🔄 ตรวจสอบล่าสุด 20 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เล่าเรื่องกินในอุทัยธานี ต้องเริ่มที่ย่านเมืองเก่ากับตรอกโรงยา ถนนคนเดินสายเล็ก ๆ ที่เรียงรายด้วยเรือนแถวไม้เก่า ร้านกาแฟโบราณ และร้านอาหารที่เปิดมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ตื่นเช้ามาก็มีข้าวมันไก่ไหหลำกับกาแฟชงมือถ้วยละสิบบาทรอ สายหน่อยเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นน้ำซุปเข้ม ๆ ตามด้วยขนมปังสังขยาไส้เยิ้มเป็นของฝากติดมือ พอตกเย็นค่อยลงไปริมแม่น้ำสะแกกรัง สั่งปลาแรดทอดกระเทียมกับปลาแม่น้ำสด ๆ กินรับลมเย็น นี่คือจังหวะการกินแบบอุทัยฯ ที่ช้า สบาย และอร่อยจริง
ร้านในลิสต์นี้ล้วนมีตำนานของตัวเอง ข้าวมันไก่โกตี๋เปิดมาตั้งแต่ปี 2510 เกือบหกสิบปี เริ่มจากรถเข็นเล็ก ๆ จนกลายเป็นร้านเรือนแถวที่คนต่อคิวกันทุกเช้า ก๋วยเตี๋ยวไก่เจ๊โหนกในตรอกโรงยาเป็นสูตรโบราณที่ขายดีจนหมดก่อนเที่ยงแทบทุกวัน ร้านไพพรรณคือเจ้าแรกที่ทำให้ขนมปังสังขยากลายเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ส่วนเจ๊ดาปลาลวกก็เป็นร้านลวกจิ้มในตำนานที่อยู่คู่หอนาฬิกามานาน และถ้าอยากได้อะไรใหม่ ๆ TONE CAFE ก็เอาส้มซ่าผลไม้ท้องถิ่นมาทำกาแฟส้มซ่าจนกลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ใคร ๆ ก็ตามไปลอง อ่านจบแล้วจัดทริปกินอุทัยฯ กันได้เลย
โกตี๋ข้าวมันไก่ อุทัยธานี
ถ้าตื่นเช้ามาเที่ยวเมืองอุทัยฯ แล้วยังไม่รู้จะเริ่มมื้อแรกที่ไหน ร้านโกตี๋ข้าวมันไก่คือคำตอบที่คนอุทัยฯ ชี้ให้แทบทุกคน ร้านเรือนแถวเก่าบนถนนท่าช้าง ตรงข้ามธนาคารทหารไทย เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2510 เริ่มจากรถเข็นของลุงโกตี๋ (ประสิทธิ์ ยั่งยืนศิริ) จนวันนี้กลายเป็นร้านในตำนานเชลล์ชวนชิมที่อยู่คู่เมืองมาเกือบหกสิบปี เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินข้าวมันไก่แบบไหหลำดั้งเดิม บรรยากาศร้านเก่าจริงใจ ไม่ปรุงแต่ง
พระเอกคือข้าวมันไก่ไก่พื้นเมืองตัวอ้วน ต้มจนเนื้อแน่นนุ่ม หนังเหลืองสวย รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเนื้อไก่นุ่มเคี้ยวง่าย ข้าวหุงมันหอมกำลังดีไม่เลี่ยน จุดที่ทำให้คนติดใจคือน้ำจิ้มที่มีให้เลือกสองแบบ ทั้งเต้าเจี้ยวสูตรเฉพาะใส่ขิงสับกับพริกหั่น และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ราดอันไหนก็ได้รสคนละทาง อีกเมนูที่หลายคนสั่งคู่กันคือหมูสะเต๊ะ ปิ้งหอม จิ้มน้ำจิ้มถั่วเข้ากันดี
ไม่ได้มีแค่ข้าวมันไก่ ที่นี่ยังมีของเด็ดอย่างแพะตุ๋นยาจีน ซุปเยื่อไผ่ กระเพาะปลา ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ข้าวหน้าเป็ด และหอยจ้อที่ทำเอง สั่งมาแชร์กันได้สบายเหมาะมากันเป็นกลุ่ม ราคาเริ่มต้นจานละไม่กี่สิบบาท ต่อหัวประมาณ 60–80 บาท ถือว่าคุ้มกับชื่อชั้นที่อยู่มานาน
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเช้าถึงบ่าย ราว 06:00–14:30 น. ทุกวัน ใครตั้งใจมากินมื้อเช้าหรือมื้อเที่ยงควรมาก่อนของหมด มีที่จอดรถและป้ายร้านชัดเจน บางรีวิวบอกตรง ๆ ว่าโซนบาร์น้ำดูเก่าไปบ้างตามสไตล์ร้านดั้งเดิม แต่เรื่องรสชาติและความเป็นตำนานของเมืองอุทัยฯ ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้คนแวะมาไม่ขาดสาย
ก๋วยเตี๋ยวไก่เจ๊โหนก ตรอกโรงยา
ถ้ามาเดินเล่นตรอกโรงยา ย่านเมืองเก่าอุทัยธานี แล้วท้องเริ่มร้อง ร้านที่คนพื้นที่จะชี้ให้ก่อนเลยคือ "เจ๊โหนก ก๋วยเตี๋ยวไก่" ร้านห้องแถวไม้เก่าที่เปิดขายข้ามรุ่นมากว่า 70 ปี เฉพาะมือเจ๊โหนกเองก็ยืนหม้อมา 40 กว่าปีแล้ว พระเอกของร้านคือก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นโบราณ ไก่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม น้ำซุปหอมเครื่อง ตัดด้วยน้ำมันหอม ๆ และพริกเผาที่ทำให้รสกลมกล่อมแบบที่หากินยากในเมืองใหญ่ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินของอร่อยแบบดั้งเดิมในบรรยากาศช้า ๆ สบาย ๆ
เมนูที่คนสั่งกันแทบทุกโต๊ะคือก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋น ที่ให้เครื่องมาแบบไม่กั๊ก ไก่ฉีกชิ้นโต เนื้อนุ่มถึงเครื่องถึงรส อีกจานที่แฟนประจำชอบสั่งคู่กันคือหมูเด้ง เนื้อหมูเด้งหนึบเคี้ยวเพลิน รีวิวจริงหลายเสียงพูดตรงกันว่าน้ำซุป "หอม" ได้กลิ่นพริกเผาอ่อน ๆ หวานนิด ๆ และไก่ตุ๋นเปื่อยจนแทบละลายในปาก ที่หลายคนชมเพิ่มคือเจ๊โหนกใจดีและเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศกินยิ่งอร่อยขึ้น
ราคาเบามาก ก๋วยเตี๋ยวธรรมดาเริ่มราว 40 บาท ส่วนชามไก่ตุ๋นหรือหมูเด้งจัดเต็มก็ราว 50 บาท จ่ายต่อหัวไม่ถึงร้อยก็อิ่มสบาย ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 09.30 ถึง 15.00 น. อยู่ในถนนคนเดินตรอกโรงยา เลขที่ 50 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.อุทัยใหม่ เดินถึงง่ายถ้ามาเที่ยวย่านเมืองเก่า
ข้อควรรู้คือร้านขายดีและของบางอย่างหมดเร็ว มีรีวิวเล่าว่ามาราว 11 โมงครึ่งของบางเครื่องก็เกลี้ยงแล้ว ใครตั้งใจมาชิมไก่ตุ๋นเต็มเครื่องแนะนำให้มาช่วงสายถึงเที่ยง จะได้ครบอย่างที่อยากกิน นี่คือร้านที่ทำให้คนอุทัยและนักท่องเที่ยวยอมต่อแถว เพราะได้รสก๋วยเตี๋ยวไก่แบบโบราณแท้ ๆ ในราคาที่ยิ้มได้
ร้านไพพรรณ ขนมปังสังขยา
ถ้าใครมาอุทัยธานีแล้วถามคนท้องถิ่นว่าของฝากเด็ดต้องร้านไหน ชื่อ "ร้านไพพรรณ" จะโผล่มาเป็นชื่อแรกเสมอ ร้านนี้คือต้นตำรับขนมปังไส้สังขยาของจังหวัด เปิดมาเกือบ 50 ปีตั้งแต่รุ่นคุณไพพรรณ ที่ได้สูตรขนมปังปอนด์มาจากมิชชันนารีชาวออสเตรเลีย แล้วมาคิดวิธีฉีดไส้สังขยาเข้าไปเต็มก้อนจนกลายเป็นของขึ้นชื่อ ทุกวันนี้ส่งต่อให้รุ่นลูกดูแล ทำขายเองที่เดียว ไม่มีสาขา ไม่มีแฟรนไชส์ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากซื้อของฝากแท้ ๆ ติดมือกลับบ้าน หรือสายของหวานที่อยากลองของดั้งเดิมประจำเมือง
เมนูที่ต้องสั่งคือขนมปังไส้สังขยาฉีดเต็มก้อน เสน่ห์ของที่นี่คือตัวแป้งขนมปังนุ่มหอมเนย พอกัดเข้าไปไส้สังขยาสีส้มจะเยิ้มทะลักออกมาแบบที่หลายคนเรียกติดปากว่า "สังขยาลาวา" เพราะไส้เหลวกว่าเจ้าอื่น รสหวานกำลังดีไม่หวานแหลม ได้กลิ่นไข่และกะทิกลม ๆ ตัดกับแป้งพอดี รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าอร่อยตรงที่ไส้ไม่หวานจนเลี่ยน กินเพลินทีละชิ้น บางคนชอบซื้อแบบยังอุ่น ๆ มากินทันที จะได้รสเนยและไส้ที่กำลังนุ่มที่สุด
ราคาขายเป็นกล่อง กล่องหนึ่งมี 10 ชิ้น อยู่ในหลักไม่เกินร้อยบาท ถือว่าคุ้มสำหรับของฝากที่ทำสด ร้านอบเป็นรอบ ๆ ตามออเดอร์ ของจึงมักหมดไว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล คนที่ตั้งใจมาซื้อแนะนำให้โทรสั่งจองล่วงหน้าที่เบอร์ร้าน หรือมาก่อนเที่ยง เพราะมาบ่าย ๆ เย็น ๆ มีโอกาสเจอป้ายของหมดบ่อย ๆ
ทำเลร้านอยู่ใจกลางเมือง บนถนนศรีอุทัย ย่านถนนท่าช้าง ตำบลอุทัยใหม่ ตรงข้ามธนาคารกรุงไทย หาง่าย จอดแวะได้สะดวก เปิดตั้งแต่ 7.30 น. ถึงราว 16.00-16.30 น. ที่ร้านดังขนาดนี้เพราะเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวที่ทำไส้สังขยาเยิ้มแบบนี้มานานจนเป็นของคู่เมือง ใครผ่านอุทัยธานีแล้วไม่ได้แวะ ถือว่าพลาดของดีประจำจังหวัดไปอย่างน่าเสียดาย
เจ๊ดาปลาลวก
ถ้าใครมาอุทัยธานีแล้วถามคนท้องถิ่นว่ามื้อเย็นกินที่ไหนดี ชื่อ "เจ๊ดาปลาลวก" จะโผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ร้านนี้เป็นร้านข้าวต้ม-กับข้าวริมถนนท่าช้าง ใกล้วงเวียนหอนาฬิกาและห้าแยกวิทยุ ที่ทำสืบทอดกันมาสามรุ่น จุดขายคือเมนูปลาน้ำจืดจากแม่น้ำสะแกกรังที่สด จานเด็ดที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือ "ปลาแรดลวกจิ้ม" เนื้อปลาแน่นหวาน เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มสามแบบ ทั้งซีฟู้ดรสจัด เต้าเจี้ยวเปรี้ยวหวาน และน้ำจิ้มหวาน ให้เลือกจิ้มสลับกันได้ตามชอบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินปลาแบบไม่มีกลิ่นคาว
นอกจากปลาลวกแล้ว เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ "หมูกรอบทอดน้ำปลา" ที่หลายรีวิวบอกว่ากรอบจริงเคี้ยวเพลิน กับ "ต้มยำแห้งรวมมิตร" รสเข้มข้นจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี ส่วนใครชอบของง่าย ๆ ก็มีปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม คะน้าปลาเค็ม ผักบุ้งไฟแดง ยำกุนเชียง และกุ้งแช่น้ำปลาให้สั่งเสริม ราคาต่อจานส่วนใหญ่อยู่ราว 80–100 บาท เฉลี่ยต่อหัวประมาณ 101–250 บาท ถือว่าคุ้มสำหรับปลาแม่น้ำสด ๆ ขนาดนี้
บรรยากาศเป็นร้านข้าวต้มตามสไตล์ ตั้งโต๊ะริมถนน ร้านไม่ใหญ่แต่คนแน่นทุกเย็น มีทั้งคนอุทัยและนักท่องเที่ยวแวะเวียนไม่ขาด คะแนนบนเว็บรีวิวอยู่ที่ราว 4.0 จากผู้รีวิวหลักร้อยคน การันตีด้วยรางวัล User Choice และติดโผร้านที่คนค้นหาว่า "มาอุทัยกินอะไรดี" แทบทุกครั้ง
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำ ทุกวัน 16.30–21.00 น. ช่วงพีคคนเยอะอาจต้องรอบ้าง แต่อาหารส่วนใหญ่มาภายในราว 20 นาที ที่นั่งเป็นแบบริมถนนกลางแจ้ง ตอนค่ำอาจมียุงและอากาศอุ่นอยู่บ้าง พกยากันยุงติดตัวไว้สักหน่อยจะสบายขึ้น จอดรถได้ริมถนนข้างร้าน เหมาะกับมื้อค่ำแบบมากันหลายคนสั่งแชร์กันหลาย ๆ จาน
กาแฟโบราณ ร้านป้าทอง
ถ้าตื่นเช้าในเมืองอุทัยธานีแล้วอยากเริ่มวันแบบคนพื้นที่จริง ๆ ร้านป้าทอง กาแฟโบราณ คือหมุดที่ควรแวะ ร้านเล็ก ๆ ในอาคารไม้เก่าริมถนนท่าช้าง ใกล้วงเวียนช้าง ตรงข้ามยาหอมหมอวิรัต ที่ป้าทองยืนชงกาแฟด้วยมือตรงนี้มากว่าห้าสิบปี ผนังร้านเต็มไปด้วยรูปคนดังที่เคยแวะมา ทีวีย้อนยุค ถ้วยกาแฟถ้วยชาเก่า ๆ บรรยากาศแบบสภากาแฟที่คนแก่คนหนุ่มนั่งคุยกันได้ทั้งวัน เหมาะกับคนที่อยากกินมื้อเช้าแบบดั้งเดิม ราคาเบา ๆ และอยากสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าอุทัยฯ มากกว่าคาเฟ่แต่งสวย
เมนูที่ต้องสั่งคือกาแฟโบราณชงมือ ถ้วยละ 10 บาท ป้าใช้กาแฟตราแพะมาตลอด ชงเข้มแบบโบราณ หวานน้อย กลมกล่อม สั่งได้ทั้งร้อนและโอเลี้ยง คู่กับไข่ลวกสองฟองอุ่น ๆ ราคา 15 บาท ที่เด็ดคือมีปาท่องโก๋กับน้ำชาให้แกล้มฟรี จิ้มกาแฟกินเพลิน ๆ รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่ากาแฟหอมเข้ม ไข่ลวกกำลังดี และที่ทุกคนชมไม่ขาดปากคือตัวป้าทองเองที่ใจดีน่ารัก ทักทายลูกค้าทุกคนเหมือนคนรู้จัก
จุดที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่พูดถึงไม่ใช่แค่กาแฟ แต่เป็นความเป็นตำนานของเมือง ป้าทองชงกาแฟตรงนี้มานานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีเช้าคนอุทัยฯ ราคาทุกอย่างอยู่ในหลักสิบ มื้อเช้าครบจบในไม่กี่สิบบาท เลยเป็นที่นิยมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่อยากลองของจริง
ข้อควรรู้คือร้านเปิดเช้ามาก ราวตีห้าและปิดช่วงบ่าย ถ้าอยากได้บรรยากาศคึกคักแบบสภากาแฟให้มาช่วงเช้า ร้านเป็นห้องแถวไม้เล็ก ที่นั่งไม่เยอะและไม่มีที่จอดรถเป็นเรื่องเป็นราว แนะนำเดินมาจากแถววงเวียนช้างจะสะดวกกว่า มาแล้วอย่าลืมทักทายป้าสักคำ เป็นเสน่ห์ที่หากาแฟแก้วไหนแทนไม่ได้
🛏️ พักในเมืองเก่าอุทัยฯ เดินกินได้ทั้งวัน
ร้านเด็ดของอุทัยฯ กระจุกอยู่ย่านเมืองเก่ากับตรอกโรงยา ถ้าพักในตัวเมืองหรือริมแม่น้ำสะแกกรังจะเดินไปกินมื้อเช้า แวะคาเฟ่ แล้วลงไปกินปลาริมน้ำตอนเย็นได้สบาย ไม่ต้องขับรถวนหาที่จอด เลือกที่พักทำเลดีไว้ก่อน แล้วใช้เวลาไปกับการกินเต็มที่
🔍 เช็คราคาที่พักอุทัยธานี (Agoda)บะหมี่เจ๊เน้ย อุทัยธานี
ถ้าให้เลือกบะหมี่หนึ่งชามที่เป็นตัวแทนของอุทัยธานีจริง ๆ คนเมืองนี้ส่วนใหญ่จะนึกถึง "บะหมี่เจ๊เน้ย" ร้านเก่าแก่ที่ขายกันมากว่า 80 ปี ตั้งอยู่แถวห้าแยกวิทยุ ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง บนถนนท่าช้างที่เดินต่อไปอีกนิดก็ถึงริมแม่น้ำสะแกกรัง พระเอกของร้านคือเส้นบะหมี่ไข่ที่ทำเองสด ๆ ทุกวัน เส้นออกสีเหลืองเข้ม บางแต่เหนียวนุ่ม หลายคนบอกว่าหน้าตาและสัมผัสคล้ายเส้นมาม่าแต่หอมไข่กว่ามาก ร้านนี้เหมาะกับคนที่ตามหารสชาติพื้นเมืองแท้ ๆ ที่หากินที่อื่นไม่ได้ และคนที่ชอบบะหมี่แห้งคลุกซอสมากกว่าบะหมี่น้ำ
เมนูที่นี่ตรงไปตรงมาแบบร้านในตำนาน มีบะหมี่แห้งหรือน้ำ เลือกใส่พริกหรือไม่ใส่ก็ได้ ราคาราว 45 บาท กับกระเพาะปลาอีกราว 50 บาท เครื่องเป็นหมูแดง หมูสับ และลูกชิ้นปลา เด็ดสุดคือบะหมี่แห้งที่เส้นถูกคลุกซอสมาให้พอดีตั้งแต่ในครัว รสออกหวานนำตามด้วยเผ็ดนิด ๆ จากพริก กินได้เลยแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม รีวิวจำนวนมากชมว่าเส้นนุ่มเป็นเอกลักษณ์และหมูแดงนุ่มอร่อย ใครชอบเส้นเหนียวหนึบกับซอสกลมกล่อมจะติดใจ
บรรยากาศร้านผ่านการรีโนเวทมาแล้ว ดูสะอาดและนั่งสบายขึ้นกว่าเมื่อก่อน เปิดช่วงสายถึงบ่าย ราว 09:30–15:00 น. และมักขายหมดเร็วในวันที่คนเยอะ ข้อควรรู้คือเจ๊ทำเองเป็นหลัก ช่วงพีคอาจต้องรอคิวสักหน่อย ใจเย็นไว้จะได้ของดี และบางคนบอกว่าน้ำต้มยำรสเปรี้ยวไม่ถูกปากเท่าแบบแห้ง ถ้ามาครั้งแรกแนะนำสั่งบะหมี่แห้งใส่พริกเป็นตัวเปิด รับรองว่าเข้าใจว่าทำไมคนอุทัยถึงยกให้ร้านนี้เป็นบะหมี่ประจำเมือง ราคาเบา ๆ อิ่มสบายกระเป๋า เหมาะเป็นมื้อแรกหรือมื้อสายตอนแวะเที่ยวตลาดเมืองเก่าอุทัยธานี
TONE CAFE
ใครมาเดินเล่นย่านเมืองเก่าอุทัยธานีแถวถนนคนเดินตรอกโรงยา แล้วอยากหาที่นั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ บอกเลยว่าต้องแวะ TONE CAFÉ หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า "โตน คาเฟ่" ร้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในซอยติดถนนคนเดิน เดินจากตลาดเก่าเข้ามานิดเดียวก็เจอ ตัวร้านเป็นเรือนไม้อบอุ่น มีมุมถ่ายรูปทั้งในและนอกร้าน โต๊ะไม่เยอะ นั่งสบาย เหมาะกับคนที่อยากนั่งชิล ๆ มากกว่ามากันเป็นกลุ่มใหญ่
พระเอกของร้านคือ "กาแฟส้มซ่า" (Som Za Coffee) ที่หยิบเอาส้มซ่า ผลไม้ท้องถิ่นของอุทัยมาจับคู่กับกาแฟ คนที่เคยลองบอกตรงกันว่าได้รสเปรี้ยวซ่าตัดกับกาแฟกำลังดี กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายโซดามะนาวแต่หอมกว่า นอกจากตัวนี้ยังมี Orange Tonic, Apple Cider Coffee, กาแฟมะพร้าว, Mojito Espresso และ Matcha Latte ให้เลือก ใครชอบรสเข้ม ๆ รีวิวหลายเสียงชมว่าเครื่องดื่มทำได้ดี รสชาติเข้มข้นไม่แพ้ร้านดังในกรุงเทพ และมีขนมปังบุบัน (boobun) จากร้านข้าง ๆ มาเสริม ไส้ครีมมะพร้าวกินตอนอุ่น ๆ อร่อยกำลังดี
ราคาเครื่องดื่มเริ่มราว 68 บาท ไปจนถึงเมนูพิเศษอย่างส้มซ่ากาแฟที่อยู่ราว 80–129 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพ ร้านเปิดทุกวัน 08:30–16:30 น. ข้อควรรู้คือไม่มีที่จอดรถหน้าร้าน แนะนำให้จอดแถวตลาดเก่าหรือถนนคนเดินแล้วเดินเข้ามา และบางทีประตูร้านจะปิดไว้กันแอร์ออกแม้ร้านเปิดอยู่ ให้ลองผลักเข้าไปได้เลย
ที่ TONE CAFÉ ฮิตในหมู่คนเที่ยวอุทัยเพราะเอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาเล่นกับเมนูได้สนุก รสชาติสดชื่นจริง บรรยากาศย่านเมืองเก่าก็ช่วยเสริม เป็นจุดแวะพักที่ลงตัวสำหรับสายคาเฟ่ที่อยากชิมอะไรที่หากินได้แค่ที่นี่
เรือนแพประมง
ถ้ามาเที่ยวเมืองเก่าอุทัยธานีแล้วอยากกินปลาแม่น้ำสด ๆ ในบรรยากาศที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ "เรือนแพประมง" คือชื่อแรกที่คนอุทัยมักบอกต่อ ร้านนี้เป็นร้านอาหารบนแพไม้ลอยอยู่บนแม่น้ำสะแกกรัง เปิดมานานกว่าสามสิบปีจนถือเป็นเรือนแพรุ่นบุกเบิกของย่านนี้ จุดเด่นคือต้องเดินลงสะพานไม้จากริมตลิ่งไปนั่งกินบนแพกลางน้ำจริง ๆ เหมาะมากสำหรับครอบครัวพาผู้ใหญ่มากินมื้อกลางวันสบาย ๆ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนั่งรับลมเย็นชมวิถีชีวิตริมน้ำแบบช้า ๆ
เมนูที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือ "ปลาแรดทอดกระเทียม" ตัวใหญ่ ๆ แล่ทอดจนกรอบนอกแต่เนื้อในยังนุ่ม โรยกระเทียมเจียวหอม ๆ รีวิวส่วนใหญ่ชมตรงกันว่าเนื้อปลาสด ไม่มีกลิ่นคาวโคลน รสออกหวานธรรมชาติของเนื้อปลาเอง อีกจานที่คนพูดถึงบ่อยคือต้มยำปลาม้าและต้มยำพุงปลา รสจัดจ้านเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อม กินคล่องคอ ส่วนสายชอบเครื่องแกงก็มีฉูฉี่ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบราดน้ำพริกฉูฉี่ และแกงป่าปลาคังที่เผ็ดร้อนหอมเครื่องสมุนไพร ใครชอบของทอดเล่น ๆ ทอดมันปลากรายก็เด้ง ๆ อร่อย
ราคาถือว่าสมเหตุสมผลกับวัตถุดิบปลาแม่น้ำ จานผัด-ทอดเริ่มราว 70 บาท ส่วนปลาแรดทั้งตัวอยู่ราว 250–360 บาท เฉลี่ยต่อคนประมาณ 250–500 บาทถ้ามากันหลายคนแล้วแบ่งกันสั่ง ร้านอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรังฝั่งสะพานพัฒนาภาคเหนือ ทางไปเกาะเทโพ อำเภอเมืองอุทัยธานี เปิดทุกวันตั้งแต่ราวเก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม แวะกินมื้อกลางวันรับลมหรือมื้อเย็นดูพระอาทิตย์ตกก็ได้บรรยากาศไปคนละแบบ
ที่ทำให้ร้านนี้ยังเป็นที่นิยมต่อเนื่องคือความสดของปลาที่รับจากเรือประมงในแม่น้ำแทบทุกวัน บวกกับบรรยากาศแพไม้กลางน้ำที่หากินยาก ข้อควรรู้นิดหน่อยคือช่วงวันหยุดหรือมื้อเที่ยงคนเยอะ พนักงานไม่ได้มากนัก อาหารบางจานอาจมารอสักหน่อย และที่จอดรถค่อนข้างจำกัด แนะนำให้ไปก่อนเวลาพีคหรือโทรจองโต๊ะริมน้ำไว้ก่อนจะสบายใจกว่า
บ้านนอกริมนา
ใครขับรถผ่านอุทัยธานีแล้วอยากหาร้านที่นั่งสบาย ลมเย็น ๆ วิวทุ่งนากับบึงบัว "บ้านนอกริมนา" ที่หนองขาหย่างคือร้านที่คนท้องถิ่นชอบพามากินกันทั้งครอบครัว ร้านเปิดมานานกว่าสิบปี ตัวร้านค่อนข้างใหญ่ แบ่งเป็นโซนห้องแอร์กับโซนเอาต์ดอร์ริมนา มีลานจอดรถกว้าง เหมาะทั้งมื้อกลางวันยาว ๆ และมื้อเย็นที่มีดนตรีสดเล่นคลอช่วงค่ำ บรรยากาศชนบทแบบจริง ๆ ไม่ได้จัดฉาก เป็นร้านที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในร้านมาตรฐานดีของจังหวัด
เมนูที่ต้องสั่งคือ "ปลาช่อนเผาเกลือ" ตัวชูโรงของร้าน เนื้อปลาสด หวาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มให้เลือกหลายแบบและผักสดเป็นเครื่องเคียง ลูกค้าหลายคนบอกตรงกันว่าเด็ดตรงน้ำพริกที่จิ้มกับผักแล้วอร่อยเข้ากัน อีกจานที่คนสั่งคู่กันบ่อยคือ "ปลาแรดทอดกระเทียม" เนื้อแน่นนอกกรอบในนุ่ม รสไม่จัดจนเด็ก ๆ กินได้ นอกจากปลา ยังมีแกงป่าปลากดคัง สลัดกุ้งตะกร้าเผือก น้ำพริกกะปิ ปีกไก่ทอดเกลือ และยำบ้านนอก ให้สั่งวนได้หลายมื้อ
ราคาอยู่ในช่วงกันเองประมาณ 101–250 บาทต่อคน จานปลาเป็นพระเอกราคาตามขนาดตัว รีวิวจริงพูดถึงบ่อยว่าวัตถุดิบสด ปลาสดมาก อาหารออกเร็ว และราคาคุ้มกับปริมาณ คะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์มอยู่ราว 3.9 ดาว สะท้อนว่าโดยรวมคนกลับมาแล้วพอใจ จุดที่หลายคนชมเพิ่มคือบรรยากาศกับดนตรีที่ฟังเพลินไม่รบกวนการกิน
ร้านอยู่ที่ 15 หมู่ 2 ต.ท่าโพ อ.หนองขาหย่าง เปิดทุกวัน 10:30–22:00 น. โทรจองโต๊ะได้ที่ 087-200-4998 ช่วงวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่หรืออยากได้โซนริมนาแนะนำโทรจองล่วงหน้า และถ้าอยากนั่งฟังดนตรีสดให้มาช่วงเย็นจะได้บรรยากาศเต็มที่ที่สุด
ไอติมกะทิยายแจว
ป้าแจว ไอศกรีมเสวย หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า "ไอติมกะทิยายแจว" คือร้านไอศกรีมกะทิเจ้าเก่าแก่ของอุทัยธานี ตั้งอยู่ในห้องแถวเล็ก ๆ ริมวงเวียนห้าแยกวิทยุ ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง ขายมานานกว่า 40 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2521 เป็นร้านที่คนอุทัยและนักท่องเที่ยวสายของหวานโบราณต้องแวะ ใครชอบไอติมกะทิแบบดั้งเดิม เนื้อแน่น ไม่ใส่ครีมเทียม ที่นี่คือร้านที่ลงตัวความคิดถึงรสมือคนทำจริง ๆ
เมนูต้องสั่งคือไอศกรีมกะทิทรงเครื่อง ตักใส่ถ้วยพร้อมเครื่องให้เลือกหลายอย่าง ทั้งข้าวเหนียว เผือก ฟักทอง ลูกชิด ลำไย ราดด้วยกะทิหอม ๆ หรือจะสั่งแบบหนีบขนมปังก็ได้ รีวิวจากคนที่ไปลองพูดตรงกันว่าเนื้อไอติมเนียนนุ่ม หอมมันของกะทิแท้ หวานกำลังดีไม่หวานแหลม กินแล้วชื่นใจคลายร้อน ป้าแจวใช้มะพร้าวแท้จากทับสะแก ตื่นตั้งแต่ตีสองมาคั้นกะทิทำเองทุกวัน จึงได้รสที่สดและกลมกล่อมแบบที่หาทำยากในยุคนี้
เรื่องราคาถือว่าสบายกระเป๋ามาก ไอศกรีมกะทิทรงเครื่องถ้วยละ 20 บาท ส่วนแบบขนมปังราว 15 บาท จ่ายไม่กี่บาทก็ได้ของหวานเย็น ๆ อิ่มใจ ร้านเป็นห้องแถวเล็ก โต๊ะมีไม่กี่ตัวทั้งในและนอกร้าน บรรยากาศบ้าน ๆ เป็นกันเอง เจ้าของร้านใจดี จอดรถได้ริมถนน เหมาะแวะนั่งพักดับร้อนระหว่างเดินเที่ยวเมืองเก่าอุทัย
ที่ร้านนี้ดังและอยู่มาได้นานเพราะรสชาติคงเส้นคงวาและเป็นสูตรโบราณแท้ ๆ ที่เคยขึ้นชื่อจนได้ชื่อว่า "ไอศกรีมเสวย" ข้อควรรู้คือร้านเปิดช่วงสาย ๆ ถึงเย็นประมาณ 10.00-17.00 น. บางช่วงอาจขายไม่ทุกวันหรือหมดก่อนเวลา แนะนำให้แวะช่วงกลางวันถึงบ่ายจะชัวร์สุด ไอติมยอดนิยมอาจหมดเร็วในวันที่คนเยอะ
ชิมหลายร้านในทริปเดียว — ฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหาร
อยากกินให้ครบหลายร้านในเวลาจำกัด ลองจองฟู้ดทัวร์ที่มีไกด์พาเดินชิมตามย่านเมืองเก่า หรือคลาสทำอาหารไทยที่ได้ลงมือทำเองผ่าน Klook และ GetYourGuide ได้ทั้งความสะดวก ได้คนพาไปร้านที่คนท้องถิ่นกินจริง และได้เรื่องราวเบื้องหลังอาหารแต่ละจานติดมือกลับบ้านไปด้วย
💡 รู้ก่อนไปกินที่อุทัยธานี
ร้านส่วนใหญ่อยู่ย่านเมืองเก่ากับตรอกโรงยา เดินถึงกันได้ในระยะใกล้ Grab ในเมืองอุทัยฯ มีน้อย แนะนำเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์ถ้าจะไปร้านปลาริมน้ำที่อยู่นอกเมือง
ร้านสตรีทและร้านเก่าแก่หลายร้านรับเฉพาะเงินสดหรือพร้อมเพย์ บางร้านไม่มีเครื่องรูดบัตร เตรียมแบงก์ย่อยไว้จะสะดวกที่สุด
ร้านมื้อเช้าอย่างโกตี๋และเจ๊โหนกขายดีมากและมักหมดก่อนเที่ยง ถ้าอยากชัวร์ให้ไปช่วงเช้า ส่วนร้านปลาริมน้ำคนเยอะช่วงเย็นวันหยุด เผื่อเวลารอโต๊ะไว้
น้ำจิ้มซีฟู้ดและต้มยำของร้านปลาค่อนข้างจัดจ้าน ถ้ากินเผ็ดไม่เก่งบอกแม่ค้าให้ลดพริกได้ ส่วนของหวานและกาแฟไม่เผ็ดสบายใจได้
ร้านท้องถิ่นส่วนใหญ่มีเมนูภาษาไทย อาจไม่มีภาษาอังกฤษ ลองชี้รูปหรือเปิดแอปแปลภาษา คนขายใจดีและช่วยแนะนำเมนูเด็ดให้เสมอ
ร้านสตรีทและร้านท้องถิ่นไม่ต้องทิป ส่วนร้านปลาริมน้ำที่มีบริการเสิร์ฟ จะทิ้งเศษเงินทอนหรือเล็กน้อยไว้ก็ได้ตามสะดวก ไม่ใช่ธรรมเนียมบังคับ
วางแผนกินอุทัยฯ ให้ครบในวันเดียว
เมืองอุทัยฯ เล็กและร้านส่วนใหญ่กระจุกอยู่ย่านเมืองเก่ากับตรอกโรงยา เดินถึงกันได้สบาย เริ่มมื้อเช้าที่ข้าวมันไก่โกตี๋บนถนนท่าช้าง (เปิด 06:00 ปิดบ่ายสองครึ่ง) แล้วแวะกาแฟโบราณร้านป้าทองถ้วยละสิบบาทใกล้ ๆ กัน สาย ๆ ค่อยไปก๋วยเตี๋ยวไก่เจ๊โหนกในตรอกโรงยา แต่ต้องรีบหน่อยเพราะมักหมดก่อนเที่ยง ระหว่างทางอย่าลืมซื้อขนมปังสังขยาไพพรรณติดมือไว้กินเล่น
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็นค่อยเลื่อนไปฝั่งของหวานและมื้อเย็น เจ๊ดาปลาลวกเปิดบ่ายสามถึงสามทุ่มแถวห้าแยกวิทยุ ส่วนเรือนแพประมงและบ้านนอกริมนาเหมาะกินปลาแม่น้ำเป็นมื้อค่ำริมน้ำ ปิดท้ายด้วยไอติมกะทิยายแจวถ้วยละไม่กี่บาทแถวห้าแยกวิทยุ ถ้ามีเวลาช่วงสาย ๆ แวะ TONE CAFE ในตรอกโรงยาลองกาแฟส้มซ่าซิกเนเจอร์สักแก้วก็คุ้มมาก
มากินอุทัยฯ หลายมื้อทั้งเช้าเย็น จองที่พักในเมืองเก่าไว้ก่อนแล้วเดินกินสบาย ๆ ไม่ต้องรีบกลับ
ดูที่พักทำเลดีในอุทัยธานี



