🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
อาหารอุบลราชธานีมีเสน่ห์ตรงที่มันผสมหลายวัฒนธรรมไว้ในจานเดียว ย่านเมืองเก่ารอบถนนพโลชัยและถนนหลวงคือแหล่งรวมอาหารเวียดนามที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น ทั้งแหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวนเส้นทำมือ และขนมถ้วยญวน ขณะที่อีกฝั่งของเมืองก็เต็มไปด้วยส้มตำ ลาบ และปลาแม่น้ำมูลที่จับสด ๆ จากแม่น้ำหน้าบ้าน ตื่นเช้ามาก็มีไข่กระทะกับกาแฟโบราณคั่วเองให้เริ่มวัน พอตกเย็นก็ขยับไปนั่งริมแม่น้ำดูพระอาทิตย์ตกพร้อมปลาทอดกระเทียมจานใหญ่ เป็นจังหวะกินที่ครบทั้งวันแบบเรียบง่ายและจริงใจ
หลายร้านในลิสต์นี้ไม่ใช่แค่อร่อยแบบปากต่อปาก แต่การันตีด้วยมิชลินไกด์เมืองอุบลด้วย ทั้งอินโดจีนที่ทำอาหารเวียดนามสูตรครอบครัวมากว่าครึ่งศตวรรษและได้บิบ กูร์มองด์ ส้มตำจินดาร้านอีสานเก่าแก่ที่มีส้มตำให้เลือกกว่า 40 อย่าง หมก ร้านอาหารอีสานร่วมสมัยฝีมือเชฟที่ได้บิบ กูร์มองด์เช่นกัน และเรือนอาหารวิวมูลริมแม่น้ำที่ติดมิชลินไกด์ด้วยปลาน้ำจืดสดและวิวสวย ส่วนสายกาแฟกับมื้อเช้าก็มีเจียวกี่ในตำนานและกาแฟฮะฮงที่ชงสูตรเดิมมาหลายสิบปี อ่านจบแล้วเลือกร้านที่ถูกใจ แล้วไปลองด้วยตัวเองที่อุบลราชธานี
อินโดจีน (Indochine)
ถ้ามาอุบลแล้วอยากกินอาหารเวียดนามต้นตำรับสักมื้อ ร้านอินโดจีนบนถนนสรรพสิทธิ์คือชื่อแรกที่คนที่นี่จะบอกต่อ ร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมาเกือบหกสิบปี เปิดจากรุ่นคุณยายที่ไล้แป้งทำแผ่นเมี่ยงขายเลี้ยงลูก จนวันนี้ส่งต่อมาถึงรุ่นหลานที่ยังลงมือปลูกข้าวเองเพื่อเอามาโม่ทำแผ่นแป้ง เลยไม่แปลกที่แป้งเปาะเปี๊ยะของที่นี่จะนุ่มเหนียวหอมจนหลายคนพูดถึง เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวอุบลครั้งแรกแล้วอยากลองของขึ้นชื่อประจำเมือง หรือครอบครัวที่อยากนั่งกินสบาย ๆ ในตึกไม้เก่าบรรยากาศย้อนยุค
เมนูที่ต้องสั่งคือแหนมเนือง หมูปั้นก้อนย่างหอม ห่อกับแผ่นแป้งสด ผักสด แล้วราดน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเนื้อหมูนุ่มและน้ำจิ้มกลมกล่อม บางคนบอกว่าเขาห่อมาให้เสร็จเลยกินง่ายดี ตามด้วยเปาะเปี๊ยะแป้งสดทำมือที่เป็นพระเอกของร้าน ขนมถ้วยญวนแป้งนุ่ม และก๋วยจั๊บญวนน้ำใสกลมกล่อม ใครชอบของหวานเขาแนะนำให้ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด หลายรีวิวบอกว่าขนมเบื้องและของหวานที่นี่อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม
ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 100–250 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มสำหรับร้านที่ได้ป้าย Michelin Bib Gourmand ติดต่อกันสามปี (2023–2025) บรรยากาศเป็นตึกแถวไม้เก่าตกแต่งแบบโรงเตี๊ยมสมัยก่อน โต๊ะเก้าอี้ไม้ ชั้นบนบางช่วงมีดนตรีสด ๆ คนอุบลและนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไม่ขาด คะแนนกูเกิลอยู่ที่ราว 4.1 จากรีวิวกว่าหนึ่งพันห้าร้อยรีวิว สะท้อนว่าคนกลับมาซ้ำเยอะจริง
ข้อควรรู้นิดหน่อย ร้านเปิด 09:00–20:00 ทุกวัน ช่วงวันหยุดและมื้อเที่ยงคนค่อนข้างแน่น เผื่อเวลารอหน่อย เมนูเป็นภาษาไทยเป็นหลัก แต่พนักงานใจดีช่วยแนะนำได้ จอดรถริมถนนหน้าร้านพอมีที่ ใครเป็นมังสวิรัติก็มีเมนูผักให้เลือกอยู่บ้าง มาทั้งทีแนะนำให้สั่งหลายอย่างมาแชร์กัน จะได้ลองครบทั้งของคาวของหวาน
ส้มตำจินดา (Som Tum Jinda)
ถ้าพูดถึงส้มตำในเมืองอุบล แทบทุกคนจะเอ่ยชื่อ "ส้มตำจินดา" เป็นร้านแรก ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2517 ตั้งชื่อตามคุณแม่จินดาเจ้าของสูตร และยังเป็นร้านส้มตำห้องแอร์เจ้าแรกของจังหวัด ทำเลอยู่บนถนนพิชิตรังสรรค์ตรงข้ามโรงแรมลายทอง ใจกลางเมืองเลย เหมาะมากสำหรับคนที่เพิ่งมาถึงอุบลแล้วอยากกินอาหารอีสานต้นตำรับมื้อแรกแบบนั่งสบาย ๆ ไม่ต้องทนร้อน จะมาคนเดียว มาคู่ หรือยกครอบครัวมาก็ได้ เพราะร้านมีห้องแอร์แยกเป็นสัดส่วนหลายห้อง
หัวใจของร้านคือส้มตำที่มีให้เลือกกว่า 40 อย่าง ตั้งแต่ตำลาวใส่ปลาร้านัว ๆ ไปจนถึงตำป่าเครื่องแน่น เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือตำปลาดุกฟู ปลาดุกทอดกรอบฟูคลุกกับส้มตำรสจัด กับลาบเป็ดที่หอมเครื่องและไม่คาว ส่วนใครชอบเมนูปลาแนะนำปลาเนื้ออ่อนนึ่งแจ่ว เนื้อปลานุ่มจิ้มแจ่วรสแซ่บ และอุหน่อไม้พุงปลาแบบลาวที่สมุนไพรลงตัว ปิดท้ายด้วยไก่ย่างทั้งตัวหนังกรอบ ๆ จุดที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือปลาร้าของที่นี่นัวจริง เพราะร้านพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบ และบอกระดับความเผ็ดได้ตามใจ จะเอาเผ็ดน้อยหรือแซ่บสุดก็จัดให้
เรื่องราคาอยู่ในช่วงประมาณ 200–400 บาทต่อคน ส้มตำเริ่มหลักร้อยต้น ๆ ลาบเป็ดและตำปลาดุกฟูจานละ 120–130 บาท ไก่ย่างเต็มตัวราว 200 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและบรรยากาศ จนได้ดาวบิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ ส่วนคะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.4 ดาว สะท้อนว่าทั้งคนอุบลและนักท่องเที่ยวกลับมาซ้ำกันเยอะ
ข้อควรรู้คือร้านเปิดทุกวัน 10:30–21:00 น. ช่วงมื้อกลางวันวันหยุดและเทศกาลคนแน่นมาก อาจต้องรอคิวสักหน่อย ใครมาเป็นกลุ่มใหญ่โทรจองโต๊ะล่วงหน้าได้ มีที่จอดรถและรับบัตรเครดิต เป็นร้านที่การันตีได้ว่ามาอุบลทั้งทีไม่ควรพลาด
เจียวกี่ (Jiao Kee)
เจียวกี่ คือร้านอาหารเช้าในตำนานของเมืองอุบล อยู่ในตึกไม้จีนเก่าอายุร้อยกว่าปีริมถนนเขื่อนธานี เยื้องพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและทุ่งศรีเมือง สมัยก่อนที่นี่เป็นทั้งโรงแรมและร้านอาหาร เลยมีกลิ่นอายคลาสสิกแบบที่หาไม่ได้ง่าย ๆ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเช้าวันใหม่แบบช้า ๆ จิบกาแฟโบราณในบรรยากาศย้อนยุค ทั้งคนอุบลที่กินมาตั้งแต่เด็กและนักท่องเที่ยวที่อยากลองของดั้งเดิมประจำเมือง
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือไข่กระทะมาในกระทะเหล็กร้อน ๆ มีไข่ หมูสับ กุนเชียง โรยต้นหอม กินคู่ขนมปังยัดไส้กรอบนอกนุ่มใน หลายรีวิวบอกว่าชุดราคาราว 50 บาท ถูกและอิ่ม ส่วนโจ๊กกับข้าวต้มเนื้อเนียนลื่น ใส่ไข่ลวกกำลังดี โรยขิงซอย อีกจานที่พลาดไม่ได้คือก๋วยจั๊บญวนน้ำซุปรสนวล เส้นเหนียวนุ่ม และยังมีต้มเลือดหมู บักกุ้ดเต๋ กระเพาะปลาให้เลือก ปิดท้ายด้วยกาแฟโบราณกลมกล่อมที่หลายคนบอกว่าเป็นตัวชูโรงของร้าน
รสชาติโดยรวมเป็นแนวบ้าน ๆ ไทย-จีนกลมกล่อม ไม่จัดจ้าน รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอร่อย เสิร์ฟไว และราคาย่อมเยา เริ่มต้นหลักสิบ ต่อหัวมักไม่ถึงร้อยบาท จุดที่ควรรู้คือร้านเปิดเช้าถึงบ่ายราว 6 โมงเช้าถึงบ่ายสอง มาเป็นมื้อเช้าหรือสายดีที่สุด ช่วงเช้าวันหยุดคนค่อนข้างแน่น อาจต้องรอคิวบ้าง
ที่เจียวกี่ยังยอดนิยมข้ามรุ่น เพราะมันไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่เป็นความทรงจำของเมืองอุบลที่ส่งต่อกันมา ใครแวะมาเที่ยวเมืองเก่าแล้วอยากกินมื้อเช้าที่มีเรื่องเล่า ร้านนี้ลงตัวทั้งรสและบรรยากาศ
อากาเว่ (Agave Vietnamese Cuisine & Cafe)
ถ้ามาอุบลแล้วอยากกินอาหารเวียดนามที่ทำเองทุกอย่างจริง ๆ ร้านอากาเว่ (Agave / Vietnamese Cuisine & Café) บนถนนพโลรังฤทธิ์ ใจกลางเมืองเก่า คือชื่อที่คนอุบลและนักรีวิวพูดถึงกันมากที่สุดร้านหนึ่ง เจ้าของร้านเรียนจบสายอาหารแล้วไปเป็นเชฟที่ออสเตรเลียก่อนกลับมาเปิดที่บ้านเกิด เลยได้อาหารเวียดนามแบบโฮมเมดที่เอากลิ่นอายอีสานมาผสมได้ลงตัว ร้านนี้ได้ Michelin Bib Gourmand ติดต่อกันหลายปี เหมาะกับคนที่อยากกินของอร่อยในราคาไม่แรง มาเป็นครอบครัว เป็นกลุ่มเพื่อน หรือสายคาเฟ่ที่ชอบถ่ายรูปด้วย
เมนูที่ต้องสั่งคือแหนมเนือง ซึ่งเลือกได้ว่าจะเอาแบบหมูหรือแบบปลา จุดเด่นคือกินแบบไม่ต้องเอาแผ่นแป้งไปแช่น้ำ วางเครื่องตามแนวขวางแล้วม้วนกินได้เลย รีวิวจริงบอกตรงกันว่า "น้ำจิ้มดีมาก เอาไปราดอะไรก็อร่อย" โดยแหนมเนืองหมูจะได้น้ำจิ้มสีน้ำตาลนวลหอมถั่วลิสงกับน้ำมันงา คล้ายน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ รสหวานเค็มกลมกล่อม อีกจานที่คนตามมากินคือข้าวจี่หมูพวง ที่เอาข้าวจี่อีสานมาทำเป็นวาฟเฟิลข้าวเหนียวชุบไข่ย่าง กินคู่หมูแดดเดียวจิ้มแจ่วรสจัด เป็นลูกเล่นที่หากินที่อื่นยาก
บรรยากาศร้านเป็นห้องเพดานสูง โปร่ง แต่งมินิมอลด้วยต้นอากาเว่ตามมุมต่าง ๆ ตามชื่อร้าน มีเพลงบรรเลงคลอ นั่งสบายและถ่ายรูปสวย หลายรีวิวบอกว่าอาหารมาไว ปริมาณจัดเต็ม รสชาติดี แม้บางคนจะมองว่าเป็นเวียดนามฟิวชันแบบเบา ๆ มากกว่าต้นตำรับเป๊ะ ๆ แต่ก็ยังอร่อยและคุ้มค่า ราคาต่ออยู่ราว ฿60–300 ต่อจาน เมนูเด่นอย่างแหนมเนืองชุดประมาณ ฿290
ทำเลอยู่ติดถนนพโลรังฤทธิ์ ใกล้จวนผู้ว่าฯ ในเขตเมืองเก่า หาง่าย เปิด 11:00–20:00 น. และปิดวันจันทร์ ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดหรือมื้อเที่ยงคนค่อนข้างเยอะ ถ้ามากันหลายคนหรืออยากได้โต๊ะดี ๆ มาก่อนเวลาจะสบายกว่า
เรือนอาหารวิวมูล (View Mun)
ถ้าใครมาอุบลฯ แล้วอยากกินปลาแม่น้ำมูลสด ๆ ในบรรยากาศริมน้ำจริง ๆ "เรือนอาหารวิวมูล" คือร้านที่คนท้องถิ่นและนักชิมต่างถิ่นพูดถึงกันเยอะมาก ร้านเป็นเรือนไม้ไทยโบราณตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำมูลย่านบ้านทัพไทย ต.แจระแม มีทั้งโซนในร่มและโต๊ะนอกริมน้ำที่นั่งมองพระอาทิตย์ตกได้สวยมาก จุดเด่นจริง ๆ คือเป็น 1 ใน 6 ร้านของอุบลฯ ที่ได้เข้า MICHELIN Guide จึงเหมาะทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนที่อยากพามื้อพิเศษไปนั่งชิล ๆ ริมแม่น้ำ
เมนูที่ต้องสั่งคือปลาแม่น้ำมูลทอดกระเทียม ตัวใหญ่จานใหญ่ ทางร้านเลาะก้างออกให้จนเกือบหมด ทอดกรอบนอกนุ่มใน หอมกระเทียม กินคู่น้ำจิ้มแจ่วแล้วเข้ากันดี อีกจานที่หลายรีวิวชมคือ "อู๋ปลา/ไข่ปลา" ที่รสจัดจ้านแบบอีสานแท้ และลาบปลากินกับผักสดออร์แกนิก คนที่ปกติไม่ค่อยถนัดปลาน้ำจืดหลายคนบอกว่าร้านนี้ทำให้กินได้แบบไม่มีกลิ่นคาว เจ้าของร้านอัธยาศัยดี เดินมาแนะนำเมนูเองด้วย
ราคาต่ออยู่ราว ฿251–500 ต่อคน ถือว่าสมเหตุผลกับวัตถุดิบปลาแม่น้ำสดและบรรยากาศริมน้ำ จานปลาตัวใหญ่เริ่มประมาณหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลายร้อยตามขนาด เปิดทุกวัน 09:00–21:00 ข้อควรรู้คือช่วงเย็นโต๊ะริมน้ำเต็มเร็ว แนะนำให้โทรจองโต๊ะนอกล่วงหน้า แล้วไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกสักครึ่งชั่วโมงจะได้วิวสวยที่สุด
ที่ร้านนี้ติดใจคนกินนอกจากรสชาติ คือความเป็นมื้อริมแม่น้ำมูลที่ครบทั้งอาหารอีสานพื้นบ้าน ปลาน้ำจืดสด และวิวพระอาทิตย์ตก เลยกลายเป็นหมุดที่หลายคนแนะนำต่อเวลามาเที่ยวเมืองอุบลฯ
🛏️ จองที่พักทำเลดีในอุบลราชธานี
อยากตระเวนกินร้านเด็ดให้สะดวก เลือกที่พักย่านเมืองเก่าหรือกลางเมืองอุบลราชธานีไว้ก่อน เดินถึงเจียวกี่ ฮะฮง เจ๊เนือง และร้านอาหารเวียดนามได้สบาย ส่วนใครเน้นมื้อริมแม่น้ำที่วิวมูลก็เลือกโรงแรมฝั่งแจระแมเพื่อย่นเวลาเดินทาง เรารวมโรงแรมและที่พักทำเลดีในอุบลไว้ให้เทียบราคาและรีวิวก่อนกดจอง
ร้านกาแฟฮะฮง (Hahong)
ถ้าอยากรู้ว่าคนอุบลรุ่นปู่ย่าเริ่มต้นเช้าด้วยอะไร ฮะฮงคือคำตอบ ร้านกาแฟโบราณกลางย่านเมืองเก่าบนถนนยุทธภัณฑ์ ใกล้สี่แยกแถวธนาคารออมสินกับสถานีดับเพลิง ร้านนี้ย้ายมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ปี 2503 นับรวมแล้วอยู่คู่เมืองอุบลมากว่า 60 ปี เสน่ห์ของมันคือกาแฟที่ทางร้านคั่วเองด้วยสูตรเดิมจนกลายเป็นกลิ่นประจำเช้าของย่านนี้ เหมาะกับคนที่อยากกินกาแฟแบบรุ่นเก๋า นั่งจิบสบาย ๆ ไม่ต้องแต่งตัวมาถ่ายรูป และสายตื่นเช้าที่อยากเริ่มวันด้วยของจริง
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือกาแฟร้อนโบราณกับไข่ลวก ทางร้านลวกไข่ราว 6 นาทีให้ขาวเซตกำลังดี ไข่แดงยังเยิ้ม เหยาะซีอิ๊วพริกไทยแล้วซดคู่กาแฟร้อน ๆ ใครชอบดื่มเย็นก็มีโอเลี้ยงเข้มข้น ชาเย็น โกโก้ นมเย็น และมีขนมปังไว้จิ้มกาแฟแบบสภากาแฟยุคก่อน รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่ากาแฟหอม เข้มจริง หวานกำลังดีไม่ขม ส่วนไข่ลวกก็ได้คำชมว่าลวกพอดี ไม่เละไม่ดิบ เป็นคู่หูที่ลงตัว
บรรยากาศเป็นร้านห้องแถวเก่าตกแต่งด้วยของสะสมและภาพสไตล์จีนโบราณ มีโต๊ะหินอ่อนกลม ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งย้อนเวลา ราคาถือว่าสบายกระเป๋ามาก กาแฟ-โอเลี้ยงเริ่มแค่ 19 บาท ไข่ลวก 25 บาท เครื่องดื่มอื่นอยู่ราว 35–40 บาท จ่ายต่อคนไม่ถึงร้อยก็อิ่มอุ่นทั้งเช้า ใครติดใจยังซื้อผงกาแฟคั่วของร้านกลับไปชงเองที่บ้านได้
ข้อควรรู้คือร้านเน้นรอบเช้าถึงเที่ยง วันธรรมดาเปิดราว 07:30 ปิดประมาณ 12:30 ส่วนเสาร์-อาทิตย์อยู่ยาวถึงบ่าย มาช่วงสายของวันหยุดคนจะเยอะหน่อยเพราะเป็นจุดที่ทั้งคนเก่าแก่และนักท่องเที่ยวสายกาแฟโบราณแวะกัน ที่ร้านดังเพราะมันคือของจริงที่ยังทำแบบเดิมมาตลอด ไม่ใช่คาเฟ่ทำให้ดูเก่า เหมาะเป็นมื้อแรกก่อนเดินเที่ยวเมืองเก่าอุบลแบบช้า ๆ
ห ม ก (Mok)
ถ้าใครอยากกินอาหารไทย-อีสานแบบที่เหมือนป้าทำให้กินที่บ้าน แต่จัดจานสวยและพิถีพิถันขึ้นอีกขั้น "ห ม ก" (Mok) คือร้านที่ต้องมาให้ได้สักครั้งเมื่อมาอุบลราชธานี ร้านนี้อยู่ในบ้านไม้สองชั้นย่านเมืองเก่าริมถนนพรหมราช ใกล้วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นร้านสไตล์เชฟเทเบิลที่ป้าเชฟหยิบสูตรอาหารของคุณยายมาเล่าใหม่ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นแบบโฮมเมด จนได้ดาว Bib Gourmand จากมิชลินไกด์หลายปีติด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินมื้อพิเศษแบบอบอุ่น ไม่ต้องแต่งตัวเป๊ะ แต่อาหารดีจริง
เมนูต้องสั่งคือหมกปลากะพง ที่เอาปลากะพงมาปรุงกับเครื่องสมุนไพรและน้ำปลาร้าหอม ๆ ได้กลิ่นอายอาหารบ้าน ๆ ที่คิดถึง อีกจานที่หลายรีวิวพูดถึงคือปลาส้ม/ปลาดองกินคู่กับน้ำพริกสับปะรดและผักสด รสเปรี้ยวหวานตัดกันลงตัว ใครชอบแกงต้องลองมัสมั่นเนื้อที่กินกับโรตี และจานเด่นอย่างหลนเค็มบักนัดใส่ไข่ ปิดท้ายด้วยขนมหวานโฮมเมดและไอศกรีมทำเอง รสชาติโดยรวมที่รีวิวพูดตรงกันคือกลมกล่อม ไม่จัดจ้านเกินไป เน้นความละมุนแบบอาหารในวัยเด็ก
บรรยากาศร้านเป็นบ้านไม้เก่ามีระเบียงนั่งรับลม ล้อมด้วยต้นไม้เขียว ๆ มีครัวเปิดให้เห็นเชฟทำอาหาร อบอุ่นเหมือนไปกินที่บ้านญาติ ราคาต่อจานอยู่ราว 200-500 บาท ถือว่าคุ้มกับคุณภาพและการได้ดาวมิชลิน ส่วนเชฟเทเบิลจะมีเฉพาะบางวัน ร้านเปิดวันพุธ-ศุกร์ 11:00-14:30 และ 17:00-22:00 เสาร์-อาทิตย์ 11:00-22:00 ปิดจันทร์-อังคาร
ข้อควรรู้คือร้านที่นั่งไม่เยอะและคนนิยมมาก แนะนำให้โทรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะมื้อค่ำและวันหยุด ที่จอดรถมีจำกัดนิดหน่อยเพราะอยู่ในย่านเมืองเก่า แต่พอมาถึงแล้วจะเข้าใจว่าทำไมร้านเล็ก ๆ นี้ถึงกลายเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวสายกินตั้งใจแวะมาเมื่อมาอุบล
เจ๊เนือง ก๋วยจั๊บญวน
ถ้าพูดถึงก๋วยจั๊บญวนเมืองอุบล ชื่อ "เจ๊เนือง" บนถนนพโลชัยคือหนึ่งในร้านที่คนพื้นที่ยกให้เป็นเจ้าเก่าตัวจริง ร้านนี้อยู่มาหลายสิบปี ยึดคติ "เจ้าเก่า เจ้าเดียว ไม่มีสาขา" เปิดตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงบ่าย เหมาะกับคนที่อยากหามื้อเช้าหรือมื้อสายอุ่น ๆ ก่อนออกเที่ยวเมืองเก่า ใครเพิ่งมาถึงอุบลแล้วอยากลองของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ที่นี่ลงตัวเพราะเคยได้รับเลือกเป็นของดีประจำจังหวัดที่หอการค้ารับรองมาแล้ว
พระเอกของร้านคือเส้นก๋วยจั๊บที่ทำเองทุกวัน นวดจากแป้งข้าวเจ้า หมัก รีด แล้วตัดเป็นเส้นหนานุ่มเหนียวคล้ายเส้นอุด้ง เคี้ยวหนึบเต็มคำ เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคือก๋วยจั๊บญวนไข่ลวก ที่ไข่สุกกำลังดีแตกตัวคลุกกับน้ำซุป ก๋วยจั๊บพิเศษหมูยอเครื่องแน่น และเปาะเปี๊ยะทอดเส้นสดสูตรโบราณกินเล่นคู่กัน รีวิวจริงหลายเสียงชมว่าน้ำซุปเข้มข้น หอมพริกไทย กลมกล่อม ให้เครื่องเยอะ ไข่ลวกอร่อยถูกใจ ส่วนเปาะเปี๊ยะแม้บางครั้งจะไม่ร้อนจัดแต่รสชาติยังดี
ราคาเป็นกันเองมาก เริ่มต้นชามละ 40 บาท ขนาดจัมโบ้ 50 บาท ต่อหัวไม่ถึง 100 บาทก็อิ่ม จัดเป็นมื้อประหยัดที่คุ้มค่า ร้านเป็นห้องแถวเรียบง่าย ที่นั่งเยอะกว่า 50 ที่ บรรยากาศบ้าน ๆ เป็นกันเอง มีที่จอดรถริมถนน ทำเลอยู่ใกล้โรงแรมบดินทร์และวัดไชยมงคล เดินทางสะดวก
ข้อควรรู้คือร้านเปิดถึงแค่บ่ายสองและของมักหมดเร็วในวันที่คนเยอะ ใครตั้งใจมากินควรมาช่วงเช้าถึงเที่ยงจะชัวร์กว่า ถ้าชอบก็สั่งเส้นสดกลับบ้านหรือสั่งทำเป็นจำนวนมากได้ด้วย
ข้าวต้มสันติ โภชนา
ถ้าให้นึกถึงร้านข้าวต้มมื้อค่ำที่คนอุบลพูดถึงกันมานานหลายสิบปี ชื่อ "ข้าวต้มสันติโภชนา" จะมาเป็นชื่อแรก ๆ เสมอ ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 2524 เป็นร้านข้าวต้มกุ๊ยสไตล์ไทย-จีนเก่าแก่กลางเมือง ที่ปรุงกับข้าวกันสด ๆ หน้าร้านให้เห็นกันจะ ๆ และยังได้เข้า MICHELIN Guide ต่อเนื่องหลายปี เหมาะมากสำหรับมื้อค่ำถึงดึกที่อยากกินข้าวต้มร้อน ๆ กับกับข้าวจัดจ้านหลายอย่าง ไม่ว่าจะมากันเป็นครอบครัวหรือยกแก๊งเพื่อนมานั่งยาว ๆ
เมนูที่หลายรีวิวยกให้เป็นพระเอกคือ หมูสับผัดหนำเลี๊ยบ จานที่มิชลินก็พูดถึง คนกินบอกว่า "ผัดมาแห้ง ร่วน มันดีจนแบบว้าวมาก" หอมกลิ่นหนำเลี๊ยบเข้มข้น ตามด้วยเป็ดพะโล้และไส้น้ำแดงทอดกรอบที่เป็นของคู่ร้าน ใครชอบรสจัดต้องลองต้มยำ ยำกุ้งสุกกุ้งสด ๆ เผ็ดกำลังดี และเครื่องในทอด อย่างไส้ทอดกับสามชั้นทอดที่กรอบนอกนุ่มใน ส่วนผัดผักบุ้งไฟแดงกับผัดฟักแม้ว (ฟักแม้วไฟแดง) ก็เป็นจานผักยอดฮิตที่สั่งคู่กับข้าวต้มได้ลงตัว
บรรยากาศเป็นร้านเปิดโล่งขนาดใหญ่ แบ่งเป็นสองโซนนั่ง สว่าง โปร่ง สบาย ๆ พนักงานบริการคล่อง อาหารออกเร็วทันใจแม้คนจะเยอะ ราคาต่อหัวประมาณ 101-250 บาท หลายเมนูจานละไม่ถึงร้อย ถือว่าคุ้มสำหรับร้านระดับมิชลิน ที่จอดรถมีหลังร้านแต่ค่อนข้างจำกัด ช่วงพีคอาจต้องจอดริมถนน
ทำเลอยู่บนถนนชวาลานอก ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี (แถวทางไปเรือนจำ ก่อนถึงโรงเรียนสามัคคี ร้านอยู่ริมถนน) เปิดเป็นร้านมื้อเย็น ตั้งแต่ราว 16.00 น. ยาวไปถึงดึก จึงเป็นหมุดหมายมื้อค่ำ-มื้อดึกที่ทั้งคนอุบลและนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไม่ขาด ข้อควรรู้คือร้านเปิดเฉพาะช่วงเย็นเป็นต้นไป ถ้าอยากได้โต๊ะสบาย ๆ แนะนำให้มาก่อนช่วงพีคหัวค่ำ
หงษ์ฟ้าภัตตาคาร (Hong Fa)
ถ้าจะหาร้านอาหารจีนสักร้านในอุบลที่อยู่คู่เมืองมานานจริง ๆ หงษ์ฟ้าภัตตาคารคือชื่อที่คนอุบลพูดถึงก่อนเสมอ เปิดมากว่า 60 ปีตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เป็นอาหารจีนแต้จิ๋วต้นตำรับที่ส่งต่อสูตรกันมาหลายรุ่น ร้านตั้งอยู่บนถนนเทพโยธีตรงปากทางเข้าสนามบินอุบลฯ พอดี หาง่ายมาก เหมาะกับครอบครัวที่มากันหลายคน มื้อสังสรรค์ หรือใครที่อยากลองอาหารจีนโต๊ะแบบดั้งเดิมที่หากินยากขึ้นทุกที
เมนูที่ทุกรีวิวพูดตรงกันคือ ก๋วยเตี๋ยวหลอด แผ่นแป้งนุ่มห่อหมูสับ กุนเชียง หอมใหญ่ หัวไชเท้า ราดน้ำซอสสูตรเฉพาะของร้าน รสเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อมลงตัว หลายคนบอกว่ามาร้านนี้ต้องสั่งจานนี้ก่อนเลย อีกตัวที่เป็นพระเอกคือ ปูหม้อไฟ / ก้ามปูหม้อไฟ ก้ามปูชิ้นโตในน้ำซุปหอมเครื่องยาจีนกับพริกไทย ส่วน กุ้งทองคำ กุ้งตัวใหญ่ทอดกรอบคลุมเส้นไข่ และ ปลาหมึก/ปลิงทะเลผัด เนื้อหนึบไม่คาว ก็เป็นจานที่คนสั่งกันบ่อย ใครชอบเปรี้ยวสดชื่นลองไก่มะนาวได้
บรรยากาศเป็นภัตตาคารจีนเก่าที่ยังคงความขลัง อยู่ชั้นสอง แอร์เย็น มีห้องโต๊ะจีนส่วนตัวและห้องใหญ่รับได้ถึงประมาณ 250 คน จอดรถใต้อาคารได้สบาย พนักงานบริการคล่อง อาหารมาไว ราคาอยู่ในช่วงกลาง ๆ จานเดียวเริ่มราว 70 บาท ถ้าจัดโต๊ะกินกันเป็นกลุ่มเฉลี่ยหลักร้อยต้น ๆ ต่อคน
ข้อควรรู้คือเมนูพิเศษอย่างปูหม้อไฟหรืออาหารจัดโต๊ะใช้เวลาเตรียมพอสมควร โทรจองและสั่งล่วงหน้าไว้จะสะดวกกว่า ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่สายถึงค่ำ ด้วยความที่อยู่ตรงปากทางสนามบินพอดี หลายคนเลยแวะกินก่อนขึ้นเครื่องหรือมื้อแรกหลังลงเครื่อง เป็นร้านที่คนท้องถิ่นพาแขกบ้านแขกเมืองมากินด้วยความมั่นใจมาตลอด
ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารในอุบลราชธานี
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวโดยมีไกด์ท้องถิ่นพาเดิน หรือลองลงมือทำส้มตำกับอาหารอีสานด้วยตัวเอง จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ได้เลย ทัวร์ชิมอาหารช่วยให้ได้ลองทั้งอาหารเวียดนาม ส้มตำ และของหวานเมืองอุบลในรอบเดียว เหมาะกับคนมาครั้งแรกที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน
💡 รู้ก่อนไปกินที่อุบลราชธานี
ย่านเมืองเก่าอุบลเดินถึงกันได้หลายร้าน แต่ร้านนอกเมืองอย่างเรือนอาหารวิวมูลที่แจระแมและหงษ์ฟ้าใกล้สนามบินควรเรียก Grab หรือเช่ารถ เพราะขนส่งสาธารณะมีจำกัด
ร้านสตรีทและร้านเก่าแก่อย่างเจ๊เนือง เจียวกี่ และกาแฟฮะฮง หลายที่รับเงินสดเป็นหลัก พกแบงก์ย่อยและเหรียญติดตัวไว้จะสะดวกกว่า แม้บางร้านใหญ่จะมีพร้อมเพย์
ร้านดังอย่างอินโดจีน ส้มตำจินดา และหมก คิวยาวช่วงสุดสัปดาห์และมื้อเที่ยง มาก่อน 11 โมงหรือหลังบ่ายสองจะนั่งสบายกว่า ส่วนร้านมื้อเช้าควรมาเช้าเพราะปิดช่วงสาย
ก๋วยจั๊บญวนเจ๊เนืองและไข่กระทะเจียวกี่เปิดเช้าและปิดราวบ่าย วางแผนให้ร้านกลุ่มนี้เป็นมื้อเช้าหรือสาย ส่วนปลาริมแม่น้ำที่วิวมูลและข้าวต้มสันติเก็บไว้มื้อเย็นถึงดึก
ส้มตำลาวและตำป่าที่ส้มตำจินดารสจัดและเผ็ดจริง ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งบอกพนักงานให้ลดพริกได้ หรือสั่งเมนูปลานึ่งและลาบที่นุ่มนวลกว่ามาคู่กัน
ร้านใหญ่หลายแห่งมีเมนูรูปภาพให้ชี้สั่งง่าย แต่ร้านเล็กอาจมีแต่เมนูไทย เปิดกูเกิลแปลภาพหรือชี้รูปอาหารที่อยากลองได้เลย พนักงานส่วนใหญ่ใจดีและช่วยแนะนำเมนูเด็ด
วางแผนกินทั่วอุบลราชธานีใน 2 วัน
เริ่มมื้อเช้าที่ย่านเมืองเก่าด้วยไข่กระทะกับกาแฟโบราณที่เจียวกี่ แล้วเดินต่อไปจิบกาแฟฮะฮงที่ชงสูตรเดิมมาหลายสิบปี สายก๋วยจั๊บญวนแวะเจ๊เนืองบนถนนพโลชัยได้เลย เพราะเปิดถึงช่วงบ่ายเท่านั้น มื้อกลางวันถึงเย็นค่อยขยับไปสายอาหารเวียดนามอย่างอินโดจีนหรืออากาเว่เพื่อลองแหนมเนืองและเปาะเปี๊ยะแป้งสดทำมือ
เก็บมื้อเย็นวันสองไว้ให้เรือนอาหารวิวมูลที่แจระแม นั่งริมแม่น้ำมูลสั่งปลาทอดกระเทียมกับอู๋ปลา ดูพระอาทิตย์ตกไปด้วย ส่วนคนชอบส้มตำกับลาบให้ปักหมุดส้มตำจินดาที่มีให้เลือกกว่า 40 อย่าง และถ้าหิวรอบดึกก็มีข้าวต้มสันติโภชนาเปิดยาวไว้ปิดท้ายวัน ร้านดังหลายร้านคิวยาวช่วงสุดสัปดาห์ มาก่อนเวลาพีคหรือโทรจองล่วงหน้าจะสบายกว่า
กินอุบลให้สนุกต้องมีที่พักทำเลดี เลือกโรงแรมใกล้ย่านเมืองเก่าหรือกลางเมืองอุบลราชธานี เดินถึงร้านเด็ดได้ง่าย
ดูที่พักแนะนำในอุบลราชธานี