หน้าแรก จุดหมาย สกลนคร 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยสกลนครแผนข้ามจังหวัด สกลนคร–อุดรธานี เที่ยวอีสานตอนบนสองเมือง 3 วัน 2 คืน
🚐 แผนเที่ยวข้ามจังหวัด

แผนข้ามจังหวัด สกลนคร–อุดรธานี
เที่ยวอีสานตอนบนสองเมือง 3 วัน 2 คืน

สกลนครกับอุดรธานีเป็นสองเมืองอีสานตอนบนที่อยู่บนถนนเส้นเดียวกัน คือ ถนนนิตโย (ทางหลวงหมายเลข 22) ตัวเมืองถึงตัวเมืองห่างกันราว 160 กิโลเมตร ขับรถ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมงก็ถึง เลยจับมาเที่ยวรวมในทริปเดียวได้สบาย แผนนี้จัดเป็น 3 วัน 2 คืน เริ่มเก็บสกลนครก่อนทั้งพระธาตุเชิงชุมคู่เมือง หนองหาร และหมู่บ้านผ้าครามบ้านดอนกอย แล้วค่อยขับขึ้นอุดรไปดู ทะเลบัวแดง ที่กุมภวาปี แวะ บ้านเชียง มรดกโลก และเก็บคำชะโนด พร้อมเวลาคร่าว ๆ ค่าเข้า ค่าเรือ และร้านที่เปิดอยู่จริงปี 2026 ให้กะถูก

🛣️ ถนนนิตโย ทางหลวง 22🪷 ทะเลบัวแดงหน้าหนาว🗓️ 3 วัน 2 คืน
แผนข้ามจังหวัด สกลนคร–อุดรธานี เที่ยวอีสานตอนบนสองเมือง 3 วัน 2 คืน

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

หลายคนพอบินลงอุดรแล้วลังเลว่าจะแวะสกลนครดีไหม หรือมาสกลนครแล้วเสียดายที่ไม่ได้เห็นทะเลบัวแดง ความจริงคือไม่ต้องเลือก สองจังหวัดนี้ต่อกันด้วยถนนนิตโย ขับตรงสบาย ทางส่วนใหญ่ราบ ใช้เวลาแค่ราว 2 ชั่วโมงครึ่งจากตัวเมืองถึงตัวเมือง แผนนี้เราจัดให้เริ่มที่สกลนครก่อน เพราะของเที่ยวในเมืองกระจุกเดินถึงกัน แล้วค่อยไล่ขึ้นอุดรซึ่งมีเที่ยวบินกลับเยอะกว่า ใครบินลงอุดรก็แค่สลับลำดับวัน เส้นทางเหมือนกัน

ทำไมจับสกลนครคู่อุดรธานี

เหตุผลหลักคือระยะทางที่ใกล้และคาแรกเตอร์ของสองเมืองที่เสริมกัน ไม่ได้เที่ยวซ้ำแนวเดียวกัน สกลนครเป็นเมืองสายบุญและงานคราฟต์ ส่วนอุดรเป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งธรรมชาติหน้าหนาวและของกินสายเวียดนาม นี่คือสิ่งที่แต่ละเมืองให้คุณได้

สายบุญ/คราฟต์

สกลนคร — พระธาตุ คราฟต์ และหนองหาร

มีพระธาตุเชิงชุมคู่เมืองกลางตัวจังหวัด พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นสายกรรมฐาน หนองหารทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ของอีสาน และหมู่บ้านผ้าครามที่ส่งผ้าย้อมไปไกลถึงญี่ปุ่น เหมาะเปิดทริปด้วยสายบุญผสมงานมือ

ธรรมชาติ/ของกิน

อุดรธานี — บัวแดง บ้านเชียง และของกินญวน

หน้าหนาวมีทะเลบัวแดงที่กุมภวาปีบานเต็มผืนน้ำ มีบ้านเชียงแหล่งมรดกโลก สวนหนองประจักษ์กลางเมือง และของกินเวียดนามอย่างแหนมเนืองที่เป็นของฝากประจำเมือง เหมาะปิดทริปแบบเมืองใหญ่

ขับสบาย

เส้นทางเชื่อม — ถนนนิตโย

ทางหลวงหมายเลข 22 เชื่อมสองเมืองราว 160 กม. ผ่านพังโคน สว่างแดนดิน หนองหาน ทางราบขับง่าย ระหว่างทางผ่านบ้านเชียงพอดีให้แวะก่อนเข้าเมืองอุดร เส้นนี้จึงไม่ใช่แค่ย้ายเมือง แต่มีจุดเที่ยวคั่นกลาง

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สกลนคร ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม สกลนคร ทั้งหมด (Klook)

ภาพรวมเส้นทางและการเดินทาง

  • ระยะทาง — ตัวเมืองสกลนคร–ตัวเมืองอุดรธานี ราว 160 กม. ตามถนนนิตโย (ทางหลวง 22) ผ่านพังโคน สว่างแดนดิน หนองหาน
  • เวลาขับรถ — ปกติ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ทางราบส่วนใหญ่ขับง่าย แต่ช่วงผ่านตัวอำเภอจะมีไฟแดงและรถช้าเป็นช่วง ๆ
  • รถตู้/รถบัส — มีรถตู้และรถบัสวิ่งระหว่างสถานีขนส่งสกลนครกับอุดรธานีทั้งวัน ค่าโดยสารหลักร้อยต้น ๆ ต่อเที่ยว ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง
  • เครื่องบิน — ทั้งสองเมืองมีสนามบิน (สกลนคร SNO และอุดรธานี UTH) ถ้าหาตั๋วบินลงเมืองหนึ่งกลับอีกเมืองได้ จะคุ้มเวลากว่าไป–กลับจุดเดียว
  • เช่ารถ — ยืดหยุ่นที่สุด เพราะทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด และหมู่บ้านผ้าครามอยู่นอกเมือง ไปยากด้วยรถสาธารณะ

เลือกทิศทางและจังหวะให้ดี

ถ้าตั้งใจดูทะเลบัวแดง ต้องวางทริปช่วงธันวาคมถึงต้นมีนาคม บัวบานหนาสุด และต้องไปถึงท่าเรือก่อนสิบเอ็ดโมง เพราะบัวหุบตอนสายแดดแรง แผนนี้เลยจัดทะเลบัวแดงเป็นกิจกรรมเช้าตรู่ของวันที่อยู่อุดร ถ้ามาช่วงอื่นของปีให้สลับไปเก็บคำชะโนดหรือวัดป่าภูก้อนแทนจะได้ไม่ผิดหวัง

วันที่ 1 — สกลนคร พระธาตุคู่เมือง หนองหาร และผ้าคราม

วันแรกอยู่ฝั่งสกลนครล้วน เช้าเก็บพระธาตุเชิงชุมกลางเมืองและพิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นที่เดินถึงกัน บ่ายออกไปหนองหารและหมู่บ้านผ้าครามนอกเมือง เย็นกลับเข้าเมืองหาของกิน เป็นวันที่ได้ทั้งสายบุญ งานมือ และธรรมชาติริมน้ำแบบไม่เร่ง

วันที่ 1

สกลนคร เชิงชุม–หนองหาร–ผ้าคราม

08:00
ไหว้พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร กลางเมืองสกลนครพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง อยู่กลางตัวจังหวัด กราบหลวงพ่อองค์แสนพระพุทธรูปคู่วัด เข้าฟรี ไปเช้าคนยังไม่แน่น แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนขึ้นลาน
09:30
พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าสุทธาวาสอยู่ในเมือง ขับต่อจากพระธาตุไม่ไกล จัดแสดงเรื่องหลวงปู่มั่นและของใช้จริง มีหุ่นขี้ผึ้ง บรรยากาศสงบ เข้าฟรี
11:00
มื้อเที่ยงอาหารเวียดนามที่วิลลี่แหนมเนืองร้านเวียดนามเก่าแก่ของเมือง ถ.รัฐพัฒนา เปิดทุกวัน 10:30–21:30 น. ลองแหนมเนือง หมูยอทอด เฝอเนื้อโพนยางคำ จานหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ
13:00
หนองหาร ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่สุดของอีสานอยู่ขอบเมืองด้านใต้ มีสวนสาธารณะริมหนองและจุดลงเรือไปเกาะดอนสวรรค์ ลมเย็นสบายช่วงบ่าย
14:30
ขับไปหมู่บ้านผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อ.พรรณานิคมห่างตัวเมืองราว 38 กม. ดูสาธิตย้อมครามและทอผ้าที่วิชชาลัยดอนกอยหรือโฮมครามแม่วารี ควรโทรนัดล่วงหน้า (087-232-9016) ช่วงท้ายมีถนนลูกรัง
18:00
กลับเข้าเมือง มื้อเย็นอาหารอีสานและพักค้างในเมืองสกลนครลองร้านสะบันงากลางเมืองหรือสวนไม้หอม ถ.สุขเกษม สั่งแจ่วฮ้อน ลาบ ส้มตำ หรือเดินตลาดเย็นหาของย่างก็ได้

ไปบ้านดอนกอยต้องโทรนัดก่อน

หมู่บ้านผ้าครามเป็นชุมชนชาวบ้านจริง ไม่ใช่ร้านเปิดรอตลอด ถ้าอยากดูขั้นตอนย้อมครามและทอผ้าเต็ม ๆ ควรโทรนัดกลุ่มทอผ้าหรือโฮมครามแม่วารีล่วงหน้า 1 วัน (087-232-9016) เพราะบางวันแม่ ๆ ติดงานในนา ช่วงท้ายทางเข้าเป็นถนนลูกรังราว 12 กม. ถ้าฝนตกจะลื่น ขับช้า ๆ ถ้าไม่อยากออกนอกเมืองไกล จะเปลี่ยนเป็นร้านผ้าครามในตัวเมืองสกลนครแทนก็ได้

วันที่ 2 — ขับถนนนิตโยขึ้นอุดร แวะบ้านเชียง เข้าเมืองช่วงเย็น

วันที่สองคือวันข้ามจังหวัด ออกจากสกลนครช่วงเช้า ขับตามถนนนิตโยมุ่งอุดร ระหว่างทางแวะบ้านเชียงชมแหล่งมรดกโลกพอดี ก่อนเข้าเมืองอุดรช่วงบ่ายแก่ เย็นเก็บสวนหนองประจักษ์และของกินในเมือง เป็นวันที่ได้ทั้งประวัติศาสตร์และบรรยากาศเมืองใหญ่

วันที่ 2

ข้ามไปอุดร บ้านเชียง–หนองประจักษ์

08:30
ออกจากสกลนคร เข้าถนนนิตโย ทางหลวง 22 มุ่งอุดรเติมน้ำมันให้พอ ทางราบขับสบาย ผ่านพังโคน สว่างแดนดิน หนองหาน
10:30
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อ.หนองหานแหล่งมรดกโลกเครื่องปั้นดินเผายุคก่อนประวัติศาสตร์ ดูลายเขียนสีและหลุมขุดค้นจริง ค่าเข้าคนไทย 30 บาท เปิดอังคาร–อาทิตย์ 09:00–16:00 น. ปิดจันทร์
12:30
มื้อเที่ยงแถวหนองหานหรือเข้าเมืองอุดรถ้าหิวก่อนถึงเมือง มีร้านอีสานและก๋วยเตี๋ยวตามถนนนิตโยช่วงหนองหาน หรืออดทนเข้าเมืองไปกินร้านในตัวอุดร
14:00
ถึงอุดรธานี เช็กอินที่พักในเมืองโซนรอบหนองประจักษ์หรือใกล้ UD Town เดินทางสะดวก ใกล้ของกินและตลาด
16:00
สวนสาธารณะหนองประจักษ์และเป็ดเหลืองยักษ์สวนกลางเมืองที่คนอุดรมาออกกำลังกายและถ่ายรูป มีเป็ดเหลืองยักษ์เป็นแลนด์มาร์ก ลมเย็นช่วงเย็น เข้าฟรี
18:30
มื้อเย็นที่ UD Town หรือถนนคนเดินUD Town ติดสถานีรถไฟ มีร้านอาหารและลานเบียร์ ส่วนถนนคนเดินอุดรเปิดศุกร์–อาทิตย์แถวหนองประจักษ์ เดินกินยาว

บ้านเชียงปิดจันทร์

พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดทุกวันจันทร์ ถ้าทริปคุณตกวันที่สองเป็นวันจันทร์พอดี ให้สลับไปแวะหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในที่อยู่ในหมู่บ้านบ้านเชียงแทน (เปิดทุกวัน เห็นโครงกระดูกและไหจริงในหลุม) หรือขยับไปดูพิพิธภัณฑ์ในวันถัดไป จุดอื่นบนเส้นทางเปิดปกติทุกวัน

วันที่ 3 — ทะเลบัวแดงเช้าตรู่ เก็บไฮไลต์อุดรก่อนกลับ

วันสุดท้ายเริ่มเช้ามืดเพราะทะเลบัวแดงสวยช่วงโกลเดนอาวร์ ออกไปกุมภวาปีล่องเรือชมบัวบานก่อนแดดแรง สาย ๆ กลับเข้าเมืองกินมื้อเช้า แล้วเลือกเก็บคำชะโนดหรือวัดป่าภูก้อนตามเวลา ก่อนซื้อของฝากและกลับ เป็นวันที่ปิดทริปด้วยธรรมชาติหน้าหนาวที่หาดูได้แค่ช่วงนี้ของปี

วันที่ 3

อุดร บัวแดง–คำชะโนด

05:30
ออกจากเมืองไปทะเลบัวแดง อ.กุมภวาปีห่างจากเมืองอุดรราว 40 กม. ขับราว 50 นาที ต้องออกเช้ามืดให้ทันบัวบานก่อนแดดแรง (เที่ยวได้เฉพาะหน้าหนาว ธ.ค.–ต้น มี.ค.)
06:30
ล่องเรือชมทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปีลงเรือที่ท่าบ้านเดียมหรือบ้านเชียงแหว เรือเล็กนั่ง 2 คนราว 300 บาท เรือใหญ่นั่ง 6 คนราว 500 บาท ท่าเรือเปิด 06:00–17:00 น. ช่วง 6–11 โมงสวยที่สุด
09:30
กลับเข้าเมืองอุดร กินมื้อเช้าหรือกาแฟหาร้านกาแฟหรือร้านอาหารเช้าในเมือง มีคาเฟ่หลายร้านแถวหนองประจักษ์และกลางเมือง
11:00
คำชะโนด หรือวัดป่าภูก้อน (เลือกตามเวลาและความสนใจ)คำชะโนดป่าศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำ อ.บ้านดุง เปิด 06:00–18:00 ส่วนวัดป่าภูก้อนมีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาว เปิด 08:30–17:00 อยู่คนละทิศ เลือกที่เดียวถ้าต้องบินกลับบ่าย
15:00
ซื้อของฝากแล้วไปสนามบิน/สถานีขนส่งอุดรของฝากยอดนิยมคือแหนมเนืองและหมูยอ แวะ VT แหนมเนือง ถ.มิตรภาพ (เปิด 09:00–20:00) ซื้อกลับได้ สนามบินอุดรอยู่ใกล้เมือง เผื่อเวลารถติดบ่าย

เรื่องฤดูกับการกะวัน

ทะเลบัวแดงเป็นไฮไลต์ที่เที่ยวได้แค่หน้าหนาวราวธันวาคมถึงต้นมีนาคม ถ้ามาช่วงอื่นน้ำในหนองหานกุมภวาปีจะไม่มีดอกบัวให้ดู ควรเช็กก่อนว่ามาตรงฤดูไหม ถ้าไม่ตรงให้ตัดออกแล้วไปเก็บคำชะโนดกับวัดป่าภูก้อนเต็ม ๆ ทั้งคู่แทน จะได้ไม่ผิดหวังกับการตื่นเช้ามาเจอน้ำเปล่า

ของกินสองเมืองที่ควรลอง

เส้นสกลนคร–อุดรมีของกินสองสายให้ลอง ทั้งสองเมืองมีชุมชนคนไทยเชื้อสายเวียดนามมานาน อาหารญวนเลยแน่นทั้งคู่ ส่วนสายอีสานก็มีแจ่วฮ้อนกับเฝอเนื้อโพนยางคำที่เป็นของเด่นถิ่น นี่คือร้านที่เปิดอยู่จริงปี 2026 และคนแถวนั้นไปกัน เรียงตามความเข้ากับเส้นทางทริปนี้

1

วิลลี่แหนมเนือง (สกลนคร)

ถ.รัฐพัฒนา เมืองสกลนคร · เปิดทุกวัน 10:30–21:30 น.

ร้านเวียดนามเก่าแก่ของสกลนคร แหนมเนืองแป้งนุ่ม น้ำจิ้มเข้ม หมูยอทอดชิ้นใหญ่ และเฝอเนื้อโพนยางคำที่อร่อยไม่ต้องปรุง เป็นร้านที่คนสกลพาแขกมากินและซื้อเป็นของฝาก มีขายที่สนามบินสกลนครด้วย

อาหารเวียดนามมื้อเที่ยงวันแรก
จานละ ฿50–150
2

VT แหนมเนือง (อุดรธานี)

ถ.มิตรภาพ สาขาบ้านจั่น · เปิดทุกวัน 09:00–20:00 น.

ต้นตำรับแหนมเนืองเมืองอุดร สาขาบ้านจั่นใหญ่และมีไดรฟ์ทรู ขายทั้งนั่งกินและของฝากสายเวียดนาม แหนมเนือง หมูยอ ปากหม้อญวน เป็นจุดซื้อของฝากก่อนกลับที่คนอุดรแนะนำกันมานาน

อาหารเวียดนามของฝาก
จานละ ฿60–160
3

ร้านสะบันงา (สกลนคร)

กลางเมืองสกลนคร · ร้านนั่งสบายติดแอร์

ร้านอาหารอีสานดั้งเดิมกลางเมืองสกลนคร โต๊ะนั่งสบายติดแอร์ จอดรถได้ เหมาะมื้อเย็นแบบครอบครัวหลังเดินเที่ยวทั้งวัน สั่งลาบ ก้อย ส้มตำ และเมนูพื้นถิ่นได้ครบ

อาหารอีสานมื้อเย็นวันแรก
จานละ ฿60–180
4

สวนไม้หอม อาหารอีสาน (สกลนคร)

ถ.สุขเกษม ธาตุเชิงชุม เมืองสกลนคร · เปิดเช้า 06:00–13:00 น.

ร้านอีสานราคาไม่แพงบนถนนสุขเกษม เด่นแจ่วฮ้อนปลาคัง ปลานิลลุยสวน และลาบหมูทอด เปิดตั้งแต่เช้า เหมาะแวะมื้อแรกของวันหรือมื้อกลางวันแบบเร็ว ๆ

อาหารอีสานแจ่วฮ้อน
จานละ ฿50–150
5

แจ่วฮ้อน UD Town (อุดรธานี)

ย่าน UD Town ติดสถานีรถไฟอุดร · เปิดช่วงเย็นถึงดึก

มื้อเย็นแบบคนอีสาน หม้อไฟน้ำซุปสมุนไพรจิ้มเนื้อหมูสด ย่าน UD Town มีหลายร้านให้เลือกและบรรยากาศคึกคักช่วงค่ำ เหมาะปิดวันที่อยู่อุดรด้วยมื้อที่อิ่มและไม่แพง

แจ่วฮ้อนมื้อเย็นวันสอง
หม้อละ ฿100–250
6

เฝอเนื้อโพนยางคำ

หาได้ในเมืองสกลนคร · ร้านเวียดนามและร้านเนื้อ

เนื้อโพนยางคำคือเนื้อโคขุนชื่อดังของสกลนคร เอามาทำเฝอน้ำใสหวานกระดูกหรือย่างจิ้มแจ่ว หากินได้ทั้งร้านเวียดนามและร้านเนื้อในเมืองสกลนคร เป็นรสที่บอกได้ว่ามาถึงถิ่นจริง

เนื้อโพนยางคำของเด่นถิ่น
ชามละ ฿60–120
7

ตลาดเย็น/ถนนคนเดินสกลนคร

ในเมืองสกลนคร · ช่วงเย็นถึงค่ำ

ของย่าง ของทอด ขนมพื้นเมือง และอาหารอีสานริมทางในเมืองสกลนคร เหมาะเดินกินเล่นตอนเย็นวันแรกแบบไม่ต้องนั่งร้าน ราคาย่อมเยา ได้ชิมหลายอย่างในมื้อเดียว

สตรีทฟู้ดเดินกินเล่น
ไม้/ห่อละ ฿10–60
8

ถนนคนเดินอุดร (หนองประจักษ์)

ริมหนองประจักษ์ อุดรธานี · ศุกร์–อาทิตย์ เย็น–ค่ำ

เปิดศุกร์–อาทิตย์แถวสวนหนองประจักษ์ เดินกินยาวทั้งของคาวของหวาน มีทั้งอาหารญวน อีสาน และของกินเล่น เหมาะคนที่ทริปตกช่วงสุดสัปดาห์ ได้บรรยากาศเมืองอุดรตอนค่ำ

สตรีทฟู้ดสุดสัปดาห์
ร้านละ ฿20–80

เพิ่มได้ถ้ามีเวลามากกว่า 3 วัน

ถ้ายืดทริปเป็น 4 วันหรืออยากเที่ยวสบายขึ้น ยังมีจุดสายบุญและธรรมชาติอีกหลายแห่งบนเส้นทางที่เพิ่มเข้าไปได้ตามความสนใจ

  • วัดถ้ำผาแด่น สกลนคร — งานแกะสลักหน้าผาและองค์พญานาคปรกบนเทือกเขาภูพาน มีจุดชมวิวเมืองสกลนคร ทางขึ้นช่วงท้ายชัน ขับระวังโค้ง เหมาะแทรกในวันแรกถ้าเริ่มเช้า
  • คำชะโนดและวัดป่าภูก้อน — ถ้าวันสุดท้ายไม่ต้องบินกลับเร็ว เก็บได้ทั้งสองที่ คำชะโนดเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำ ส่วนวัดป่าภูก้อนมีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวกลางป่า
  • พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี — อาคารเก่าราชินูทิศกลางเมืองอุดร เล่าประวัติเมืองและยุคสงคราม เหมาะวันที่ฝนตกหรืออยากพักจากแดด เข้าง่ายอยู่ในเมือง
  • ผ้าครามและของฝากสกลนคร — นอกจากบ้านดอนกอย ยังมีร้านผ้าครามย้อมมือในตัวเมืองให้เลือกซื้อเป็นของฝากที่หาได้เฉพาะถิ่น ลายและเฉดครามต่างกันแต่ละชุมชน

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน

  • เช่ารถ — อีโคคาร์/เก๋งราว 900–1,400 บาท/วัน ยังไม่รวมน้ำมัน หารกันหลายคนคุ้มสุดสำหรับทริปนี้
  • รถตู้/รถบัสระหว่างเมือง — สกลนคร–อุดร หลักร้อยต้น ๆ ต่อเที่ยว แต่ในเมืองยังต้องต่อรถอีก
  • ที่พัก — เกสต์เฮาส์เริ่มหลักร้อย โรงแรมกลาง ๆ ราว 700–1,800 บาท/คืน ทั้งสกลนครและอุดรมีให้เลือกเยอะ
  • ค่าเข้าชม/ค่าเรือ — บ้านเชียงคนไทย 30 บาท พระธาตุเชิงชุมและพิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นเข้าฟรี ล่องเรือทะเลบัวแดงเรือเล็ก 300 บาท เรือใหญ่ 500 บาท/ลำ (หารกันได้)

เตรียมตัวก่อนออกทริป

  • เช็กฤดูทะเลบัวแดง — ไปได้แค่ราว ธ.ค.–ต้น มี.ค. นอกฤดูไม่มีดอกบัว ถ้าตั้งใจมาดูบัวควรล็อกช่วงให้ตรง
  • โทรนัดหมู่บ้านผ้าคราม — บ้านดอนกอยควรนัดล่วงหน้าหนึ่งวัน (087-232-9016) เพื่อให้มีคนสาธิตและทางลูกรังช่วงท้ายขับช้า ๆ
  • เผื่อวันปิดบ้านเชียง — พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดจันทร์ ถ้าทริปตกวันจันทร์ให้สลับลำดับหรือดูหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในแทน
  • พกเงินสดและของไหว้ — ดอกไม้ธูปเทียนซื้อหน้าวัดได้ แต่ร้านชุมชนและท่าเรือบางที่ยังไม่รับโอน ควรพกเงินสดและน้ำดื่มติดรถ
  • แต่งกายสุภาพในวัด — ทั้งพระธาตุเชิงชุมและวัดป่าภูก้อน งดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า ถอดรองเท้าก่อนขึ้นลานพระธาตุ

หาที่พักตั้งต้นทริปที่สกลนคร

ดู Top 10 โรงแรมสกลนคร →

คำถามที่พบบ่อย

สกลนคร–อุดรธานี ขับรถกี่ชั่วโมง?

ตามถนนนิตโย (ทางหลวงหมายเลข 22) ระยะทางตัวเมืองถึงตัวเมืองราว 160 กิโลเมตร ปกติใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ทางส่วนใหญ่ราบขับง่าย แต่ช่วงผ่านตัวอำเภอจะมีไฟแดงและรถช้าเป็นช่วง ๆ ควรเผื่อเวลาแวะบ้านเชียงระหว่างทางด้วย

ถ้าไม่มีรถส่วนตัว เที่ยวสองจังหวัดนี้ได้ไหม?

ได้ มีรถตู้และรถบัสวิ่งระหว่างสถานีขนส่งสกลนครกับอุดรธานีทั้งวัน ค่าโดยสารหลักร้อยต้น ๆ แต่ที่เที่ยวอย่างทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด และหมู่บ้านผ้าครามอยู่นอกเมือง ไปลำบากด้วยรถสาธารณะ ถ้าไม่เช่ารถควรเหมารถท้องถิ่นหรือจอยทัวร์เป็นช่วง ๆ

ทะเลบัวแดงเที่ยวได้ช่วงไหน ค่าเรือเท่าไหร่?

บัวบานหนาสุดช่วงธันวาคมถึงต้นมีนาคม ควรไปถึงท่าเรือก่อนสิบเอ็ดโมงเพราะบัวหุบตอนสายแดดแรง ลงเรือได้ที่ท่าบ้านเดียมหรือบ้านเชียงแหว เรือเล็กนั่ง 2 คนราว 300 บาท เรือใหญ่นั่ง 6 คนราว 500 บาทต่อลำ ท่าเรือเปิด 06:00–17:00 น.

ควรเริ่มที่สกลนครหรืออุดรก่อน?

ปรับได้ตามตั๋วเครื่องบิน แผนนี้เริ่มสกลนครแล้วไปจบที่อุดร เพราะอุดรมีเที่ยวบินกลับเยอะกว่าและทะเลบัวแดงเหมาะเป็นกิจกรรมเช้าวันสุดท้าย ถ้าบินลงอุดรก่อนก็สลับลำดับวันได้ เส้นทางถนนนิตโยเหมือนกัน

ไปดูผ้าครามที่บ้านดอนกอยต้องเตรียมอะไร?

บ้านดอนกอยอยู่ อ.พรรณานิคม ห่างตัวเมืองสกลนครราว 38 กม. เป็นชุมชนชาวบ้านจริง ควรโทรนัดกลุ่มทอผ้าหรือโฮมครามแม่วารีล่วงหน้าหนึ่งวัน (087-232-9016) เพื่อให้มีคนสาธิตย้อมครามและทอผ้า ช่วงท้ายทางเข้าเป็นถนนลูกรังราว 12 กม. ถ้าฝนตกจะลื่นควรขับช้า และพกเงินสดเผื่อซื้อผ้าเพราะบางบ้านยังไม่รับโอน

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ