หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย อุดรธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุดรธานีเที่ยว อุดรธานี ที่ไหนดี
📍 อุดรธานี · ภาคอีสาน · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

เที่ยว อุดรธานี
ที่ไหนดี

อุดรธานีเป็นประตูสู่อีสานเหนือที่มีจุดเที่ยวหลากแนวจนหลายคนงงว่าจะไปที่ไหนดี ทั้งทะเลบัวแดงที่บานเป็นพรมสีชมพูกลางน้ำแต่มีเฉพาะหน้าหนาว บ้านเชียงที่เป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ขึ้นทะเบียนมรดกโลก คำชะโนดที่เป็นหมุดหมายสายมูเรื่องพญานาค และภูพระบาทที่เต็มไปด้วยหินรูปทรงแปลกกับภาพเขียนสีโบราณจนได้เป็นมรดกโลกแห่งที่สองของจังหวัด บทความนี้เทียบ 4 จุดหลักให้เห็นภาพชัด ๆ ว่าแต่ละที่เด่นเรื่องอะไร ไปได้ช่วงไหนของปี ราคาประมาณเท่าไร และเหมาะกับใคร เพื่อให้เลือกได้ตรงกับสไตล์โดยไม่ต้องเดา

🌸 ทะเลบัวแดง🏺 มรดกโลก🐉 สายมู🪨 หินแปลก
เลื่อนดูทั้ง 4 กิจกรรม ภาพ: ToeHA · CC BY-SA 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 1 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

ก่อนเลือกที่เที่ยว ลองคิดจากสามอย่างก่อน คือ ไปช่วงไหนของปี สนใจแนวไหนระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ หรือโบราณคดี และมีเวลากับพาหนะพร้อมแค่ไหน เพราะจุดเที่ยวของอุดรกระจายอยู่คนละทิศ บางที่อยู่ใกล้เมือง บางที่ต้องขับไปเกือบชั่วโมงครึ่ง ที่สำคัญคือทะเลบัวแดงมีแค่หน้าหนาว ถ้าวางแผนผิดฤดูก็จะไม่เห็นดอกบานเลย

โดยรวมแล้วถ้ามาหน้าหนาวและอยากได้ภาพสวยกลางธรรมชาติ ทะเลบัวแดงมาเป็นอันดับแรก ถ้าสนใจเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์และของจริงในพิพิธภัณฑ์เลือกบ้านเชียง ถ้ามาสายมูขอพรพญานาคเลือกคำชะโนด และถ้าชอบเดินป่าดูหินรูปทรงแปลกกับภาพเขียนสีโบราณเลือกภูพระบาท ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพรวม แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละที่

เทียบ 4 จุดเที่ยวหลักของอุดรธานี
สถานที่แนวฤดูที่ไปได้เหมาะกับใครช่วงราคา
ทะเลบัวแดงธรรมชาติ ล่องเรือชมดอกบัวเฉพาะ ธ.ค.–ก.พ. (พีคกลาง ม.ค.)คนรักธรรมชาติ ชอบถ่ายรูป มาหน้าหนาวค่าเรือ ฿300–500/ลำ
บ้านเชียงมรดกโลก ก่อนประวัติศาสตร์ทั้งปี (พิพิธภัณฑ์ปิดจันทร์–อังคาร)คนชอบประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ ครอบครัว฿30 ไทย / ฿150 ต่างชาติ
คำชะโนดสายมู ความเชื่อพญานาคทั้งปี (วันพระ–วันหยุดคนแน่นมาก)สายมู สายบุญ คนอยากขอพรไม่มีค่าเข้า (บริจาคตามศรัทธา)
ภูพระบาทโบราณคดี หินแปลก ภาพเขียนสีทั้งปี (หน้าฝนทางลื่น)คนชอบเดินป่า ธรณีวิทยา โบราณคดี฿20 ไทย / ฿100 ต่างชาติ
1

ทะเลบัวแดง (หนองหานกุมภวาปี)

📍 อ.กุมภวาปี · ~40 กม. จากตัวเมือง 🧭 หนองหานกุมภวาปี
ทะเลบัวแดงที่หนองหานกุมภวาปี ดอกบัวสีชมพูบานเต็มผืนน้ำ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: ToeHA · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลาครึ่งเช้า ~2–3 ชม.
ราคาโดยประมาณค่าเรือ ฿300–500/ลำ (นั่งได้หลายคน)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนรักธรรมชาติ ชอบถ่ายรูป และมาอุดรช่วงหน้าหนาว
ตามฤดูกาลล่องเรือถ่ายรูป

ทะเลบัวแดงคือภาพจำอันดับหนึ่งของอุดรธานี เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ชื่อจริงว่าหนองหานกุมภวาปี พอถึงหน้าหนาวดอกบัวแดง (ที่จริงเป็นสายบัวสายออกสีชมพูอมม่วง) จะบานคลุมผืนน้ำเป็นพรมกว้างจนสุดสายตา วิธีเที่ยวคือลงเรือหางยาวหรือเรือเล็กออกไปกลางบึง คนขับเรือเป็นชาวบ้านแถวนั้น พาวนชมดอกและแวะจุดถ่ายรูป ช่วงที่สวยที่สุดคือเช้าตรู่ราว 6–8 โมง เพราะดอกบัวบานเต็มที่และแดดยังไม่แรง สายกว่านั้นดอกจะเริ่มหุบและแดดจ้าถ่ายรูปยากขึ้น

เรื่องที่ต้องรู้ให้ชัดคือที่นี่เที่ยวได้เฉพาะหน้าหนาว ดอกเริ่มบานราวเดือนธันวาคม พีคสุดกลางเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ แล้วค่อย ๆ โรยไป ถ้ามาอุดรนอกช่วงนี้จะเห็นแค่บึงน้ำเปล่า ๆ ไม่มีดอก ตรงนี้คือข้อจำกัดใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับอีกสามที่ที่ไปได้ทั้งปี การเช็กสถานะการบานก่อนออกเดินทางในปีนั้น ๆ จึงช่วยไม่ให้ผิดหวัง

ค่าเรืออยู่ราว 300–500 บาทต่อลำ นั่งได้หลายคนจึงเฉลี่ยแล้วไม่แพงถ้ามาเป็นกลุ่ม รีวิวจริงส่วนใหญ่ชมว่าวิวสวยเกินคาดและคนขับเรือใจดี ส่วนข้อที่คนติงคือช่วงวันหยุดยาวคนเยอะ ต้องรอคิวเรือ และถ้ามาสายจะเจอทั้งแดดแรงและดอกหุบ การไปให้เช้าที่สุดจึงคุ้มค่าที่สุด

💡
เคล็ดลับ: ออกจากตัวเมืองแต่เช้ามืดให้ถึงท่าเรือก่อน 7 โมง ดอกบัวจะบานเต็มที่และแดดยังไม่แรง เตรียมหมวกกับครีมกันแดดเพราะกลางบึงไม่มีร่ม และถ้ามาเป็นกลุ่มให้รวมคนต่อลำเพื่อเฉลี่ยค่าเรือ ที่สำคัญเช็กสถานะการบานของปีนั้นก่อนออกเดินทาง เพราะดอกมีเฉพาะหน้าหนาว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • วิวดอกบัวแดงบานเต็มผืนน้ำ เป็นภาพจำและจุดถ่ายรูปที่รีวิวชมมากที่สุด
  • ค่าเรือเฉลี่ยต่อคนถูกถ้ามาเป็นกลุ่ม คนขับเรือเป็นชาวบ้านใจดี
  • อยู่ห่างตัวเมืองแค่ราว 40 กิโลเมตร ไปเช้ากลับเที่ยงได้สบาย
  • บรรยากาศเช้าตรู่กลางบึงเงียบสงบ เหมาะกับคนรักธรรมชาติ
⚠️ ข้อสังเกต
  • เที่ยวได้เฉพาะหน้าหนาว ธ.ค.–ก.พ. นอกช่วงนี้เห็นแค่บึงน้ำเปล่า
  • ต้องไปเช้ามาก ถ้ามาสายดอกหุบและแดดแรงถ่ายรูปยาก
  • วันหยุดยาวคนเยอะ ต้องรอคิวเรือ
2

แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (มรดกโลก)

📍 อ.หนองหาน · ~55 กม. จากตัวเมือง 🧭 บ้านเชียง
ป้ายต้อนรับแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง อุดรธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: User:Mattes · CC BY-SA 3.0
ระยะเวลา~2–3 ชม.
ราคาโดยประมาณ฿30 คนไทย / ฿150 ต่างชาติ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้
มรดกโลกก่อนประวัติศาสตร์พิพิธภัณฑ์

บ้านเชียงเป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์ที่ทำให้อุดรธานีมีชื่ออยู่บนแผนที่โลก ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 2535 จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือการค้นพบภาชนะดินเผาลายเขียนสีแดงบนพื้นครีมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมหลักฐานการอยู่อาศัยและงานโลหะย้อนหลังไปหลายพันปี การเที่ยวแบ่งเป็นสองส่วน คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงที่จัดแสดงภาชนะ เครื่องมือ และอธิบายไทม์ไลน์แบบเข้าใจง่ายมีป้ายสองภาษา กับหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในที่เปิดให้เห็นโครงกระดูกและภาชนะฝังในชั้นดินตรงตำแหน่งจริง

รีวิวจริงจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชมว่าพิพิธภัณฑ์จัดแสดงดี คำอธิบายภาษาอังกฤษละเอียด และเจ้าหน้าที่ดูแลดี เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้ ส่วนที่บางรีวิวติงคือนิทรรศการบางส่วนติดตั้งมานานและเนื้อหาอาจไม่เร้าใจสำหรับคนที่ไม่อินเรื่องโบราณคดี ถ้าคาดหวังความตื่นตาแบบธรรมชาติหรือวิวสวยอาจต้องปรับความคาดหวัง เพราะจุดขายของที่นี่คือคุณค่าทางประวัติศาสตร์และของจริงที่ได้เห็นกับตา

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ 30 บาทสำหรับคนไทยและ 150 บาทสำหรับชาวต่างชาติ เปิดวันพุธถึงอาทิตย์และปิดวันจันทร์–อังคาร ควรเช็กวันเปิดก่อนไปเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ที่นี่อยู่ห่างตัวเมืองราว 55 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราวหนึ่งชั่วโมง เที่ยวได้ตลอดปีเพราะเป็นอาคารในร่มเป็นหลัก จึงเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นเรื่องฤดูมากกว่าทะเลบัวแดง

💡
เคล็ดลับ: เช็กวันเปิดก่อนไป เพราะพิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์และอังคาร เผื่อเวลาราว 2–3 ชั่วโมงให้ได้ดูทั้งตัวพิพิธภัณฑ์และหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในที่อยู่ไม่ไกลกัน และถ้าไม่อินเรื่องประวัติศาสตร์มากนัก ลองจ้างเจ้าหน้าที่หรืออ่านป้ายบรรยายให้ครบ จะเห็นคุณค่าของที่นี่มากขึ้น
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้เห็นภาชนะและหลุมขุดค้นของจริงกับตา
  • พิพิธภัณฑ์จัดแสดงดี มีป้ายอธิบายสองภาษาละเอียด เข้าใจง่าย
  • เที่ยวได้ทั้งปีเพราะเป็นอาคารในร่ม ไม่ขึ้นกับฤดู
  • ค่าเข้าถูก เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์
⚠️ ข้อสังเกต
  • นิทรรศการบางส่วนติดตั้งมานานและเนื้อหาอาจไม่เร้าใจสำหรับคนไม่อินโบราณคดี
  • พิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์–อังคาร ต้องเช็กวันก่อนไป
  • อยู่ห่างตัวเมืองราว 55 กม. ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
3

คำชะโนด (วังนาคินทร์)

📍 อ.บ้านดุง · ~90 กม. จากตัวเมือง 🧭 คำชะโนด
บริเวณคำชะโนด วังนาคินทร์ ที่บ้านดุง อุดรธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Mekanourak · CC BY-SA 4.0
ระยะเวลา~1–2 ชม.
ราคาโดยประมาณไม่มีค่าเข้า (บริจาคตามศรัทธา)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายมู สายบุญ และคนอยากขอพรพญานาคในบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์
สายมูพญานาคขอพร

คำชะโนดคือหมุดหมายสายมูที่ดังที่สุดของอุดรธานี เป็นเกาะป่าต้นชะโนดกลางพื้นที่ชุ่มน้ำที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวังนาคินทร์ หรือที่สถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา คนมาที่นี่เพื่อกราบไหว้ขอพร บนบานเรื่องโชคลาภและโชคลาง เดินข้ามสะพานไม้เข้าไปยังเกาะที่มีต้นชะโนดขึ้นหนาแน่นและมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเชื่อมสู่เมืองบาดาล บรรยากาศร่มครึ้มและเงียบสงบ ต่างจากที่เที่ยวสายธรรมชาติหรือพิพิธภัณฑ์ชัดเจน จุดขายคือความเชื่อและพลังศรัทธา ไม่ใช่วิวหรือกิจกรรม

รีวิวจริงสะท้อนว่าคนที่มาด้วยศรัทธามักประทับใจกับความขลังและบรรยากาศ ส่วนคนที่มาแบบนักท่องเที่ยวทั่วไปบางคนบอกว่าพื้นที่เดินชมไม่ได้กว้างมาก ใช้เวลาไม่นานก็ทั่ว ข้อที่ต้องทำใจคือวันพระและวันหยุดยาวคนแน่นมาก ต้องต่อคิวยาวทั้งช่วงข้ามสะพานและจุดขอพร แดดกลางวันก็ค่อนข้างร้อนแม้จะมีร่มไม้ การมาวันธรรมดาหรือช่วงเช้าจะสบายกว่าเยอะ

ที่นี่ไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ แต่มีตู้รับบริจาคและร้านขายเครื่องบูชา ดอกไม้ ธูปเทียนตามทางเข้า ใครจะร่วมทำบุญก็ตามศรัทธา คำชะโนดอยู่ที่อำเภอบ้านดุง ห่างจากตัวเมืองอุดรราว 90 กิโลเมตร ขับรถราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ถือว่าไกลที่สุดในบรรดาสี่จุด ถ้าจะมาควรเผื่อเวลาเดินทางและอาจจับคู่กับที่เที่ยวโซนเดียวกันในทริปเดียว

💡
เคล็ดลับ: เลี่ยงวันพระและวันหยุดยาวถ้าไม่อยากต่อคิวยาว มาช่วงเช้าจะเจอคนน้อยและอากาศเย็นกว่า แต่งกายสุภาพเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเผื่อเวลาเดินทางเพราะอยู่ไกลตัวเมืองราวชั่วโมงครึ่ง อาจจับคู่เที่ยวกับจุดอื่นโซนบ้านดุงในทริปเดียว
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • หมุดหมายสายมูที่ดังที่สุดของอุดร บรรยากาศขลังและร่มครึ้ม
  • ไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ ร่วมบริจาคตามศรัทธา
  • เที่ยวได้ทั้งปี ไม่ขึ้นกับฤดูกาล
  • มีสะพานไม้และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้เดินชมและขอพร
⚠️ ข้อสังเกต
  • วันพระและวันหยุดยาวคนแน่นมาก ต้องต่อคิวยาว
  • อยู่ไกลตัวเมืองราว 90 กม. ไกลที่สุดในสี่จุด
  • พื้นที่เดินชมไม่กว้าง คนที่ไม่ได้มาสายมูอาจรู้สึกว่าดูได้เร็ว
4

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (มรดกโลก)

📍 อ.บ้านผือ · ~65 กม. จากตัวเมือง 🧭 ภูพระบาท
หินรูปทรงแปลกที่อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท อุดรธานี (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Theppitak Karoonboonyanan · CC BY-SA 2.0
ระยะเวลาครึ่งวัน ~3 ชม.
ราคาโดยประมาณ฿20 คนไทย / ฿100 ต่างชาติ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนชอบเดินป่า ธรณีวิทยา และภาพเขียนสีโบราณกับหินรูปทรงแปลก
มรดกโลกหินแปลกภาพเขียนสี

ภูพระบาทเป็นอุทยานประวัติศาสตร์บนภูเขาเตี้ย ๆ ที่อำเภอบ้านผือ เต็มไปด้วยหินทรายรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของธรรมชาตินับล้านปี บางก้อนตั้งซ้อนกันจนดูเหมือนดอกเห็ดหรือหอคอย และหลายจุดถูกดัดแปลงเป็นเพิงหินที่อยู่อาศัยและศาสนสถานมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไฮไลต์คือหอนางอุสาเสาหินธรรมชาติที่มีเพิงหินวางอยู่ด้านบน กับภาพเขียนสีโบราณตามผนังเพิงหลายจุดที่อายุหลายพันปี ทั้งหมดเดินชมตามเส้นทางในป่าเต็งรังที่ร่มรื่น ที่นี่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทำให้อุดรมีแหล่งมรดกโลกถึงสองแห่ง

รีวิวจริงส่วนใหญ่ให้คะแนนสูงและชมว่าเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าเกินราคา หินรูปทรงแปลกและภาพเขียนสีสร้างความตื่นตา ป้ายอธิบายตามจุดต่าง ๆ ทำได้ดี มีลานจอดรถกว้างและเจ้าหน้าที่คอยดูแล บางช่วงมีรถกอล์ฟบริการรับส่งภายใน จุดที่ต่างจากบ้านเชียงคือที่นี่ได้เดินอยู่กลางแจ้งท่ามกลางหินและป่า ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ในร่ม จึงเหมาะกับคนที่ชอบเดินและอยากได้ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในที่เดียว

ข้อที่ต้องเตรียมคือควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเพื่อเดินให้ทั่ว เส้นทางมีขึ้นลงบ้างและกลางแดด ควรสวมรองเท้าเดินสบายกับเตรียมน้ำและหมวก หน้าฝนทางอาจลื่นต้องระวังเป็นพิเศษ ค่าเข้าอยู่ที่ 20 บาทสำหรับคนไทยและ 100 บาทสำหรับชาวต่างชาติ อยู่ห่างตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร เที่ยวได้ทั้งปีเหมือนบ้านเชียงและคำชะโนด แต่ให้ประสบการณ์กลางแจ้งที่ต่างออกไป

💡
เคล็ดลับ: เผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงและมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพื่อเลี่ยงแดดเที่ยง สวมรองเท้าเดินสบายเพราะเส้นทางมีขึ้นลงและกลางแจ้ง เตรียมน้ำกับหมวกไปด้วย หน้าฝนทางลื่นต้องระวัง และอย่าพลาดหอนางอุสากับจุดภาพเขียนสีที่เป็นไฮไลต์
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • หินทรายรูปทรงแปลกและภาพเขียนสีโบราณ สร้างความตื่นตาแบบหาที่อื่นยาก
  • เป็นแหล่งมรดกโลก คะแนนรีวิวสูงและคนชมว่าคุ้มค่าเกินราคา
  • ได้เดินกลางแจ้งท่ามกลางป่าและหิน เหมาะคนชอบทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์
  • ค่าเข้าถูก มีลานจอดรถกว้างและเจ้าหน้าที่ดูแลดี
⚠️ ข้อสังเกต
  • ต้องเดินเยอะและมีขึ้นลง เผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ไม่เหมาะคนเดินไม่ไหว
  • เส้นทางกลางแจ้ง แดดร้อนช่วงเที่ยง หน้าฝนทางลื่น
  • อยู่ห่างตัวเมืองราว 65 กม. ควรมีรถส่วนตัว

สรุปสั้น ๆ เลือกเที่ยวที่ไหนดี

มาหน้าหนาวและอยากได้ภาพสวยกลางธรรมชาติ ไปทะเลบัวแดง แต่ต้องมาช่วง ธ.ค.–ก.พ. และไปเช้าตรู่เท่านั้น เพราะดอกมีเฉพาะหน้าหนาวและหุบเมื่อแดดแรง เช็กสถานะการบานของปีนั้นก่อนออกเดินทาง

ชอบเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์และของจริงในพิพิธภัณฑ์ เลือกบ้านเชียง เที่ยวได้ทั้งปีเพราะเป็นอาคารในร่ม เหมาะกับครอบครัวและคนที่พาเด็กมาเรียนรู้ แค่เลี่ยงวันจันทร์–อังคารที่พิพิธภัณฑ์ปิด

มาสายมู อยากขอพรพญานาค ไปคำชะโนด บรรยากาศขลังและไม่มีค่าเข้า แต่ต้องเลี่ยงวันพระกับวันหยุดยาวที่คนแน่น และเผื่อเวลาเพราะอยู่ไกลตัวเมืองที่สุด

ชอบเดินป่า ดูหินแปลกและภาพเขียนสีโบราณ ไปภูพระบาท เป็นมรดกโลกอีกแห่งที่ได้เดินกลางแจ้งท่ามกลางหินและป่า คะแนนรีวิวสูง แค่ต้องพร้อมเดินและเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

🎟️

จองกิจกรรม & ทัวร์ล่วงหน้า

ทริปเที่ยวอุดรและจุดยอดนิยมมีคิวแน่นช่วงไฮซีซัน จองออนไลน์ล่วงหน้าสะดวกกว่า

ดูกิจกรรมอุดรธานีทั้งหมดบน Klook

เที่ยวอุดรธานี พักที่ไหนดี?

เลือกที่พักกลางเมือง ใกล้หนองประจักษ์และยูดีทาวน์ เดินทางออกทริปสะดวก เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda

เลือกที่เที่ยวที่ใช่แล้ว อย่าลืมจองที่พักทำเลดีไว้เป็นฐานออกทริป ดูโรงแรมที่เทียบราคาให้แล้วได้ที่นี่

ดูโรงแรมอุดรธานีทำเลดี →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวอุดรธานีที่ไหนดีที่สุดถ้ามีเวลาวันเดียว

ขึ้นอยู่กับฤดูและความชอบ ถ้ามาหน้าหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) ทะเลบัวแดงคือจุดที่พลาดไม่ได้ ไปเช้าตรู่แล้วต่อด้วยบ้านเชียงที่อยู่โซนใกล้กันได้ในวันเดียว ถ้ามานอกหน้าหนาว แนะนำจับคู่ภูพระบาทกับบ้านเชียงซึ่งเที่ยวได้ทั้งปีและเน้นประวัติศาสตร์ ส่วนคำชะโนดอยู่ไกลสุดจึงเหมาะกับคนที่ตั้งใจมาสายมูโดยเฉพาะ

ทะเลบัวแดงไปช่วงไหนดอกบานสวยที่สุด

ทะเลบัวแดงบานเฉพาะหน้าหนาว เริ่มบานราวเดือนธันวาคม พีคสุดกลางเดือนมกราคมถึงต้นกุมภาพันธ์ แล้วค่อย ๆ โรยไป ควรไปเช้าตรู่ราว 6–8 โมงเพราะดอกบานเต็มที่และแดดยังไม่แรง สายกว่านั้นดอกจะเริ่มหุบ ถ้ามาอุดรนอกช่วงหน้าหนาวจะเห็นแค่บึงน้ำไม่มีดอก ควรเช็กสถานะการบานของปีนั้นก่อนออกเดินทาง

บ้านเชียงกับภูพระบาทต่างกันยังไง ทั้งคู่เป็นมรดกโลก

ทั้งสองที่เป็นมรดกโลกของอุดรก็จริง แต่คนละแนว บ้านเชียงเป็นแหล่งก่อนประวัติศาสตร์แบบพิพิธภัณฑ์ในร่ม เน้นดูภาชนะดินเผาลายเขียนสีและหลุมขุดค้น เดินไม่เยอะ เหมาะกับครอบครัวและคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ส่วนภูพระบาทเป็นอุทยานกลางแจ้ง เน้นเดินชมหินทรายรูปทรงแปลกและภาพเขียนสีโบราณตามเพิงผา ต้องเดินเยอะกว่าและเผื่อเวลาราว 3 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ชอบเดินป่าและธรณีวิทยา

คำชะโนดต้องเสียค่าเข้าไหม และควรแต่งตัวยังไง

คำชะโนดไม่มีค่าเข้าอย่างเป็นทางการ แต่มีตู้รับบริจาคและร้านขายเครื่องบูชาตามทางเข้า ใครจะร่วมทำบุญก็ตามศรัทธา เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สายมูควรแต่งกายสุภาพ และถ้าเลี่ยงได้ให้หลีกเลี่ยงวันพระกับวันหยุดยาวที่คนแน่นมากจนต้องต่อคิวยาวทั้งช่วงข้ามสะพานและจุดขอพร มาวันธรรมดาช่วงเช้าจะสบายกว่า

จุดเที่ยวอุดรธานีต้องมีรถส่วนตัวไหม

แนะนำให้มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะจุดเที่ยวหลักทั้งสี่กระจายอยู่คนละอำเภอและห่างตัวเมืองตั้งแต่ราว 40 ถึง 90 กิโลเมตร ทะเลบัวแดงห่างราว 40 กม. บ้านเชียงราว 55 กม. ภูพระบาทราว 65 กม. และคำชะโนดไกลสุดราว 90 กม. ถ้าไม่มีรถสามารถใช้บริการทัวร์แบบไปเช้ากลับเย็นหรือจ้างรถเหมาจากในเมืองได้ ซึ่งสะดวกกว่ารถสาธารณะที่มีจำกัด

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →