หน้าแรก จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬวัดอาฮงศิลาวาส สะดือแม่น้ำโขง จุดที่ว่าลึกที่สุด ริมโขงบึงกาฬ
🐉 ที่เที่ยวบึงกาฬ

วัดอาฮงศิลาวาส
สะดือแม่น้ำโขง จุดที่ว่าลึกที่สุด ริมโขงบึงกาฬ

วัดอาฮงศิลาวาสเป็นวัดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขงที่คนบึงกาฬพูดถึงเสมอ เพราะหน้าวัดคือจุดที่ชาวบ้านเชื่อว่าลึกที่สุดของแม่น้ำโขง และเป็นที่ที่กระแสน้ำหมุนวนเป็นกรวยจนเรียกกันว่า สะดือแม่น้ำโขง พ่วงด้วยตำนานพญานาคและบั้งไฟพญานาคที่เล่าต่อกันมานาน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ไหว้พระ แต่ได้นั่งมองสายน้ำ ดูแก่งหินกลางโขง และเดินอุทยานหินงามในวัดเดียว เรารวมทุกอย่างที่ควรรู้ก่อนไปไว้ให้ครบ ทั้งวิธีเดินทาง เวลาเปิด ฤดูที่ควรไป และจุดที่ห้ามพลาด

🌊 สะดือแม่น้ำโขง🐉 ตำนานพญานาค🪨 แก่งหินกลางโขง
วัดอาฮงศิลาวาส สะดือแม่น้ำโขง จุดที่ว่าลึกที่สุด ริมโขงบึงกาฬ

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

วัดอาฮงศิลาวาสตั้งอยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวเมืองราว 21 กิโลเมตร อยู่ติดริมแม่น้ำโขงตรงโค้งน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า สะดือแม่น้ำโขง จุดที่เชื่อกันว่าเป็นช่วงที่แม่น้ำโขงลึกที่สุด เล่ากันว่าลึกถึงราว 200 เมตร ในช่วงน้ำหลากกระแสน้ำบริเวณนี้จะไหลวนเป็นกรวย ถ้ามีเศษไม้หรือใบไม้ลอยเข้ามาจะถูกน้ำหมุนวนอยู่นานก่อนจะหลุดไป เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้คนรุ่นก่อนเชื่อว่าตรงนี้คือที่อยู่ของพญานาค

เดิมวัดนี้ชื่อวัดป่าเลไลยก์ ก่อตั้งโดยหลวงพ่อลุน พอท่านมรณภาพวัดก็ทรุดโทรมลงไประยะหนึ่ง ก่อนจะได้รับการบูรณะและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดอาฮงศิลาวาสในช่วงปี 2517 ทุกวันนี้กลายเป็นทั้งวัดสำหรับคนพื้นที่และจุดแวะของนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาทางเส้นริมโขง คนส่วนใหญ่มาไหว้พระ ขอพรพญานาค แล้วนั่งมองสายน้ำกับฝั่งลาวตรงข้าม

สะดือแม่น้ำโขงคือชื่อที่ชาวบ้านเรียกจุดหน้าวัดอาฮง เพราะตรงนี้แม่น้ำโขงคอดและลึกผิดปกติ ทำให้น้ำไหลวนเป็นวง พอถึงหน้าน้ำหลากราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายน กระแสน้ำจะหมุนวนเห็นได้ชัดเป็นกรวยกลางลำน้ำ ของที่ลอยเข้ามาในวงน้ำวนจะถูกหมุนอยู่นานเป็นสิบนาทีก่อนจะหลุดออกไป คนรุ่นก่อนอธิบายปรากฏการณ์นี้ด้วยตำนานพญานาค ส่วนนักวิจัยรุ่นหลังตั้งสมมติฐานว่าน่าจะเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติใต้ลำน้ำ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครฟันธงได้แน่ชัด ซึ่งความไม่รู้แน่นี่แหละที่ทำให้ที่นี่ยังมีเสน่ห์

บอกตรง ๆ ว่าน้ำวนที่เห็นไม่ได้เป็นวังวนใหญ่โตน่ากลัวแบบในหนัง ส่วนใหญ่เป็นวงน้ำหมุนช้า ๆ ที่ต้องสังเกตถึงจะเห็น ใครคาดหวังภาพน้ำวนดูดทุกอย่างลงไปอาจรู้สึกเฉย ๆ เสน่ห์จริงของที่นี่อยู่ที่บรรยากาศริมโขงเงียบ ๆ กับเรื่องเล่าที่ผูกกับสายน้ำมากกว่า

🎟️

อยากเที่ยว บึงกาฬ ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บึงกาฬ ทั้งหมด (Klook)

ศาลพญานาคและการขอพร

เพราะเชื่อว่าตรงนี้คือที่อยู่ของพญานาค วัดอาฮงเลยมีศาลพญานาคและรูปปั้นพญานาคให้สักการะ เป็นจุดที่สายมูตั้งใจมาขอพรโดยเฉพาะ หลายคนมาขอเรื่องโชคลาภและการงาน บางคนมาบนบาน นิยมถวายดอกไม้ ธูปเทียน และของแก้บนตามความเชื่อ บรรยากาศการไหว้ที่นี่ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก ทำตามที่สบายใจได้เลย แค่แต่งตัวให้สุภาพเพราะเป็นเขตวัด

ช่วงที่คนแน่นที่สุดของวัดอาฮงคือวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เพราะเชื่อกันว่าเป็นคืนที่พญานาคมาชุมนุมและเกิดบั้งไฟพญานาคขึ้นจากลำน้ำ คนจากทั่วสารทิศจะมารอชมปรากฏการณ์นี้ริมโขง ถ้าตั้งใจมาช่วงนั้นต้องเผื่อใจเรื่องคนเยอะและที่จอดรถเต็มไว้ด้วย

บอกตรง ๆ เรื่องบั้งไฟพญานาค

บั้งไฟพญานาคเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะเห็นกี่ลูกหรือเห็นแน่ ๆ ขึ้นกับวันและจุดที่ยืน ถ้ามาช่วงออกพรรษาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ให้คิดว่าได้บรรยากาศงานบุญริมโขงเป็นหลัก ส่วนบั้งไฟถือเป็นของแถม เจอก็โชคดี ไม่เจอก็ยังได้เที่ยว

แก่งอาฮงและอุทยานหินงาม จุดที่หลายคนไม่รู้

หน้าวัดในช่วงหน้าแล้งจะเผยอีกด้านที่หลายคนไม่ทันรู้ คือแก่งอาฮง กลุ่มแก่งหินกลางลำน้ำโขงที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเมื่อระดับน้ำลด หินแต่ละก้อนมีชื่อเรียกตามรูปร่าง เช่น หินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวาย เดินดูได้เป็นจุดถ่ายรูปริมน้ำที่บรรยากาศต่างจากตอนน้ำเต็มโดยสิ้นเชิง

ในเขตวัดยังมีอุทยานหินงาม ลานหินก้อนใหญ่รูปทรงแปลกตากระจายอยู่ท่ามกลางต้นไม้ เดินเล่นถ่ายรูปได้สบาย ๆ เป็นมุมที่ทำให้วัดอาฮงไม่ได้มีดีแค่ไหว้พระ แต่ได้เดินชมธรรมชาติริมโขงไปในตัว

ไฮไลต์

จุดชมสะดือแม่น้ำโขง

ลานริมน้ำหน้าวัดที่มองออกไปเห็นโค้งน้ำลึกและฝั่งลาว เป็นจุดที่คนมายืนดูสายน้ำและถ่ายรูปวิวโขงกว้าง ๆ

สายมู

ศาลพญานาค

ศาลและรูปปั้นพญานาคสำหรับสักการะขอพร จุดหลักของสายมูที่ตั้งใจมาที่นี่

หน้าแล้งเท่านั้น

แก่งอาฮง

กลุ่มแก่งหินกลางโขงที่โผล่พ้นน้ำหน้าแล้ง มีหินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวายให้เดินดู

เดินชมหิน

อุทยานหินงาม

ลานหินก้อนใหญ่รูปร่างแปลกตาในเขตวัด เดินเล่นถ่ายรูปท่ามกลางต้นไม้ร่มรื่น

ไหว้พระ

พระอุโบสถริมโขง

อาคารวัดที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ มาไหว้พระแล้วเดินออกไปนั่งมองสายน้ำได้เลย

ฤดูไหนเหมาะกับการมา

ที่นี่เที่ยวได้ทั้งปี แต่ละช่วงให้บรรยากาศคนละแบบ ถ้าอยากเห็นน้ำวนชัด ๆ ต้องมาหน้าน้ำหลากราวมิถุนายนถึงกันยายน น้ำเต็มและกระแสแรงจะเห็นการหมุนวนได้ดีกว่า แต่ถ้าอยากเดินดูแก่งหินอย่างแก่งอาฮง ต้องมาหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคม ช่วงนี้ระดับน้ำลดจนหินโผล่พ้นน้ำให้เห็น

  • หน้าหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) — อากาศเย็นสบาย เดินไหว้พระและนั่งริมโขงได้ทั้งวัน เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวมาบึงกาฬเยอะที่สุด
  • หน้าแล้ง (มีนาคม–พฤษภาคม) — น้ำลด เห็นแก่งอาฮงและหินกลางลำน้ำโผล่ขึ้นมา เหมาะกับคนอยากเดินดูแก่งหิน แต่กลางวันร้อน
  • หน้าน้ำหลาก (มิถุนายน–กันยายน) — น้ำเต็ม เห็นน้ำวนชัดที่สุด แต่ไม่เห็นแก่งหิน และอาจมีฝน
  • ออกพรรษา (ราวตุลาคม) — ช่วงงานบั้งไฟพญานาค คนแน่นมาก ต้องเผื่อเวลาและที่จอดรถ

การเดินทางและเวลาเปิด

วัดอาฮงศิลาวาสอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬราว 21 กิโลเมตร ขับรถไปตามเส้นทางริมโขงใช้เวลาราว 25–30 นาที ทางเข้าวัดมีป้ายบอกชัดและมีลานจอดรถในวัด เข้าได้ง่ายด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า ถ้าไม่มีรถ ในตัวเมืองบึงกาฬมีรถรับจ้างและบริการเช่ารถให้เลือก แนะนำให้มีรถส่วนตัวเพราะรอบ ๆ ไม่มีขนส่งสาธารณะที่สะดวก

  • เวลาเปิด — ราว 06:00–18:00 น. เข้าฟรี เป็นวัด ไม่มีค่าเข้า
  • ระยะทาง — ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬราว 21 กิโลเมตร ขับรถราว 25–30 นาที
  • การเดินทาง — สะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่า มีลานจอดในวัด
  • เวลาที่ใช้เที่ยว — ราว 1–1.5 ชั่วโมง พอไหว้พระ นั่งริมโขง และเดินอุทยานหินงาม

ช่วงเวลาที่สวยที่สุดในวัน

ลองมาช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก แสงจะนุ่มและริมโขงเงียบสงบ เหมาะนั่งมองสายน้ำกับฝั่งลาวแบบไม่ต้องรีบ ส่วนช่วงเช้ามืดถึงสายอากาศก็เย็นสบาย ทั้งสองช่วงดีกว่ากลางวันที่แดดแรงและลานหินร้อน

เที่ยววัดอาฮงแล้วไปต่อที่ไหน

วัดอาฮงใช้เวลาเที่ยวราวชั่วโมงกว่า ๆ เลยจับคู่กับที่อื่นในทริปเดียวได้สบาย หลายคนรวมเข้ากับเส้นริมโขงและไฮไลต์ธรรมชาติของบึงกาฬ ทั้งสายมู สายธรรมชาติ และสายชิลริมน้ำ

  • ถ้ำนาคา — หินรูปทรงคล้ายเกล็ดพญานาคที่ดังในหมู่สายมู ต่อยอดเรื่องพญานาคจากวัดอาฮงได้ดี ต้องลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้า
  • หินสามวาฬ — ก้อนหินยักษ์รูปครอบครัววาฬบนภูสิงห์ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คนบึงกาฬภูมิใจ
  • ภูทอก — ภูเขาหินที่มีสะพานไม้เวียนขึ้นเจ็ดชั้น สายผจญภัยและสายบุญไม่ควรพลาด
  • ลานริมโขงในเมือง — ลงจากเส้นริมน้ำมาแวะนั่งจิบกาแฟหรือกินมื้อเย็นริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองบึงกาฬ

วางแผนทริปบึงกาฬให้ครบทั้งเที่ยว กิน และที่พัก

ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬ →

คำถามที่พบบ่อย

วัดอาฮงศิลาวาสอยู่ที่ไหน ไกลจากตัวเมืองบึงกาฬแค่ไหน?

วัดอยู่ที่บ้านอาฮง ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ ติดริมแม่น้ำโขง ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬราว 21 กิโลเมตร ขับรถไปตามเส้นริมโขงราว 25–30 นาที สะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัวหรือรถเช่า มีลานจอดในวัด

สะดือแม่น้ำโขงคืออะไร เห็นน้ำวนได้ตอนไหน?

สะดือแม่น้ำโขงคือชื่อที่ชาวบ้านเรียกจุดหน้าวัดอาฮง เพราะแม่น้ำตรงนี้ลึกผิดปกติ เชื่อว่าลึกราว 200 เมตร และมีกระแสน้ำหมุนวนเป็นกรวย จะเห็นน้ำวนได้ชัดที่สุดช่วงหน้าน้ำหลากราวมิถุนายนถึงกันยายน ส่วนหน้าแล้งน้ำลดจะเห็นแก่งหินแทน

วัดอาฮงศิลาวาสเปิดกี่โมง มีค่าเข้าไหม?

เปิดราว 06:00–18:00 น. ทุกวัน เป็นวัด เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า ใช้เวลาเที่ยวราว 1–1.5 ชั่วโมง พอไหว้พระ สักการะศาลพญานาค นั่งมองสายน้ำ และเดินอุทยานหินงาม

อยากเห็นแก่งอาฮงต้องมาช่วงไหน?

ต้องมาหน้าแล้งราวมีนาคมถึงพฤษภาคม ช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงจนกลุ่มแก่งหินกลางลำน้ำโผล่พ้นน้ำขึ้นมา มีหินรูปร่างแปลกตาอย่างหินลิ้นนาค หินปลาเข้ และถ้ำปลาสวายให้เดินชม ส่วนหน้าน้ำหลากจะมองไม่เห็นเพราะน้ำท่วมแก่ง

บั้งไฟพญานาคที่วัดอาฮงดูได้ตอนไหน?

ดูได้ช่วงวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ราวเดือนตุลาคม เป็นคืนที่คนเชื่อว่าพญานาคมาชุมนุมและเกิดบั้งไฟพญานาคขึ้นจากลำน้ำ ช่วงนี้คนแน่นมาก ต้องเผื่อเวลาและที่จอดรถ และเข้าใจว่าบั้งไฟเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่มีใครการันตีได้ว่าจะเห็น

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ