หน้าแรก จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬเที่ยวบึงกาฬ 1 วัน หินสามวาฬเช้ามืด + ริมโขงตอนเย็น
🐋 แพลนเที่ยวบึงกาฬ

เที่ยวบึงกาฬ 1 วัน
หินสามวาฬเช้ามืด + ริมโขงตอนเย็น

บึงกาฬเป็นจังหวัดเล็กริมแม่น้ำโขงที่หลายคนมาเพื่อภาพเดียวคือ หินสามวาฬ ก้อนหินยักษ์รูปครอบครัววาฬบนภูสิงห์ ความจริงคือถ้าวางแผนดี ๆ วันเดียวก็เก็บได้ทั้งไฮไลต์ธรรมชาติตอนเช้าและบรรยากาศริมโขงตอนเย็น ทริปนี้เริ่มตั้งแต่ฟ้ายังมืดเพื่อทันพระอาทิตย์ขึ้นบนภูสิงห์ ลงมากินข้าวในเมืองตอนสาย พักเที่ยงในคาเฟ่ริมน้ำ แล้วปิดท้ายด้วยการเดินเล่นริมแม่น้ำโขงรับลมเย็น ทุกจุดเช็กแล้วว่าเปิดอยู่จริงปี 2026 เดินตามตารางด้านล่างได้เลย

🐋 หินสามวาฬ ภูสิงห์🌅 พระอาทิตย์ขึ้นเช้ามืด🌊 เดินเล่นริมแม่น้ำโขง
เที่ยวบึงกาฬ 1 วัน หินสามวาฬเช้ามืด + ริมโขงตอนเย็น

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

บึงกาฬเที่ยว 1 วันได้สบายถ้าพักในตัวเมืองตั้งแต่คืนก่อน เพราะหัวใจของทริปคือต้องตื่นเช้ามืดออกไปหินสามวาฬให้ทันแสงแรก ตัวเมืองบึงกาฬอยู่ห่างจากภูสิงห์ราว 1 ชั่วโมง พอลงมาจากภูช่วงสายก็ยังเหลือเวลาครึ่งวันให้เที่ยวในเมืองได้เต็มที่ ทริปนี้จัดให้เป็นจังหวะ เช้ามืดลุยธรรมชาติ–บ่ายพักผ่อน–เย็นริมโขง ไม่เหนื่อยเกินไปและไม่พลาดของเด่นของจังหวัด

ตารางเที่ยวบึงกาฬ 1 วันแบบเต็มวัน

ตารางนี้ออกแบบให้เริ่มจากภูสิงห์ทางใต้ของตัวเมืองตอนเช้ามืด แล้วค่อย ๆ ไล่กลับเข้าเมืองมาทางริมแม่น้ำโขง จุดเด่นคือไม่ต้องย้อนทางไกล ใช้รถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเองสะดวกที่สุด เพราะบึงกาฬไม่มีขนส่งสาธารณะในเมืองให้พึ่งมากนัก ใครไม่มีรถแนะนำเช่ารถหรือจ้างคนขับท้องถิ่นพาเที่ยวเป็นวัน

วันที่ 1

เช้ามืด — หินสามวาฬ ดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูสิงห์

04:30
ออกจากที่พักในเมืองบึงกาฬ ขับไปภูสิงห์ภูสิงห์อยู่ตำบลโคกก่อง ห่างจากตัวเมืองราว 1 ชั่วโมง · ขับในความมืดต้องระวัง ช่วงท้ายเป็นทางขึ้นเขา · เติมน้ำมันให้พร้อมตั้งแต่คืนก่อน เพราะปั๊มเปิดดึกหายาก
05:30
ถึงจุดลงทะเบียน จ่ายค่าเข้า + ค่ารถกระบะ ขึ้นภูค่าเข้าป่าสงวนคนละ 20 บาท · ค่ารถกระบะนำเที่ยวคันละ 500 บาท นั่งได้ราว 10 คน · ขับรถส่วนตัวขึ้นเองไม่ได้ ต้องนั่งรถเจ้าหน้าที่ · ไม่ต้องจองล่วงหน้า ลงทะเบียนหน้างานได้เลย
06:00
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หินสามวาฬพระอาทิตย์ขึ้นราว 6 โมง · ก้อนหินสามก้อนรูปวาฬพ่อ แม่ ลูก ยื่นออกจากหน้าผา จุดถ่ายรูปยอดฮิตคือนั่งบนหลังวาฬมองออกไปเห็นทะเลป่า · หน้าหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกลอยในหุบเขา
07:00
นั่งรถวนชมจุดอื่นบนภูสิงห์คนขับพาวนหินช้าง กำแพงภูสิงห์ ลานธรรม จุดชมวิวถ้ำฤๅษีที่เห็นแม่น้ำโขง และส้างร้อยบ่อ · วนทั้งหมดราว 2–3 ชั่วโมง คนขับช่วยถ่ายรูปให้ด้วย
วันที่ 1

สาย–เที่ยง — กลับเข้าเมือง กินข้าว พักคาเฟ่

09:30
ลงจากภู ขับกลับเข้าตัวเมืองบึงกาฬลงมาถึงด้านล่างราวเก้าโมงเศษ ขับกลับเข้าเมืองอีกราวชั่วโมง · ระหว่างทางวิวสองข้างเป็นสวนยางพาราเขียว ๆ เป็นภาพจำของบึงกาฬ
10:30
กินข้าวเช้า–สายแบบบึงกาฬ ก๋วยจั๊บญวน หรือข้าวเปียกเส้นบึงกาฬได้รับอิทธิพลอาหารเวียดนามจากฝั่งโขง · ก๋วยจั๊บญวนน้ำใสกับข้าวเปียกเส้นเป็นมื้อเช้าที่คนพื้นที่กินจริง · ดูร้านแนะนำในบล็อกด้านล่าง เผื่อค่ากินคนละ 40–80 บาท
11:30
พักคาเฟ่ริมโขง จิบกาแฟแก้ง่วงจากการตื่นเช้าในเมืองมีคาเฟ่ริมน้ำหลายร้าน นั่งมองแม่น้ำโขงกับฝั่งลาวได้สบาย ๆ · เป็นช่วงพักดี ๆ หลังตื่นตั้งแต่ตีสี่ ใครง่วงงีบในรถสักครู่ก่อนก็ได้
12:30
มื้อเที่ยงปลาแม่น้ำโขง ร้านริมน้ำบึงกาฬเป็นเมืองปลาน้ำโขง ปลาคัง ปลาเค้า ปลาแม่น้ำตัวโต ทำต้มยำ ลาบ ทอดน้ำปลา · ร้านริมโขงหลายเจ้านั่งรับลมได้ ราคาต่อหัวราว 150–300 บาทถ้าสั่งปลา
วันที่ 1

บ่าย–เย็น — เลือกเที่ยวต่อ 1 จุด แล้วปิดท้ายริมโขง

14:00
พักโรงแรม หรือเลือกเที่ยวต่ออีก 1 จุดตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด ช่วงบ่ายควรพักสักหน่อย · ใครยังไหวเลือกแวะวัดอาฮงศิลาวาส จุดที่เชื่อว่าแม่น้ำโขงลึกที่สุด หรือขับเลยไปถ้ำนาคา (ต้องจองคิวล่วงหน้า) ก็ได้
16:30
เดินเล่นทางเดินริมแม่น้ำโขงในเมืองเทศบาลทำทางเดินริมโขงไว้สะอาดเรียบร้อย มีเครื่องออกกำลังกายและจุดนั่งชมวิว · ตอนเย็นคนพื้นที่ออกมาเดินออกกำลังกาย รับลมเย็นจากแม่น้ำ มองข้ามไปเห็นฝั่งลาว
17:30
ชมพระอาทิตย์ตกริมโขงริมแม่น้ำโขงบึงกาฬเป็นจุดดูพระอาทิตย์ตกที่สวยและเงียบสงบ · นั่งร้านริมน้ำสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ ดูฟ้าเปลี่ยนสีเหนือสายน้ำ เป็นการปิดวันที่สบายที่สุด
18:30
มื้อเย็นตลาดเย็น หรือหมูกระทะในเมืองตลาดเย็นในเมืองมีของกินพื้นถิ่นและสตรีทฟู้ดให้เดินเลือก · ใครอยากกินจริงจังร้านหมูกระทะในเมืองก็มีหลายเจ้า ราคาย่อมเยาแบบเมืองอีสาน
🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บึงกาฬ ทั้งหมด (Klook)

หินสามวาฬ — ไฮไลต์ที่ต้องวางแผนเวลาให้ดี

หินสามวาฬคือเหตุผลหลักที่คนเดินทางมาบึงกาฬ และเป็นจุดที่ต้องวางแผนเวลามากที่สุดในทริปวันเดียว เพราะขึ้นไปเองไม่ได้ ต้องนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่ และถ้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องไปถึงตั้งแต่ฟ้ายังมืด นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อนไป

  • ค่าเข้าป่าสงวน — คนละ 20 บาท · ขึ้นรถกระบะนำเที่ยวคันละ 500 บาท นั่งได้ราว 10 คน คิดต่อคันไม่ใช่ต่อคน
  • ขึ้นเองไม่ได้ — ทางขึ้นชันและเป็นทางป่า รถเก๋งทั่วไปขึ้นไม่ได้ ต้องนั่งรถเจ้าหน้าที่เท่านั้น
  • เวลาเปิด — ราว 05:00–17:00 น. รอบดูพระอาทิตย์ขึ้นเริ่มราว 05:00–05:30 น. และมีรอบบ่ายสำหรับคนที่ไม่อยากตื่นเช้า
  • ไม่ต้องจอง — ลงทะเบียนหน้างานได้เลย แต่หน้าหนาวคนเยอะ ควรไปแต่เช้าเลี่ยงคิวรถ
  • หน้าฝนเช็กก่อน — ทางขึ้นลื่น บางช่วงเจ้าหน้าที่ปิดชั่วคราว โทรเช็กที่ 086-759-7066 หรือ 098-097-1049 ก่อนไป

ค่ารถแชร์กันคุ้มกว่า

ค่ารถ 500 บาทคิดต่อคัน ถ้ามากันสองสามคนจะรู้สึกแพง วิธีที่คนนิยมคือไปรวมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นที่จุดลงทะเบียนเพื่อแชร์ค่ารถให้เต็มคัน ถ้ามากันเป็นกลุ่ม 8–10 คนก็คุ้มเลย คนขับมักทำหน้าที่เป็นไกด์พาวนจุดถ่ายรูปและช่วยถ่ายรูปให้ด้วย

เตรียมตัวขึ้นเช้ามืด

นั่งหลังกระบะตอนฟ้ายังมืดลมเย็นจัด หน้าหนาวยิ่งหนาว พกเสื้อกันหนาวกับผ้าพันคอไปด้วย · ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ายางที่เกาะพื้น เพราะต้องเดินบนลานหินที่บางจุดลื่น อย่าใส่รองเท้าแตะหูคีบ · เตรียมไฟฉายหรือไฟมือถือ และน้ำดื่มไปเอง เพราะบนภูไม่มีร้านค้า

บรรยากาศริมแม่น้ำโขง — ปิดวันให้สบาย

หลังลุยธรรมชาติมาทั้งเช้า ช่วงเย็นริมแม่น้ำโขงคือยาแก้เพลียที่ดีที่สุด ตัวเมืองบึงกาฬตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขงพอดี เทศบาลทำทางเดินริมน้ำไว้สะอาดเรียบร้อย เป็นที่ที่คนพื้นที่ออกมาเดินออกกำลังกายและนั่งรับลมตอนเย็น มองข้ามแม่น้ำไปเห็นฝั่งลาวได้ชัด เป็นบรรยากาศเมืองริมโขงแท้ ๆ ที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองท่องเที่ยวใหญ่

  • ทางเดินริมโขง — ทางเดินเลียบแม่น้ำในเขตเทศบาล มีเครื่องออกกำลังกายและจุดนั่งชมวิว เดินเล่นรับลมเย็นได้ฟรี
  • จุดชมพระอาทิตย์ตก — ฟ้าเย็นเหนือแม่น้ำโขงเปลี่ยนสีสวย เป็นช่วงถ่ายรูปดีที่สุดของริมโขง
  • ร้านอาหารริมน้ำ — หลายร้านตั้งติดแม่น้ำ สั่งปลาน้ำโขงหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ นั่งดูวิวได้สบาย
  • ตลาดเย็นในเมือง — เดินกินของพื้นถิ่นและสตรีทฟู้ดราคาย่อมเยาก่อนกลับที่พัก

วัดอาฮงศิลาวาส ถ้ามีเวลาบ่าย

ถ้าช่วงบ่ายยังไม่อยากพัก วัดอาฮงศิลาวาสอยู่ริมแม่น้ำโขงห่างเมืองไม่ไกล เป็นจุดที่เชื่อกันว่าแม่น้ำโขงลึกที่สุด เรียกว่าสะดือแม่น้ำโขง มีลานหินริมน้ำให้เดินและบรรยากาศวัดริมโขงที่เงียบสงบ เหมาะแวะระหว่างทางกลับเข้าเมือง

กินอะไรดีในบึงกาฬ — ร้านพื้นถิ่นที่คนแถวนั้นไปจริง

บึงกาฬเป็นเมืองชายแดนริมโขง อาหารเลยผสมทั้งอีสานแท้ ๆ กับอาหารเวียดนามที่ข้ามมาจากฝั่งโขง ของเด่นคือก๋วยจั๊บญวน ปลาแม่น้ำโขงตัวโต และอาหารเวียดนามอย่างแหนมเนือง เราเรียงให้ตามลำดับที่เหมาะแทรกในทริปวันเดียว ราคาเป็นช่วงโดยประมาณปี 2026

1

ก๋วยจั๊บญวน บึงกาฬ

ร้านในตัวเมือง · เปิดเช้า–สาย

ก๋วยจั๊บเส้นญวนน้ำใสรสกลมกล่อม ใส่หมูสับ ไข่ และเครื่องในแบบเวียดนาม กินกับพริกน้ำส้ม เป็นมื้อเช้าที่คนบึงกาฬกินประจำ เบาท้องกำลังดีหลังตื่นเช้าขึ้นภู

อาหารเวียดนามมื้อเช้า
ชามละ 40–60 บาท
2

ปลาแม่น้ำโขง ร้านริมน้ำ

ร้านริมโขงในเมือง · เปิดเที่ยง–ค่ำ

บึงกาฬเป็นเมืองปลาน้ำโขง ปลาคัง ปลาเค้า ปลาแม่น้ำตัวโต ทำต้มยำ ลาบปลา หรือทอดน้ำปลา เนื้อแน่นหวานสด นั่งกินริมแม่น้ำรับลมได้บรรยากาศเต็ม ๆ

ปลาน้ำโขงริมน้ำ
ต่อหัวราว 150–300 บาท
3

แหนมเนือง–อาหารเวียดนาม

ร้านอาหารเวียดนามในเมือง

แหนมเนืองหมูย่างห่อแผ่นแป้งกับผักสดและเส้นหมี่ จิ้มน้ำจิ้มสูตรเวียดนาม เป็นอาหารที่หากินง่ายในบึงกาฬเพราะเมืองนี้มีชุมชนเชื้อสายเวียดนามอยู่

อาหารเวียดนามกินเป็นกลุ่ม
ชุดละ 100–200 บาท
4

ข้าวเปียกเส้น

ร้านในเมือง · เปิดเช้า

เส้นข้าวเปียกในน้ำซุปกระดูกใส ๆ ใส่หมู ลูกชิ้น โรยต้นหอม เป็นอาหารเช้าพื้นถิ่นแถบลุ่มน้ำโขงที่อุ่นท้องดี เหมาะกินเช้าก่อนออกเที่ยวหรือสายหลังลงจากภู

มื้อเช้าอาหารพื้นถิ่น
ชามละ 40–60 บาท
5

คาเฟ่ริมโขง

คาเฟ่ในตัวเมือง · ริมแม่น้ำ

คาเฟ่ริมแม่น้ำโขงในเมืองหลายร้าน นั่งจิบกาแฟมองแม่น้ำกับฝั่งลาวได้สบาย เป็นจุดพักดี ๆ ระหว่างวันหลังตื่นเช้ามืดมาขึ้นภู

คาเฟ่ริมน้ำ
แก้วละ 50–90 บาท
6

หมูกระทะในเมือง

ร้านในตัวเมือง · เปิดเย็น–ค่ำ

มื้อเย็นที่คนบึงกาฬนัดเจอกัน ร้านหมูกระทะในเมืองมีหลายเจ้า บุฟเฟต์ราคาย่อมเยาแบบเมืองอีสาน เหมาะปิดท้ายวันแบบอิ่มสบายก่อนกลับที่พัก

บุฟเฟต์มื้อเย็น
ต่อหัวราว 150–250 บาท

ตรงไปตรงมาเรื่องร้าน

บึงกาฬเป็นเมืองเล็ก ร้านพื้นถิ่นหลายเจ้าเปิดเช้าแล้วขายหมดก่อนเที่ยง โดยเฉพาะก๋วยจั๊บญวนกับข้าวเปียกเส้น อยากกินต้องไปเช้า · หลายร้านในตลาดและริมน้ำรับแต่เงินสด พกเงินสดติดตัวไปด้วย · ร้านปลาน้ำโขงราคาขึ้นกับขนาดปลา ถามราคาก่อนสั่งจะได้ไม่งง

ไปบึงกาฬยังไง เดินทางในจังหวัดยังไง

  • เครื่องบิน — บึงกาฬไม่มีสนามบิน ส่วนใหญ่บินลงอุดรธานีแล้วต่อรถอีกราว 3 ชั่วโมง หรือบินลงนครพนม/สกลนครแล้วต่อรถ
  • รถทัวร์ — มีรถทัวร์จากกรุงเทพ (หมอชิต) ตรงถึงบึงกาฬ ใช้เวลาราว 10–11 ชั่วโมง วิ่งกลางคืนถึงเช้าพอดี
  • ขับรถเอง/เช่ารถ — สะดวกที่สุดสำหรับทริปนี้ เพราะหินสามวาฬกับจุดเที่ยวอยู่นอกเมือง และเมืองไม่มีขนส่งสาธารณะให้พึ่ง เช่ารถได้ที่อุดรธานีหรือในเมืองบึงกาฬ
  • ในเมือง — ระยะใกล้ ขับเองหรือเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้ แต่ที่เที่ยวธรรมชาติต้องมีรถส่วนตัวหรือจ้างคนขับท้องถิ่นพาเป็นวัน

เรื่องเวลาที่ควรรู้

หัวใจของทริปวันเดียวคือต้องพักในเมืองบึงกาฬตั้งแต่คืนก่อน เพราะต้องออกตั้งแต่ตี 4 กว่าไปหินสามวาฬ ถ้าขับมาจากอุดรเช้าวันนั้นเลยจะไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น · ใครไม่อยากตื่นเช้ามืด เลือกขึ้นหินสามวาฬรอบบ่ายแทนได้ แล้วสลับเอาริมโขงไว้ตอนเช้า · หน้าฝนโทรเช็กว่าภูเปิดไหมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

อยากได้แพลนยาวกว่า 1 วัน เก็บภูทอก ถ้ำนาคา และที่พักทำเลดีในเมือง ดูคู่มือบึงกาฬแบบเต็ม

ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬ →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวบึงกาฬ 1 วันพอไหม?

พอสำหรับเก็บไฮไลต์หลักคือหินสามวาฬตอนเช้าและบรรยากาศริมแม่น้ำโขงตอนเย็น ถ้าพักในเมืองตั้งแต่คืนก่อนแล้วออกตั้งแต่ตี 4 กว่า จะทันพระอาทิตย์ขึ้นบนภูสิงห์ ลงมากินข้าวพักในเมืองช่วงบ่าย แล้วปิดท้ายริมโขงตอนเย็นได้ครบในวันเดียว แต่ถ้าอยากเก็บภูทอกและถ้ำนาคาด้วยควรเผื่อ 2 วัน

เที่ยวบึงกาฬ 1 วันควรเริ่มกี่โมง?

ควรออกจากที่พักในเมืองบึงกาฬตั้งแต่ราวตี 4 ครึ่ง เพราะภูสิงห์อยู่ห่างราว 1 ชั่วโมง และต้องไปถึงจุดลงทะเบียนราว 05:00–05:30 น. เพื่อนั่งรถกระบะขึ้นไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นราว 6 โมง ถ้าออกสายจะพลาดแสงแรก

หินสามวาฬขึ้นไปเองได้ไหม ค่าใช้จ่ายเท่าไร?

ขึ้นเองไม่ได้ ต้องนั่งรถกระบะของเจ้าหน้าที่เพราะทางขึ้นชันและเป็นทางป่า ค่าเข้าป่าสงวนคนละ 20 บาท บวกค่ารถกระบะคันละ 500 บาท นั่งได้ราว 10 คน คิดต่อคันไม่ใช่ต่อคน ถ้ามากันน้อยให้ไปแชร์รถกับกลุ่มอื่นที่จุดลงทะเบียนจะคุ้มกว่า

ไม่อยากตื่นเช้ามืด เที่ยวบึงกาฬ 1 วันได้ไหม?

ได้ หินสามวาฬมีรอบรถช่วงบ่ายด้วย สลับแพลนเป็นเดินเล่นริมโขงและกินข้าวในเมืองตอนเช้า แล้วขึ้นหินสามวาฬรอบบ่ายเพื่อชมพระอาทิตย์ตกแทน แต่จะไม่ได้เห็นทะเลหมอกที่มักมีเฉพาะช่วงเช้ามืดหน้าหนาว

เที่ยวบึงกาฬ 1 วันต้องมีรถส่วนตัวไหม?

แทบจำเป็น เพราะบึงกาฬไม่มีขนส่งสาธารณะในเมืองให้พึ่งมากนัก และหินสามวาฬอยู่นอกเมืองราว 1 ชั่วโมง ทางที่ดีที่สุดคือขับรถเองหรือเช่ารถ ถ้าไม่มีรถให้จ้างคนขับท้องถิ่นพาเที่ยวเป็นวัน ส่วนการขึ้นภูสิงห์ต้องนั่งรถกระบะเจ้าหน้าที่อยู่ดี

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ