🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
ถ้าจะมาอีสานบนทีหนึ่ง การเก็บอุดรกับหนองคายในทริปเดียวคุ้มกว่าแยกมา เพราะสองเมืองห่างกันราว 55 กิโลเมตร ขับชั่วโมงเดียวถึง แถมหนองคายยังเป็นประตูข้ามไปเวียงจันทน์ เมืองหลวงลาวที่อยู่ห่างสะพานมิตรภาพแค่ 20 กว่ากิโลเมตร เราเลยวางเป็น 3 วัน 2 คืน วันแรกเก็บอุดร คืนแรกขยับไปนอนหนองคายริมโขง วันที่สามข้ามไปเวียงจันทน์แบบไปเช้าเย็นกลับ
แพลนนี้เขียนแบบมีรถ (ขับเองหรือเช่า) จะคล่องที่สุด แต่ถ้าไม่มีรถก็ทำได้ อุดร–หนองคายมีรถตู้และรถไฟวิ่งบ่อย ส่วนการข้ามไปเวียงจันทน์ใช้รถบัสข้ามสะพานหรือรถไฟไทย–ลาวก็สะดวก เดี๋ยวอธิบายให้ครบด้านล่าง สิ่งเดียวที่ต้องเตรียมคือพาสปอร์ตเล่มจริง ถ้าจะเข้าตัวเมืองเวียงจันทน์
วันที่ 1 — อุดรธานี เก็บในเมืองให้สบาย
วันแรกอยู่อุดรทั้งวัน ไม่ต้องรีบขยับไปไหน เริ่มด้วยมื้อเช้าเวียดนามซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมือง เก็บจุดในเมืองช่วงกลางวัน แล้วปิดท้ายที่หนองประจักษ์ตอนแดดร่ม คืนนี้ยังนอนอุดรเพื่อพักให้สบายก่อนเลื่อนไปหนองคายพรุ่งนี้เช้า
อุดรธานี · ในเมือง เดินสบาย
เคล็ดลับวันแรก
หนองประจักษ์เด็ดสุดช่วง 16:30–18:30 แดดร่มลมเย็น คนเดินกำลังดี ถ้ามาเที่ยงจะร้อนและร้านยังไม่เปิด เลี่ยงได้เลย
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว อุดรธานี ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
วันที่ 2 — เลื่อนไปหนองคาย เที่ยวริมโขง
เช้าวันที่สองขยับจากอุดรไปหนองคาย ระยะ 55 กิโลเมตร ขับตามถนนมิตรภาพชั่วโมงเดียวถึง ถ้าไม่มีรถ รถตู้อุดร–หนองคายออกถี่จากสถานีขนส่งอุดร ค่าโดยสารราว 50–60 บาท หรือนั่งรถไฟก็ได้ สาย 147 อุดรธานี–คำสะหวาดจอดหนองคายระหว่างทาง วันนี้เก็บฝั่งหนองคายให้ครบ ทั้งสายบุญ สายมุมแปลก และริมโขงตอนเย็น
หนองคาย · ริมโขง วัด ศาลาแก้วกู่
อยากได้ทะเลหมอก เพิ่มวัดผาตากเสื้อ
ถ้าตื่นไหวและมีรถ เพิ่มสกายวอล์กวัดผาตากเสื้อ อำเภอสังคม ทางพื้นกระจกยื่นหน้าผาวิวแม่น้ำโขง เปิด 08:00–17:00 เข้าฟรี ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกเช้า แต่ห่างเมืองราว 80 กม. ต้องออกแต่เช้ามืด เลยเหมาะคนที่อยากเน้นธรรมชาติมากกว่าข้ามไปลาว
วันที่ 3 — ข้ามสะพานมิตรภาพ ไปเวียงจันทน์
ไฮไลต์ของทริปนี้คือวันสุดท้าย ข้ามแม่น้ำโขงไปเวียงจันทน์แบบไปเช้าเย็นกลับ เมืองหลวงลาวอยู่ห่างสะพานมิตรภาพแค่ 20 กว่ากิโลเมตร ครึ่งวันก็เก็บแลนด์มาร์กหลักได้ ทั้งพระธาตุหลวง ประตูชัย หอพระแก้ว และตลาดเช้า กลับมานอนฝั่งไทยหรือเดินทางต่อตอนเย็น
เรื่องเอกสาร คนไทยถือพาสปอร์ตเข้าลาวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ถ้าไม่มีพาสปอร์ตทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวที่ศาลากลางจังหวัดหนองคายได้ ค่าธรรมเนียมราว 40 บาท แต่จะอยู่ได้เฉพาะเขตนครหลวงเวียงจันทน์ไม่เกิน 3 วัน 2 คืน วันข้ามแดนพกพาสปอร์ตและเผื่อเวลาช่วงเช้าด่านคนเยอะ
เวียงจันทน์ · ไปเช้าเย็นกลับ
เลือกวิธีข้ามแดนให้เหมาะ
ถ้าอยากสบายไม่ต้องคิดเอง มีทัวร์เวียงจันทน์ไปเช้าเย็นกลับจากหนองคาย/อุดร พาเที่ยวครบจุดพร้อมรถและไกด์ ถ้าชอบอิสระ ขึ้นรถบัสข้ามสะพานเองแล้วเหมาตุ๊กตุ๊กในเมือง อีกทางคือรถไฟไทย–ลาว หนองคาย–ท่านาแล้ง ข้ามแม่น้ำ 15 นาทีแล้วต่อรถเข้าเมือง เลือกตามงบและความชอบ
ของกินที่ไม่ควรพลาดในทริปนี้
เส้นทางนี้กินสนุก เพราะได้ทั้งอาหารเวียดนามแบบอุดร อาหารริมโขงหนองคาย และอาหารลาวฝั่งเวียงจันทน์ในทริปเดียว นี่คือของที่ควรจัดให้ลงในสามวัน
แหนมเนือง (หนองคาย)
หมูปิ้งห่อแผ่นแป้งกับผักสด เส้นขนมจีน จิ้มน้ำจิ้มสูตรเวียดนาม หนองคายคือต้นตำรับ ร้านริมโขงทำได้ดีและกินสนุก เหมาะแชร์กันหลายคน
ก๋วยจั๊บญวน (อุดร)
เส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปใส ใส่หมูสับ ไข่ ลูกชิ้น โรยหอมเจียว ของขึ้นชื่อที่คนมาอุดรต้องลอง รสกลมกล่อมไม่จัดเกิน
เฝอเวียดนาม (อุดร)
ก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนในน้ำซุปกระดูกหอมเครื่องเทศ กินกับผักสดและน้ำจิ้มแบบเวียดนาม มื้อเช้าที่อิ่มกำลังดี
ปลาแม่น้ำโขง (หนองคาย)
ร้านริมโขงมีปลาแม่น้ำสด ทั้งต้มยำ ลาบปลา ปลาเผา นั่งกินรับลมริมน้ำดูตะวันตกฝั่งลาว บรรยากาศหาที่อื่นยาก
ข้าวเปียกเส้น (อุดร–เวียงจันทน์)
เส้นแป้งข้าวเจ้าหนึบในน้ำซุปร้อน ใส่หมูสับไข่ลวก มีทั้งฝั่งอุดรและฝั่งลาว เทียบรสกันสนุกในทริปเดียว มื้อเช้าเบา ๆ
ส้มตำลาว–ลาบ (เวียงจันทน์)
ส้มตำลาวรสนัวใส่ปลาร้า ลาบเนื้อคั่วข้าวคั่ว กินกับข้าวเหนียว ลองเทียบกับฝั่งไทยว่าต่างกันยังไง ร้านในเวียงจันทน์ราคาเบา
กาแฟลาว
เมล็ดจากที่ราบสูงบอละเวน คั่วเข้ม ชงเป็นโอเลี้ยงข้นหวานมัน หาดื่มได้ในเวียงจันทน์และซื้อกลับเป็นของฝากได้
เฝอลาว
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่น้ำใสแบบลาว เครื่องเยอะ กินกับผักสดและพริกป่น เป็นมื้อเช้าหรือเที่ยงยอดนิยมของคนเวียงจันทน์
หมูยอ–แหนม–กุนเชียง (อุดร–หนองคาย)
ของฝากประจำถิ่น หมูยอเนื้อแน่น แหนมเปรี้ยวกำลังดี ซื้อกลับบ้านหรือกินเล่นระหว่างทาง ร้านของฝากมีทั่วทั้งสองเมือง
ขนมเบื้องญวน–ปอเปี๊ยะสด
ของกินเล่นมรดกเวียดนามที่อุดรและหนองคายทำได้ดี แป้งกรอบไส้แน่น ปอเปี๊ยะสดผักเยอะ กินรองท้องเบา ๆ ระหว่างเดินตลาด
ที่พัก การเดินทาง และงบประมาณ
ทริปนี้นอนสองเมือง คืนแรกอุดร คืนที่สองหนองคายริมโขง วางทำเลให้ดีจะเดินเที่ยวได้โดยไม่ต้องขับตอนกลางคืน เรื่องเงินไม่หนักเท่าทริปทะเล แต่ต้องเผื่อค่าข้ามแดนและค่ารถในเวียงจันทน์ไว้นิดหน่อย
- ที่พักอุดร — เลือกย่านรอบหนองประจักษ์หรือใกล้ UD Town เดินกินเดินเที่ยวได้ โรงแรมระดับกลางคืนละ 600–1,200 บาท
- ที่พักหนองคาย — เน้นริมโขงใกล้ตลาดท่าเสด็จ มีตั้งแต่เกสต์เฮาส์ถึงโรงแรมวิวแม่น้ำ คืนละ 500–1,500 บาท ตื่นมาเห็นโขงเลย
- อุดร–หนองคาย — 55 กม. ขับเอง 1 ชั่วโมง หรือรถตู้/รถไฟราว 50–60 บาทต่อเที่ยว ออกถี่ตลอดวัน
- ข้ามไปเวียงจันทน์ — รถบัสข้ามสะพานราว 30 บาท บวกค่าธรรมเนียมเข้าลาวเล็กน้อย คนไทยใช้พาสปอร์ตไม่ต้องวีซ่า หรือทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวที่ศาลากลางราว 40 บาท
- งบต่อคน 3 วัน — ที่พัก 2 คืนหาร 2 ราว 1,000–1,500 บาท ค่ากินทั้งทริป ~1,000–1,400 บาท ค่าข้ามแดน+รถในเวียงจันทน์ ~300–500 บาท ค่าเข้าศาลาแก้วกู่ ~40 บาท รวมคร่าว ๆ 2,500–3,800 บาท/คน (ยังไม่รวมน้ำมัน/ค่ารถระหว่างเมือง)
เรื่องเงินและเวลาในลาว
เวลาในลาวเท่ากับไทย ไม่ต้องปรับนาฬิกา เงินบาทใช้ได้ในย่านท่องเที่ยวเวียงจันทน์ แต่พกกีบไว้บ้างจ่ายร้านเล็กสะดวกกว่า ร้านส่วนใหญ่รับเงินสด เตรียมแบงก์ย่อยไว้ ค่าผ่านแดนและค่ารถอาจปรับได้ เช็กที่ด่านก่อนข้ามจริง
ปรับแพลนตามเวลาที่มี
ถ้าเวลาไม่พอ 3 วัน หรืออยากเพิ่มจุด ปรับได้หลายแบบ เลือกตามความสนใจและจำนวนวันที่มี
มีแค่ 2 วัน ตัดเวียงจันทน์
เก็บอุดรหนึ่งวัน หนองคายริมโขงหนึ่งวัน ก็เต็มอิ่มแล้ว เก็บเวียงจันทน์ไว้รอบหน้า
เน้นลาว ค้างเวียงจันทน์
ถ้าอยากเที่ยวลาวเต็มที่ ค้างเวียงจันทน์ 1 คืน เพิ่มน้ำพุบัวลาว วัดศรีสะเกด และคาเฟ่ริมโขงฝั่งลาว
เพิ่มสายธรรมชาติ
เติมสกายวอล์กวัดผาตากเสื้อ อำเภอสังคม วิวแม่น้ำโขงและทะเลหมอกช่วงหนาว เหมาะคนมีรถ
เพิ่มบ้านเชียง มรดกโลก
ถ้าวันแรกออกเร็ว แวะบ้านเชียง อำเภอหนองหาน แหล่งโบราณคดีมรดกโลกก่อนเข้าหนองคายได้
ดูที่เที่ยว ที่กิน ที่พักอุดรธานีทั้งหมด วางทริปให้ครบในที่เดียว
ดูคู่มือเที่ยวอุดรธานี →