หน้าแรก จุดหมาย ปัตตานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยปัตตานีมัสยิดกรือเซะ ซากมัสยิดอิฐคู่เมืองปัตตานี
🕌 ที่เที่ยวปัตตานี

มัสยิดกรือเซะ
ซากมัสยิดอิฐคู่เมืองปัตตานี

มัสยิดกรือเซะคือ ซากมัสยิดอิฐสีแดงเก่าแก่กว่า 400 ปี ที่สร้างค้างไว้ไม่เสร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ตั้งตระหง่านอยู่ริมทางหลวงสายปัตตานี-นราธิวาส ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 7 กิโลเมตร เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์ แต่อยู่ที่ผนังอิฐเปลือยกับเสาโค้งแหลมที่ยังตั้งอยู่ และตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่เล่าสืบกันมาว่าทำไมมัสยิดนี้ถึงไม่เคยสร้างเสร็จ บทความนี้รวมทั้งประวัติ ตำนาน สถาปัตยกรรม การเดินทาง และข้อควรรู้ก่อนไปจริง

🕌 โบราณสถานกว่า 400 ปี📜 ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว🧱 มัสยิดอิฐสร้างค้าง
มัสยิดกรือเซะ ซากมัสยิดอิฐคู่เมืองปัตตานี

🔄 อัปเดตล่าสุด 12 มิ.ย. 2026

ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กของปัตตานี ภาพแรกที่คนนึกถึงมักเป็นมัสยิดกรือเซะ เพราะมันเป็นทั้งโบราณสถานเก่าแก่และเป็นจุดที่เรื่องเล่าสองวัฒนธรรมมาบรรจบกัน ทั้งฝั่งมุสลิม-มลายูและฝั่งจีน ตัวมัสยิดเป็นอาคารอิฐสีแดงที่เหลือแต่โครงผนังกับเสา ไม่มีหลังคาและโดมที่สมบูรณ์ เดินชมรอบ ๆ ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้ารู้เรื่องราวเบื้องหลังแล้วมายืนมอง จะรู้สึกถึงน้ำหนักของประวัติศาสตร์ที่ค้างคาอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

ประวัติมัสยิดกรือเซะ

มัสยิดกรือเซะ (บางทีเขียนว่า กรือเซ๊ะ) เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่นักประวัติศาสตร์ประเมินว่ามีอายุราว 400 ปีขึ้นไป สร้างขึ้นในยุคที่ปัตตานียังเป็นเมืองท่าค้าขายที่รุ่งเรืองของรัฐสุลต่านปาตานี ช่วงเวลาการสร้างที่แน่ชัดยังเป็นที่ถกเถียง บางหลักฐานบอกว่าสร้างในรัชสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ บางส่วนว่าสร้างในสมัยรายาบีรู สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือมัสยิดนี้ สร้างไม่เสร็จ และถูกทิ้งร้างลงหลังศูนย์กลางการปกครองย้ายออกไป จนเหลือเพียงซากผนังและเสาให้เห็นมาจนปัจจุบัน

ปัจจุบันมัสยิดกรือเซะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร มีการบูรณะเสริมโครงสร้างให้คงสภาพ แต่ยังคงรูปลักษณ์ "สร้างค้าง" เอาไว้ตามเดิม ทำให้ที่นี่เป็นทั้งสถานที่ทางประวัติศาสตร์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนในพื้นที่ให้ความเคารพ

🎟️

อยากเที่ยว ปัตตานี ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ปัตตานี ทั้งหมด (Klook)

ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว — ทำไมมัสยิดถึงสร้างไม่เสร็จ

เรื่องเล่าที่ทำให้มัสยิดกรือเซะเป็นที่รู้จักไปทั่ว คือตำนานของ เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เล่ากันว่ามีพ่อค้าชาวจีนชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม ล่องเรือมาค้าขายแล้วตั้งรกรากที่กรือเซะ แต่งงานกับธิดาเจ้าเมืองและเข้ารับศาสนาอิสลาม จนได้เป็นผู้ดูแลการสร้างมัสยิดแห่งนี้ ฝ่ายน้องสาวคือลิ้มกอเหนี่ยว เดินทางข้ามทะเลมาจากเมืองจีนเพื่อตามพี่ชายกลับบ้าน แต่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมไม่ยอมกลับ เพราะติดภารกิจสร้างมัสยิดที่ยังไม่เสร็จ

ด้วยความเสียใจ ลิ้มกอเหนี่ยวจึงผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ใกล้มัสยิด พร้อมสาปแช่งว่ามัสยิดแห่งนี้จะสร้างไม่มีวันสำเร็จ เรื่องเล่าว่าหลังจากนั้นทุกครั้งที่การก่อสร้างใกล้เสร็จ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่หลังคาและโดม เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งจนต้องเลิกสร้างไปในที่สุด ภายหลังชาวบ้านนำไม้จากต้นที่ลิ้มกอเหนี่ยวสิ้นใจมาแกะสลักเป็นรูปบูชา และสร้างศาลเจ้าขึ้น กลายเป็นที่มาของการเคารพ "เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" มาจนทุกวันนี้

บอกตรง ๆ เรื่องตำนานกับข้อเท็จจริง

ตำนานคำสาปฟ้าผ่าเป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านที่เพิ่มสีสันให้สถานที่ ส่วนการสำรวจทางโบราณคดีของกรมศิลปากรอธิบายว่าโดมที่พังลงน่าจะมาจากโครงสร้างที่ยังก่อไม่เสร็จและน้ำหนักไม่สมดุลมากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติ ทั้งสองเรื่องอยู่ด้วยกันได้ มาเที่ยวก็ฟังตำนานเพลิน ๆ ขณะที่เข้าใจที่มาเชิงประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน

สถาปัตยกรรมที่ต้องสังเกต

จุดที่ทำให้มัสยิดกรือเซะแตกต่างจากมัสยิดทั่วไป คือมันก่อด้วยอิฐสีแดงเปลือยทั้งหลัง ไม่ฉาบปูนปิดผิว ทำให้เห็นเนื้ออิฐและร่องรอยกาลเวลาชัดเจน ลองสังเกตรายละเอียดเหล่านี้ตอนเดินชม

  • เสาและซุ้มโค้งแหลม — เสากลมก่ออิฐรองรับซุ้มโค้งทรงแหลม ได้อิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันออกกลางผสมเปอร์เซีย ดูคล้ายซุ้มโค้งแบบโกธิกของยุโรปแต่เป็นงานช่างมลายู
  • โดมที่สร้างค้าง — ส่วนโดมประธานพังทลายลงและไม่ได้สร้างต่อ เหลือเพียงฐานและโครงให้เห็นว่าเดิมตั้งใจจะทำเป็นโดมโค้ง
  • ผนังอิฐหนา — ผนังก่ออิฐหนาแบบอาคารโบราณ บางช่วงยังเห็นช่องหน้าต่างโค้งและร่องรอยการเสริมโครงสร้างจากการบูรณะ
  • สีอิฐกับแสง — ช่วงเช้าและเย็นแสงเฉียงจะทำให้อิฐสีแดงเข้มขึ้น เป็นมุมถ่ายรูปที่คนชอบ

เคารพสถานที่

มัสยิดกรือเซะยังเป็นศาสนสถานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม-มลายูในพื้นที่ แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ผู้หญิงควรเตรียมผ้าคลุมผมไว้ ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด พูดเบา ๆ และถามก่อนถ่ายรูปคนในพื้นที่

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (เล่งจูเกียง) ใกล้ ๆ

ถ้ามาถึงกรือเซะแล้ว อีกที่ที่มักเที่ยวต่อเป็นคู่กันคือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง ที่อยู่ในตัวเมืองปัตตานี เป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่ผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหลังตรุษจีน ที่มีพิธีลุยไฟและแห่รอบเมือง เป็นงานประเพณีใหญ่ที่ดึงคนจากทั่วภาคใต้และมาเลเซียมาร่วม การได้ไปทั้งซากมัสยิดและศาลเจ้าในวันเดียว ทำให้เข้าใจตำนานสองฝั่งได้ครบทั้งเรื่อง

การเดินทางไปมัสยิดกรือเซะ

มัสยิดกรือเซะอยู่ที่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (สายปัตตานี-นราธิวาส) ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 7 กิโลเมตร เดินทางไม่ยากเพราะอยู่ติดถนนใหญ่

  • รถยนต์ส่วนตัว/รถเช่า — สะดวกที่สุด จากตัวเมืองปัตตานีใช้ทางหลวง 42 มุ่งหน้านราธิวาส ราว 10–15 นาทีก็ถึง มีลานจอดรถหน้ามัสยิด
  • มอเตอร์ไซค์เช่า — เหมาะถ้ามาคนเดียวหรือสองคน คล่องตัว แต่ควรขับระวังเพราะเป็นถนนสายหลักรถวิ่งเร็ว
  • รถสองแถว/รถตู้ท้องถิ่น — มีรถวิ่งเส้นปัตตานี-นราธิวาสผ่านหน้ามัสยิด สอบถามคนขับให้ลงป้ายกรือเซะได้
  • แท็กซี่/รถรับจ้างเหมา — ถ้าไม่อยากขับเอง เหมารถจากตัวเมืองไป-กลับ หรือจ้างพาเที่ยวหลายจุดในวันเดียวได้ ราคาตกลงกันก่อน

เช็กสถานการณ์ก่อนเดินทาง

ปัตตานีอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ ก่อนวางแผนไปจริงแนะนำให้ติดตามข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัย/สถานการณ์ล่าสุดจากหน่วยงานราชการและสื่อท้องถิ่นก่อน เลือกเดินทางช่วงกลางวัน วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และเผื่อสอบถามคนในพื้นที่หรือที่พักเรื่องจุดที่ควรเลี่ยง โดยทั่วไปแหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างมัสยิดกรือเซะมีคนเที่ยวเป็นปกติ แต่การเตรียมตัวและตรวจสอบก่อนช่วยให้เที่ยวสบายใจขึ้น

ข้อควรรู้และเวลาที่เหมาะ

  • เวลาเปิด — เป็นโบราณสถานกลางแจ้ง เข้าชมได้ในเวลากลางวัน แนะนำช่วงเช้าถึงบ่ายแก่ ๆ ไม่มีค่าเข้าชม
  • ใช้เวลาเที่ยว — เดินชมตัวมัสยิดราว 30–45 นาที ถ้ารวมศาลเจ้าเล่งจูเกียงในเมืองเผื่อครึ่งวัน
  • ช่วงเช้า-เย็น — แสงเฉียงทำให้ผนังอิฐสวยและอากาศไม่ร้อนจัด กลางวันแดดแรงและร้อนแบบภาคใต้
  • เตรียมตัว — น้ำดื่ม หมวก/ร่มกันแดด รองเท้าเดินสบาย และเสื้อผ้าสุภาพปิดไหล่ปิดเข่า

อยากเที่ยวปัตตานีแบบครบทั้งของกิน เมืองเก่า และทะเล

ดูคู่มือเที่ยวปัตตานี →

คำถามที่พบบ่อย

มัสยิดกรือเซะอยู่ที่ไหน เดินทางยังไง?

อยู่ที่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี ริมทางหลวงหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) ห่างจากตัวเมืองราว 7 กิโลเมตร ขับรถจากตัวเมืองราว 10–15 นาที มีลานจอดหน้ามัสยิด หรือนั่งรถสองแถว/รถตู้สายปัตตานี-นราธิวาสลงป้ายกรือเซะ

ทำไมมัสยิดกรือเซะถึงสร้างไม่เสร็จ?

ตามตำนานเล่าว่าเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวสาปแช่งไว้ ทำให้ทุกครั้งที่ใกล้เสร็จก็มีฟ้าผ่าโดมพัง ส่วนคำอธิบายเชิงประวัติศาสตร์/โบราณคดีระบุว่าน่าจะมาจากโครงสร้างที่ยังก่อไม่เสร็จและน้ำหนักไม่สมดุล ประกอบกับการย้ายศูนย์กลางการปกครองและความไม่สงบในยุคนั้น มัสยิดจึงถูกทิ้งค้างไว้

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเกี่ยวอะไรกับมัสยิดกรือเซะ?

ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นน้องสาวของลิ้มโต๊ะเคี่ยม พ่อค้าจีนผู้ดูแลการสร้างมัสยิด เธอเดินทางมาตามพี่ชายกลับเมืองจีนแต่ไม่สำเร็จ จึงผูกคอตายพร้อมสาปแช่งให้มัสยิดสร้างไม่เสร็จ ภายหลังชาวบ้านสร้างศาลเจ้าบูชาเป็นเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว (ศาลเจ้าเล่งจูเกียง) ในตัวเมืองปัตตานี

เข้าชมมัสยิดกรือเซะเสียค่าเข้าไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?

เป็นโบราณสถานกลางแจ้ง เข้าชมได้ฟรีในเวลากลางวัน เดินชมตัวมัสยิดราว 30–45 นาที ถ้าอยากเที่ยวต่อศาลเจ้าเล่งจูเกียงในเมืองด้วย เผื่อเวลาไว้ครึ่งวัน

ไปเที่ยวปัตตานีตอนนี้ปลอดภัยไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ปัตตานีอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้ แนะนำให้ติดตามข่าวสารและประกาศด้านความปลอดภัยล่าสุดก่อนเดินทาง เลือกเที่ยวช่วงกลางวัน วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และสอบถามคนในพื้นที่หรือที่พักเรื่องจุดที่ควรเลี่ยง แหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างมัสยิดกรือเซะมีคนเที่ยวตามปกติ และควรแต่งกายสุภาพเคารพวัฒนธรรมมุสลิม-มลายู

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ