หน้าแรก จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ดร้อยเอ็ด–มหาสารคาม ตามรอยข้าวหอมมะลิและวัฒนธรรมอีสาน 2 วัน 1 คืน
🌾 แพลนข้ามจังหวัด

ร้อยเอ็ด–มหาสารคาม
ตามรอยข้าวหอมมะลิและวัฒนธรรมอีสาน 2 วัน 1 คืน

ร้อยเอ็ดกับมหาสารคามเป็นบ้านพี่เมืองน้องที่อยู่ติดกัน ตัวเมืองสองจังหวัดห่างกันแค่ราว 35–40 กิโล วิ่งทางหลวงหมายเลข 23 (ถนนแจ้งสนิท) เป็นเส้นตรง ขับไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง ทริปนี้เราจับสองเมืองมาร้อยเป็นเส้นเดียว โดยมีเส้นเรื่องเป็น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งนาผืนใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งสองจังหวัด และเป็นแหล่งข้าวหอมที่ได้ขึ้นทะเบียน GI วันแรกอยู่ฝั่งร้อยเอ็ด ขึ้นหอโหวด 101 ชมเมือง เดินบึงพลาญชัย แล้วลงไปกู่กาสิงห์กับขอบทุ่งกุลาร้องไห้ที่เกษตรวิสัย วันที่สองข้ามไปมหาสารคาม ไหว้พระธาตุนาดูนทรงทวารวดี เดินกู่เขมรเก่า ปิดท้ายด้วยของฝากข้าวหอมและผ้าไหม นี่คือแพลนที่จัดเวลา–ระยะทางให้แล้ว ไม่ต้องนั่งวางเอง

🌾 ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้🗼 หอโหวด 101 + บึงพลาญชัย🛕 กู่เขมร + พระธาตุนาดูน
ร้อยเอ็ด–มหาสารคาม ตามรอยข้าวหอมมะลิและวัฒนธรรมอีสาน 2 วัน 1 คืน

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

เส้นทางนี้เหมาะกับคนมีรถ เพราะจุดเที่ยวหลายจุดกระจายอยู่ตามอำเภอรอบนอก ฝั่งร้อยเอ็ดของดีอยู่คนละทิศ หอโหวดกับบึงพลาญชัยอยู่กลางเมืองเดินไล่ได้ ส่วนกู่กาสิงห์กับขอบทุ่งกุลาร้องไห้อยู่อำเภอเกษตรวิสัยทางใต้ ฝั่งมหาสารคามมีพระธาตุนาดูนและกู่สันตรัตน์ที่อำเภอนาดูน ระยะทางร้อยเอ็ด–มหาสารคามอยู่ราว 35–40 กิโลตามทางหลวง 23 ขับประมาณ 40 นาทีถึงชั่วโมง เราเลยวางให้นอนค้างในตัวเมืองร้อยเอ็ด 1 คืน เก็บของดีร้อยเอ็ดวันแรกให้เต็มอิ่ม แล้วค่อยข้ามไปมหาสารคามวันที่สองก่อนเดินทางกลับ

ภาพรวมทริปและการเดินทาง

  • ระยะเวลา — 2 วัน 1 คืน กำลังพอดี เที่ยวสบาย ไม่ต้องเร่ง ถ้าอยากเก็บครบทุกจุดขยายเป็น 3 วัน 2 คืนได้
  • พาหนะ — รถส่วนตัวสะดวกที่สุด เพราะจุดเที่ยวอย่างกู่กาสิงห์และพระธาตุนาดูนอยู่ตามอำเภอรอบนอก ถ้าไม่มีรถ มีรถบัสและรถตู้สายขอนแก่น–มหาสารคาม–ร้อยเอ็ดวิ่งระหว่างเมือง แต่ในเมืองและอำเภอรอบนอกต้องต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเรียกรถเอง
  • เส้นทางหลัก — ร้อยเอ็ด–มหาสารคามวิ่งทางหลวงหมายเลข 23 (ถนนแจ้งสนิท) เป็นเส้นตรง ถนนดี
  • ร้อยเอ็ด → มหาสารคาม — ราว 35–40 กิโล ขับประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
  • ค่าเข้าชม — พระธาตุ วัด และกู่ส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าเข้า หอโหวด 101 ชั้นชมวิวด้านบนเก็บราว 50 บาท กู่สันตรัตน์เก็บค่าเข้าหลักสิบบาท

ทำไมต้องเอาข้าวหอมมะลิมาเป็นแกนของทริป เพราะทุ่งกุลาร้องไห้คือทุ่งนาผืนใหญ่กว่าสองล้านไร่ที่คาบเกี่ยวถึง 5 จังหวัด รวมทั้งร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ดินเค็มและแล้งของที่นี่กลับทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ออกกลิ่นหอมเป็นพิเศษ จนได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2550 เวลาขับผ่านทุ่งช่วงปลายฝน นาข้าวเขียวสุดลูกหูลูกตา ส่วนช่วงพฤศจิกายนจะกลายเป็นทุ่งทองตอนข้าวสุก เป็นวิวอีสานที่ดูเรียบแต่จำได้

วันที่ 1

ร้อยเอ็ด — หอชมเมือง บึงกลางเมือง และทุ่งกุลาร้องไห้

08:30
บึงพลาญชัย (สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์) — เดินเล่นริมบึงใจกลางเมืองบึงน้ำใหญ่กลางเมืองร้อยเอ็ด มีเกาะกลางบึง ลู่เดิน ปั่นเรือเป็ด และสวนไม้ดอก ตอนเช้าอากาศสบาย เดินถ่ายรูปได้เพลิน ไม่เก็บค่าเข้า เริ่มวันแบบชิล ๆ ก่อนเก็บจุดอื่น
09:30
หอโหวด 101 (Roi Et Tower) — หอชมเมืองสูงกว่า 101 เมตรตั้งอยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ติดบึงพลาญชัย ชื่อ "โหวด" มาจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ชั้นล่างเข้าฟรี ชั้นชมวิวด้านบนเก็บราว 50 บาท ขึ้นไปเห็นเมืองร้อยเอ็ดและบึงรอบทิศ มีลานสกายวอล์กพื้นกระจกและกิจกรรมซิปไลน์สำหรับคนชอบเสียวด้วย
11:00
วัดบูรพาภิราม — ไหว้พระพุทธรูปยืนสูง พระพุทธรัตนมงคลมหามุนีพระพุทธรูปยืนองค์สูงเป็นแลนด์มาร์กของเมืองร้อยเอ็ด อยู่ไม่ไกลจากบึงพลาญชัย แวะไหว้พระต่อจากหอโหวดได้สบาย ไม่เก็บค่าเข้า
12:00
กินข้าวกลางวันในเมือง — ร้านอีสานริมบึงพลาญชัยรอบบึงมีร้านอีสานหลายร้าน ลองส้มตำปลาร้า ลาบ ไก่ย่าง กับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ของจริงในถิ่นที่ปลูก เติมพลังก่อนลงทุ่งกุลาร้องไห้ตอนบ่าย
13:30
ขับลงอำเภอเกษตรวิสัย เข้าขอบทุ่งกุลาร้องไห้จากตัวเมืองร้อยเอ็ดลงใต้ราว 60 กิโล ผ่านนาข้าวเป็นแนวยาว ช่วงปลายฝนนาเขียว ช่วงพฤศจิกายนข้าวสุกเป็นทุ่งทอง เป็นวิวอีสานที่เหมาะแวะจอดถ่ายรูประหว่างทาง
15:00
กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย — ปราสาทขอมหินทรายกลางทุ่งกุลาร้องไห้ปราสาทขอมศิลปะบาปวน มีปรางค์ 3 องค์เรียงบนฐานเดียวกันหันหน้าทางทิศตะวันออก สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านกู่กาสิงห์ที่ยังทอผ้าไหมและทำนาข้าวหอมมะลิ เข้าชมฟรี เดินถ่ายรูปได้สบาย
16:30
เดินเล่นชุมชนบ้านกู่กาสิงห์ ดูวิถีคนทุ่งกุลาชุมชนนี้ปั้นมัคคุเทศก์น้อยและทำโฮมสเตย์ มีกลุ่มทอผ้าไหมและกู่เล็ก ๆ อย่างกู่โพนระฆังกระจายในละแวก ใครสนใจประวัติศาสตร์–ผ้าไหมแวะคุยกับชาวบ้านได้
17:30
ขับกลับเข้าเมืองร้อยเอ็ด เช็กอินที่พักที่พักร้อยเอ็ดส่วนใหญ่อยู่รอบบึงพลาญชัยและย่านกลางเมือง เก็บของแล้วพักหายเหนื่อยก่อนออกหาของกินเย็น
18:30
ของกินเย็นริมบึงพลาญชัยตอนเย็นบึงพลาญชัยมีน้ำพุและบรรยากาศคนเดินเล่น รอบบึงมีร้านอีสานและคาเฟ่ที่มองเห็นหอโหวดติดไฟ ลองต้มแซ่บ ลาบ ส้มตำ เป็นมื้อเย็นอีสานแท้

เคล็ดลับวันแรก

ถ้าออกเช้าได้ ให้เก็บในเมือง (บึงพลาญชัย หอโหวด วัดบูรพาภิราม) ช่วงเช้าถึงเที่ยง แล้วค่อยลงเกษตรวิสัยตอนบ่าย เพราะแสงบ่ายอ่อน ๆ ทำให้ทุ่งนาและกู่กาสิงห์ถ่ายรูปสวย ขากลับเข้าเมืองช่วงเย็นพอดี ใครไม่อยากขับไกล จะตัดกู่กาสิงห์ออกแล้วเก็บเมืองร้อยเอ็ดชิล ๆ ทั้งวันก็ได้ ไว้เผื่อมาทริปหน้า

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ร้อยเอ็ด ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ร้อยเอ็ด ทั้งหมด (Klook)

ของกินอีสานสองเมืองที่ควรลอง

ทั้งร้อยเอ็ดและมหาสารคามคืออีสานแท้ ของกินเลยวนอยู่กับส้มตำ ลาบ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และปลาร้า ที่พิเศษคือได้กินข้าวหอมมะลิในถิ่นที่ปลูกจริง นี่คือของกินที่เราอยากให้ลองระหว่างทริป เรียงจากที่หากินง่ายและคนพื้นที่กินจริงเป็นหลัก

1

ส้มตำปลาร้า + ข้าวเหนียว

ทุกมื้อ · เริ่ม ฿20–60

หัวใจของมื้ออีสาน ครกตำสด ๆ ใส่ปลาร้าหอม ๆ กินกับข้าวเหนียวร้อน หาได้ทุกตลาดและร้านริมทาง ในร้อยเอ็ดร้านส้มตำริมบึงพลาญชัยมีให้เลือกหลายเจ้า

อีสานแท้ต้องลอง
2

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้

ของกิน + ของฝาก

ไม่ใช่จานเดียว แต่เป็นข้าวที่ติดมากับทุกมื้อ ข้าวหอมมะลิ GI จากทุ่งกุลามีกลิ่นหอมเด่น กินกับลาบหรือส้มตำแล้วต่างจากข้าวทั่วไป ซื้อกลับเป็นของฝากได้ด้วย

GIของฝาก
3

ลาบ–ก้อย เนื้อ/หมู

มื้อกลางวัน–เย็น · เริ่ม ฿50–80

ลาบรสจัดคลุกข้าวคั่วและสมุนไพร กินคู่ผักสดและข้าวเหนียว เป็นจานที่คนอีสานสั่งประจำ ร้านลาบในเมืองทั้งสองจังหวัดมีให้เลือกเยอะ

อีสานแท้
4

ไก่ย่าง–คอหมูย่าง

ทุกมื้อ · เริ่ม ฿60–120

ไก่ย่างหมักเครื่องย่างหอม กินกับน้ำจิ้มแจ่วและข้าวเหนียว เป็นของคู่ส้มตำที่ขาดไม่ได้ ร้านริมทางแถบทุ่งกุลามีย่างสด ๆ ขายตลอด

อีสานแท้ย่าง
5

ต้มแซ่บ–ต้มเครื่องใน

มื้อเย็น · เริ่ม ฿80–150

ซุปร้อนรสเปรี้ยวเผ็ด ใส่เครื่องในหรือกระดูกอ่อน หอมใบมะกรูดและตะไคร้ เป็นมื้อเย็นยอดนิยมริมบึงพลาญชัย ซดร้อน ๆ ช่วงค่ำกำลังดี

มื้อเย็น
6

อาหารอีสานฟิวชันริมบึง

มื้อเย็น · นั่งชิล

ร้านรุ่นใหม่ในร้อยเอ็ดอย่าง Tara ริมบึงพลาญชัยและร้านสาย craft อย่าง Hed ปรับวัตถุดิบอีสานให้กินง่ายขึ้นแต่ยังได้กลิ่นถิ่น เหมาะมื้อนั่งยาวบรรยากาศดี

บรรยากาศดีริมบึง
7

คาเฟ่ริมบึง–ขนมโฮมเมด

ของว่างบ่าย

ช่วงบ่ายแวะคาเฟ่ริมบึงพลาญชัยที่มองเห็นหอโหวด มีทั้งร้านปูนเปลือยและร้านสายสวน เครื่องดื่มกับเค้กพอแก้ง่วงก่อนเที่ยวต่อ

คาเฟ่พักเบรก
8

ขนมจีนน้ำยา–อาหารพื้นถิ่นมหาสารคาม

มื้อเช้า · เริ่ม ฿35–60

ฝั่งมหาสารคามมีตลาดเช้าและร้านพื้นถิ่นรอบมหาวิทยาลัย ลองขนมจีนน้ำยาและของกินเช้าแบบอีสานก่อนลงนาดูน อิ่มราคาเบา

มหาสารคามมื้อเช้า
วันที่ 2

มหาสารคาม — พระธาตุพันปีและกู่เขมรที่นาดูน

08:00
เช็กเอาต์ ขับข้ามไปมหาสารคามทางถนนแจ้งสนิทจากร้อยเอ็ดวิ่งทางหลวง 23 เข้าตัวเมืองมหาสารคาม ราว 35–40 กิโล ขับ 40 นาทีถึงชั่วโมง แวะกินข้าวเช้าหรือซื้อกาแฟติดรถได้
09:00
ผ่านเมืองมหาสารคาม มุ่งหน้าอำเภอนาดูนนาดูนอยู่ทางใต้ของตัวเมืองมหาสารคามราว 60–65 กิโล ขับประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทางผ่านทุ่งนาเป็นช่วง ๆ
10:30
พระธาตุนาดูน อ.นาดูน — พระธาตุทรงเจดีย์กลม ศิลปะทวารวดี ใจกลางพุทธมณฑลอีสานที่นี่เคยขุดพบพระบรมสารีริกธาตุและโบราณวัตถุทวารวดีจำนวนมาก รอบพระธาตุร่มรื่น มีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา สวนรุกขชาติและสวนสมุนไพรให้เดิน ไม่เก็บค่าเข้า
11:45
กู่สันตรัตน์ อ.นาดูน — ปราสาทขอมหินทรายสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7สร้างเป็นอโรคยาศาล (สถานพยาบาลชุมชนสมัยโบราณ) ตามแนวเส้นทางอารยธรรมขอม ตัวกู่เล็กแต่สมบูรณ์ ค่าเข้าหลักสิบบาท เป็นกู่คู่กับกู่กาสิงห์ที่เห็นเมื่อวาน ต่อเรื่องขอมได้พอดี
12:30
กินข้าวกลางวัน — ร้านอีสานแถวนาดูนหรือระหว่างทางกลับเมืองลองส้มตำ ลาบ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ตามร้านพื้นถิ่น ราคาจานละหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ อิ่มสบายกระเป๋า
14:00
แวะของฝากข้าวหอมมะลิและผ้าไหมก่อนกลับปิดทริปด้วยของฝากที่ตรงธีม — ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI ผ้าไหมอีสาน หมูยอ ไส้กรอกอีสาน หาซื้อได้ทั้งฝั่งมหาสารคามและตอนผ่านร้อยเอ็ด
15:00
ทางเลือก — แวะตัวเมืองมหาสารคามก่อนเดินทางกลับถ้ายังมีแรง แวะวัดในเมืองหรือคาเฟ่รอบมหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ ย่านนี้มีร้านนักศึกษาราคาเบาเยอะ ก่อนขึ้นเส้นทางกลับบ้าน

เคล็ดลับวันที่สอง

พระธาตุนาดูนกับกู่สันตรัตน์อยู่อำเภอนาดูนทางใต้ของตัวเมืองมหาสารคาม ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง เผื่อเวลาขับขึ้น–ลงราวชั่วโมงต่อเที่ยว ถ้าออกจากร้อยเอ็ดเช้าหน่อยจะเที่ยวนาดูนได้สบายแล้วกลับทันก่อนค่ำ ใครเริ่มสายอาจเก็บแค่พระธาตุนาดูนจุดเดียวแล้วเน้นของฝากกับตัวเมืองแทน

ขึ้นหอโหวด 101 ต้องรู้อะไรบ้าง

หอโหวด 101 เป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองร้อยเอ็ดที่หลายคนมาเพื่อขึ้นไปชมวิวเมืองจากที่สูง ตัวหออยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ติดบึงพลาญชัย เดินต่อจากบึงได้เลย ก่อนไปมีบางอย่างที่รู้ไว้จะวางเวลาง่ายขึ้น

  • ชั้นล่างเข้าฟรี ชั้นบนเสียเงิน — ชั้นชมวิวด้านบนเก็บค่าเข้าราว 50 บาท ส่วนชั้นล่างเดินดูได้ฟรี
  • มีสกายวอล์กพื้นกระจก — ใครกลัวความสูงเดินช้า ๆ จับราวได้ วิวเห็นบึงพลาญชัยและเมืองรอบทิศ
  • ซิปไลน์เปิดเป็นช่วง — สำหรับคนชอบเสียว เปิดเป็นรอบเช้า–บ่าย เช็กเวลาหน้างานก่อน
  • ไปช่วงเย็นวิวสวย — แดดไม่แรงและได้เห็นเมืองช่วงไฟเริ่มติด แต่ถ้าตามแพลนนี้ไปเช้าก็เดินต่อจุดอื่นได้ทั้งวัน

พักที่ไหนดีระหว่างทริปนี้

แนะนำ

นอนในตัวเมืองร้อยเอ็ด

ตัวเลือกหลักของแพลนนี้ ที่พักร้อยเอ็ดส่วนใหญ่อยู่รอบบึงพลาญชัยและย่านกลางเมือง ตื่นมาเดินบึง ขึ้นหอโหวด แล้วแยกไปกู่กาสิงห์หรือข้ามไปมหาสารคามได้สะดวก

ทางเลือก

นอนในตัวเมืองมหาสารคาม

เหมาะถ้าอยากสลับลำดับ เริ่มจากมหาสารคามก่อน มีที่พักรอบมหาวิทยาลัยและในเมืองให้เลือก แต่ตัวเลือกน้อยกว่าร้อยเอ็ดเล็กน้อย เหมาะเป็นคืนก่อนออกทริปมากกว่าคืนค้างกลางทาง

สำหรับแพลนนี้แนะนำนอนฝั่งร้อยเอ็ดเป็นหลัก เพราะวันแรกเที่ยวในเมืองร้อยเอ็ดและลงเกษตรวิสัยเป็นส่วนใหญ่ จะได้ไม่ต้องขับย้อน ทั้งสองเมืองมีที่พักตั้งแต่เกสต์เฮาส์เล็ก ๆ ไปจนโรงแรมขนาดกลาง ดูตัวเลือกที่พักร้อยเอ็ดแบบจัดอันดับได้ในหน้ารวมของเรา

ปรับแพลนตามสไตล์

1

สายข้าวหอมมะลิ–วิถีทุ่งกุลา

เน้นทุ่งนา–ของฝาก

ทุ่มวันแรกให้เกษตรวิสัย เดินทุ่งกุลาร้องไห้ กู่กาสิงห์ และชุมชนทอผ้าไหม ซื้อข้าวหอมมะลิ GI จากแหล่งปลูก วันสองเก็บนาดูนแบบเบา ๆ เน้นวิถีเกษตรและของฝากตรงธีม

ข้าวหอมมะลิชุมชน
2

สายประวัติศาสตร์–โบราณคดี

เน้นกู่เขมร–พระธาตุ

ร้อยกู่เขมรสองฝั่งเข้าด้วยกัน วันแรกกู่กาสิงห์ที่เกษตรวิสัย วันสองกู่สันตรัตน์กับพระธาตุนาดูนที่นาดูน ทั้งกู่สร้างยุคใกล้กัน ต่อเรื่องขอม–ทวารวดีได้ทั้งทริป

ประวัติศาสตร์โบราณคดี
3

สายชิล–คาเฟ่–ของกิน

เน้นกิน–นั่งชิล

ลดจุดเที่ยวลง เก็บบึงพลาญชัยกับหอโหวดพอ นั่งคาเฟ่ริมบึง กินอาหารอีสานฟิวชัน วันสองแวะพระธาตุนาดูนจุดเดียวแล้วช้อปข้าวหอมมะลิกลับบ้าน เน้นกินดื่มและถ่ายรูปมากกว่าวิ่งเที่ยว

คาเฟ่ของกิน

อยากดูที่พักร้อยเอ็ดแบบจัดอันดับก่อนออกทริป

ดู Top 10 ที่พักร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

ร้อยเอ็ดกับมหาสารคามห่างกันแค่ไหน ขับรถนานไหม?

ตัวเมืองสองจังหวัดห่างกันแค่ราว 35–40 กิโลตามทางหลวงหมายเลข 23 (ถนนแจ้งสนิท) เป็นเส้นตรง ถนนดี ขับประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ถือว่าใกล้กันมาก จับมาเที่ยวต่อกันเป็นทริป 2 วัน 1 คืนได้สบาย

ทำไมทริปนี้ถึงเอาข้าวหอมมะลิเป็นแกน?

เพราะทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งนาผืนใหญ่กว่าสองล้านไร่ที่เป็นแหล่งข้าวหอมมะลิ GI กินพื้นที่คาบเกี่ยวทั้งร้อยเอ็ดและมหาสารคาม การเที่ยวสองจังหวัดนี้เลยได้เห็นทั้งทุ่งนาที่ปลูก ชุมชนที่ทำนาและทอผ้าไหม กินข้าวหอมในถิ่นจริง และซื้อกลับเป็นของฝากตรงธีม

ทริปนี้ต้องมีรถส่วนตัวไหม?

มีรถสะดวกกว่ามาก เพราะจุดเที่ยวอย่างกู่กาสิงห์ที่เกษตรวิสัย พระธาตุนาดูนและกู่สันตรัตน์ที่นาดูน อยู่ตามอำเภอรอบนอกที่ห่างจากตัวเมือง ถ้าไม่มีรถมีรถบัสและรถตู้สายขอนแก่น–มหาสารคาม–ร้อยเอ็ดวิ่งระหว่างเมือง แต่ในแต่ละเมืองและอำเภอรอบนอกต้องต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเรียกรถเอง

ควรนอนค้างที่จังหวัดไหน?

แนะนำนอนในตัวเมืองร้อยเอ็ด เพราะวันแรกเที่ยวในเมืองร้อยเอ็ดและลงเกษตรวิสัยเป็นหลัก ที่พักส่วนใหญ่อยู่รอบบึงพลาญชัยและย่านกลางเมือง ตื่นมาวันสองค่อยข้ามไปมหาสารคาม จะได้ไม่ต้องขับย้อน

กู่กาสิงห์กับกู่สันตรัตน์ต่างกันยังไง ไปทั้งคู่คุ้มไหม?

ทั้งคู่เป็นปราสาทขอมหินทราย แต่กู่กาสิงห์ (เกษตรวิสัย ร้อยเอ็ด) เป็นศิลปะบาปวน มีปรางค์ 3 องค์เรียงกัน ส่วนกู่สันตรัตน์ (นาดูน มหาสารคาม) เป็นอโรคยาศาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถ้าชอบประวัติศาสตร์ขอม ไปทั้งคู่คุ้ม เพราะอยู่คนละจังหวัดแต่ทริปนี้ผ่านทั้งสองจุดพอดี

ช่วงไหนเหมาะกับทริปนี้ที่สุด?

เที่ยวได้ทั้งปี แต่ปลายฝนต้นหนาวราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศสบายที่สุด เดินพระธาตุกลางแจ้งและขึ้นหอโหวดได้ไม่ร้อน ถ้าอยากเห็นทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งทองตอนข้าวสุก ให้มาช่วงราวพฤศจิกายน ส่วนช่วงปลายฝนนาจะเขียวสุดลูกหูลูกตา

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ