หน้าแรก จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬแผนข้ามจังหวัด บึงกาฬ–สกลนคร วัดป่า หนองหาร และถ้ำผาแด่น
🛕 แพลนเที่ยวบึงกาฬ

แผนข้ามจังหวัด บึงกาฬ–สกลนคร
วัดป่า หนองหาร และถ้ำผาแด่น

บึงกาฬกับสกลนครเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกัน ขับรถจากเมืองบึงกาฬลงมาเมืองสกลใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมง หลายคนมาบึงกาฬเพื่อริมโขงกับธรรมชาติ แต่พอเลยลงมาสกลนครจะได้อีกอารมณ์ คือสายวัดป่าสายกรรมฐานกับทะเลสาบหนองหารที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน ทริปนี้เราจับสองจังหวัดมาต่อกันเป็น 3 วัน 2 คืน วันแรกเก็บริมโขงบึงกาฬ แล้วค่อย ๆ ไหลลงสกลนครไปไหว้วัดป่าสุทธาวาสของหลวงปู่มั่น วัดถ้ำผาแด่นบนภูพาน และล่องเรือออกเกาะดอนสวรรค์กลางหนองหาร บอกตรงทุกเรื่องตั้งแต่ระยะทาง เวลาเปิดวัด ไปจนค่าเรือ

🛕 สายวัดป่า–สายมู🚗 ขับข้ามจังหวัด ~2.5 ชม.🛶 ล่องเรือหนองหาร
แผนข้ามจังหวัด บึงกาฬ–สกลนคร วัดป่า หนองหาร และถ้ำผาแด่น

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ก่อนวางแผนต้องเข้าใจภูมิศาสตร์ก่อน บึงกาฬอยู่ติดแม่น้ำโขงทางเหนือสุดของภาคอีสาน ส่วนสกลนครอยู่ถัดลงมาทางใต้ มีเทือกเขาภูพานคั่นกลาง สองเมืองนี้เลยเที่ยวต่อเนื่องกันได้สบายในทริปเดียว เส้นทางหลักคือออกจากเมืองบึงกาฬ วิ่งลงมาทางอำเภอพรเจริญหรือเซกา แล้วเข้าเขตสกลนคร รวมระยะทางราว 180–200 กิโลเมตร ใช้เวลาขับราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงแบบไม่เร่ง แวะพักได้เรื่อย ๆ

บอกตรงก่อนว่าทริปนี้เป็นสายช้า ๆ เน้นวัดกับวิวทะเลสาบ ไม่ใช่สายเดินป่าหนักเหมือนถ้ำนาคา ใครชอบบรรยากาศสงบ ได้ไหว้พระสายกรรมฐาน และอยากเห็นวิถีริมน้ำของคนอีสาน เส้นนี้เหมาะมาก ส่วนใครอยากได้แอดเวนเจอร์เต็มที่อาจต้องเสริมหินสามวาฬหรือถ้ำนาคาเข้าไปอีกวัน

ภาพรวมแพลน 3 วัน 2 คืน

  • วันที่ 1 — เก็บตัวเมืองบึงกาฬ ริมโขง วัดอาฮงศิลาวาส แล้วค่อยขยับลงใต้ไปนอนเมืองสกลนคร
  • วันที่ 2 — วันสายวัด ไหว้พระธาตุเชิงชุมกลางเมือง เข้าวัดป่าสุทธาวาสของหลวงปู่มั่น แล้วขึ้นวัดถ้ำผาแด่นบนภูพาน
  • วันที่ 3 — เช้าริมหนองหาร ล่องเรือออกเกาะดอนสวรรค์ แล้วเดินทางกลับ

ทำไมเริ่มที่บึงกาฬแล้วค่อยลงสกล

คนส่วนใหญ่บินหรือนั่งรถมาลงอุดรธานีแล้วต่อขึ้นบึงกาฬก่อน การวิ่งจากบึงกาฬลงสกลนครแล้วค่อยออกทางอุดรหรือสกลขากลับ จะไม่ต้องย้อนเส้นเดิม ประหยัดเวลาเดินทางกว่า

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว บึงกาฬ ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม บึงกาฬ ทั้งหมด (Klook)

เส้นทางและการเดินทางระหว่างสองจังหวัด

ทริปข้ามจังหวัดแบบนี้สะดวกที่สุดถ้ามีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง เพราะวัดป่าหลายแห่งกับเกาะดอนสวรรค์อยู่นอกเส้นรถประจำทาง การกะเวลาเดินทางสำคัญมาก เพราะระยะในอีสานดูบนแผนที่ใกล้แต่ขับจริงกินเวลา

  • เมืองบึงกาฬ → เมืองสกลนคร — ราว 180–200 กิโลเมตร ขับราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมง ผ่านอำเภอพรเจริญ เซกา ลงมาเขตสกล
  • รถส่วนตัว/เช่ารถ — คล่องตัวที่สุด เช่ารถมักเริ่มจากอุดรธานีหรือสกลนคร เพราะตัวเลือกเยอะกว่าในบึงกาฬ
  • รถโดยสาร — มีรถวิ่งระหว่างบึงกาฬ–สกลนคร แต่ลงแล้วต้องต่อรถในเมืองอีกหลายช่วง ไม่เหมาะกับสายวัดที่อยู่นอกเมือง
  • เผื่อเวลาแวะ — ระหว่างทางมีจุดพักและร้านข้าวริมถนน อย่าอัดตารางจนต้องขับรวดเดียว ค่อย ๆ แวะจะสนุกกว่า

เติมน้ำมันก่อนเข้าเส้นเปลี่ยว

ช่วงข้ามอำเภอระหว่างสองจังหวัดมีบางตอนที่ปั๊มห่างกัน เติมน้ำมันให้เต็มตั้งแต่ในเมืองก่อนออกเดินทาง และเช็กยางกับเบรกถ้าเป็นรถเช่า

วันที่ 1 — ริมโขงบึงกาฬ แล้วไหลลงสกลนคร

วันแรกเอาแบบสบาย ๆ เก็บบรรยากาศบึงกาฬริมแม่น้ำโขงให้ครบก่อน แล้วค่อยใช้ช่วงบ่ายขับลงมานอนเมืองสกลนคร เพื่อให้เช้าวันรุ่งขึ้นเริ่มสายวัดได้เต็มวันโดยไม่ต้องเดินทางไกล

วันที่ 1

ตัวเมืองบึงกาฬ → เมืองสกลนคร

เช้า
ถึงตัวเมืองบึงกาฬ หาข้าวเช้าแบบท้องถิ่น ลองข้าวเปียกหรือกาแฟโบราณแถวตลาดเช้าส่วนใหญ่มาทางอุดรธานีหรือหนองคายแล้วต่อรถ เติมพลังก่อนเริ่มเที่ยว
09:00
เดินเล่นทางเดินริมโขงในเมือง รับลมเช้า ดูฝั่งลาวตรงข้ามทางเดินริมโขงบึงกาฬกว้างสบาย เป็นจุดถ่ายรูปแม่น้ำโขงง่าย ๆ ก่อนออกนอกเมือง
10:30
แวะวัดอาฮงศิลาวาส ดูจุดที่เชื่อกันว่าเป็นแก่งกลางโขงลึกที่สุดอยู่นอกเมืองบึงกาฬไปทางหนองคายเล็กน้อย วิวโขงกว้างและเงียบสงบ
12:30
กลับเข้าเมืองกินข้าวเที่ยง ลองปลาแม่น้ำโขงกับลาบก้อยร้านในเมืองเติมพลังให้พอ ช่วงบ่ายต้องขับยาวลงสกลนคร
14:00
ออกเดินทางลงเมืองสกลนคร ผ่านพรเจริญ–เซกาขับราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมง แวะพักเข้าห้องน้ำและยืดขาได้ระหว่างทาง
17:00
ถึงเมืองสกลนคร เช็คอินที่พักในเมืองเมืองสกลมีโรงแรมหลายระดับ เลือกพักในเมืองจะใกล้พระธาตุเชิงชุมและร้านอาหาร
18:30
มื้อเย็นในเมืองสกล ลองหมูย่างเตาถ่านหรืออาหารอีสานท้องถิ่นเดินเล่นรอบพระธาตุเชิงชุมตอนค่ำได้ บรรยากาศเงียบสบาย

วันที่ 2 — สายวัดป่าและภูพาน

วันนี้คือหัวใจของทริป สกลนครเป็นเมืองสายกรรมฐานที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยพำนัก เลยมีวัดป่าสำคัญหลายแห่ง เราจัดสามวัดในวันเดียวโดยไล่จากในเมืองออกไปนอกเมือง เริ่มพระธาตุเชิงชุมกลางเมือง ต่อวัดป่าสุทธาวาส แล้วปิดท้ายด้วยวัดถ้ำผาแด่นบนภูพานช่วงบ่าย

วันที่ 2

พระธาตุเชิงชุม → วัดป่าสุทธาวาส → วัดถ้ำผาแด่น

08:00
ไหว้พระธาตุเชิงชุมกลางเมืองสกล กราบหลวงพ่อองค์แสนพระธาตุคู่เมืองสกลนคร อยู่ใจกลางเมือง เดินไหว้ได้สบาย แต่งกายสุภาพ
09:30
ไปวัดป่าสุทธาวาส ชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตวัดป่ากรรมฐานที่หลวงปู่มั่นเคยพำนักและมรณภาพ มีเจดีย์พิพิธภัณฑ์เก็บอัฐิและบริขาร
11:30
กินข้าวเที่ยงในเมืองก่อนขึ้นภูพาน เติมน้ำดื่มวัดถ้ำผาแด่นอยู่บนเขา ของกินด้านบนน้อย เตรียมน้ำและกินให้อิ่มก่อนขึ้น
13:00
ขับไปวัดถ้ำผาแด่น ตำบลดงมะไฟ ห่างเมืองราว 17 กิโลทางขึ้นวัดบนเขาชัน รถส่วนตัวขึ้นเองไม่ได้ ต้องจอดแล้วต่อรถสองแถวชุมชน
13:30
ต่อรถสองแถวชุมชนขึ้นวัด ค่าบริการราว 20 บาทต่อคนจ่ายเฉพาะขาขึ้น รถวิ่งเป็นรอบ รอคิวนิดหน่อยช่วงคนเยอะ
14:00
ชมประติมากรรมแกะสลักหินทรายเล่าเรื่องพุทธศาสนา และพระพุทธไสยาสน์งานแกะหินผาขนาดใหญ่บนหน้าผา วิวมองลงมาเห็นที่ราบสกลกว้างไกล
15:30
เก็บภาพวิวภูพาน แล้วต่อรถลงก่อนวัดปิด 16.30 น.วัดเปิดราว 08.00–16.30 น. อย่าขึ้นสายเกินจะไม่ทันลง
17:30
กลับเข้าเมืองสกล พักผ่อน หามื้อเย็นขาลงจากภูพานใช้เวลาพอควร เผื่อเวลาก่อนมืด ถนนเขาช่วงค่ำมองทางยาก

บอกตรงเรื่องการขึ้นวัดถ้ำผาแด่น

ทางขึ้นวัดเป็นถนนเขาชันที่ทางวัดและชุมชนไม่ให้รถนักท่องเที่ยวขับขึ้นเอง ต้องจอดด้านล่างแล้วนั่งรถสองแถวของชุมชนขึ้นไป ค่าโดยสารราว 20 บาทต่อคนเฉพาะขาขึ้น เผื่อเวลารอรถเป็นรอบ และแต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัด

วันที่ 3 — หนองหารและเกาะดอนสวรรค์

วันสุดท้ายปิดทริปด้วยหนองหาร ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน พื้นที่กว่า 77,000 ไร่ มีเกาะกลางน้ำกว่า 20 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งล่องเรือออกไปได้ บนเกาะมีโบสถ์เก่า ต้นยางนาใหญ่ และจุดสายมูที่คนพื้นที่นับถือ เช้านี้รับลมริมหนองหารแล้วลงเรือก่อนเดินทางกลับ

วันที่ 3

ริมหนองหาร → เกาะดอนสวรรค์ → เดินทางกลับ

06:30
ตื่นเช้าไปริมหนองหาร รับลมและชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลสาบช่วงเช้าตรู่ฟ้าสวยและอากาศเย็นสบาย เป็นจุดถ่ายรูปริมน้ำง่าย ๆ
08:00
หาข้าวเช้าแถวริมหนองหาร ลองของกินเช้าแบบคนสกลมีร้านกาแฟและร้านข้าวริมบึงให้นั่งชิลก่อนลงเรือ
09:00
ลงเรือออกเกาะดอนสวรรค์ ค่าเรือราว 100 บาทต่อคนเรือให้บริการราว 08.00–17.00 น. นั่งเรือไปเกาะใช้เวลาราว 15–20 นาที
09:30
เดินชมเกาะ โบสถ์เก่า ต้นตะเคียนคู่ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เกาะร่มรื่นด้วยต้นยางนาใหญ่ เป็นจุดสายมูที่ชาวบ้านศรัทธา เดินเบา ๆ ไม่เหนื่อย
11:00
นั่งเรือกลับฝั่ง เก็บของ เตรียมเดินทางเช็กรอบเรือกับคนเรือไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องรอนานตอนกลับ
12:00
กินข้าวเที่ยงในเมืองสกล แล้วออกเดินทางกลับขากลับมุ่งหน้าอุดรธานีเพื่อต่อรถ/บิน หรือกลับขึ้นบึงกาฬตามแผน เผื่อเวลาเพราะระยะไกล

เช็กเรื่องเรือก่อนไป

เรือออกเกาะดอนสวรรค์ส่วนใหญ่ขึ้นกับจำนวนคนและสภาพอากาศ วันลมแรงหรือฝนตกหนักอาจงดวิ่ง ถ้าตั้งใจไปเกาะให้สอบถามท่าเรือล่วงหน้า และไปช่วงเช้าจะมีโอกาสได้เรือมากกว่าช่วงบ่าย

ถ้ามีเวลาเหลือเพิ่มอีกวัน

ถ้ายืดทริปได้เป็น 4 วัน มีอีกหลายจุดที่จับเข้าเส้นเดียวกันได้ ทั้งฝั่งสกลนครและขากลับขึ้นบึงกาฬ เลือกเสริมตามแรงและความสนใจ ไม่ต้องเก็บครบทุกที่

  • พระธาตุภูเพ็ก — ปราสาทขอมโบราณบนภูพาน ห่างเมืองสกลราว 22 กิโล ต้องเดินบันไดหลายร้อยขั้นขึ้นไป วิวที่ราบสกลกว้าง เหมาะสายประวัติศาสตร์
  • หินสามวาฬ บึงกาฬ — กลุ่มหินรูปวาฬริมหน้าผาภูสิงห์ จุดถ่ายรูปขึ้นชื่อของบึงกาฬ เก็บตอนขากลับขึ้นเหนือได้
  • ภูทอก บึงกาฬ — สะพานไม้เวียนรอบภูเขา 7 ชั้นสายบุญ อยู่ฝั่งบึงกาฬ เหมาะแวะถ้าวกกลับทางบึงกาฬ
  • วัดป่าอื่น ๆ ในสกล — สายกรรมฐานยังมีวัดป่าอีกหลายแห่งรอบเมือง ถ้าชอบบรรยากาศสงบเลือกแวะเพิ่มได้

ช่วงเวลาที่เหมาะไป

เส้นนี้ไปได้เกือบทั้งปี แต่ละช่วงให้บรรยากาศต่างกัน หน้าหนาวราวพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็นสบายที่สุด เดินวัดและล่องเรือไม่ร้อน ริมหนองหารเช้า ๆ มีหมอกบาง ๆ สวย หน้าฝนราวมิถุนายนถึงตุลาคมต้นไม้เขียวภูพานชุ่มฉ่ำ แต่ทางขึ้นวัดถ้ำผาแด่นและลานหินอาจลื่น ส่วนหน้าร้อนเดินวัดกลางวันจะร้อนจัด แนะนำเที่ยวเช้ากับเย็น

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน

  • ที่พัก 2 คืน — ราว 1,000–3,000 บาท (โรงแรมในเมืองสกลและบึงกาฬมีให้เลือกหลายระดับ หารกันแล้วถูกลง)
  • ค่าเข้า/ค่าเรือ — วัดส่วนใหญ่ทำบุญตามศรัทธา รถสองแถวขึ้นวัดถ้ำผาแด่นราว 20 บาท ค่าเรือเกาะดอนสวรรค์ราว 100 บาทต่อคน
  • ค่าอาหาร — ราว 600–1,000 บาทต่อคนสำหรับ 3 วัน กินแบบท้องถิ่น
  • ค่าน้ำมัน/เช่ารถ — ขึ้นกับจุดเริ่ม เผื่อค่าน้ำมันเพราะวิ่งข้ามจังหวัดและหลายอำเภอ

จับคู่ที่เที่ยวในเส้นนี้

ถ้าอยากได้แพลนเที่ยวบึงกาฬแบบอื่น ลองดูทริปถ้ำนาคา–ภูลังกาที่เน้นเดินป่าสายมู หรือแพลนชมวิวหินสามวาฬ จะเลือกผสมกับเส้นสกลนครนี้ได้ตามวันที่มี

อยากได้แพลนบึงกาฬแบบอื่นหรือดูที่พักเพิ่ม ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬฉบับเต็มได้เลย

ดูคู่มือเที่ยวบึงกาฬ →

คำถามที่พบบ่อย

จากบึงกาฬไปสกลนครไกลแค่ไหน ขับรถกี่ชั่วโมง?

จากตัวเมืองบึงกาฬไปเมืองสกลนครราว 180–200 กิโลเมตร ขับรถราว 2 ชั่วโมงครึ่งถึงสามชั่วโมงแบบไม่เร่ง ผ่านอำเภอพรเจริญและเซกาลงมาเขตสกล สองจังหวัดอยู่ติดกัน เที่ยวต่อเนื่องกันในทริปเดียวได้สบาย

ทริปบึงกาฬ–สกลนครนี้ต้องมีรถส่วนตัวไหม?

แนะนำให้มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถขับเอง เพราะวัดป่าหลายแห่งและท่าเรือหนองหารอยู่นอกเส้นรถประจำทาง ถ้าไม่มีรถจะต้องต่อรถในเมืองหลายช่วงและเสียเวลามาก เช่ารถมักสะดวกกว่าถ้าเริ่มจากอุดรธานีหรือสกลนคร

วัดถ้ำผาแด่นขับรถขึ้นเองได้ไหม เปิดกี่โมง?

ขับขึ้นเองไม่ได้ ทางขึ้นเป็นถนนเขาชันที่ทางวัดและชุมชนให้จอดรถด้านล่างแล้วต่อรถสองแถวของชุมชนขึ้นไป ค่าโดยสารราว 20 บาทต่อคนเฉพาะขาขึ้น วัดเปิดราว 08.00–16.30 น. ควรขึ้นแต่เช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพื่อให้ทันลงก่อนปิด

ไปเกาะดอนสวรรค์กลางหนองหารยังไง ค่าเรือเท่าไหร่?

ลงเรือจากท่าริมหนองหาร ค่าเรือราว 100 บาทต่อคน เรือให้บริการราว 08.00–17.00 น. นั่งไปเกาะใช้เวลาราว 15–20 นาที บนเกาะมีโบสถ์เก่า ต้นยางนาใหญ่ และจุดสายมูที่คนพื้นที่นับถือ วันลมแรงหรือฝนตกหนักเรืออาจงดวิ่ง ควรสอบถามท่าเรือก่อน

วัดป่าสุทธาวาสคือวัดอะไร ทำไมคนนิยมไป?

วัดป่าสุทธาวาส ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร เป็นวัดป่ากรรมฐานที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยพำนักและมรณภาพ ภายในมีเจดีย์พิพิธภัณฑ์เก็บอัฐิและบริขารของหลวงปู่มั่น เป็นจุดที่สายบุญและสายกรรมฐานนิยมมากราบไหว้

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ