🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
พิพิธภัณฑ์จังหวัดหลายแห่งในไทยมักเงียบ ๆ คนเดินผ่าน แต่ของร้อยเอ็ดน่าแวะกว่าที่คิด เพราะตั้งใจทำเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมอีสานตั้งแต่แรก โดยเน้นเรื่องผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองเป็นพิเศษ พอเดินครบสามชั้นจะเห็นภาพรวมว่าคนแถบนี้อยู่กันมายังไง ตั้งแต่ก่อนมีตัวอักษรจนถึงงานทอผ้าที่ยังทำกันอยู่ทุกวันนี้
เดินทีละชั้น มีอะไรให้ดูบ้าง
ตัวอาคารแบ่งเป็นสามชั้น เรียงเรื่องจากกายภาพของจังหวัด ไล่มาถึงประวัติศาสตร์ แล้วจบที่วิถีชีวิตกับงานหัตถกรรม เดินตามลำดับชั้นจะลื่นที่สุด
- ชั้น 1 — รู้จักจังหวัด ภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ทำไมร้อยเอ็ดถึงเป็นที่ราบทุ่งกว้าง พร้อมประวัติเมืองและทำเนียบเจ้าเมือง–ผู้ว่าฯ ตั้งแต่อดีต เป็นชั้นปูพื้นก่อนขึ้นไปดูของจริง
- ชั้น 2 — โบราณคดีและประวัติศาสตร์ ไล่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ผ่านทวารวดี ขอม มาจนรัตนโกสินทร์ มีโบราณวัตถุเด่นอย่างจารึกของเจ้าชายจิตรเสน (ราวพุทธศตวรรษที่ 12) และพิมพ์พระจากตำบลไพร รวมถึงงานศิลปะพื้นบ้าน
- ชั้น 3 — วิถีชีวิตและผ้าทอ ห้องที่หลายคนมาเพื่อดูโดยเฉพาะ จัดแสดงขนบประเพณี ฮีตสิบสองคองสิบสี่ และงานทอผ้าไหม–ผ้าพื้นเมืองของชาวร้อยเอ็ด เป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์
เดินยังไงให้คุ้ม
ถ้ามีเวลาจำกัด ขึ้นไปดูชั้น 2 กับชั้น 3 ก่อนได้เลย แล้วค่อยลงมาเก็บชั้น 1 ตอนขากลับ เพราะชั้นบนคือของที่หาดูที่อื่นยากกว่า ส่วนชั้น 1 อ่านป้ายเร็ว ๆ ก็พอจับภาพรวมได้
อยากเที่ยว ร้อยเอ็ด ให้สนุกขึ้น? จองทัวร์ & กิจกรรม
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรเดินผ่าน — ห้องผ้าไหมลายสาเกต
ถ้าจะให้เลือกห้องเดียวที่คุ้มค่าตั๋ว คือห้องผ้า เพราะร้อยเอ็ดมีผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดชื่อ ผ้าไหมลายสาเกต ที่มีที่มาน่าฟัง ไม่ใช่แค่ผ้าสวย ๆ ทั่วไป
ผ้าสาเกตเกิดจากการเอาลายมัดหมี่พื้นบ้านที่คนร้อยเอ็ดนิยมทอ 5 ลาย มาทอต่อกันในผืนเดียว ได้แก่ ลายโคมเจ็ด ลายนาคน้อย ลายคองเอี้ย ลายหมากจับ และลายค้ำเพา แต่ละลายคั่นด้วยผ้าพื้นสีดอกอินทนิลบก (สีชมพูอมม่วง) ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด แนวคิดคือหลอมหลายลายของหลายกลุ่มชนให้เป็นผืนเดียว สื่อถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนเมืองนี้ ทางจังหวัดประกาศให้เป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำร้อยเอ็ดเมื่อ 13 กันยายน 2544
- ลายโคมเจ็ด — ลายมัดหมี่ที่เป็นแกนหลักของผืน
- ลายนาคน้อย — ลายพญานาคที่พบบ่อยในผ้าอีสาน
- ลายคองเอี้ย — ลายโบราณเฉพาะถิ่น
- ลายหมากจับ — ลายเรขาคณิตจังหวะถี่
- ลายค้ำเพา — ลายที่ปิดท้ายความเป็นสาเกต
ดูผ้าให้สนุกขึ้น
ก่อนดูผ้าจริง ลองจำสี ดอกอินทนิลบก ไว้ในใจ แล้วมองหาแถบสีชมพูอมม่วงที่คั่นแต่ละลาย จะเห็นว่าผ้าหนึ่งผืนเล่าเรื่องหลายกลุ่มชนรวมกันยังไง พอเข้าใจที่มาแล้วเวลาไปเจอผ้าสาเกตตามร้านของฝากในเมืองจะมองออกทันที
เวลาเปิด ค่าเข้า และข้อมูลก่อนไป
- วันเปิด — วันพุธถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์–อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์บางวัน
- เวลา — 09.00–16.00 น. แนะนำให้เผื่อเวลาเข้าก่อนปิดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- ค่าเข้าชม — คนไทยหลักสิบบาท ชาวต่างชาติแพงขึ้นเล็กน้อย ส่วนนักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร เข้าฟรี (อัตราอาจปรับ เช็กหน้างานอีกที)
- ที่ตั้ง — ถนนเพลินจิต ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ใกล้บึงพลาญชัยและย่านกลางเมือง
- เวลาเดินชม — เดินครบสามชั้นแบบไม่รีบราว 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
เช็กก่อนออกเดินทาง
พิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์–อังคาร ซึ่งคนมักลืม ถ้าวางแผนเที่ยวร้อยเอ็ดต้นสัปดาห์ ให้สลับเอาที่นี่ไว้วันพุธเป็นต้นไป หรือโทรเช็กกับพิพิธภัณฑ์ก่อนได้ที่ 043-514456 เพราะวันหยุดยาวบางช่วงเวลาทำการอาจเปลี่ยน
เที่ยวต่อจากพิพิธภัณฑ์ได้ที่ไหน
ข้อดีของที่นี่คืออยู่กลางเมือง เดินหรือขับรถไม่กี่นาทีก็ต่อจุดอื่นได้สบาย เหมาะจัดเป็นจุดแรกของวัน แล้วค่อยกระจายไปที่เหลือ
บึงพลาญชัย
สวนสาธารณะกลางบึงใจกลางเมือง มีเกาะกลางน้ำ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เดินเล่นถ่ายรูปได้ อยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์มาก
แลนด์มาร์กพระมหาเจดีย์ชัยมงคล
เจดีย์ใหญ่สีขาว–ทองที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด อยู่นอกเมืองอำเภอหนองพอก เหมาะไปต่อครึ่งวัน
ไหว้พระวัดบูรพาภิราม (หลวงพ่อใหญ่)
พระพุทธรูปยืนปางประทานพรองค์ใหญ่กลางเมือง สูงเด่นมองเห็นแต่ไกล แวะไหว้พระต่อได้
อยากได้แพลนเที่ยวร้อยเอ็ดในเมืองครบวัน
ดูแพลนเที่ยวร้อยเอ็ด 1 วัน →