🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026
หลายคนพอบินลงอุดรแล้วลังเลว่าจะแวะสกลนครดีไหม หรือมาสกลนครแล้วเสียดายที่ไม่ได้เห็นทะเลบัวแดง ความจริงคือไม่ต้องเลือก สองจังหวัดนี้ต่อกันด้วยถนนนิตโย ขับตรงสบาย ทางส่วนใหญ่ราบ ใช้เวลาแค่ราว 2 ชั่วโมงครึ่งจากตัวเมืองถึงตัวเมือง แผนนี้เราจัดให้เริ่มที่สกลนครก่อน เพราะของเที่ยวในเมืองกระจุกเดินถึงกัน แล้วค่อยไล่ขึ้นอุดรซึ่งมีเที่ยวบินกลับเยอะกว่า ใครบินลงอุดรก็แค่สลับลำดับวัน เส้นทางเหมือนกัน
ทำไมจับสกลนครคู่อุดรธานี
เหตุผลหลักคือระยะทางที่ใกล้และคาแรกเตอร์ของสองเมืองที่เสริมกัน ไม่ได้เที่ยวซ้ำแนวเดียวกัน สกลนครเป็นเมืองสายบุญและงานคราฟต์ ส่วนอุดรเป็นเมืองใหญ่ที่มีทั้งธรรมชาติหน้าหนาวและของกินสายเวียดนาม นี่คือสิ่งที่แต่ละเมืองให้คุณได้
สกลนคร — พระธาตุ คราฟต์ และหนองหาร
มีพระธาตุเชิงชุมคู่เมืองกลางตัวจังหวัด พิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นสายกรรมฐาน หนองหารทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ของอีสาน และหมู่บ้านผ้าครามที่ส่งผ้าย้อมไปไกลถึงญี่ปุ่น เหมาะเปิดทริปด้วยสายบุญผสมงานมือ
อุดรธานี — บัวแดง บ้านเชียง และของกินญวน
หน้าหนาวมีทะเลบัวแดงที่กุมภวาปีบานเต็มผืนน้ำ มีบ้านเชียงแหล่งมรดกโลก สวนหนองประจักษ์กลางเมือง และของกินเวียดนามอย่างแหนมเนืองที่เป็นของฝากประจำเมือง เหมาะปิดทริปแบบเมืองใหญ่
เส้นทางเชื่อม — ถนนนิตโย
ทางหลวงหมายเลข 22 เชื่อมสองเมืองราว 160 กม. ผ่านพังโคน สว่างแดนดิน หนองหาน ทางราบขับง่าย ระหว่างทางผ่านบ้านเชียงพอดีให้แวะก่อนเข้าเมืองอุดร เส้นนี้จึงไม่ใช่แค่ย้ายเมือง แต่มีจุดเที่ยวคั่นกลาง
จองกิจกรรมในแผนเที่ยว สกลนคร ล่วงหน้า
จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ
ภาพรวมเส้นทางและการเดินทาง
- ระยะทาง — ตัวเมืองสกลนคร–ตัวเมืองอุดรธานี ราว 160 กม. ตามถนนนิตโย (ทางหลวง 22) ผ่านพังโคน สว่างแดนดิน หนองหาน
- เวลาขับรถ — ปกติ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ทางราบส่วนใหญ่ขับง่าย แต่ช่วงผ่านตัวอำเภอจะมีไฟแดงและรถช้าเป็นช่วง ๆ
- รถตู้/รถบัส — มีรถตู้และรถบัสวิ่งระหว่างสถานีขนส่งสกลนครกับอุดรธานีทั้งวัน ค่าโดยสารหลักร้อยต้น ๆ ต่อเที่ยว ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง
- เครื่องบิน — ทั้งสองเมืองมีสนามบิน (สกลนคร SNO และอุดรธานี UTH) ถ้าหาตั๋วบินลงเมืองหนึ่งกลับอีกเมืองได้ จะคุ้มเวลากว่าไป–กลับจุดเดียว
- เช่ารถ — ยืดหยุ่นที่สุด เพราะทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด และหมู่บ้านผ้าครามอยู่นอกเมือง ไปยากด้วยรถสาธารณะ
เลือกทิศทางและจังหวะให้ดี
ถ้าตั้งใจดูทะเลบัวแดง ต้องวางทริปช่วงธันวาคมถึงต้นมีนาคม บัวบานหนาสุด และต้องไปถึงท่าเรือก่อนสิบเอ็ดโมง เพราะบัวหุบตอนสายแดดแรง แผนนี้เลยจัดทะเลบัวแดงเป็นกิจกรรมเช้าตรู่ของวันที่อยู่อุดร ถ้ามาช่วงอื่นของปีให้สลับไปเก็บคำชะโนดหรือวัดป่าภูก้อนแทนจะได้ไม่ผิดหวัง
วันที่ 1 — สกลนคร พระธาตุคู่เมือง หนองหาร และผ้าคราม
วันแรกอยู่ฝั่งสกลนครล้วน เช้าเก็บพระธาตุเชิงชุมกลางเมืองและพิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นที่เดินถึงกัน บ่ายออกไปหนองหารและหมู่บ้านผ้าครามนอกเมือง เย็นกลับเข้าเมืองหาของกิน เป็นวันที่ได้ทั้งสายบุญ งานมือ และธรรมชาติริมน้ำแบบไม่เร่ง
สกลนคร เชิงชุม–หนองหาร–ผ้าคราม
ไปบ้านดอนกอยต้องโทรนัดก่อน
หมู่บ้านผ้าครามเป็นชุมชนชาวบ้านจริง ไม่ใช่ร้านเปิดรอตลอด ถ้าอยากดูขั้นตอนย้อมครามและทอผ้าเต็ม ๆ ควรโทรนัดกลุ่มทอผ้าหรือโฮมครามแม่วารีล่วงหน้า 1 วัน (087-232-9016) เพราะบางวันแม่ ๆ ติดงานในนา ช่วงท้ายทางเข้าเป็นถนนลูกรังราว 12 กม. ถ้าฝนตกจะลื่น ขับช้า ๆ ถ้าไม่อยากออกนอกเมืองไกล จะเปลี่ยนเป็นร้านผ้าครามในตัวเมืองสกลนครแทนก็ได้
วันที่ 2 — ขับถนนนิตโยขึ้นอุดร แวะบ้านเชียง เข้าเมืองช่วงเย็น
วันที่สองคือวันข้ามจังหวัด ออกจากสกลนครช่วงเช้า ขับตามถนนนิตโยมุ่งอุดร ระหว่างทางแวะบ้านเชียงชมแหล่งมรดกโลกพอดี ก่อนเข้าเมืองอุดรช่วงบ่ายแก่ เย็นเก็บสวนหนองประจักษ์และของกินในเมือง เป็นวันที่ได้ทั้งประวัติศาสตร์และบรรยากาศเมืองใหญ่
ข้ามไปอุดร บ้านเชียง–หนองประจักษ์
บ้านเชียงปิดจันทร์
พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดทุกวันจันทร์ ถ้าทริปคุณตกวันที่สองเป็นวันจันทร์พอดี ให้สลับไปแวะหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในที่อยู่ในหมู่บ้านบ้านเชียงแทน (เปิดทุกวัน เห็นโครงกระดูกและไหจริงในหลุม) หรือขยับไปดูพิพิธภัณฑ์ในวันถัดไป จุดอื่นบนเส้นทางเปิดปกติทุกวัน
วันที่ 3 — ทะเลบัวแดงเช้าตรู่ เก็บไฮไลต์อุดรก่อนกลับ
วันสุดท้ายเริ่มเช้ามืดเพราะทะเลบัวแดงสวยช่วงโกลเดนอาวร์ ออกไปกุมภวาปีล่องเรือชมบัวบานก่อนแดดแรง สาย ๆ กลับเข้าเมืองกินมื้อเช้า แล้วเลือกเก็บคำชะโนดหรือวัดป่าภูก้อนตามเวลา ก่อนซื้อของฝากและกลับ เป็นวันที่ปิดทริปด้วยธรรมชาติหน้าหนาวที่หาดูได้แค่ช่วงนี้ของปี
อุดร บัวแดง–คำชะโนด
เรื่องฤดูกับการกะวัน
ทะเลบัวแดงเป็นไฮไลต์ที่เที่ยวได้แค่หน้าหนาวราวธันวาคมถึงต้นมีนาคม ถ้ามาช่วงอื่นน้ำในหนองหานกุมภวาปีจะไม่มีดอกบัวให้ดู ควรเช็กก่อนว่ามาตรงฤดูไหม ถ้าไม่ตรงให้ตัดออกแล้วไปเก็บคำชะโนดกับวัดป่าภูก้อนเต็ม ๆ ทั้งคู่แทน จะได้ไม่ผิดหวังกับการตื่นเช้ามาเจอน้ำเปล่า
ของกินสองเมืองที่ควรลอง
เส้นสกลนคร–อุดรมีของกินสองสายให้ลอง ทั้งสองเมืองมีชุมชนคนไทยเชื้อสายเวียดนามมานาน อาหารญวนเลยแน่นทั้งคู่ ส่วนสายอีสานก็มีแจ่วฮ้อนกับเฝอเนื้อโพนยางคำที่เป็นของเด่นถิ่น นี่คือร้านที่เปิดอยู่จริงปี 2026 และคนแถวนั้นไปกัน เรียงตามความเข้ากับเส้นทางทริปนี้
วิลลี่แหนมเนือง (สกลนคร)
ร้านเวียดนามเก่าแก่ของสกลนคร แหนมเนืองแป้งนุ่ม น้ำจิ้มเข้ม หมูยอทอดชิ้นใหญ่ และเฝอเนื้อโพนยางคำที่อร่อยไม่ต้องปรุง เป็นร้านที่คนสกลพาแขกมากินและซื้อเป็นของฝาก มีขายที่สนามบินสกลนครด้วย
VT แหนมเนือง (อุดรธานี)
ต้นตำรับแหนมเนืองเมืองอุดร สาขาบ้านจั่นใหญ่และมีไดรฟ์ทรู ขายทั้งนั่งกินและของฝากสายเวียดนาม แหนมเนือง หมูยอ ปากหม้อญวน เป็นจุดซื้อของฝากก่อนกลับที่คนอุดรแนะนำกันมานาน
ร้านสะบันงา (สกลนคร)
ร้านอาหารอีสานดั้งเดิมกลางเมืองสกลนคร โต๊ะนั่งสบายติดแอร์ จอดรถได้ เหมาะมื้อเย็นแบบครอบครัวหลังเดินเที่ยวทั้งวัน สั่งลาบ ก้อย ส้มตำ และเมนูพื้นถิ่นได้ครบ
สวนไม้หอม อาหารอีสาน (สกลนคร)
ร้านอีสานราคาไม่แพงบนถนนสุขเกษม เด่นแจ่วฮ้อนปลาคัง ปลานิลลุยสวน และลาบหมูทอด เปิดตั้งแต่เช้า เหมาะแวะมื้อแรกของวันหรือมื้อกลางวันแบบเร็ว ๆ
แจ่วฮ้อน UD Town (อุดรธานี)
มื้อเย็นแบบคนอีสาน หม้อไฟน้ำซุปสมุนไพรจิ้มเนื้อหมูสด ย่าน UD Town มีหลายร้านให้เลือกและบรรยากาศคึกคักช่วงค่ำ เหมาะปิดวันที่อยู่อุดรด้วยมื้อที่อิ่มและไม่แพง
เฝอเนื้อโพนยางคำ
เนื้อโพนยางคำคือเนื้อโคขุนชื่อดังของสกลนคร เอามาทำเฝอน้ำใสหวานกระดูกหรือย่างจิ้มแจ่ว หากินได้ทั้งร้านเวียดนามและร้านเนื้อในเมืองสกลนคร เป็นรสที่บอกได้ว่ามาถึงถิ่นจริง
ตลาดเย็น/ถนนคนเดินสกลนคร
ของย่าง ของทอด ขนมพื้นเมือง และอาหารอีสานริมทางในเมืองสกลนคร เหมาะเดินกินเล่นตอนเย็นวันแรกแบบไม่ต้องนั่งร้าน ราคาย่อมเยา ได้ชิมหลายอย่างในมื้อเดียว
ถนนคนเดินอุดร (หนองประจักษ์)
เปิดศุกร์–อาทิตย์แถวสวนหนองประจักษ์ เดินกินยาวทั้งของคาวของหวาน มีทั้งอาหารญวน อีสาน และของกินเล่น เหมาะคนที่ทริปตกช่วงสุดสัปดาห์ ได้บรรยากาศเมืองอุดรตอนค่ำ
เพิ่มได้ถ้ามีเวลามากกว่า 3 วัน
ถ้ายืดทริปเป็น 4 วันหรืออยากเที่ยวสบายขึ้น ยังมีจุดสายบุญและธรรมชาติอีกหลายแห่งบนเส้นทางที่เพิ่มเข้าไปได้ตามความสนใจ
- วัดถ้ำผาแด่น สกลนคร — งานแกะสลักหน้าผาและองค์พญานาคปรกบนเทือกเขาภูพาน มีจุดชมวิวเมืองสกลนคร ทางขึ้นช่วงท้ายชัน ขับระวังโค้ง เหมาะแทรกในวันแรกถ้าเริ่มเช้า
- คำชะโนดและวัดป่าภูก้อน — ถ้าวันสุดท้ายไม่ต้องบินกลับเร็ว เก็บได้ทั้งสองที่ คำชะโนดเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์กลางน้ำ ส่วนวัดป่าภูก้อนมีพระพุทธไสยาสน์หินอ่อนขาวกลางป่า
- พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี — อาคารเก่าราชินูทิศกลางเมืองอุดร เล่าประวัติเมืองและยุคสงคราม เหมาะวันที่ฝนตกหรืออยากพักจากแดด เข้าง่ายอยู่ในเมือง
- ผ้าครามและของฝากสกลนคร — นอกจากบ้านดอนกอย ยังมีร้านผ้าครามย้อมมือในตัวเมืองให้เลือกซื้อเป็นของฝากที่หาได้เฉพาะถิ่น ลายและเฉดครามต่างกันแต่ละชุมชน
งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน
- เช่ารถ — อีโคคาร์/เก๋งราว 900–1,400 บาท/วัน ยังไม่รวมน้ำมัน หารกันหลายคนคุ้มสุดสำหรับทริปนี้
- รถตู้/รถบัสระหว่างเมือง — สกลนคร–อุดร หลักร้อยต้น ๆ ต่อเที่ยว แต่ในเมืองยังต้องต่อรถอีก
- ที่พัก — เกสต์เฮาส์เริ่มหลักร้อย โรงแรมกลาง ๆ ราว 700–1,800 บาท/คืน ทั้งสกลนครและอุดรมีให้เลือกเยอะ
- ค่าเข้าชม/ค่าเรือ — บ้านเชียงคนไทย 30 บาท พระธาตุเชิงชุมและพิพิธภัณฑ์อาจารย์มั่นเข้าฟรี ล่องเรือทะเลบัวแดงเรือเล็ก 300 บาท เรือใหญ่ 500 บาท/ลำ (หารกันได้)
เตรียมตัวก่อนออกทริป
- เช็กฤดูทะเลบัวแดง — ไปได้แค่ราว ธ.ค.–ต้น มี.ค. นอกฤดูไม่มีดอกบัว ถ้าตั้งใจมาดูบัวควรล็อกช่วงให้ตรง
- โทรนัดหมู่บ้านผ้าคราม — บ้านดอนกอยควรนัดล่วงหน้าหนึ่งวัน (087-232-9016) เพื่อให้มีคนสาธิตและทางลูกรังช่วงท้ายขับช้า ๆ
- เผื่อวันปิดบ้านเชียง — พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงปิดจันทร์ ถ้าทริปตกวันจันทร์ให้สลับลำดับหรือดูหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีในแทน
- พกเงินสดและของไหว้ — ดอกไม้ธูปเทียนซื้อหน้าวัดได้ แต่ร้านชุมชนและท่าเรือบางที่ยังไม่รับโอน ควรพกเงินสดและน้ำดื่มติดรถ
- แต่งกายสุภาพในวัด — ทั้งพระธาตุเชิงชุมและวัดป่าภูก้อน งดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า ถอดรองเท้าก่อนขึ้นลานพระธาตุ
หาที่พักตั้งต้นทริปที่สกลนคร
ดู Top 10 โรงแรมสกลนคร →