🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง
ชัยภูมิอยู่ภาคอีสานตอนกลางรอยต่อกับภาคเหนือ-กลาง มีภูเขาและอุทยานหลายแห่ง ไฮไลต์คือทุ่งดอกกระเจียว (ดอกบัวสวรรค์) ที่บานสีชมพูม่วงเต็มทุ่งช่วงหน้าฝนในอุทยานฯ ป่าหินงาม มอหินขาวกลุ่มเสาหินธรรมชาติที่คนเรียกสโตนเฮนจ์เมืองไทย น้ำตกตาดโตนที่เล่นน้ำได้ และจุดชมวิวสุดแผ่นดินริมหน้าผา
ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป ทุ่งดอกกระเจียวบานเฉพาะช่วงราว มิ.ย.–ส.ค. (หน้าฝน) เป็นไฮซีซันที่คนเยอะ ควรไปเช้าและเช็กช่วงดอกบาน มอหินขาวและน้ำตกสวยหน้าฝนถึงต้นหนาว จุดเที่ยวเป็นภูเขากระจาย ควรมีรถ
ทุ่งดอกกระเจียว ป่าหินงาม–ไทรทอง ชัยภูมิ (ค่าเข้าอุทยาน + รถรางชมทุ่ง, บานหน้าฝน)
ทุ่งดอกกระเจียวชัยภูมิเป็นภาพจำของเที่ยวหน้าฝนอีสานตอนล่าง ช่วงราวเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมดอกกระเจียวจะทยอยผลิบานเป็นสีชมพูม่วงปกคลุมทุ่งกลางป่าเขา ต้นดอกแทงขึ้นมาจากพื้นหลังฝนแรกพร้อมกันทีละมาก จุดชมหลักมีสองที่คืออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว ทั้งคู่อยู่ในจังหวัดชัยภูมิและเปิดให้ชมเฉพาะช่วงดอกบาน กิจกรรมที่จองหรือจ่ายหน้างานคือค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานบวกค่ารถพาขึ้นไปยังจุดชมทุ่ง ที่ป่าหินงามมีรถรางของอุทยานรับขึ้นไปแล้วเดินต่อในระยะสั้น ส่วนไทรทองต้องนั่งรถกระบะท้องถิ่นขึ้นไปทางผาพ่อเมืองแล้วเดินเข้าทุ่ง
ความต่างของสองที่ช่วยให้เลือกได้ตามแรงขา ป่าหินงามเดินสบายกว่าเพราะมีรถรางส่งใกล้ทุ่งและมีลานหินงามกับจุดชมวิวสุดแผ่นดินให้แวะต่อในทริปเดียว เหมาะกับครอบครัวที่พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วย แต่ความหนาแน่นของดอกอาจไม่เท่าไทรทอง ส่วนไทรทองดอกขึ้นหนาแน่นเป็นผืนกว้างและวิวเปิดโล่งกว่า แลกกับการเดินไกลและเส้นทางรถที่ต้องลุยหน่อยโดยเฉพาะวันที่ฝนตกจนดินแฉะ ค่าเข้าอุทยานคนไทยผู้ใหญ่อยู่ที่ราวสี่สิบบาท เด็กยี่สิบบาท ต่างชาติจ่ายคนละอัตราที่สูงกว่า ค่ารถรางป่าหินงามเก็บแยกอีกราวสามสิบบาทต่อผู้ใหญ่ ควรพกเงินสดไปเผื่อเพราะจุดขายตั๋วในป่าไม่ได้รับโอนทุกที่ และช่วงไฮซีซันวันหยุดยาวคนเยอะมากจึงควรไปถึงตั้งแต่เช้า
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือดอกกระเจียวบานตามจังหวะฝนของแต่ละปี บางปีมาช้าหรือเร็วกว่าปกติ ก่อนออกเดินทางควรเช็กเพจอุทยานหรือโทรถามเจ้าหน้าที่ว่าดอกบานถึงจุดสวยแล้วหรือยัง จะได้ไม่ไปเจอทุ่งที่ยังไม่ขึ้นหรือโรยไปแล้ว หน้าฝนทางเดินและลานหินลื่น รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากันลื่นช่วยได้มาก ควรพกเสื้อกันฝนหรือร่มติดตัวเพราะฝนมาไวไปไว และช่วงสายแดดแรงจึงเตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย วันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดยาวรถรางกับคิวขึ้นจุดชมต่อยาว หากเลี่ยงได้ให้เลือกวันธรรมดาหรือไปเช้าตั้งแต่อุทยานเปิดจะได้ทั้งอากาศเย็น ไอหมอกบาง ๆ และภาพทุ่งที่คนยังไม่แน่น
- ทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูม่วงบานเต็มผืนกลางป่าเขาเฉพาะหน้าฝน เป็นภาพธรรมชาติที่หาดูได้เฉพาะช่วงสั้น ๆ ของปี
- ป่าหินงามมีรถรางส่งใกล้ทุ่ง เดินไม่หนัก แถมแวะลานหินงามและจุดชมวิวสุดแผ่นดินได้ในทริปเดียว เหมาะพาเด็กและผู้ใหญ่
- ไทรทองดอกขึ้นหนาแน่นเป็นผืนกว้างและวิวเปิดโล่งกว่า ถูกใจสายเดินและสายถ่ายภาพที่อยากได้ทุ่งเต็ม ๆ
- ค่าเข้าและค่ารถรางไม่แพง มีสองอุทยานให้เลือกตามแรงขาและสไตล์การเที่ยว
- ดอกบานตามจังหวะฝนของแต่ละปี บางปีมาช้าหรือโรยเร็ว หากไม่เช็กก่อนอาจไปเจอทุ่งที่ยังไม่ขึ้นหรือหมดแล้ว
- หน้าฝนทางเดินและลานหินลื่น เส้นทางรถขึ้นไทรทองต้องลุยและดินแฉะเมื่อฝนตก
- ช่วงไฮซีซันวันหยุดยาวคนแน่นมาก คิวรถรางและจุดชมต่อยาว จุดขายตั๋วในป่าบางที่รับแต่เงินสด
มอหินขาว (อุทยานแห่งชาติภูแลนคา) — เสาหินธรรมชาติคล้ายสโตนเฮนจ์ + ลานกางเต็นท์ + จุดชมวิว
มอหินขาวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิราว 30 กิโลเมตร จุดเด่นคือกลุ่มเสาหินทรายสีอ่อนขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงกันกลางลานหญ้า บางต้นสูงหลายเมตร รูปทรงแปลกตาจนคนไทยเรียกกันติดปากว่าเป็นสโตนเฮนจ์เมืองไทย ต่างกันตรงที่หินพวกนี้เกิดจากธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ได้มีคนยกมาเรียง เสาหินเกิดจากการกัดเซาะของลมและฝนที่ค่อย ๆ เจียนเนื้อหินอ่อนออกไปนานนับล้านปี เหลือแกนหินแข็งตั้งเป็นเสา เดินชมรอบลานได้สบาย ๆ มีทางเดินและป้ายอธิบายให้เข้าใจว่าแต่ละกลุ่มหินก่อตัวมาอย่างไร นอกจากลานเสาหินหลักแล้วยังมีเส้นทางเดินต่อไปยังจุดชมวิวเสาหินโบราณและหน้าผาที่มองเห็นวิวป่าเขากว้างไกล เหมาะกับคนที่ชอบเดินชมธรรมชาติแบบไม่ต้องปีนหนัก
เสน่ห์อีกอย่างของที่นี่คือการมาค้างคืน อุทยานฯ มีลานกางเต็นท์พร้อมห้องน้ำและจุดบริการ ใครไม่มีเต็นท์ก็เช่าที่นี่ได้ เช้ามืดหลังฝนตกในหน้าฝนถึงต้นหนาวมักมีทะเลหมอกลอยคลุมหุบเขาให้เห็นจากจุดชมวิว ส่วนกลางคืนที่ท้องฟ้าเปิดก็เห็นดาวเต็มฟ้าเพราะอยู่ไกลแสงเมือง หลายคนตั้งใจมานอนค้างเพื่อเก็บทั้งทะเลหมอกตอนเช้าและทางช้างเผือกตอนดึกในทริปเดียว ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ราคาไม่แพง จ่ายครั้งเดียวเที่ยวได้ทั้งวัน ส่วนค่ากางเต็นท์และเช่าอุปกรณ์คิดเพิ่มต่างหาก การเดินทางสะดวกสุดคือขับรถหรือเช่ารถไปเอง เพราะรถสาธารณะเข้าไม่ถึงตัวจุด ช่วงถนนขึ้นเขาบางตอนค่อนข้างชันและแคบ รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องขับระวัง
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือมอหินขาวเป็นธรรมชาติเปิดโล่ง กลางวันแดดแรงและร่มเงาน้อย ควรไปช่วงเช้าหรือเย็นและเตรียมหมวกกับน้ำดื่มไปเอง ช่วงหน้าแล้งลานหญ้าจะแห้งเป็นสีน้ำตาลและอาจไม่เขียวสวยเท่าในรูปที่ถ่ายหน้าฝน ส่วนหน้าฝนแม้วิวเขียวและมีลุ้นทะเลหมอก แต่ทางเดินและถนนขึ้นเขาลื่น ต้องใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี ทะเลหมอกเองก็ไม่ได้มีทุกวัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ บางเช้ามาถึงแล้วฟ้าโปร่งไม่มีหมอกก็มี ร้านค้าและจุดบริการในอุทยานฯ มีจำกัด ถ้าจะค้างคืนควรเตรียมอาหารและของใช้จำเป็นไปให้พร้อม และช่วยกันเก็บขยะกลับออกมาด้วยเพื่อรักษาลานหินให้สวยเหมือนเดิม
- กลุ่มเสาหินทรายรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากธรรมชาติล้วน ๆ ถ่ายรูปสวยและมีป้ายอธิบายการก่อตัวให้เข้าใจ
- ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ถูก จ่ายครั้งเดียวเที่ยวได้ทั้งวัน คุ้มค่ากับวิวที่ได้
- มีลานกางเต็นท์พร้อมห้องน้ำและบริการเช่าเต็นท์ ค้างคืนดูทะเลหมอกตอนเช้าและดาวตอนดึกได้ในทริปเดียว
- ทางเดินชมไม่ชัน เดินสบาย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และผู้สูงอายุที่ไม่อยากปีนหนัก
- รถสาธารณะเข้าไม่ถึง ต้องขับรถหรือเช่ารถไปเอง ถนนขึ้นเขาบางช่วงชันและแคบ
- เป็นที่โล่งแดดแรงและร่มเงาน้อย หน้าแล้งลานหญ้าแห้งเป็นสีน้ำตาล ไม่เขียวเท่าหน้าฝน
- ทะเลหมอกไม่ได้มีทุกวันขึ้นกับอากาศ ร้านค้าและจุดบริการในอุทยานฯ มีจำกัด ต้องเตรียมของไปเอง
น้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติตาดโตน (น้ำตกกว้างเล่นน้ำได้ ใกล้ตัวเมืองชัยภูมิ)
น้ำตกตาดโตนเป็นน้ำตกขึ้นชื่อของชัยภูมิ อยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 21 กิโลเมตร ขับรถไปครึ่งชั่วโมงก็ถึง จุดเด่นที่คนไปแล้วพูดถึงกันมากคือลานหินกว้างที่น้ำไหลแผ่ออกเป็นแนวยาว ตัวน้ำตกหลักสูงราว 6 เมตร กว้างประมาณ 50 เมตร และมีแอ่งน้ำหลายจุดที่ลงเล่นน้ำได้จริง ไม่ใช่แค่ยืนดูอย่างเดียว เดินจากลานจอดรถเข้าไปถึงตัวน้ำตกราว 300 เมตร ทางไม่ชันมาก มีสะพานแขวนเชือกให้เดินข้ามลำธารและแวะถ่ายรูปเป็นจุดไฮไลต์ระหว่างทาง เหมาะกับคนที่อยากได้น้ำตกใกล้เมืองแบบไม่ต้องเดินป่าหนัก พาเด็กหรือผู้ใหญ่ไปด้วยก็ยังไหว
ช่วงเวลาที่น้ำเยอะและสวยที่สุดคือหน้าฝนราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม สายน้ำจะไหลเต็มลานหินและดูมีพลังกว่าหน้าแล้งมาก ส่วนหน้าแล้งน้ำจะเบาลงเหลือเป็นสายเล็ก ๆ บางปีเกือบแห้ง แต่ก็ยังมีแอ่งให้แช่เท้าเล่นน้ำได้ การไปน้ำตกนี้ไม่มีตั๋วจองออนไลน์ล่วงหน้า จ่ายค่าธรรมเนียมอุทยานหน้างานเป็นเงินสด คนไทยผู้ใหญ่ราว 40 บาท เด็กราว 20 บาท ต่างชาติคิดอีกอัตราหนึ่ง และมีค่าจอดรถแยกต่างหาก ภายในอุทยานมีลานกางเต็นท์ บ้านพัก ร้านอาหาร และห้องน้ำ รองรับทั้งคนมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับและคนที่อยากค้างคืนสัมผัสอากาศเย็นในป่า
สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมา คือลานหินริมน้ำตกลื่นมาก โดยเฉพาะจุดที่มีตะไคร่เกาะ ควรใส่รองเท้ายางกันลื่นและเดินระวังเป็นพิเศษ อย่าวิ่งเล่นบนหินเปียก เด็กเล็กต้องมีผู้ใหญ่ดูใกล้ชิดตลอด ช่วงหน้าฝนน้ำแรงและระดับน้ำขึ้นเร็ว ถ้าเห็นป้ายเตือนหรือเจ้าหน้าที่ห้ามลงเล่นน้ำก็ควรฟัง เพราะกระแสน้ำหลากอันตรายกว่าที่ตาเห็น วันหยุดยาวและเทศกาลคนค่อนข้างเยอะ ที่จอดรถอาจเต็มและจุดเล่นน้ำแออัด ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ให้ไปวันธรรมดาหรือไปแต่เช้า เตรียมน้ำดื่ม เสื้อผ้าสำรอง และถุงเก็บขยะกลับมาเองด้วย เพราะเป็นเขตอุทยานที่ควรช่วยกันรักษาความสะอาด
- อยู่ใกล้ตัวเมืองชัยภูมิแค่ราว 21 กม. เดินจากลานจอดถึงน้ำตกแค่ 300 เมตร ทางไม่ชัน เหมาะพาครอบครัวและเด็ก
- ลานหินกว้าง น้ำตกแผ่เป็นแนวยาว มีแอ่งให้ลงเล่นน้ำได้จริงหลายจุด ไม่ใช่แค่ยืนดู
- มีสะพานแขวนเชือกเป็นจุดถ่ายรูป และในอุทยานมีลานกางเต็นท์ บ้านพัก ร้านอาหาร ห้องน้ำครบ
- ค่าเข้าถูก คนไทยผู้ใหญ่ราว 40 บาท เด็กราว 20 บาท เที่ยวได้ทั้งไปเช้าเย็นกลับและค้างคืน
- ลานหินริมน้ำตกลื่นมากโดยเฉพาะจุดที่มีตะไคร่ ต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่เหมาะกับคนที่เดินหินเปียกไม่ถนัด
- หน้าแล้งน้ำเบาลงมาก บางปีเกือบแห้ง ความสวยขึ้นอยู่กับฤดูค่อนข้างมาก
- วันหยุดยาวและเทศกาลคนเยอะ ที่จอดรถอาจเต็มและจุดเล่นน้ำแออัด อีกทั้งไม่มีตั๋วจองล่วงหน้า ต้องเตรียมเงินสดจ่ายหน้างาน
ป่าหินงาม — ลานหินงาม + จุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน (อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม)
ป่าหินงามเป็นจุดเที่ยวธรรมชาติที่คนพูดถึงกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของชัยภูมิ อยู่บนเทือกเขาพังเหยในเขตอำเภอเทพสถิต จุดเด่นสองอย่างที่คนมากันคือลานหินงามกับจุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน ลานหินงามเป็นพื้นที่กว้างที่มีก้อนหินรูปทรงแปลกตากระจายอยู่เต็มไปหมด บางก้อนดูคล้ายรูปสัตว์ บางก้อนคล้ายเจดีย์หรือถ้วยชาม เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำมานานนับล้านปี มีทางเดินปูไว้ให้เดินชมวนรอบได้สบาย ไม่ต้องปีนป่ายหนัก เดินเรื่อย ๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ราวครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบห้านาทีก็ทั่ว เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศธรรมชาติแบบไม่ต้องออกแรงมาก พาผู้ใหญ่หรือเด็กไปด้วยก็ยังไหว
อีกจุดที่พลาดไม่ได้คือผาสุดแผ่นดิน จุดชมวิวหน้าผาที่เป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน ยืนอยู่ตรงนี้จะเห็นวิวป่าเขียวไกลสุดสายตาเบื้องล่าง ช่วงเช้ามักมีทะเลหมอกลอยปกคลุม ส่วนช่วงเย็นเป็นมุมดูพระอาทิตย์ตกที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ เดินจากลานจอดรถไปไม่ไกลก็ถึง ใครมาช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมจะได้เจอทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูม่วงบานเต็มทุ่งเป็นของแถม ซึ่งเป็นช่วงพีคที่คนมาเยอะที่สุด อุทยานเปิดให้เข้าตั้งแต่หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น เก็บค่าธรรมเนียมเข้าตามอัตราคนไทยและต่างชาติ เตรียมเงินสดไปจ่ายที่ด่านได้เลย
การมาที่นี่ตรงไปตรงมาคือต้องเผื่อเรื่องการเดินทาง เพราะอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองชัยภูมิและถนนช่วงขึ้นเขาบางตอนค่อนข้างชัน รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องขับระวัง แนะนำให้มีรถส่วนตัวหรือเช่ารถเพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก ช่วงเทศกาลดอกกระเจียวคนแน่นมากทั้งลานจอดและทางเดิน ควรไปแต่เช้าเพื่อเลี่ยงแดดแรงและความแออัด สวมรองเท้าที่เดินสบายเพราะพื้นลานหินไม่เรียบสม่ำเสมอ พกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปด้วยเพราะบางช่วงทางเดินไม่มีร่มเงา ส่วนคนที่ไปนอกฤดูดอกไม้บานอาจเจอทุ่งที่ยังไม่มีดอก แต่ลานหินงามกับวิวผาสุดแผ่นดินยังสวยให้ชมได้ตลอดทั้งปี
- ลานหินงามมีก้อนหินรูปทรงแปลกตากระจายเต็มพื้นที่ ทางเดินปูไว้ให้เดินชมวนรอบได้สบาย ไม่ต้องปีนป่ายหนัก
- ผาสุดแผ่นดินเป็นจุดชมวิวหน้าผารอยต่อภาคกลาง-อีสาน เห็นวิวป่าไกลสุดตา เช้ามีโอกาสเจอทะเลหมอก เย็นเป็นมุมพระอาทิตย์ตก
- ช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมมีทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูม่วงบานเต็มทุ่งเป็นของแถม
- ค่าธรรมเนียมเข้าไม่แพงสำหรับคนไทย เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และสายถ่ายภาพในครึ่งวัน
- อยู่ไกลจากตัวเมืองชัยภูมิ ถนนช่วงขึ้นเขาบางตอนชัน และรถสาธารณะเข้าถึงยาก ควรมีรถส่วนตัว
- ช่วงเทศกาลดอกกระเจียวคนแน่นมากทั้งลานจอดและทางเดิน ต้องไปแต่เช้าถึงจะเลี่ยงความแออัดได้
- บางช่วงทางเดินไม่มีร่มเงาและพื้นลานหินไม่เรียบ ถ้ามานอกฤดูดอกไม้บานจะไม่เจอทุ่งดอกกระเจียว
ปรางค์กู่ ชัยภูมิ (ปราสาทขอม-อโรคยาศาลกลางเมือง)
ปรางค์กู่เป็นปราสาทขอมกลางเมืองชัยภูมิที่แวะง่ายที่สุดในบรรดาโบราณสถานของจังหวัด อยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง ห่างตัวเมืองแค่ราว 3 กิโลเมตร ขับรถหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ไปไม่กี่นาทีก็ถึง ตัวปราสาทสร้างด้วยศิลาแลงเป็นปรางค์ประธานทรงสี่เหลี่ยมหนึ่งหลัง มีบรรณาลัยอยู่ด้านหน้า ล้อมด้วยกำแพงแก้วและมีซุ้มประตู (โคปุระ) ทางทิศตะวันออก ด้านนอกกำแพงมีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าบาราย นักโบราณคดีเชื่อว่าที่นี่คืออโรคยาศาลหรือโรงพยาบาลประจำชุมชนในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม ซึ่งโปรดให้สร้างไว้ตามเส้นทางหลายแห่งทั่วภาคอีสาน
เสน่ห์ของปรางค์กู่คือความที่เป็นโบราณสถานเก่าแก่แต่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องเสียค่าเข้า เดินชมรอบตัวปราสาทได้สบาย ๆ ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง คนในพื้นที่ยังนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง มีพระพุทธรูปหินและใบเสมาเก่าตั้งอยู่บริเวณลาน หลายคนแวะมาสักการะขอพรก่อนเดินชมสถาปัตยกรรม รอบ ๆ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพปราสาทหินสวย ๆ โดยไม่ต้องเบียดเสียดกับนักท่องเที่ยว ช่วงเช้าและเย็นแดดไม่แรง แสงเฉียงลงบนเนื้อหินทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยกว่าตอนกลางวัน
ก่อนไปมีบางอย่างที่ควรรู้ไว้ก่อนแบบตรงไปตรงมา ปรางค์กู่เป็นจุดเล็ก ๆ ที่ใช้เวลาชมไม่นาน ถ้าคาดหวังปราสาทใหญ่โตแบบพิมายหรือพนมรุ้งอาจรู้สึกว่าเล็กไป จึงเหมาะเป็นจุดแวะระหว่างทางมากกว่าจุดหมายหลักของทริป ป้ายให้ข้อมูลประวัติมีไม่มากและบางช่วงดูแลไม่ทั่วถึง ถ้าอยากเข้าใจเรื่องราวลึกขึ้นควรหาข้อมูลไปก่อนหรือจ้างไกด์ท้องถิ่น บริเวณลานเปิดโล่งแทบไม่มีร่มในบางมุม ช่วงกลางวันหน้าร้อนแดดจัดมาก ควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มไปด้วย ที่จอดรถมีแต่ไม่กว้างนัก และร้านค้าบริเวณนั้นมีน้อย เผื่อของกินของใช้ไปเองจะสะดวกกว่า
- ปราสาทขอม-อโรคยาศาลเก่าแก่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อยู่กลางเมือง แวะง่าย ห่างตัวเมืองแค่ราว 3 กม.
- เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เดินชมและถ่ายรูปได้สบาย ๆ ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
- บรรยากาศเงียบสงบ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา คนไม่พลุกพล่านเหมือนปราสาทดัง
- เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง มีพระพุทธรูปหินและใบเสมาเก่าให้สักการะควบคู่กับชมสถาปัตยกรรม
- เป็นจุดเล็ก ใช้เวลาชมไม่นาน คนที่คาดหวังปราสาทใหญ่แบบพิมาย-พนมรุ้งอาจรู้สึกว่าเล็กไป
- ป้ายให้ข้อมูลประวัติมีไม่มากและบางช่วงดูแลไม่ทั่วถึง อยากเข้าใจลึกต้องหาข้อมูลไปก่อน
- ลานเปิดโล่งแทบไม่มีร่มบางมุม กลางวันหน้าร้อนแดดจัด ที่จอดรถและร้านค้าน้อย
พระธาตุหนองสามหมื่น (เจดีย์เก่าแก่ศิลปะล้านช้าง-ล้านนา อ.ภูเขียว)
พระธาตุหนองสามหมื่นอยู่ในวัดพระธาตุหนองสามหมื่น บ้านแก้ง อำเภอภูเขียว ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดชัยภูมิ ห่างจากตัวอำเภอราว 5 กิโลเมตร ชื่อพระธาตุมาจากหนองน้ำใหญ่ที่อยู่ใกล้กัน จุดที่ทำให้คนสายประวัติศาสตร์ตั้งใจมาดูคือรูปทรงองค์พระธาตุที่เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน เหนือฐานเป็นบัวคว่ำบัวหงายรองรับองค์ระฆัง มีซุ้มจระนำทั้งสี่ทิศประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึงและปางลีลา งานช่างชุดนี้เกิดจากการผสมผสานศิลปะล้านนา ล้านช้าง และอยุธยาเข้าด้วยกัน จึงเป็นเจดีย์ที่หาดูได้ยากในแถบนี้และเป็นหลักฐานว่าพื้นที่ชัยภูมิเคยเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมลาวล้านช้างมาก่อน
เรื่องอายุนั้นไม่มีหลักฐานระบุปีสร้างชัดเจน แต่จากลักษณะสถาปัตยกรรมนักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 21–22 ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และบริเวณโดยรอบยังพบร่องรอยคูน้ำคันดินและเนินโบราณสถานหลายแห่ง สะท้อนว่าที่นี่เคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีมาก่อน ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เก็บใบเสมาหิน พระพุทธรูปเก่า และข้าวของเครื่องใช้ที่ขุดพบในพื้นที่ ทำให้การมาที่นี่ได้ทั้งไหว้พระธาตุที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้เห็นภาพรวมประวัติศาสตร์ของภูเขียวไปพร้อมกันในการมาครั้งเดียว
เรื่องที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือที่นี่ไม่ใช่จุดเที่ยวกระแสหลัก คนไม่พลุกพล่าน ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดมีจำกัด ควรเตรียมน้ำและของกินติดตัวไปเอง ข้อสองคือการเดินทางสะดวกที่สุดเมื่อมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยากและไม่ได้มีบ่อย ถ้าไม่มีรถควรวางแผนเหมารถหรือมอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองชัยภูมิหรืออำเภอภูเขียวไว้ล่วงหน้า ข้อสามคือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าตามจุดที่กำหนด และสำรวมเมื่อเข้าเขตพระธาตุ ช่วงเวลาที่เที่ยวสบายคือเช้าหรือช่วงบ่ายแก่ที่แดดไม่แรง เพราะบริเวณลานพระธาตุค่อนข้างโล่งและร่มเงาน้อย พกหมวกกับร่มไปด้วยจะช่วยได้มาก
- เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองที่ผสมศิลปะล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา หาดูได้ยากในแถบอีสานตอนล่าง เหมาะกับคนชอบงานช่างและประวัติศาสตร์
- เป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียนกรมศิลปากร เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ได้ทั้งไหว้พระทำบุญและเรียนรู้ประวัติเมืองโบราณภูเขียว
- เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม และภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเก็บใบเสมาหินกับพระพุทธรูปเก่าให้ดูเพิ่ม
- คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาไหว้พระแบบสบาย ๆ และถ่ายรูปงานสถาปัตยกรรมโดยไม่ต้องแย่งมุม
- อยู่ไกลตัวเมืองชัยภูมิราว 80 กม. และรถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถถึงจะสะดวก
- ไม่ใช่จุดเที่ยวกระแสหลัก ร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบวัดมีจำกัด ควรเตรียมน้ำและของกินไปเอง
- ลานพระธาตุค่อนข้างโล่ง ร่มเงาน้อย ช่วงกลางวันแดดแรง ควรเลี่ยงมาตอนเที่ยงและพกหมวกกับร่ม
เขื่อนจุฬาภรณ์ (เขื่อนน้ำพรม) — เที่ยวชม จุดชมวิว และพักค้างบนเขาหน้าหนาว
เขื่อนจุฬาภรณ์ หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าเขื่อนน้ำพรม เป็นเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูเขียว อำเภอคอนสาร ทางตอนเหนือของจังหวัดชัยภูมิ จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากเขื่อนทั่วไปคือระดับความสูงราว 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงเย็นสบายเกือบทั้งปี ตอนหน้าหนาวยิ่งเย็นจัดและมีโอกาสเจอทะเลหมอกลอยอยู่เหนือผืนน้ำในตอนเช้า บรรยากาศรอบเขื่อนเป็นอ่างเก็บน้ำกว้างล้อมด้วยภูเขาเขียว ๆ มีถนนเลียบสันเขื่อนให้เดินเล่นถ่ายรูป มีศาลาชมวิวมองออกไปเห็นทิวเขาไกล ๆ และมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ริมสันเขื่อนให้แวะสักการะ เหมาะกับคนที่อยากได้ที่เที่ยวธรรมชาติเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่านเหมือนแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต
การเที่ยวชมเขื่อนถ้ามาแค่ถ่ายรูปเดินเล่นชมธรรมชาติจะไม่เสียค่าเข้า จุดที่คนนิยมแวะมีทั้งสันเขื่อน ลานริมน้ำ และจุดชมวิวบนเขาที่มองเห็นวิวได้กว้างไกล ระหว่างทางขึ้นเขามักเจอฝูงลิงอาศัยอยู่ริมถนนเป็นระยะ เป็นสีสันของเส้นทางแต่ก็ต้องระวังของกินและสัมภาระในรถ ใครอยากค้างคืนเพื่อรอชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นเช้าตรู่ ทางเขื่อนมีบ้านพักและลานกางเต็นท์ให้จอง มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ ช่วงที่สวยที่สุดคือปลายฝนต้นหนาวจนถึงหน้าหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ที่น้ำในอ่างเต็ม อากาศเย็น และมีหมอกให้เห็นบ่อย โซนนี้ยังใกล้กับทุ่งกะมังในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและน้ำตกหลายแห่ง วางแผนเที่ยวต่อเนื่องได้ในทริปเดียว
ข้อที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือเขื่อนอยู่ไกลจากตัวเมืองชัยภูมิพอสมควร เส้นทางช่วงท้ายเป็นถนนขึ้นเขาคดเคี้ยว คนเมารถง่ายควรเตรียมยาและขับด้วยความระวัง รถเก๋งขึ้นได้แต่ต้องใช้เกียร์ต่ำในบางช่วง ที่นี่เป็นพื้นที่ของหน่วยงานราชการ ไม่ใช่รีสอร์ตเอกชน บ้านพักจึงเน้นสะอาดเรียบง่ายมากกว่าหรูหรา ช่วงวันหยุดยาวและหน้าหนาวห้องพักเต็มเร็วมาก ควรโทรจองล่วงหน้ากับทางเขื่อนหรือเช็กช่องทางจองออนไลน์ก่อนออกเดินทาง ทะเลหมอกเป็นเรื่องของสภาพอากาศ บางเช้าที่ฟ้าโปร่งอาจไม่มีหมอกให้เห็น จึงควรมองว่าเป็นโบนัสมากกว่าสิ่งที่การันตีได้ และร้านค้าร้านอาหารบนเขามีจำกัด เตรียมน้ำ ของกิน และเสื้อกันหนาวติดตัวไปให้พร้อมจะสบายใจกว่า
- อยู่สูงราว 800 เมตร อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี หน้าหนาวมีโอกาสเจอทะเลหมอกเหนือผืนน้ำ
- เที่ยวชม-ถ่ายรูปเข้าฟรี มีทั้งสันเขื่อน ลานริมน้ำ ศาลาชมวิว และพระพุทธรูปให้แวะสักการะ
- มีบ้านพักและลานกางเต็นท์ของเขื่อนให้ค้างคืน พร้อมร้านอาหาร ร้านกาแฟ ในพื้นที่
- อยู่ใกล้ทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และน้ำตกหลายแห่ง วางทริปเที่ยวต่อเนื่องได้
- อยู่ไกลตัวเมืองชัยภูมิ เส้นทางช่วงท้ายเป็นถนนขึ้นเขาคดเคี้ยว คนเมารถต้องเตรียมตัว
- บ้านพักเป็นของหน่วยงานราชการ เน้นเรียบง่ายสะอาด ไม่ใช่รีสอร์ตหรู และเต็มเร็วช่วงหน้าหนาว
- ทะเลหมอกขึ้นอยู่กับอากาศ บางเช้าไม่มีให้เห็น อีกทั้งร้านค้าร้านอาหารบนเขามีจำกัด
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง (ชมสัตว์ป่า เก้ง กวาง เนื้อทราย นกยูง)
ทุ่งกะมังเป็นที่ราบทุ่งหญ้ากว้างกลางผืนป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อยู่ที่ความสูงราว 900 เมตร จุดเด่นคือช่วงเช้ามืดและเย็นย่ำที่ฝูงเก้ง กวาง และเนื้อทรายจะออกมาหากินตามชายทุ่ง บางครั้งเห็นนกยูงเดินอวดหางอยู่ไม่ไกล ที่นี่เป็นพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการเพาะเลี้ยงและปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติมานาน จึงมีโอกาสเห็นสัตว์มากกว่าป่าทั่วไป แต่ต้องเข้าใจก่อนว่านี่คือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ใช่สวนสัตว์หรือจุดเช็กอินถ่ายรูปเร็ว ๆ การได้เห็นสัตว์ขึ้นอยู่กับจังหวะ ความเงียบ และการเคารพกติกาของพื้นที่
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปคือกฎเรื่องการขออนุญาต เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีข้อบังคับเข้มกว่าอุทยานแห่งชาติทั่วไป การเข้าไปในพื้นที่ชั้นในหรือเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้าและต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไปด้วย ควรติดต่อสอบถามและจองบ้านพักกับทางเขตฯ ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่คนเยอะ พื้นที่เปิดให้เข้าเวลา 8.00-16.00 น. ค่าธรรมเนียมคนไทยผู้ใหญ่ราว 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ 200 บาท และมีค่ารถแยกต่างหาก อยากดูสัตว์ให้ได้ผลควรค้างคืนในเขตฯ เพราะช่วงเห็นสัตว์ดีที่สุดคือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและตอนโพล้เพล้ ซึ่งเลยเวลารถเข้า-ออกปกติไปแล้ว ฤดูที่เหมาะที่สุดคือหน้าแล้งราวเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เพราะสัตว์จะมารวมตัวใกล้แหล่งน้ำ ทำให้เห็นได้ง่ายขึ้น
เรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตามจริงคือ ทางขึ้นภูเขียวเป็นถนนภูเขาคดเคี้ยว รถเก๋งเตี้ยบางช่วงอาจลำบาก ควรใช้รถที่กำลังดีและขับด้วยความระวังเพราะมีสัตว์ข้ามถนน สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแบบเรียบง่ายกลางป่า บ้านพักและอาหารมีจำกัด ร้านอาหารในเขตฯ มักต้องสั่งจองล่วงหน้า จึงควรเตรียมของกินติดตัวไปเผื่อ สัญญาณโทรศัพท์และไฟฟ้าไม่ครอบคลุมทุกจุด และการเห็นสัตว์ไม่ได้การันตี บางคนไปแล้วเจอฝูงเนื้อทรายเต็มทุ่ง บางคนเจอแค่ไม่กี่ตัว การเดินเบา ๆ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ให้อาหารสัตว์ ไม่ทิ้งขยะ และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ คือหัวใจที่ทำให้ทั้งเราและสัตว์ป่าได้อยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย
- โอกาสเห็นเก้ง กวาง เนื้อทราย และนกยูงในถิ่นอาศัยจริงมากกว่าป่าทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงและปล่อยคืนธรรมชาติ
- ทุ่งหญ้าทุ่งกะมังกว้างกลางป่าบนที่สูง อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการถ่ายภาพสัตว์และวิวธรรมชาติ
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทยถูกมาก และมีบ้านพัก-ลานกางเต็นท์ในเขตฯ ให้ค้างคืนเพื่อรอชมสัตว์ช่วงเช้า-เย็น
- มีซาฟารีกลางคืนและเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีเจ้าหน้าที่นำ ได้ประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติแบบมีคนดูแล
- การเข้าพื้นที่ชั้นในและเดินเส้นทางต้องขออนุญาตล่วงหน้าและมีเจ้าหน้าที่นำ วางแผนแบบไปวันเดียวไม่ได้
- ทางขึ้นภูเป็นถนนภูเขาชันคดเคี้ยว รถเตี้ยลำบาก และมีสัตว์ข้ามถนนต้องขับระวัง
- สิ่งอำนวยความสะดวกเรียบง่าย อาหารต้องสั่งจองล่วงหน้า สัญญาณ-ไฟฟ้าไม่ครอบคลุม และการเห็นสัตว์ไม่การันตี
อุทยานแห่งชาติไทรทอง — จุดถ่ายรูปริมผา (ผาหำหด) + ทุ่งดอกกระเจียว-น้ำตก
อุทยานแห่งชาติไทรทองอยู่ในอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ วางตัวอยู่บนเทือกเขาพังเหยที่ความสูงราวแปดร้อยห้าสิบถึงแปดร้อยเจ็ดสิบเมตรจากระดับน้ำทะเล พระเอกของที่นี่คือ ผาหำหด จุดถ่ายรูปที่คนพูดถึงมากที่สุด เป็นชะง่อนหินแบน ๆ กว้างประมาณหนึ่งคูณหนึ่งเมตรยื่นออกไปกลางอากาศคล้ายแผ่นกระดาน คนนิยมขึ้นไปนั่งเก็บภาพให้เห็นทิวเขาเบื้องล่างเป็นฉากหลัง ได้ทั้งภาพสวยและความเสียวไปพร้อมกัน นอกจากผาหำหดยังมีจุดชมวิวอื่นบนเส้นทางเดียวกัน เช่น ผาพ่อเมือง เดินเลียบขอบผาต่อเนื่องเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติราวสองกิโลเมตรครึ่ง แวะถ่ายรูปได้หลายมุมในทริปเดียว
อีกช่วงที่คนตั้งใจมาคือหน้าฝนราวปลายมิถุนายนถึงสิงหาคม เป็นฤดูที่ทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูม่วงบานคลุมทั่วทุ่ง สลับกับดอกไม้ป่าตัวเล็กอย่างดุสิตาและสร้อยสุวรรณา ช่วงเช้าที่มีสายหมอกลอยเหนือทุ่งจะได้บรรยากาศเย็นสบายและภาพนุ่มตาเป็นพิเศษ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานคิดแยกราคาระหว่างคนไทยกับต่างชาติตามระเบียบกรมอุทยาน ผู้ใหญ่คนไทยราวสี่สิบบาท เด็กถูกกว่า และมีค่ารถอีกเล็กน้อย บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Wongnai อุทยานได้คะแนนเฉลี่ยราวสี่จุดสี่เต็มห้าจากรีวิวหลักสิบราย เสียงส่วนใหญ่ชมเรื่องวิวสวย อากาศเย็น และภาพที่ผาหำหด แต่ก็มีคนเตือนเรื่องถนนช่วงขึ้นเขาที่ต้องใช้รถลุย
สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือถนนจากทางเข้าขึ้นไปยังจุดชมวิวบางช่วงชันและเป็นร่องลึก รถเก๋งขึ้นเองลำบาก หลายรีวิวแนะนำให้ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือจ้างรถกระบะของชาวบ้านที่จุดจอด ข้อสองคือผาหำหดเป็นหน้าผาสูงชันจริงและไม่มีราวกั้น การขึ้นไปนั่งริมผาต้องระวังมาก โดยเฉพาะตอนหินเปียกลื่นหลังฝนหรือมีลมแรง ควรถอดของที่หล่นง่ายและไม่ยืนใกล้ขอบเกินไป ข้อสามคือทุ่งดอกกระเจียวบานเฉพาะหน้าฝน ถ้ามาผิดฤดูจะเห็นแต่ทุ่งหญ้าเขียวไม่มีดอก ควรเช็กช่วงบานกับทางอุทยานก่อนออกเดินทาง ข้อสี่คือหน้าฝนทางเดินลื่นและอาจมีทาก ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี เตรียมน้ำ หมวก และเสื้อกันฝนติดตัว รวมถึงเผื่อเวลาเพราะเดินเลียบผาใช้เวลาพอสมควร
- ผาหำหดเป็นชะง่อนหินยื่นกลางอากาศ ถ่ายรูปได้ภาพเด่นเห็นทิวเขาเป็นฉากหลัง เป็นจุดที่คนรีวิวพูดถึงมากที่สุด
- หน้าฝนราวปลายมิถุนายนถึงสิงหาคมมีทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูม่วงบานทั่วทุ่ง เช้า ๆ มีสายหมอกลอยเหนือทุ่งให้บรรยากาศเย็นสบาย
- มีจุดชมวิวหลายจุดบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติเลียบขอบผาราว 2.5 กม. แวะถ่ายรูปได้หลายมุมในทริปเดียว
- รีวิวจริงบน Wongnai ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.4 เต็ม 5 หลายคนชมเรื่องวิวสวยและอากาศเย็น ค่าเข้าอุทยานไม่แพง
- ถนนขึ้นจุดชมวิวบางช่วงชันและเป็นร่องลึก รถเก๋งขึ้นเองลำบาก มักต้องใช้ 4WD หรือจ้างรถกระบะชาวบ้าน
- ผาหำหดเป็นหน้าผาสูงชันและไม่มีราวกั้น ต้องระวังมากตอนถ่ายรูป โดยเฉพาะเมื่อหินเปียกลื่นหลังฝนหรือมีลมแรง
- ทุ่งดอกกระเจียวบานเฉพาะหน้าฝน มาผิดฤดูจะเห็นแต่ทุ่งหญ้าไม่มีดอก และหน้าฝนทางเดินลื่นอาจมีทาก
เดินเที่ยวเมืองชัยภูมิ — อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ศาลหลักเมือง และตลาดของกินอีสาน
ถ้ามาถึงเมืองชัยภูมิแล้วอยากรู้จักเมืองนี้แบบไม่ต้องรีบ การเดินเที่ยวรอบตัวเมืองเป็นวิธีที่เข้าถึงง่ายและไม่เสียเงินสักบาท จุดกลางที่ทุกคนเริ่มคือวงเวียนศูนย์ราชการ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หรือพระยาภักดีชุมพล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิและเป็นที่เคารพของคนทั้งจังหวัด คนชัยภูมิถือว่าท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จึงมีคนแวะมากราบไหว้ขอพรไม่ขาดสาย จากตรงนี้เดินต่อไปไม่ไกลก็ถึงศาลหลักเมือง อีกจุดที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเที่ยวต่อ ทั้งสองจุดอยู่ในย่านเดียวกัน เดินถึงกันได้สบาย เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักเมืองในช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศไม่ร้อนมาก
เดินต่อจากย่านอนุสาวรีย์เข้าสู่ตลาดในตัวเมือง จะได้เห็นวิถีชีวิตคนอีสานแบบใกล้ชิด ตลาดสดของชัยภูมิมีทั้งของกินพื้นบ้านและวัตถุดิบท้องถิ่นให้ลองชิม ตั้งแต่ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ไปจนถึงขนมพื้นเมืองและผลไม้ตามฤดูกาล ราคาย่อมเยาแบบตลาดต่างจังหวัด บรรยากาศเป็นกันเองและไม่พลุกพล่านเท่าเมืองใหญ่ ใครชอบถ่ายรูปวิถีชุมชนหรืออยากซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านก็หาได้ที่นี่ ช่วงเย็นบางวันจะมีตลาดโต้รุ่งหรือถนนคนเดินตามเทศกาล ทำให้ย่านเมืองคึกคักขึ้นและมีของกินให้เลือกมากกว่าเดิม การเดินเที่ยวแบบนี้จึงเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสเมืองจริง ๆ มากกว่าไปเฉพาะจุดถ่ายรูป
ข้อดีของการเดินเที่ยวเมืองชัยภูมิคือยืดหยุ่นสูง จะเดินเองตามใจหรือปั่นจักรยานก็ได้ ไม่ต้องจองล่วงหน้าและไม่มีค่าเข้า แต่มีเรื่องที่ควรเผื่อใจไว้ตรงไปตรงมา คือตัวเมืองชัยภูมิเป็นเมืองขนาดเล็ก จุดเที่ยวหลักในเขตเมืองมีไม่มากนัก คนที่คาดหวังแลนด์มาร์กอลังการหรือย่านเดินเที่ยวยาว ๆ อาจรู้สึกว่าจบเร็ว ธรรมชาติสวย ๆ อย่างน้ำตกตาดโตนหรืออุทยานภูแลนคาอยู่นอกเมืองต้องนั่งรถต่อ อากาศอีสานช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน การเดินกลางแดดจึงเหนื่อยง่าย ควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำ หมวก และร่มไปด้วย ตลาดบางแห่งวายเร็วในช่วงบ่าย จึงควรเช็กเวลาตลาดที่อยากไปก่อน ส่วนวันสำคัญทางศาสนาหรือช่วงงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล คนจะเยอะเป็นพิเศษและหาที่จอดรถยากขึ้น
- เข้าฟรีทุกจุด ทั้งอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ศาลหลักเมือง และตลาด เที่ยวได้แบบงบประหยัด ไม่ต้องจองล่วงหน้า
- แลนด์มาร์กคู่เมืองอยู่ในย่านเดียวกัน เดินถึงกันได้ เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักเมืองชัยภูมิ
- ตลาดในเมืองมีของกินอีสานพื้นบ้านราคาย่อมเยา ได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นแบบใกล้ชิด
- ยืดหยุ่นสูง เดินเองหรือปั่นจักรยานตามใจ วางเวลาได้อิสระ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวเมืองแบบไม่รีบ
- ตัวเมืองชัยภูมิเป็นเมืองเล็ก จุดเที่ยวหลักในเขตเมืองมีไม่มาก คนที่คาดหวังย่านเดินเที่ยวยาว ๆ อาจรู้สึกจบเร็ว
- อากาศอีสานช่วงกลางวันร้อน เดินกลางแดดเหนื่อยง่าย ควรเลี่ยงไปช่วงเช้าหรือเย็น
- ธรรมชาติสวย ๆ อย่างน้ำตกตาดโตนหรือภูแลนคาอยู่นอกเมือง ต้องนั่งรถต่อ ไม่ได้เดินถึงจากย่านนี้
เที่ยวชัยภูมิ พักที่ไหนดี?
เลือกที่พักในเมืองชัยภูมิ หรือรีสอร์ตธรรมชาติโซนภูเขียว-เทพสถิต เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง
ค้นหาที่พักบน Agodaจองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า
ที่พักโซนทุ่งดอกกระเจียว-ป่าหินงามเต็มไวช่วงหน้าดอกบาน (มิ.ย.–ส.ค.) จองล่วงหน้าจะดีกว่า
💡 รู้ก่อนเที่ยวชัยภูมิ
ดอกกระเจียวบานสวยเต็มทุ่งช่วงราว มิ.ย.–ส.ค. ในอุทยานฯ ป่าหินงามและไทรทอง เป็นไฮซีซันคนเยอะ ควรไปเช้าและเช็กช่วงดอกบานกับอุทยานก่อน
มอหินขาว (อุทยานฯ ภูแลนคา) มีกลุ่มเสาหินธรรมชาติคล้ายสโตนเฮนจ์ ทางเดินชมสบาย มีจุดกางเต็นท์ ควรเตรียมกันแดดและน้ำ
น้ำตกตาดโตนใกล้เมือง เล่นน้ำได้และน้ำเยอะช่วงหน้าฝน มีค่าเข้าอุทยาน ควรระวังลื่นบริเวณโขดหิน
ทุ่งดอกกระเจียว มอหินขาว และป่าหินงามอยู่บนภูเขาคนละอำเภอ ขนส่งสาธารณะจำกัด ควรเช่ารถหรือเหมารถท้องถิ่น
จัดทริปชัยภูมิยังไงให้คุ้ม
ถ้ามาหน้าดอกกระเจียว (มิ.ย.–ส.ค.) เน้นอุทยานฯ ป่าหินงาม-สุดแผ่นดินและทุ่งดอกกระเจียวไทรทอง วันที่สองเที่ยวมอหินขาวและน้ำตกตาดโตน ถ้ามานอกฤดูดอก เน้นมอหินขาว น้ำตก และปรางค์กู่-พระธาตุ จะได้ครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม ชัยภูมิรวมทริปกับเขาใหญ่/นครราชสีมาได้
พร้อมเที่ยวชัยภูมิแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักในเมืองก่อนเลย
ดูที่พักชัยภูมิ →