อกับกาแฟโบราณลอยมาปนกัน เดินไม่กี่ก้าวก็เปลี่ยนจากของคาวเป็นของหวานได้ทั้งวัน ของเด่นประจำย่านคืออาหารจีน-ไทยริมทาง ทั้งข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ บะหมี่เกี๊ยว กุยช่าย และของหวานโบราณที่หากินยากขึ้นทุกวันในกรุงเทพ
ในลิสต์นี้มีร้านที่การันตีด้วยกาลเวลาและรางวัลจริง ๆ — สมศักดิ์ปูอบ สาขาเจริญรัถ ร้านตำนานฝั่งธนที่คนยอมต่อคิวเป็นชั่วโมงเพื่อปูอบ-กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อร้อน จนได้รับการการันตีจากมิชลิน, กุยช่ายตลาดพลู ลี้ป๋อเง็ก ตำนานกว่า 100 ปีที่ยืนหนึ่งเรื่องแป้งบางนุ่มไส้แน่น, สุณีข้าวหมูแดง และ เกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู (ต.จันทร์เพ็ญ) สองเจ้าเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านมาหลายสิบปี รวมถึง สุริยากาแฟ ร้านกาแฟโบราณอายุร่วม 100 ปีใต้สะพานตลาดพลู ส่วนสายของหวานก็มี นิ-อ่าง ต้นตำรับไอติมไข่แข็ง, สรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องไทยโบราณ และ กิมเอ็ง กล้วยเชื่อมกะทิเข้มข้นเจ้าดัง ปิดด้วย ผัดไทลูกชายบางสะแก เตาถ่านหอม ๆ และ บะหมี่ตงเล้ง ริมทางรถไฟเส้นทำเอง — เลื่อนลงไปดูทีละร้าน แล้วเลือกว่าจะเริ่มมื้อแรกที่ไหน
สมศักดิ์ปูอบ (สาขาเจริญรัถ)
ถ้าพูดถึง "ปูอบวุ้นเส้น–กุ้งอบวุ้นเส้น" ฝั่งธนแบบยืนหนึ่ง ชื่อที่คนพูดถึงก่อนใครคือ สมศักดิ์ปูอบ สาขาเจริญรัถ ซึ่งเป็นสาขาแรกแบบออริจินอลของเฮียสมศักดิ์ ขายมายาวนานกว่า 30 ปีตั้งแต่ราวปี 2528 จากรถเข็นหอยแครงลวกริมทาง จนวันนี้ติดดาว Bib Gourmand ของ Michelin Guide ประเทศไทยหลายปีติดต่อกัน ร้านอยู่ปากซอยเจริญรัถ 1 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน เดินจาก BTS วงเวียนใหญ่ทางออก 3 ประมาณ 500 เมตร เหมาะกับคนที่อยากตามรอยร้านในตำนาน มากินกุ้ง–ปูสด ๆ แบบไม่เกี่ยงว่าจะต้องรอ
เมนูต้องสั่งคือ กุ้งอบวุ้นเส้น (เริ่มประมาณ 290 บาท) ที่ใช้กุ้งกุลาดำตัวใหญ่ และ ปูอบวุ้นเส้น (เริ่มราว 310 บาท ปูไข่/หม้อใหญ่ขยับขึ้นไปถึงหลักหลายร้อยถึงเจ็ดร้อยกว่า) ใครมาเป็นกลุ่มมักสั่ง หอยแครงลวก กับ หอยแมลงภู่อบ (จานละ 70 บาท) มาแกล้มเพิ่ม จุดที่รีวิวพูดถึงตรงกันคือวุ้นเส้นที่เน้นถั่วเขียวมากกว่าแป้ง อบมาเหนียวหนึบดูดน้ำปรุงเข้าเนื้อ เนื้อปู–กุ้งสดจนออกหวานตามธรรมชาติ ตัดรสด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดพริกเขียว–กระเทียมที่แซ่บจัด เคล็ดลับคือคลุกแล้วรีบกินตอนร้อน ๆ ไม่งั้นวุ้นเส้นจะจับตัวเป็นก้อน
เรื่องที่ต้องทำใจคือ "รอ" รีวิวเกือบทุกเสียงบอกตรงกันว่าคิวยาวมาก รอกันไม่ต่ำกว่าชั่วโมงในช่วงพีค หลายคนแนะนำให้โทรสั่งจองไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นของหมดเร็ว บรรยากาศคือสตรีทฟู้ดริมฟุตบาทจริง ๆ นั่งโต๊ะพลาสติกข้างทาง ไม่ได้หรูหรา ที่จอดรถมีจำกัดต้องจอดริมถนน เสน่ห์มันอยู่ที่ความดิบ ๆ ของร้านข้างทางแบบนี้แหละ
ทำไมถึงยอดนิยม เพราะมันคือความสด+ฝีมือการอบที่นิ่งมายาวนาน บวกกับการันตีจาก Michelin จนกลายเป็นหมุดหมายของทั้งคนกรุงและนักท่องเที่ยว ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดเย็น–ค่ำเท่านั้น ปกติ อังคาร–เสาร์ ราว 17:00–22:00 น. อาทิตย์เปิดบ่าย ๆ ราว 16:00 น. ปิดวันจันทร์ มาแต่หัวค่ำหรือโทรจองก่อนจะช่วยได้เยอะ และควรเผื่อเวลารอไว้ในใจ
กุยช่ายตลาดพลู ลี้ป๋อเง็ก
ถ้าพูดถึงกุยช่ายตลาดพลู ชื่อ "ลี้ป๋อเง็ก" คือเจ้าที่คนย่านธนบุรีนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ร้านนี้เป็นตำนานกุยช่ายแป้งสดที่ส่งต่อสูตรกันมารุ่นสู่รุ่นเกือบร้อยปี จากเดิมที่เคยเป็นร้านกาแฟเก่าชื่อ "ย่งฮะฮวด" ปัจจุบันย้ายเข้าตึกแถวติดแอร์เย็นสบาย เหมาะกับคนที่อยากนั่งกินกุยช่ายร้อน ๆ หนีแดดตลาดพลู มาเป็นครอบครัว หรือแวะซื้อกลับบ้านก็ได้ ใครที่ตามรอยของกินเก่าแก่ย่านฝั่งธนฯ ที่นี่คือหมุดที่ไม่ควรพลาด
พระเอกของร้านคือกุยช่ายแป้งบางนุ่มไส้แน่น มีให้เลือกหลายไส้ ทั้งผักกุยช่าย หน่อไม้ มันแกว เผือก และกะหล่ำปลี ราคาลูกละราว ๆ 10 บาท สั่งได้ทั้งแบบนึ่งและแบบทอด เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าแป้งเหนียวนุ่มลื่น ไม่หนาเลี่ยน ไส้ให้มาเต็มคำ แต่ตัวชูโรงที่หลายคนพูดถึงคือน้ำจิ้มซีอิ๊วดำที่ปรุงมากลมกล่อม เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ดครบรส ราดแล้วอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว ถ้าชอบสายทอดให้ลองโชยจี่ก๊วยทรงเครื่อง ส่วนคนชอบนึ่งก็มีขนมจีบและข้าวเหนียวให้สั่งเพิ่ม
เพราะรากเดิมเป็นร้านกาแฟ เครื่องดื่มที่นี่จึงไม่ใช่ของแถม ชาดำเย็นกับน้ำเก๊กฮวยทำเข้มข้นใช้ได้ กินคู่กับกุยช่ายทอดร้อน ๆ ลงตัวกำลังดี ราคาทั้งร้านสบายกระเป๋า กุยช่ายเริ่มลูกละ 10 บาท ข้าวเหนียว 12 บาท เครื่องดื่มและของทานเล่นหลักสิบ บนเว็บรีวิว Wongnai ได้คะแนนราว 4.2 จากผู้ให้คะแนนหลายสิบราย ถือว่าเป็นที่ยอมรับในหมู่คนกินของย่านนี้
ร้านตั้งอยู่เลขที่ 892 ถนนเทอดไท ปากซอยเทอดไท 11 ใกล้ตลาดพลู เปิดวันอังคารถึงอาทิตย์ ประมาณ 10.00–20.00 น. หยุดวันจันทร์ ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ คนค่อนข้างเยอะ บางไส้ยอดนิยมอาจหมดก่อน ถ้าตั้งใจมากินไส้ที่ชอบแนะนำให้มาช่วงสาย ๆ จะได้ของครบและร้อนใหม่กว่า มาตลาดพลูทั้งทีแวะร้านนี้เป็นมื้อว่างเบา ๆ ก่อนเดินตลาดต่อกำลังดี
สรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องไทย ตลาดพลู
ถ้าเดินตลาดพลูแล้วอยากได้ของกินติดมือกลับบ้านสักอย่าง "สรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องไทย" คือร้านที่คนแถวนี้ชี้ให้ตรงกัน เป็นเจ้าเก่าแก่ที่ทำขนมเบื้องสูตรโบราณสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นับรวมแล้วร่วมร้อยปี ตั้งโต๊ะอยู่ใต้สะพานข้ามถนนเทอดไท ตรงปากทางเดินเข้าตลาด สังเกตง่าย ๆ จากป้ายไฟชื่อร้านตัวใหญ่ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ไม่เหมือนใครคือเขาไม่ได้ทำเป็นชิ้นรีเล็ก ๆ แบบที่เห็นทั่วไป แต่ละเลงแป้งเป็นแผ่นใหญ่ ใส่ไส้แน่นเต็มแผ่น แล้วค่อยตัดแบ่งเป็นชิ้น เลยได้ขนมเบื้องที่ไส้เยอะกว่าปกติชัดเจน
เมนูแบ่งเป็นสองสายให้เลือก ไส้หวานเน้นฝอยทองไข่เป็ดกับมะพร้าวหวาน ส่วนไส้เค็มเป็นมะพร้าวคั่ว/มะพร้าวขูดคลุกเครื่อง หอมผิวมะกรูด รสกลมกล่อมแบบโบราณจริง ๆ และยังมี "แบบใส่ไข่" ที่หลายคนสั่งเพราะได้ทั้งความมันของไข่เป็ดและไส้เต็ม ๆ ในคำเดียว เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าแป้งกรอบ หอมมะพร้าว ไส้แน่นสมราคา บางรีวิวบอกชอบไส้เค็มเป็นพิเศษ บางคนติดใจไส้หวานมากกว่า แล้วแต่ปาก แต่ที่ตรงกันคือ "ไส้ไม่ขี้เหนียว"
ราคาเป็นมิตร แบบธรรมดา 10 ชิ้น 50 บาท คละไส้ได้ ส่วนแบบใส่ไข่ 4 ชิ้น 60 บาท หรือ 7 ชิ้น 100 บาท ตกหัวละไม่ถึงร้อยสบาย ๆ เหมาะทั้งซื้อกินเล่นเดินตลาดและซื้อเป็นของฝาก พนักงานทำสด ๆ หน้าร้านให้ดู คิวเดินเร็วแม้ช่วงคนเยอะ ข้อควรรู้คือร้านเป็นสไตล์สตรีทฟู้ด ซื้อกลับ ไม่มีที่นั่ง ใครขับรถมาจอดได้แถวซอยเทอดไท 20 และร้านมักลดราคาวันจันทร์
ที่ร้านนี้ติดลิสต์ของฝากตลาดพลูแบบไม่มีตก เพราะเป็นเจ้าที่อยู่คู่ย่านมานาน รสชาติคงเส้นคงวา แป้งกรอบไส้แน่นในราคาจับต้องได้ ใครแวะตลาดพลูช่วงเย็น ๆ แนะนำให้ปักหมุดไว้เลย ซื้อร้อนใหม่ ๆ อร่อยสุด
ผัดไทลูกชายบางสะแก ตลาดพลู
ถ้าใครเป็นสายเส้นแล้วโผล่มาแถวตลาดพลู ร้านนี้คือชื่อที่คนแถวนั้นพูดถึงกันมานาน "ผัดไทลูกชายบางสะแก" เจ้าเก่าอายุกว่า 60 ปี เดิมขายอยู่ในซอยบางสะแกตามชื่อร้าน แล้วย้ายมาตั้งแผงตรงปากซอยเทอดไท 18 ข้างตลาดรัชดาภิเษก ใต้สะพานตลาดพลู จุดที่ทำให้คนยอมต่อคิวคือเขายังผัดด้วยเตาถ่านล้วน ไม่ใส่ผงชูรส กลิ่นหอมจากถ่านเลยติดมากับเส้นแบบที่เตาแก๊สให้ไม่ได้ เหมาะกับคนที่อยากกินผัดไทสตรีทฟู้ดเจ้าประจำแบบรสมือเก่า มากกว่าจะมานั่งกินยาว ๆ เพราะที่นั่งมีไม่เยอะและคนส่วนใหญ่สั่งห่อกลับ
เมนูต้องลองคือ "ผัดไทห่อไข่" ที่เป็นซิกเนเจอร์ ไข่ห่อมาตู้ม ๆ คลุมเส้นไว้ทั้งห่อ มีตั้งแต่แบบธรรมดาราว 40 บาท ไข่คู่ราว 45–70 บาท ไปจนถึง "รวมพล" ที่ใส่มาทั้งกุ้ง ปู เบคอน ราว 115–135 บาท อีกตัวที่คนสั่งกันเยอะคือ "ผัดไท LA" ที่ใส่เบคอนเพิ่มความมัน ๆ เค็ม ๆ เข้าไป และผัดไทกุ้งสดราว 80 บาท ที่ได้กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ มาด้วย เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าเส้นเหนียวนุ่ม ผัดมาแห้งกำลังดีไม่แฉะ และที่หลายคนชอบคือกากหมูเจียวหอม ๆ ที่ใส่มาให้ ตัดเลี่ยนได้ดี
ราคาถือว่าเป็นกันเอง ส่วนใหญ่จานเดียวไม่ถึง 100 บาท ยกเว้นจานรวมเครื่องที่ขยับขึ้นไปหน่อย ทำเลหาง่าย อยู่ปากซอยเทอดไท 18 ตรงข้ามแถวขนมเบื้องญวน เดินจาก BTS ตลาดพลูมาได้ เปิดช่วงกลางวันถึงเย็นราว 09:30–18:30 และปิดวันอังคาร (บางช่วงมีปิดวันศุกร์เพิ่ม แนะนำเช็กเพจร้านก่อนถ้าจะไปวันศุกร์) ที่ยอดนิยมเพราะเป็นผัดไทเตาถ่านเจ้าเก่าที่ยังรักษาวิธีทำเดิมไว้ได้ในย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน
ข้อควรรู้: รีวิวช่วงหลังมีบางเสียงบ่นว่าปริมาณให้น้อยลงและบางวันคนผัดอาจไม่ใช่เจ้าของเอง รสเลยแกว่งได้บ้าง ถ้าอยากได้ฟอร์มดีแนะนำมาช่วงที่ร้านไม่แน่นมาก ร้านรับเงินสดเป็นหลัก ใครอยากกินแบบเต็มเครื่องสั่ง "รวมพล" ไปเลยคุ้มสุด
สุณีข้าวหมูแดง ตลาดพลู
ถ้าพูดถึงข้าวหมูแดงเจ้าตำนานของย่านตลาดพลู ชื่อ "สุณีข้าวหมูแดง" คือร้านแรก ๆ ที่คนแถวนี้นึกถึง ร้านเล็ก ๆ ริมทางรถไฟสถานีตลาดพลู ตรงปากซอยเทอดไท 25 เปิดมาตั้งแต่ปี 2498 รวมแล้วกว่า 60 ปี เริ่มจากคุณแม่สุณีตั้งแผงขายตั้งแต่ยังสาว ทุกวันนี้ส่งต่อให้ลูกสาวดูแล เป็นข้าวหมูแดงสูตรเหมยโจของจีนแคะ ขายเจ้าเดียวไม่มีสาขา เหมาะมากถ้าอยากกินของเก่าแก่ที่คนท้องถิ่นกินกันมาทั้งครอบครัว นั่งดูรถไฟวิ่งผ่านไปกินไปแบบบรรยากาศย้อนยุค
พระเอกคือ "น้ำราด" ที่เคี่ยวจากกระดูกสันหลังหมู (เล้ง) เป็นน้ำสต๊อก แล้วปรุงจนได้น้ำราดเหนียวข้น ใส่งาขาวเยอะ ๆ ให้หอม รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่า "รสชาติกลมกล่อมกำลังดี มีรสหวานเค็มได้ที่" หวานนำนิด ๆ แต่ไม่หวานจนเลี่ยน มีกลิ่นเต้าเจี้ยวบาง ๆ หมูแดงหั่นพอดีคำ เนื้อนุ่มไม่ค่อยมีมัน ส่วนหมูกรอบเขาย่างเตาถ่านไม่ต้มก่อน เลยได้หนังกรอบ เนื้อนุ่มหอมกลิ่นถ่าน ใครชอบครบเครื่องสั่ง "ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ-กุนเชียง-ไข่" จานเดียวได้หมด
เมนูต้องสั่งคือข้าวรวมหมูแดง+หมูกรอบ+ไข่ ธรรมดาราว 55 บาท พิเศษ 65 บาท หรือถ้าเอาแบบหมูกรอบล้วนก็เริ่มต้นหลักสามสิบ ราคาขยับขึ้นมาตามยุค แต่ก่อนเคยขายจานละ 30 บาทอยู่นานนับสิบปี ถือว่ายังเป็นมื้อเบา ๆ ในงบไม่ถึงร้อย จ่ายเงินสดอย่างเดียว นั่งกันแบบโต๊ะไม่กี่ตัวริมราง
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเช้าถึงเย็น ราว 06.00–20.30 น. แต่เป็นแผงเล็กของจริง ที่นั่งจำกัดและคนต่อคิวเยอะเกือบทั้งวัน ช่วงสายอาจหมูหมดก่อนเวลาปิด ถ้าอยากชิวควรมาเช้าหน่อย คะแนนรีวิวอยู่กลาง ๆ (บางคนติว่าจานเล็กไปและน้ำราดถูกปากบ้างไม่ถูกปากบ้าง) แต่ที่คนกลับมาเรื่อย ๆ คือความเป็นตำนานเจ้าเก่าที่กินคู่บรรยากาศตลาดพลูแบบหาที่อื่นไม่ได้
🛏️ พักค้างย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ กินได้หลายมื้อไม่ต้องรีบ
ถ้าอยากไล่กินให้ครบทั้ง 10 ร้านแบบไม่ต้องเร่ง การพักค้างแถววงเวียนใหญ่-ตลาดพลูสักคืนคุ้มกว่ามาก — ที่พักหลายแห่งอยู่ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่และ MRT อิสรภาพ เดินเล่นริมทางรถไฟตลาดพลูได้ และนั่งรถไฟฟ้าข้ามไปฝั่งเมืองสะดวก มีตั้งแต่โฮสเทลราคาหลักร้อยไปจนโรงแรมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตื่นเช้ามาเริ่มมื้อแรกที่ข้าวหมูแดงหรือกาแฟโบราณแล้วค่อยไล่กินทั้งวัน เราเทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ให้เลือกที่ถูกใจและคุ้มที่สุดในที่เดียว
บะหมี่ตงเล้ง ตลาดพลู (ริมทางรถไฟ)
ใครชอบบะหมี่เส้นทำเองแบบเจ้าเก่าแก่ ร้านนี้คือหมุดที่ต้องปักไว้เลยเวลามาตลาดพลู บะหมี่ตงเล้งเปิดมายาวนานกว่า 60 ปี สืบทอดกันมาหลายรุ่น จุดขายหลักคือเส้นบะหมี่ไข่เป็ดที่นวดและตัดเองวันต่อวัน เส้นเล็กเหนียวหนึบมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนเส้นโรงงาน ใครเป็นสายบะหมี่ตัวจริงน่าจะอินกับเท็กซ์เจอร์ตรงนี้ เหมาะกับมื้อเย็นง่าย ๆ งบไม่เกินร้อย และคนที่อยากลองร้านในตำนานของย่านนี้
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือบะหมี่เกี๊ยวเส้นไข่ทำเอง เครื่องแน่นทั้งหมูแดง หมูกรอบ ลูกชิ้นปลา ปลาเส้น และเกี๊ยวกุ้ง ใครชอบเส้นหนึบ ๆ แนะนำสั่งแบบแห้ง รีวิวหลายเสียงบอกว่าบะหมี่แห้งคลุกกระเทียมเจียวหอม ๆ อร่อยกว่าแบบน้ำ หมูแดงหั่นชิ้นพอดี หอมกลิ่นย่างและไม่แห้ง ลูกชิ้นปลากับเกี๊ยวกุ้งเด้งเคี้ยวเพลิน ส่วนเครื่องต่าง ๆ ทางร้านทำเองเกือบทั้งหมด ใครมาครั้งแรกลองสั่งหลาย ๆ หน้าจะได้ชิมของดีแต่ละอย่างครบ
ราคาเป็นกันเอง ต่อหัวต่ำกว่า 100 บาท บะหมี่เกี๊ยวอยู่ราว 78-86 บาท หมูกรอบจัดเต็มประมาณ 110 บาท ก๋วยเตี๋ยวต้มยำราว 75 บาท สาขาริมทางรถไฟอยู่ซอยเทอดไท 25 ติดรางรถไฟพอดี เสน่ห์อยู่ตรงได้นั่งกินบะหมี่ร้อน ๆ ไปดูรถไฟแล่นผ่านไป บรรยากาศร้านโบราณแท้ ๆ ที่ยังคงกลิ่นอายเดิม เปิดช่วงเย็นยาวไปจนดึก เหมาะกับคนหิวมื้อค่ำหรือแวะหลังเดินตลาดพลู
ข้อควรรู้นิดหน่อย น้ำซุปออกรสกลาง ๆ ค่อนไปทางอ่อน ใครชอบเข้มอาจต้องปรุงเพิ่มเอง และบางคนบอกว่าหมูทอด/หมูกรอบบางวันแข็งไปหน่อย ทริกสำคัญคือพอบะหมี่มาถึงโต๊ะให้รีบคลุกรีบกินตอนเส้นยังหนึบที่สุด เพราะเส้นทำเองทิ้งไว้นานจะอืดเร็ว ด้วยความเป็นเส้นสดทำมือ ทำได้วันละจำกัด บางวันของหมดก่อนเวลาปิด ใครตั้งใจมาลองแนะนำมาไม่ดึกเกินไป
นิ-อ่าง น้ำแข็งไส-ไอติมไข่แข็ง ตลาดพลู
ถ้าพูดถึงของหวานในตำนานของย่านตลาดพลู ชื่อ "นิ-อ่าง" ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ ร้านน้ำแข็งไส-ไอติมไข่แข็งเจ้านี้อยู่คู่ตลาดพลูมากว่า 45 ปี ตั้งแต่รุ่นคุณนิกับคุณอ่าง สองสามีภรรยาที่เอาชื่อตัวเองมาตั้งเป็นชื่อร้าน จุดขายที่ทำให้คนตามมากินไม่ขาดคือ "ไอติมไข่แข็ง" — ไอศกรีมกะทิสด ๆ ตอกไข่แดงดิบลงไปคลุกให้เข้ากัน พอเจอความเย็นจัดไข่แดงจะแข็งตัวเป็นเม็ด ๆ ให้รสมันกลมกล่อมแบบที่หากินที่อื่นยาก เหมาะกับสายของหวาน คนชอบลองเมนูแปลก และคนนอนดึกที่อยากหาอะไรเย็น ๆ กินช่วงค่ำถึงดึก
เมนูต้องสั่งคือ "ไข่แข็ง นิ-อ่าง" ตัวออริจินัล ราคาเริ่มหลักสี่สิบบาท ถ้าอยากจัดเต็มมีท็อปปิ้งทับทิมกรอบ บ๊วย กะทิ ขึ้นไปแถว ๆ 70 บาท ส่วนเมนูยอดฮิตอื่น ๆ ที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ "จ้ำบ๊ะ" (ราว 30-60 บาท) ที่รวมเครื่องจัดเต็มมาในถ้วยเดียว และ "สึนามิ" (ราว 60-85 บาท) ถ้วยใหญ่เครื่องแน่นสมชื่อ นอกจากนี้ยังมีไอติมไข่มะพร้าว กะทิ และน้ำแข็งใสผลไม้ให้เลือก โดยรวมราคาต่อหัวไม่เกินร้อยบาท จับต้องง่าย
เสียงจากรีวิวจริงค่อนข้างไปทางเดียวกันว่าอร่อยและคุ้มราคา กะทิหอม ไอติมเนื้อแน่น แต่หลายคนบอกตรง ๆ ว่า "หวานอยู่ระดับนึง" ใครไม่ชอบหวานจัดอาจสั่งให้ลดหวานหรือแบ่งกันกิน ตัวร้านเป็นสตรีทแบบเปิดโล่งริมทางรถไฟตลาดพลู ไม่ได้หรูหรา แต่สะอาดและพนักงานรับออเดอร์-เก็บโต๊ะไวมาก บรรยากาศคึกคักแบบตลาดเก่า บางวันคนเยอะถึงขั้นต้องรอคิว
ทำเลอยู่ในซอยเลียบทางรถไฟ ตลาดพลู เขตธนบุรี เดินจากสถานี BTS ตลาดพลูมาได้ เปิดทุกวันช่วงบ่ายสามโมงยาวไปถึงตีสอง เหมาะมากกับการแวะเป็นของหวานปิดท้ายหลังเดินกินของตลาดพลู ข้อควรรู้คือร้านดังในโซเชียลและทีวีมานาน ช่วงเย็น-ค่ำวันหยุดคนแน่น เผื่อเวลารอนิดหน่อย และถ้าใครกินไข่ดิบไม่ได้ก็เลือกเมนูน้ำแข็งใส-ผลไม้แทนได้สบาย
สุริยากาแฟ ตลาดพลู
ถ้าอยากรู้ว่ากาแฟโบราณแบบดั้งเดิมจริง ๆ รสชาติเป็นยังไง สุริยากาแฟ คือร้านที่คอกาแฟตลาดพลูพูดถึงกันมากที่สุด ร้านนี้เปิดมานานหลักร้อยปี ส่งต่อกันมาถึงรุ่นที่สามแล้ว ต้นตำรับซ่อนตัวอยู่ลึกในตลาดวัดกลาง ริมคลองบางหลวง (คลองบางกอกใหญ่) ย่านเทอดไท เหมาะมากสำหรับคนชอบนั่งจิบกาแฟยามเช้าแบบสโลว์ไลฟ์ คนที่อยากตามรอยร้านเก่าแก่ และสายคาเฟ่ที่ตามหามุมถ่ายรูปวินเทจริมน้ำ ใครเป็นคนตื่นเช้าจะได้เปรียบ เพราะร้านเปิดแค่ช่วงเช้า
เมนูที่ต้องสั่งคือกาแฟโบราณ ที่หลายคนเรียกว่า "โอยัวะ" หรือ "โอเลี้ยง" ชงสูตรเข้มข้นแบบที่หากินยากแล้ว ใครชอบหวานน้อยลองสั่งกาแฟเย็นไม่หวานมาก ส่วนคนไม่กินกาแฟก็มีชาเย็นที่ใช้ชาซีลอนจากศรีลังกาแท้ ๆ กินคู่กับปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มในที่ทอดสด ๆ หรือจะเติมไข่ลวก ขนมปังหมูยอ ก็อิ่มกำลังดี รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่ากาแฟ "หอม เข้ม แต่กลมกล่อม ดื่มง่าย ไม่หวานเลี่ยน" บางคนชมว่ามีชาร้อนเสิร์ฟฟรีให้จิบระหว่างรอด้วย
เรื่องราคาคือจุดที่ทำให้คนรักร้านนี้ เครื่องดื่มเริ่มต้นหลักสิบ ชาเย็นแก้วละราว 20 บาท กาแฟเย็นแก้วละราว 33 บาท ส่วนใหญ่แก้วละไม่เกิน 35 บาท ถูกและจริงใจมากสำหรับร้านที่อยู่มาเป็นร้อยปี รีวิวบนวงในให้คะแนนราว 4.5 จาก 5 และส่วนใหญ่ติดป้ายว่า "ประหยัด" กับ "มากับเพื่อน" บรรยากาศเป็นร้านไม้เก่าเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยป้ายโฆษณายุคเก่าและภาพขาวดำ มีโซนนั่งริมคลองไม่กี่โต๊ะ มองออกไปเห็นองค์พระใหญ่วัดปากน้ำ วิวสวยแบบที่หาไม่ได้ในร้านกาแฟทั่วไป
ทำเลอยู่ที่ซอยวัดจันทารามวรวิหาร ถ.เทอดไท เขตธนบุรี เดินจาก MRT ท่าพระ หรือ BTS ตลาดพลูได้ แต่ต้องเดินลัดเลาะเข้าตลาดวัดกลางพอสมควร แนะนำให้เปิดแผนที่ตาม เปิดทุกวัน 06:00–11:00 ปิดวันจันทร์ ข้อควรรู้คือร้านปิดเร็วมากสาย ๆ ของหมดหรือเก็บร้านแล้ว ควรไปก่อนเที่ยง และที่นั่งริมคลองมีจำกัด ถ้าอยากได้มุมวิวสวยควรไปเช้าหน่อย แบรนด์นี้มีหลายสาขาในย่าน ทั้งใต้สะพานตลาดพลู (ฝั่งตลาดรัชดาภิเษก ปากซอยเทอดไท 18) และซอยเทอดไท 33 แต่ต้นตำรับริมคลองวัดกลางคือสาขาที่บรรยากาศดีที่สุด
กิมเอ็ง กล้วยเชื่อม ตลาดพลู
ถ้าเดินเล่นย่านตลาดพลูแล้วอยากได้ของหวานติดมือ "กิมเอ็ง กล้วยเชื่อมตลาดพลู" คือชื่อที่คนแถวนี้พูดถึงกันมาตลอด ร้านเล็ก ๆ ตรงปากซอยเทอดไท 20 ที่ขายกล้วยเชื่อมกับมันเชื่อมมานานกว่า 50 ปี จนกลายเป็นตำนานขนมหวานโบราณของฝั่งธนฯ เหมาะกับคนชอบของหวานสไตล์ไทยแท้ ราดกะทิ ไม่หวานโดด และอยากลองของอร่อยเจ้าเก่าที่คนต่อคิวซื้อกันทั้งวัน
พระเอกของร้านคือกล้วยไข่เชื่อมกับมันสำปะหลังเชื่อม ตามด้วยกล้วยน้ำว้าแดงเชื่อมสีสวย เผือกเชื่อม มันไข่เชื่อม ไปจนถึงฟักทองเชื่อม ทุกอย่างเสิร์ฟราดกะทิให้ เลือกใส่ถ้วยกินเดินได้เลย รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่ากล้วยเนื้อแน่นหนึบ ไม่เละ หวานละมุนแต่ยังมีเปรี้ยวอ่อน ๆ ของกล้วยอยู่ ส่วนมันสำปะหลังเนื้อเนียนนุ่ม "ไร้เสี้ยน" ตัวที่หลายคนชมว่าเด็ดสุดคือน้ำกะทิที่หอมและออกเค็มกำลังดี มาตัดความหวานให้พอดีคำ
ราคาเริ่มต้นถุงละราว 30 บาท ถ้าเอาแบบจัดชุดราดกะทิก็ประมาณ 50–80 บาท ตกหัวละไม่ถึงร้อย ถือว่าคุ้มสำหรับของเจ้าดังเจ้าเก่า ร้านเปิดทุกวันช่วงกลางวันถึงเย็น (ประมาณ 09:00–18:00 น. เวลาอาจขยับเล็กน้อยแต่ละวัน) อยู่ปากซอยเทอดไท 20 ถนนเทอดไท ตลาดพลู เขตธนบุรี เดินจาก BTS ตลาดพลูมาได้ไม่ไกล มีที่จอดรถส่วนตัวข้างร้าน
ที่ร้านนี้ยอดนิยมเพราะอยู่คู่ตลาดพลูมานานจนคนรุ่นไหนก็รู้จัก แถมยังกวาดรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice มาหลายปีติด ข้อควรรู้คือเป็นร้านแผงเล็ก ไม่มีที่นั่ง เน้นซื้อกลับ ช่วงวันหยุดหรือบ่าย ๆ บางอย่างขายหมดเร็ว ถ้าอยากได้ครบ ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ หรือโทรจองไว้ก่อนได้
เกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู
ถ้าพูดถึงเกาเหลาเนื้อในตำนานของฝั่งธนฯ ร้าน "เกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู ต.จันทร์เพ็ญ" คือชื่อแรก ๆ ที่คนตลาดพลูจะนึกถึง ร้านเก่าแก่อยู่คู่ย่านนี้มาราว 60–80 ปี ส่งต่อจากรุ่นพ่อ (ต้นตำรับแต้จิ๋ว) มาถึงรุ่นปัจจุบันคือคุณครรชิต นิตยานนท์ จุดเด่นคือก๋วยเตี๋ยว/เกาเหลาเนื้อน้ำใสกลิ่นเครื่องยาจีนโบราณ ที่ตุ๋นเนื้อจนหอมฟุ้งตั้งแต่เดินเข้าร้าน เหมาะกับคนชอบเนื้อวัวจริงจัง สายเครื่องในครบเครื่อง และคนที่มาเดินตลาดพลูแล้วอยากหามื้อร้านดังประจำย่าน
เมนูต้องสั่งคือ "เกาเหลาเนื้อรวม" จัดมาเต็มชามทั้งเนื้อสด เนื้อเปื่อย ลูกชิ้นเอ็น ลูกชิ้นเนื้อ และเครื่องในให้เลือกครบทั้งตับ หัวใจ ไส้ ม้าม ปอด ขอบกระด้ง เอ็นแก้ว เนื้อกรอบ ใครมาเป็นกลุ่มลองสั่งเกาเหลาหม้อไฟมาแบ่งกัน ส่วนสายข้าวก็มีข้าวกะเพราเนื้อเปื่อยและก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ให้สลับ เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าน้ำซุปหอมกลิ่นเนื้อ หวานนิด ๆ แบบธรรมชาติจากการตุ๋น ราดข้าวก็เข้ากัน เนื้อเปื่อยนุ่มไม่เหนียว ส่วนที่ติดมันเปื่อยกำลังดี ส่วนลูกชิ้นเอ็นเด้งหนึบเคี้ยวเพลิน เครื่องในสะอาดไม่มีกลิ่นคาว
ราคาเป็นกันเอง ก๋วยเตี๋ยวเริ่มราว 60–100 บาท เกาเหลาเนื้อ 80–150 บาท หม้อไฟเริ่มราว 150 บาท กินอิ่มสบายในงบหลักร้อย บรรยากาศเป็นห้องแถวเก่าริมถนนเทอดไทแบบเรียบง่าย ไม่หรู แต่ได้ฟีลร้านเจ้าเก่าที่อยู่มานาน ตำแหน่งอยู่ริมถนนเทอดไทก่อนถึงซอย 25 ติดร้านขนมหวาน เดินจาก BTS/สถานีรถไฟตลาดพลูถึงง่าย เปิดทุกวันช่วงกลางวันราว 09.00–18.00 น.
ที่ยอดนิยมเพราะเป็นเกาเหลาเนื้อสูตรเก่าที่รสยังนิ่งและคงคุณภาพมาหลายสิบปี ได้คะแนนรีวิวฝั่งนักชิมระดับ 4.1/5 และมีคนพูดถึงต่อเนื่องว่า "ของเค้าอร่อยจริง ไม่ได้มาเล่น ๆ" ข้อควรรู้คือช่วงนี้คนเยอะ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว บางวันอาจปิดรับเดลิเวอรีและของบางอย่างหมดเร็ว แนะนำมาช่วงสายถึงบ่ายเพื่อให้ได้เนื้อและเครื่องในครบ
🍢 อยากชิมหลายร้านมีไกด์พาไป หรือลงมือทำอาหารไทยเอง
ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรืออยากเข้าใจของกินไทยให้ลึกกว่าแค่สั่งมาชิม ลองจองฟู้ดทัวร์แบบมีไกด์ท้องถิ่นพาเดินกินทีละร้านในย่านเก่าฝั่งธน เล่าที่มาของแต่ละเมนูให้ฟัง ช่วยสั่งและพาลัดเลาะซอยริมทางรถไฟที่หาเองยาก หรือจะลงคลาสทำอาหารไทยลงมือทำแกง ผัด ส้มตำด้วยตัวเองแล้วได้สูตรกลับบ้านก็สนุกอีกแบบ จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย เลือกรอบเวลาและภาษาที่สะดวก เหมาะทั้งไปเดี่ยว ไปคู่ และไปเป็นกลุ่ม
💡 รู้ก่อนไปกินที่ย่านตลาดพลู-วงเวียนใหญ่ กรุงเทพฯ
นั่ง BTS สายสีลมลงสถานีตลาดพลูหรือวงเวียนใหญ่ แล้วต่อ Grab หรือวินมอเตอร์ไซค์สั้น ๆ เข้าตลาด · อีกวิธีที่ได้บรรยากาศคือนั่งรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัยมาลงสถานีตลาดพลู ร้านดังหลายร้านอยู่ริมทางรถไฟเดินถึงกัน · ปักหมุด Google Maps ชื่อร้านไว้ก่อน บางซอยป้ายไม่ชัด
ร้านในตลาดพลูส่วนใหญ่เป็นสตรีทฟู้ดและห้องแถวเล็ก มักรับเงินสดหรือสแกนพร้อมเพย์ ไม่ค่อยรับบัตร ควรพกแบงก์ย่อยไว้หลายใบ มีตู้ ATM แถวสถานีและตลาดเผื่อกดเพิ่ม
ร้านในย่านเปิดคนละช่วง — ข้าวหมูแดงและของคาวบางร้านเปิดเช้าถึงบ่ายแล้วของหมด ส่วนสมศักดิ์ปูอบและนิ-อ่างเปิดช่วงเย็นถึงดึกและคิวยาว · ไปก่อนเวลาพีคหรือเลี่ยงเที่ยง-เย็นวันหยุดจะสบายกว่า เผื่อเวลารอคิวร้านดังไว้หน่อย
ร้านสตรีทและข้าวจานเดียวในตลาดพลูไม่มีธรรมเนียมทิป จ่ายตามราคาได้เลย · ถ้าเป็นร้านนั่งที่มีบริการเสิร์ฟถึงโต๊ะและพอใจบริการ จะทิ้งเศษเงินทอนเล็กน้อยไว้ก็ได้ แต่ไม่จำเป็น
ร้านเก่าแก่ในตลาดพลูส่วนใหญ่เป็นเมนูไทยล้วน อาจไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ แต่คนขายเป็นกันเอง · ใช้แอปแปลภาษา ชี้รูปอาหาร หรือบอกชื่อเมนูยอดนิยม เช่น ปูอบวุ้นเส้น ข้าวหมูแดง เกาเหลาเนื้อ ก็สั่งได้ไม่ยาก
เสน่ห์ของตลาดพลูคือเดินกินทีละนิดได้หลายอย่าง ไม่ต้องอิ่มร้านเดียว · แบ่งท้องไว้ลองกุยช่าย ขนมเบื้อง กล้วยเชื่อม และไอติมไข่แข็ง ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำย่านที่หากินที่อื่นยาก ราคาไม่กี่สิบบาทต่ออย่าง
วางแผนกินย่านตลาดพลูให้อิ่มครบในวันเดียว
เคล็ดลับคือไล่กินตามเวลาเปิดของแต่ละร้าน เริ่ม มื้อกลางวันสายของคาว ที่ สุณีข้าวหมูแดง (เปิดเช้า) แล้วต่อ เกาเหลาเนื้อเปื่อยตลาดพลู (ต.จันทร์เพ็ญ) กับ บะหมี่ตงเล้ง ที่อยู่ริมทางรถไฟ เดินถึงกันได้ ระหว่างวันแวะของกินเล่นอย่าง กุยช่ายลี้ป๋อเง็ก และ ผัดไทลูกชายบางสะแก ที่ผัดเตาถ่านหอม ๆ ส่วนของหวานเก็บไว้ปิดท้าย — สรินทร์ทิพย์ ขนมเบื้องโบราณ, กิมเอ็ง กล้วยเชื่อมกะทิ และ นิ-อ่าง ไอติมไข่แข็งที่เปิดบ่ายยาวถึงดึก จิบปิดท้ายด้วยกาแฟโบราณที่ สุริยากาแฟ ใต้สะพาน
ถ้าตั้งใจมากินปูอบวุ้นเส้นที่ สมศักดิ์ปูอบ สาขาเจริญรัถ ควรเผื่อเวลาไว้มาก เพราะร้านเปิดช่วงเย็นและคนต่อคิวยาวเป็นชั่วโมง ไปก่อนร้านเปิดหรือเลี่ยงวันหยุดจะสบายกว่า · หลายร้านในย่านเป็นสตรีทฟู้ดห้องแถวเล็ก ที่นั่งจำกัด ช่วงเที่ยงและเย็นวันหยุดคนแน่น เผื่อใจเรื่องคิวและพกเงินสดไว้จะคล่องตัวที่สุด
มากินหลายมื้อในตลาดพลู-วงเวียนใหญ่แบบไม่ต้องรีบ จองที่พักแถวนี้ไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — อยู่ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่และ MRT อิสรภาพ ขึ้นรถไฟฟ้าต่อเข้าเมืองง่าย ตื่นมาก็เดินเล่นริมทางรถไฟตลาดพลูได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านตลาดพลู เทียบราคา 3 เว็บ