หน้าแรก จุดหมาย อุดรธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุดรธานีอุดรธานีสายประวัติศาสตร์ บ้านเชียง–ภูพระบาท มรดกโลกสองแห่ง
🏺 แพลนเที่ยวอุดรธานี

อุดรธานีสายประวัติศาสตร์
บ้านเชียง–ภูพระบาท มรดกโลกสองแห่ง

อุดรธานีเป็นจังหวัดเดียวในไทยที่มีมรดกโลกทางวัฒนธรรมถึงสองแห่ง บ้านเชียง แหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 4,000 ปี ที่ขึ้นทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2535 กับภูพระบาท ป่าหินกลางเขาที่คนยุคหินเคยใช้เป็นที่หลบภัยและที่ศักดิ์สิทธิ์ เพิ่งได้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่เมื่อปี 2567 แพลนนี้พาไปครบทั้งสองที่แบบ 2 วัน 1 คืน จัดลำดับให้ไม่ต้องวิ่งย้อนไปมา พร้อมเวลาเปิด ค่าเข้า และระยะทางที่เช็กมาให้แล้ว

🏺 บ้านเชียง 4,000 ปี🪨 ภูพระบาท–หอนางอุสา🌍 มรดกโลกสองแห่งในจังหวัดเดียว
อุดรธานีสายประวัติศาสตร์ บ้านเชียง–ภูพระบาท มรดกโลกสองแห่ง

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

สองมรดกโลกของอุดรอยู่คนละทิศของเมือง บ้านเชียงอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้แถวอำเภอหนองหาน ส่วนภูพระบาทอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือที่อำเภอบ้านผือ ระยะห่างกันพอสมควร ถ้าจะเก็บทั้งสองที่ในวันเดียวจะรีบเกินและเหนื่อย เราเลยวางเป็น 2 วัน 1 คืน วันแรกไปบ้านเชียงแล้วกลับมานอนในเมือง วันที่สองออกเช้าไปภูพระบาทซึ่งไกลกว่าและต้องเดินขึ้นเขา เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจที่มาที่ไป ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปไหแล้วกลับ

แพลนนี้เขียนแบบขับรถเอง เพราะทั้งสองที่อยู่นอกเมืองและรถสาธารณะตรงสายไม่สะดวกนัก ถ้าไม่มีรถส่วนตัว เช่ารถขับเองคล่องที่สุด หรือเหมารถตู้กับแท็กซี่ทั้งวัน ราคาราว 1,500–2,500 บาทต่อวันแล้วแต่ตกลง ภูพระบาทไกลกว่าจึงมักคิดแพงกว่าบ้านเชียงเล็กน้อย

ก่อนออกเดินทาง

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดวันจันทร์ ส่วนภูพระบาทเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ถ้าทริปคุณตรงวันจันทร์ ให้สลับเอาภูพระบาทไว้วันจันทร์แล้วเก็บบ้านเชียงวันอื่น จะได้ไม่เสียเที่ยว ภูพระบาทต้องเดินขึ้นเขาพอควร เตรียมรองเท้าที่เดินถนัด หมวก และน้ำติดตัวไปด้วย

บ้านเชียงกับภูพระบาทต่างกันยังไง

หลายคนเข้าใจว่าสองที่นี้คล้ายกันเพราะเป็นมรดกโลกเหมือนกัน แต่จริง ๆ เล่าคนละเรื่อง บ้านเชียงคือแหล่งอารยธรรมยุคสำริดที่ขุดเจอเครื่องปั้นดินเผาลายเขียนสี เครื่องมือโลหะ และโครงกระดูกอายุหลายพันปี เป็นเรื่องของคนที่ตั้งถิ่นฐานทำเกษตรและรู้จักหลอมโลหะ ส่วนภูพระบาทเป็นป่าหินทรายรูปทรงแปลกตาที่คนยุคก่อนประวัติศาสตร์เขียนภาพสีไว้ตามเพิง แล้วต่อมาในสมัยทวารวดีก็ใช้เป็นที่ปักใบเสมาหินและที่ประกอบพิธีทางศาสนา จุดที่ยูเนสโกยกย่องคือร่องรอยวัฒนธรรมสีมาที่นี่

  • บ้านเชียง — มรดกโลกตั้งแต่ปี 2535 เป็นพิพิธภัณฑ์ในร่มและหลุมขุดค้นกลางแจ้ง เดินสบาย ไม่ต้องปีนป่าย เหมาะทุกวัย
  • ภูพระบาท — มรดกโลกแห่งใหม่ปี 2567 เป็นป่าหินกลางแจ้ง ต้องเดินชมตามเส้นทางในเขา ใช้แรงและเวลามากกว่า
  • ระยะทาง — บ้านเชียงห่างเมืองราว 55–60 กม. ขับชั่วโมงนิด ๆ ส่วนภูพระบาทไกลกว่า ราว 65–70 กม. ขับชั่วโมงครึ่ง
  • เวลาที่ใช้ — บ้านเชียงเดินครึ่งวันสบาย ภูพระบาทควรเผื่อ 2–3 ชั่วโมงสำหรับเดินชมให้ทั่ว
🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว อุดรธานี ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม อุดรธานี ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — บ้านเชียง แหล่งอารยธรรม 4,000 ปี

วันแรกไปบ้านเชียงที่อำเภอหนองหาน ห่างตัวเมืองราว 55–60 กิโลเมตร ขับตามทางหลวง 22 สายอุดร–สกลนคร แล้วแยกเข้าหมู่บ้าน ตัวพิพิธภัณฑ์จัดแสดงดีและเย็นสบาย ใช้เวลาเดินครึ่งวันแล้วกลับมานอนในเมืองตอนเย็น เก็บแรงไว้ขึ้นเขาภูพระบาทวันรุ่งขึ้น

วันที่ 1

บ้านเชียง · ครึ่งวันเช้าแล้วกลับเข้าเมือง

08:30
มื้อเช้าในเมือง แล้วออกเดินทางกินเช้าเวียดนามหรือก๋วยจั๊บญวนซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองก่อน มื้อละ 40–80 บาท เติมน้ำมันแล้วออกตามทางหลวง 22
09:30
ถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียงเปิด 09:00–16:00 ปิดวันจันทร์ ค่าเข้าคนไทยราว 30 บาท ต่างชาติ 150–200 บาท นักเรียนในเครื่องแบบและพระเข้าฟรี มีลานจอดรถฟรี
09:45
ชมห้องจัดแสดงหลักไฮไลต์คือไหลายเขียนสีลายก้นหอยสีแดง สัญลักษณ์ของบ้านเชียง พร้อมเครื่องมือสำริด เครื่องประดับ และเรื่องราวคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่นี่ จัดแสดงเข้าใจง่าย แอร์เย็น
11:00
เดินไปหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในอยู่ในหมู่บ้าน เดินต่อจากพิพิธภัณฑ์ได้ เป็นหลุมขุดค้นจริงที่เปิดให้ดูไหและโครงกระดูกในตำแหน่งเดิมที่พบ เป็นจุดที่เห็นภาพชัดว่านักโบราณคดีทำงานยังไง
11:45
เดินหมู่บ้าน ซื้อของฝากบ้านเชียงมีเครื่องปั้นดินเผาลายบ้านเชียงเขียนมือ ผ้าหมักโคลน ผ้าทอ ของที่ระลึกทำมือ ราคาเป็นกันเอง อุดหนุนชุมชนได้เลย
12:30
มื้อเที่ยงร้านอีสานในหมู่บ้านบ้านเชียงร้านอาหารอีสานในหมู่บ้านมีหลายเจ้า ส้มตำ ปลาเผา ลาบ ไก่ย่าง จานละ 50–80 บาท นั่งกินสบาย ๆ ก่อนขับกลับ
14:00
ขับกลับเข้าเมืองอุดรถึงเมืองราวบ่ายสาม เช็กอินโรงแรม พักเก็บแรง ช่วงเย็นเดินหนองประจักษ์รับลมหรือหาของกินที่ UD Town ได้ตามสบาย

เคล็ดลับวันแรก

ไหลายเขียนสีของบ้านเชียงคือสัญลักษณ์ที่คนนึกถึงก่อนอย่างอื่น แต่ของเด็ดจริงคือเรื่องราวเบื้องหลังว่าคนเมื่อ 4,000 ปีก่อนอยู่กันยังไง ค่อย ๆ อ่านป้ายบรรยายในห้องจัดแสดงจะได้อรรถรสกว่าเดินผ่าน ๆ ถ้าอยากได้ของฝากเครื่องปั้นแท้ ๆ ซื้อจากร้านในหมู่บ้านจะได้ราคาดีกว่าหน้าพิพิธภัณฑ์

วันที่ 2 — ภูพระบาท ป่าหินและหอนางอุสา

วันที่สองออกเช้าไปภูพระบาทที่อำเภอบ้านผือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ขับตามทางหลวง 2 สายอุดร–หนองคาย ถึงราวกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2021 ไปอำเภอบ้านผือ แล้วต่อไปอุทยานอีกราว 12 กิโลเมตร รวมระยะจากเมืองราว 65–70 กิโลเมตร ใช้เวลาขับชั่วโมงครึ่ง ที่นี่ต้องเดินชมตามเส้นทางในป่าหิน เผื่อเวลาและแรงไว้ให้พอ

วันที่ 2

ภูพระบาท · เดินชมป่าหินมรดกโลกแห่งใหม่

07:30
มื้อเช้าในเมือง เก็บกระเป๋ากินไข่กระทะหรือโจ๊กเบา ๆ ก่อนออก ระหว่างทางมีปั๊มและร้านกาแฟให้แวะ เติมน้ำมันให้เต็มเพราะปั๊มแถวอุทยานมีน้อย
08:30
ออกจากเมืองไปภูพระบาททางหลวง 2 ต่อ 2021 ทางดี ขับสบาย ระยะ ~65–70 กม. ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง ผ่านอำเภอบ้านผือก่อนถึงอุทยาน
10:00
ถึงอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดทุกวัน 08:30–16:30 ไม่มีวันหยุด ค่าเข้าคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เด็กต่ำกว่า 15 ปี และพระเข้าฟรี มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวให้ปูพื้นก่อนเดิน
10:30
เดินชมหอนางอุสาก้อนหินทรายรูปทรงคล้ายหอคอยมีเพิงหินคลุมด้านบน เป็นจุดที่ทุกคนมาถ่ายรูป มีตำนานรักนางอุสา–ท้าวบารส ผูกกับสถานที่ เดินถึงไม่ไกลจากทางเข้า
11:30
เดินต่อชมเพิงหินและภาพเขียนสีเส้นทางในอุทยานวนผ่านเพิงหินหลายจุด มีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์และใบเสมาหินสมัยทวารวดี ที่ทำให้ที่นี่ได้เป็นมรดกโลก เดินตามป้ายบอกทางได้รอบ
12:30
พักกินข้าวเที่ยงร้านอาหารแถวอุทยานและอำเภอบ้านผือมีไม่มาก เตรียมน้ำและของกินติดตัวเผื่อไว้ หรือกินร้านอีสานในตัวอำเภอบ้านผือระหว่างทางกลับ จานละ 50–80 บาท
14:00
ขับกลับเข้าเมืองอุดรเผื่อเวลากลับราวชั่วโมงครึ่ง ถึงเมืองบ่ายแก่ ๆ แวะซื้อของฝากหมูยอ แหนม กุนเชียง ก่อนเดินทางต่อหรือคืนรถ

เช็กก่อนขึ้นภูพระบาท

ภูพระบาทต้องเดินบนทางดินและหินพอควร ช่วงสาย ๆ แดดเริ่มแรง แนะนำไปถึงตอนเปิดหรือช่วงบ่ายอ่อน ๆ จะเดินสบายกว่า ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า พกน้ำและหมวกไปด้วย ค่าเข้าและเวลาอาจปรับได้ ถ้าไปวันสำคัญควรเช็กกับอุทยานก่อน

ของกินและที่พักในแพลนนี้

ระหว่างวิ่งสองมรดกโลก กลับเข้าเมืองทุกเย็นจึงได้กินของเด็ดของอุดรเต็มที่ เมืองนี้เด่นเรื่องอาหารเวียดนามและก๋วยจั๊บญวน ผสมอาหารอีสานรสจัด นี่คือของที่ควรจัดให้ลงในทริปสองวัน

1

ก๋วยจั๊บญวน

มื้อเช้า–เที่ยง · ในเมือง

เส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปใส ใส่หมูสับ ไข่ ลูกชิ้น โรยหอมเจียว เป็นของขึ้นชื่อที่คนมาอุดรต้องลอง รสกลมกล่อมไม่จัดเกิน เหมาะมื้อเช้าก่อนออกเดินทาง

ของเด่นอุดรต้องลอง
ชามละ 50–70 บาท
2

เฝอเวียดนาม

มื้อเช้า · ร้านเวียดนามในเมือง

ก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนในน้ำซุปกระดูกหอมเครื่องเทศ ใส่เนื้อหรือลูกชิ้น กินกับผักสดและน้ำจิ้มแบบเวียดนาม มื้อเช้าที่อิ่มกำลังดี

เวียดนามมื้อเช้า
ชามละ 50–80 บาท
3

ข้าวเปียกเส้น

มื้อเช้า · ร้านเวียดนาม

เส้นทำจากแป้งข้าวเจ้าหนึบ ๆ ในน้ำซุปร้อน ใส่หมูสับ ไข่ลวก เป็นมื้อเช้าเบา ๆ สไตล์เวียดนามที่อุดรทำได้ดี

เวียดนาม
ชามละ 45–70 บาท
4

แหนมเนือง

มื้อกลางวัน–เย็น

หมูปิ้งห่อแผ่นแป้งกับผักสดและเส้นขนมจีน จิ้มน้ำจิ้มสูตรเวียดนาม กินสนุก เหมาะแชร์กันหลายคนตอนเย็นกลับเข้าเมือง

เวียดนามแชร์กัน
ชุดละ 120–200 บาท
5

ส้มตำ–ไก่ย่าง–ลาบ

มื้อเที่ยง–เย็น · ในเมืองและระหว่างทาง

อาหารอีสานต้นตำรับรสจัด ส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่างหอมถ่าน ลาบหมูคั่ว หาง่ายทั้งในเมืองและร้านในหมู่บ้านบ้านเชียง อร่อยและถูก

อีสานรสจัด
จานละ 40–80 บาท
6

ไข่กระทะ–ขนมปังทรงเครื่อง

มื้อเช้า · ในเมือง

มื้อเช้าง่าย ๆ ก่อนออกขับรถไกล ไข่กระทะร้อน ๆ ใส่ไส้กรอกหมูยอ กินกับขนมปังกรอบ ราคาเบา หาได้ทั่วเมือง

มื้อเช้า
ชุดละ 40–70 บาท
7

หมูยอ–แหนม–กุนเชียง

ของฝาก

ของฝากประจำเมือง หมูยอเนื้อแน่น แหนมเปรี้ยวกำลังดี ซื้อกลับบ้านหรือกินเล่นระหว่างทาง ร้านของฝากมีทั่วเมือง

ของฝาก
เริ่ม 60–150 บาท/ชิ้น
8

ของกินริมหนองประจักษ์

ของกินเล่น–ของหวาน · ริมหนองประจักษ์

เย็นวันแรกกลับเข้าเมือง เดินรอบหนองประจักษ์รับลม มีของกินเล่น ไอศกรีมกะทิโฮมเมด นั่งดูเป็ดเหลืองยักษ์กลางน้ำ ปิดวันสบาย ๆ

ริมหนองของหวาน
เริ่ม 35–60 บาท

เรื่องที่พัก พักในเมืองดีที่สุดสำหรับแพลนนี้ เพราะเป็นจุดศูนย์กลางที่ขับออกไปได้ทั้งสองทิศ กลับมานอนสบายและหาของกินง่าย โรงแรมระดับกลางในเมืองคืนละ 600–1,200 บาท เลือกย่านรอบหนองประจักษ์หรือใกล้ UD Town จะเดินกินเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องขับรถตอนกลางคืน

เดินทางและจัดเวลายังไงให้ลื่น

  • ลำดับเส้นทาง — เก็บบ้านเชียงที่อยู่ใกล้กว่าวันแรก แล้วค่อยออกไกลไปภูพระบาทวันที่สอง พักนอนในเมืองทั้งสองคืนจะไม่ต้องลากกระเป๋าไปมา
  • วันปิด — พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดวันจันทร์ ส่วนภูพระบาทเปิดทุกวัน ถ้าทริปตรงวันจันทร์ให้สลับลำดับ เก็บภูพระบาทวันจันทร์
  • รถ — ไม่มีรถสาธารณะตรงสายสะดวก แนะนำเช่ารถขับเองหรือเหมารถตู้/แท็กซี่ทั้งวัน ราว 1,500–2,500 บาทต่อวัน ภูพระบาทไกลกว่าจึงมักแพงกว่า
  • เวลาเปิดปิด — บ้านเชียง 09:00–16:00 ภูพระบาท 08:30–16:30 จัดจุดไกลและที่ต้องเดินเยอะไว้ช่วงเช้าถึงบ่ายต้น อย่าทิ้งไว้ท้ายวัน
  • ค่าเข้า — บ้านเชียงคนไทยราว 30 บาท ภูพระบาทคนไทย 20 บาท ถูกทั้งคู่ ราคาอาจปรับได้ ควรเช็กหน้างานอีกครั้ง

มีเวลาเหลือ เติมอะไรในทริปได้อีก

ถ้าทำสองมรดกโลกเสร็จเร็วหรือมีวันที่สาม เลือกต่ออีกหนึ่งจุดได้ แต่ละสายไปคนละทิศ เลือกที่ใกล้เส้นทางจะคุ้มเวลาที่สุด

ในเมือง · ฟรี

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี

อาคารราชินูทิศเก่ากลางเมือง เล่าประวัติเมืองและกรมหลวงประจักษ์ฯ เข้าฟรี แอร์เย็น เสริมเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองได้ดี อยู่ในเมือง ใช้เวลาราวชั่วโมง

ธรรมชาติ · ฤดูหนาว

ทะเลบัวแดง (กุมภวาปี)

บึงบัวแดงบานเต็มผืนน้ำ ลงเรือชมเช้าก่อน 10 โมง สวยเฉพาะ ธ.ค.–ก.พ. อยู่ทางใต้ของเมือง เสริมธรรมชาติเข้าไปในทริปประวัติศาสตร์

สายมู

คำชะโนด

วังนาคินทร์สายมูชื่อดัง คนเยอะต้องต่อคิว อยู่อำเภอบ้านดุง ไกลออกไปทางเหนือ เผื่อเวลาครึ่งวัน เหมาะสายมู

สายบุญ · ธรรมชาติ

วัดป่าภูก้อน (นายูง)

พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวกลางป่า สวยและสงบ อยู่ทางเหนือสุด ใกล้เส้นทางบ้านผือ–ภูพระบาทพอควร เหมาะคนมีรถและเวลาเต็มวัน

ดูที่เที่ยว ที่กิน ที่พักอุดรธานีทั้งหมด วางทริปให้ครบในที่เดียว

ดูคู่มือเที่ยวอุดรธานี →

คำถามที่พบบ่อย

อุดรธานีมีมรดกโลกกี่แห่ง?

อุดรธานีมีมรดกโลกทางวัฒนธรรมสองแห่ง คือบ้านเชียง แหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2535 และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ที่เพิ่งได้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่เมื่อปี 2567 ในชื่อภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี ถือเป็นจังหวัดที่มีมรดกโลกถึงสองแห่งในจังหวัดเดียว

เที่ยวบ้านเชียงกับภูพระบาทใช้กี่วัน?

แนะนำ 2 วัน 1 คืน เพราะสองที่อยู่คนละทิศของเมืองและไกลพอควร วันแรกไปบ้านเชียงทางตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเดินครึ่งวันสบาย วันที่สองไปภูพระบาททางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งไกลกว่าและต้องเดินขึ้นเขา ถ้าจะเก็บทั้งคู่ในวันเดียวจะรีบและเหนื่อยเกินไป

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงเปิดกี่โมง ค่าเข้าเท่าไหร่?

เปิด 09:00–16:00 น. ปิดวันจันทร์ ค่าเข้าคนไทยราว 30 บาท ต่างชาติ 150–200 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบและพระเข้าฟรี มีลานจอดรถฟรี ค่าเข้าและเวลาอาจปรับได้ ควรเช็กกับพิพิธภัณฑ์ก่อนไปเพื่อความชัวร์

ภูพระบาทเปิดกี่โมง ค่าเข้าเท่าไหร่ ต้องเดินเยอะไหม?

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดทุกวัน 08:30–16:30 น. ไม่มีวันหยุด ค่าเข้าคนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เด็กต่ำกว่า 15 ปี และพระเข้าฟรี เป็นป่าหินกลางแจ้งต้องเดินชมตามเส้นทาง เผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง ใส่รองเท้าเดินถนัด พกน้ำและหมวกไปด้วย

ภูพระบาทอยู่ไกลจากตัวเมืองอุดรแค่ไหน ไปยังไง?

อยู่ที่อำเภอบ้านผือ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างตัวเมืองราว 65–70 กิโลเมตร ขับตามทางหลวง 2 สายอุดร–หนองคาย ถึงราวกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 2021 ไปอำเภอบ้านผือ แล้วต่ออีกราว 12 กิโลเมตรถึงอุทยาน ใช้เวลาขับชั่วโมงครึ่ง ไม่มีรถสาธารณะตรงสายสะดวก แนะนำขับรถเองหรือเหมารถ

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ