หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย ร้อยเอ็ด 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยร้อยเอ็ด9 กิจกรรมน่าทำ ใน ร้อยเอ็ด
📍 ร้อยเอ็ด · ภาคอีสาน · คัดจากรีวิวจริง · อัปเดต 2026

9 กิจกรรมน่าทำ
ใน ร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ดเป็นเมืองอีสานที่มีเสน่ห์เรียบง่าย จุดขายคือบึงพลาญชัยสวนน้ำใจกลางเมือง พระพุทธรูปยืนสูงที่วัดบูรพาภิราม พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่งดงาม กู่พระโกนาปราสาทขอม และหอโหวด 101 แลนด์มาร์กใหม่ เที่ยวได้ทั้งสายวัด สายวัฒนธรรม และวิถีเมืองแบบสบาย ๆ

🌊 บึงพลาญชัย🧍 พระพุทธรูปยืน🛕 เจดีย์ชัยมงคล🏯 กู่พระโกนา
เลื่อนดูทั้ง 9 กิจกรรม ภาพ: Mapleonade · CC BY 4.0

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ราคาและรอบอาจเปลี่ยน ตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนจอง

ประเภท
ย่าน

ร้อยเอ็ดอยู่ภาคอีสานตอนกลาง เป็นเมืองที่เที่ยวสบายและมีแลนด์มาร์กกระจุกในเมือง ไฮไลต์คือบึงพลาญชัยสวนสาธารณะบึงน้ำกลางเมืองที่มีเกาะกลางและวัด พระพุทธรูปปางประทานพรยืนสูงที่วัดบูรพาภิราม พระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่ อ.หนองพอก ที่ประดับงดงาม กู่พระโกนาและปราสาทขอมสมัยทวารวดี-ขอม และหอโหวด 101 หอชมเมืองรูปโหวด (เครื่องดนตรีอีสาน) ที่เป็นแลนด์มาร์กใหม่

ด้านล่างเราคัดกิจกรรมและที่เที่ยวที่คนรีวิวถึงบ่อย พร้อมบอกช่วงเวลาที่เหมาะและข้อควรรู้ก่อนไป จุดเที่ยวในเมืองเดินหรือขับรถชมต่อกันได้สะดวก ส่วนเจดีย์ชัยมงคลและกู่พระโกนาอยู่นอกเมืองควรเผื่อเวลา อากาศดีเที่ยวกลางแจ้งช่วงหน้าหนาว

1

บึงพลาญชัย — สวนสาธารณะบึงน้ำกลางเมืองร้อยเอ็ด (เกาะกลางบึง-ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง-ลานออกกำลังกาย-ทางปั่นจักรยานรอบบึง)

📍 ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ถนนสุนทรเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด · ติดหอโหวด 101 และศาลากลางจังหวัด เดินถึงย่านตลาดในเมืองได้ 🧭 ในเมืองร้อยเอ็ด (กลางเมือง) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Bueng Phlan Chai, 45 รีวิว))
วิวบึงพลาญชัยยามเช้า บึงน้ำกว้างกลางเมืองร้อยเอ็ดพร้อมเกาะกลางและต้นไม้ร่มรื่น (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Mapleonade · CC BY 4.0
ระยะเวลา1–2 ชม. (เดินรอบบึงราว 2 กม. หรือปั่นเรือเป็ดและนั่งเล่นเพิ่มได้)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียม) · ปั่นเรือเป็ด/เช่าจักรยานคิดแยกหลักสิบถึงหลักร้อยบาทตามผู้ให้บริการ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากหามุมพักผ่อนกลางเมืองแบบเข้าฟรี เดินเล่น วิ่งออกกำลัง ปั่นจักรยานรอบบึง ให้อาหารปลา หรือพาครอบครัวมานั่งเล่นตอนเย็น เหมาะทั้งคนเดินทางคนเดียว คู่รัก และครอบครัวที่มีเด็ก
บึงน้ำกลางเมืองเดิน-วิ่ง-ปั่นรอบบึงเข้าฟรี

บึงพลาญชัยเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด และถือเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดที่คนในเมืองผูกพันมานาน จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากสวนสาธารณะทั่วไปคือมีเกาะอยู่กลางบึง เชื่อมด้วยสะพานให้เดินข้ามเข้าไปได้ บนเกาะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่คนร้อยเอ็ดมากราบไหว้ มีศาลากลางน้ำและสวนไม้ดอกไม้ประดับให้เดินชม รอบบึงจัดเป็นทางเดินและทางปั่นจักรยานยาวราวสองกิโลเมตร มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาตลอดทาง ทำให้กลายเป็นลานออกกำลังกายกลางเมืองที่คนแวะมาเดิน วิ่ง และปั่นจักรยานกันทั้งเช้าและเย็น เข้าได้ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม และไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไปในเขตบึง จึงเดินเล่นได้สบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถ

บรรยากาศของบึงพลาญชัยเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตอนเช้าตรู่อากาศเย็นสบายและเงียบ เหมาะกับคนที่มาวิ่งหรือเดินก่อนเริ่มวัน ส่วนช่วงเย็นจนถึงค่ำจะคึกคักที่สุด เพราะคนในเมืองออกมาออกกำลังกาย พาเด็กมาให้อาหารปลา และปั่นเรือเป็ดในบึง หลายคนที่มาเที่ยวร้อยเอ็ดมักจับคู่บึงพลาญชัยกับหอโหวด 101 ที่อยู่ติดกัน เพราะขึ้นไปบนหอชมวิวแล้วมองลงมาเห็นบึงทั้งบึงได้ในมุมสูง เดินจากบึงไปย่านตลาดและร้านอาหารในเมืองก็ใกล้ ทำให้ที่นี่เป็นจุดตั้งต้นที่ดีสำหรับเดินเที่ยวเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่ต้องขับรถไกล ใครมาช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวจะเจอกิจกรรมและการประดับไฟรอบบึงเพิ่มเข้ามาด้วย

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนมาแบบตรงไปตรงมา คือบึงพลาญชัยเป็นสวนสาธารณะกลางเมือง จุดขายหลักอยู่ที่บรรยากาศพักผ่อนและการออกกำลังกาย ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมเข้มข้น คนที่คาดหวังจุดเช็กอินหวือหวาอาจรู้สึกว่าเรียบไปบ้าง ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร้อน ควรเลี่ยงมาเที่ยงวันแล้วเลือกช่วงเช้าหรือเย็นแทน บางมุมของบึงและน้ำในบึงอาจดูขุ่นหรือมีเศษใบไม้ตามฤดูกาล ทางเดินรอบบึงบางช่วงใช้ร่วมกันทั้งคนเดิน คนวิ่ง และคนปั่นจักรยาน จึงควรระวังและหลบทางให้กัน หากมาช่วงเย็นที่คนเยอะ ที่จอดรถริมบึงอาจเต็มบ้างในวันหยุด ควรเผื่อเวลาหาที่จอด และถ้าพาเด็กมาให้อาหารปลาหรือปั่นเรือเป็ดควรดูแลใกล้ชิดเพราะเป็นริมน้ำ โดยรวมเหมาะกับการแวะพักคลายเหนื่อยระหว่างเที่ยวเมืองมากกว่าจะเป็นจุดหมายที่ต้องใช้เวลาทั้งวัน

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเช้าตรู่หรือเย็นย่ำจะได้อากาศเย็นสบายและแสงสวยกว่าตอนกลางวันที่แดดแรง จับคู่กับหอโหวด 101 ที่อยู่ติดกันเพื่อขึ้นไปมองบึงจากมุมสูง จอดรถนอกเขตบึงแล้วเดินเข้าเพราะไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไปด้านใน ถ้าอยากปั่นจักรยานหรือเรือเป็ดให้ถามผู้ให้บริการริมบึงเรื่องราคาก่อน และพกน้ำดื่มกับหมวกหรือร่มเผื่อแดด พาเด็กให้อาหารปลาหรือลงเรือเป็ดต้องดูแลใกล้ชิดเพราะเป็นริมน้ำ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม อยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด เดินถึงหอโหวด 101 ย่านตลาดและร้านอาหารได้ง่าย
  • มีทางเดิน–ทางวิ่ง–ทางปั่นจักรยานรอบบึงยาวราว 2 กม. ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะออกกำลังกายทั้งเช้าและเย็น
  • มีเกาะกลางบึงพร้อมศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลากลางน้ำ และสวนไม้ดอก ให้เดินชมและกราบไหว้ได้
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.3 เต็ม 5 หลายเสียงชมว่าสะอาด ปลอดภัย และบรรยากาศดี
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองเน้นพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่ใช่แหล่งเที่ยวกิจกรรมเข้มข้น คนคาดหวังจุดเช็กอินหวือหวาอาจรู้สึกเรียบ
  • ช่วงกลางวันแดดแรงและร้อน ควรเลี่ยงมาเที่ยงวัน และน้ำในบึงบางมุมอาจดูขุ่นหรือมีเศษใบไม้ตามฤดูกาล
  • ทางเดินรอบบึงบางช่วงใช้ร่วมกันทั้งคนเดิน–วิ่ง–ปั่น ต้องระวังหลบทาง และที่จอดรถริมบึงอาจเต็มในวันหยุดที่คนเยอะ
2

วัดบูรพาภิราม — หลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี) พระพุทธรูปยืนปางประทานพร

📍 ถนนผดุงพานิช ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด · ใจกลางเมือง ใกล้บึงพลาญชัยและหอโหวด เดินหรือขับรถถึงกันในไม่กี่นาที 🧭 ในเมืองร้อยเอ็ด ⭐ 4.0 (Tripadvisor (Wat Burapha Phiram, 47 รีวิว · อันดับ 2 ใน 17 สถานที่ของร้อยเอ็ด))
พระพุทธรูปยืนปางประทานพรองค์สูงของวัดบูรพาภิราม กลางเมืองร้อยเอ็ด (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Supanut Arunoprayote · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 45 นาที – 1.5 ชม. (ไหว้พระ เดินรอบองค์ ถ่ายรูป และแวะพระนอนกับจุดปล่อยนกปล่อยปลา)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · ดอกไม้ธูปเทียนชุดละ ~฿20–50 · ค่าจอดรถบางช่วงเทศกาลอาจมีเก็บเล็กน้อย
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากไหว้พระขอพร ถ่ายรูปพระพุทธรูปยืนองค์สูง และแวะจุดคู่เมืองใจกลางร้อยเอ็ดแบบใช้เวลาไม่นาน เที่ยวได้ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ และสายบุญ
พระยืนสูงคู่เมืองไหว้พระขอพรใจกลางเมืองแวะง่าย

วัดบูรพาภิรามเป็นพระอารามหลวงกลางเมืองร้อยเอ็ด จุดที่ทำให้คนแวะกันไม่ขาดคือองค์ “หลวงพ่อใหญ่” หรือพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี พระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่สูงถึงราว 67.85 เมตรเมื่อนับรวมฐาน จัดว่าเป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตัวองค์พระบุด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองอร่าม มองเห็นได้จากหลายมุมของตัวเมืองเพราะสูงเด่นเหนืออาคารรอบข้าง ชาวร้อยเอ็ดถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด คนที่มามักตั้งใจมาไหว้ขอพรเรื่องหน้าที่การงานและความเป็นสิริมงคล ด้านล่างฐานองค์พระยังเดินเข้าไปด้านในได้ มีพระพุทธรูปให้กราบไหว้และมีหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองร้อยเอ็ดจัดแสดงไว้ตามระเบียงให้ได้ชมด้วย

นอกจากองค์พระยืน ในบริเวณวัดยังมีพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนประดิษฐานอยู่ใกล้ ๆ ใต้ร่มไม้คล้ายถ้ำเล็ก ๆ มีจุดปล่อยนกปล่อยปลาสำหรับคนที่อยากทำบุญต่อชีวิตสัตว์ และมีร้านค้าขายดอกไม้ธูปเทียนกับเครื่องดื่มไว้บริการ ทำเลของวัดอยู่ใจกลางเมืองจริง ๆ ใกล้บึงพลาญชัยซึ่งเป็นสวนสาธารณะกลางเมืองและหอโหวดจุดชมวิว จึงวางแผนเที่ยวต่อเนื่องในครึ่งวันได้สบาย เดินหรือขับรถระหว่างจุดใช้เวลาไม่กี่นาที การเข้าชมไม่เก็บค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor วัดบูรพาภิรามได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 จากรีวิวราว 47 ราย และติดอันดับต้น ๆ ของสถานที่น่าเที่ยวในร้อยเอ็ด เสียงส่วนใหญ่ชมว่าองค์พระใหญ่และน่าประทับใจ พื้นที่กว้างสะอาด และจอดรถสะดวก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือรีวิวบางส่วนบอกตรงกันว่าถ้าตัดองค์พระยืนออก ตัววัดเองอาจไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก จุดหลักที่คนมาถ่ายรูปและกราบไหว้จึงเป็นองค์หลวงพ่อใหญ่เป็นหลัก ข้อสองคือช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและลานรอบองค์พระเป็นพื้นโล่ง การถ่ายรูปตอนสายหรือเที่ยงอาจเจอแสงจ้าและไอความร้อนทำให้ภาพไม่คมเท่าที่ควร หลายคนแนะนำให้มาช่วงเช้าจะได้แสงสวยและอากาศไม่ร้อนจัด ข้อสามคือที่นี่เป็นวัดที่คนในพื้นที่มากราบไหว้จริง จึงควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ถอดรองเท้าเมื่อเข้าเขตที่กำหนด และสำรวมกิริยาระหว่างที่มีคนกำลังสวดหรือทำบุญ ข้อสี่คือมีรีวิวบางรายเล่าว่าเจอสุนัขในบริเวณวัดตอนเดินรอบองค์พระ หากพาเด็กเล็กไปควรดูแลใกล้ชิด และเตรียมหมวกกับน้ำดื่มไว้กันร้อนจะเที่ยวได้สบายกว่า

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าจะได้แสงสวย อากาศไม่ร้อนจัด และถ่ายรูปองค์พระยืนได้คมกว่าตอนเที่ยงที่มักมีไอความร้อน แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าเพราะเป็นวัดที่คนในพื้นที่มากราบไหว้จริง อย่าลืมแวะพระนอนใต้ร่มไม้และจุดปล่อยนกปล่อยปลาที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน แล้วเที่ยวต่อบึงพลาญชัยกับหอโหวดที่อยู่ใกล้กันในครึ่งวันเดียว เตรียมหมวกและน้ำดื่มกันแดด และดูแลเด็กเล็กเผื่อเจอสุนัขในวัด
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • องค์หลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี) เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานพรที่สูงที่สุดในไทย ราว 67.85 เมตร มองเห็นเด่นจากหลายมุมของเมือง
  • อยู่ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด ใกล้บึงพลาญชัยและหอโหวด แวะเที่ยวต่อเนื่องได้ในครึ่งวัน เดินหรือขับรถถึงกันไม่กี่นาที
  • เข้าชมฟรี พื้นที่กว้างสะอาด จอดรถสะดวก มีพระนอน จุดปล่อยนกปล่อยปลา และหุ่นขี้ผึ้งพระเกจิให้ชมเพิ่ม
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้คะแนนเฉลี่ยราว 4.0 เต็ม 5 และติดอันดับต้น ๆ ของสถานที่น่าเที่ยวในร้อยเอ็ด
⚠️ ข้อสังเกต
  • รีวิวบางส่วนบอกว่าถ้าตัดองค์พระยืนออก ตัววัดเองอาจไม่ได้พิเศษมากนัก จุดหลักคือหลวงพ่อใหญ่เป็นหลัก
  • ลานรอบองค์พระเป็นพื้นโล่ง กลางวันแดดแรงและมีไอความร้อน ถ่ายรูปตอนเที่ยงอาจได้ภาพไม่คมเท่าช่วงเช้า
  • มีรีวิวเล่าว่าเจอสุนัขในบริเวณวัดตอนเดินรอบองค์พระ พาเด็กเล็กไปควรดูแลใกล้ชิด
3

หอโหวด 101 (Roi Et Tower) — หอชมเมือง + สกายวอล์กกระจกชั้น 34

📍 สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ริมบึงพลาญชัย ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด · ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด อ.เมืองร้อยเอ็ด 🧭 ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด-บึงพลาญชัย
หอโหวด 101 หอชมเมืองรูปโหวดริมบึงพลาญชัย เมืองร้อยเอ็ด ยามค่ำ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Mapleonade · CC BY 4.0
ระยะเวลาราว 1-1.5 ชม. (รวมต่อคิวลิฟต์ ขึ้นชั้นชมวิว เดินสกายวอล์ก และถ่ายรูป)
ราคาโดยประมาณค่าเข้า ~฿50 / ผู้ใหญ่ทั่วไป · นักเรียน-นักศึกษาและผู้สูงอายุ 60-70 ปี ~฿40 · เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และผู้พิการ เข้าฟรี (เปิด ~9.00-18.00 น.)
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากขึ้นชมวิวเมืองร้อยเอ็ดแบบ 360° และบึงพลาญชัยจากมุมสูง ลองยืนบนพื้นกระจกสกายวอล์ก และรอชมพระอาทิตย์ตกช่วงเย็น เที่ยวได้ทั้งครอบครัว คู่รัก และคนเดินทางคนเดียว
จุดชมวิว 360°สกายวอล์กพื้นกระจกชมพระอาทิตย์ตก

หอโหวด 101 เป็นแลนด์มาร์กประจำเมืองร้อยเอ็ดที่มองเห็นได้แต่ไกล ตัวหออกแบบให้มีรูปทรงเหมือน "โหวด" เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ตั้งอยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ริมบึงพลาญชัยใจกลางเมือง ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ความสูงราว 123 เมตร หรือเทียบเท่าตึกประมาณ 35 ชั้น จึงเป็นจุดที่ขึ้นไปมองเมืองร้อยเอ็ดได้รอบทิศ 360 องศา ตั้งแต่บึงพลาญชัยด้านล่าง ผังเมืองที่เป็นระเบียบ ไปจนถึงทุ่งนาและเส้นขอบฟ้ารอบนอก เสน่ห์ของที่นี่คือการได้เห็นเมืองเล็ก ๆ ในภาคอีสานจากมุมสูงที่หาได้ยากในจังหวัดขนาดนี้ และตัวหอเองก็สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นผ่านรูปทรงโหวด

ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากคือสกายวอล์กพื้นกระจกบริเวณชั้น 34 ที่ให้ยืนมองทะลุลงไปเห็นพื้นด้านล่างแบบเสียวขาพอสมควร เหมาะกับคนชอบลองอะไรท้าทายและอยากได้รูปมุมแปลกไปโพสต์ ส่วนใครกลัวความสูงก็ยังเดินเลี่ยงไปชมวิวจากระเบียงกระจกรอบตัวหอได้ตามปกติ การขึ้นหอใช้ลิฟต์พาขึ้นไปยังชั้นชมวิว ค่าเข้าอยู่ที่ราว 50 บาทสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป นักเรียน-นักศึกษาและผู้สูงอายุ 60-70 ปี ราว 40 บาท ส่วนเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และผู้พิการ เข้าชมฟรี เปิดให้ขึ้นราว 9.00-18.00 น. ช่วงเวลาที่คนนิยมมากที่สุดคือตอนเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะได้เห็นแสงทองอาบเมืองและบึงพลาญชัย ก่อนไฟเมืองจะค่อย ๆ ติดสว่างขึ้นทีละดวง

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ตามที่หลายคนรีวิวคือช่วงเย็นวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ต้องต่อคิวรอลิฟต์และแย่งมุมถ่ายรูปกันบ้าง โดยเฉพาะจุดสกายวอล์กที่พื้นที่จำกัด ใครอยากได้บรรยากาศสบาย ๆ คนไม่แน่นควรมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันธรรมดา กระจกสกายวอล์กบางช่วงมีรอยเท้าและรอยมือจากคนก่อนหน้า ทำให้ถ่ายรูปแล้วไม่ใสเท่าที่คิด และวันที่ฟ้าปิดหรือมีหมอกควันวิวจะไม่โปร่งเท่าวันฟ้าใส ด้านล่างหอคือสวนบึงพลาญชัยที่เดินเล่นต่อได้ มีทั้งสวนสัตว์เล็ก เกาะกลางน้ำ และร้านอาหารริมบึง จึงวางแผนขึ้นหอชมวิวช่วงเย็นแล้วลงมาเดินเล่นหรือหาของกินริมบึงต่อได้ในทริปเดียว เหมาะกับคนที่แวะผ่านเมืองร้อยเอ็ดและอยากเก็บจุดเช็กอินหลักของจังหวัดให้ครบ

💡
เคล็ดลับ: มาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้ทั้งวิวแสงทองและไฟเมืองยามค่ำในรอบเดียว แต่วันหยุดคนเยอะให้เผื่อเวลาต่อคิวลิฟต์ ใครอยากได้คนน้อยเลือกบ่ายแก่ ๆ วันธรรมดา เตรียมเงินสดค่าเข้า (~50 บาท) และบัตรนักเรียน/บัตรผู้สูงอายุถ้ามีเพื่อจ่ายราคาลด ลงจากหอแล้วเดินเล่นสวนบึงพลาญชัยและหาของกินริมบึงต่อได้เลย
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ขึ้นชมวิวเมืองร้อยเอ็ดและบึงพลาญชัยได้รอบทิศ 360° จากความสูงราว 123 เมตร ซึ่งเป็นมุมสูงที่หาได้ยากในจังหวัดขนาดนี้
  • มีสกายวอล์กพื้นกระจกชั้น 34 ให้ลองยืนมองทะลุลงพื้น เป็นจุดถ่ายรูปที่คนพูดถึงและได้ภาพมุมแปลก
  • ค่าเข้าไม่แพง (~50 บาท) เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป และผู้พิการเข้าฟรี เหมาะพาครอบครัวหลายวัยมาด้วยกัน
  • อยู่ใจกลางเมืองริมบึงพลาญชัย ลงจากหอเดินเล่นสวนและหาของกินริมบึงต่อได้ในทริปเดียว
⚠️ ข้อสังเกต
  • ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ ต้องต่อคิวรอลิฟต์และแย่งมุมถ่ายรูป โดยเฉพาะจุดสกายวอล์กที่พื้นที่จำกัด
  • กระจกสกายวอล์กบางช่วงมีรอยเท้า-รอยมือจากคนก่อนหน้า ถ่ายรูปออกมาไม่ใสอย่างที่คิด
  • วันฟ้าปิดหรือมีหมอกควันวิวจะไม่โปร่งเท่าวันฟ้าใส คนกลัวความสูงอาจไม่กล้าเดินบนพื้นกระจก
4

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล (วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม) อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

📍 ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด · บนภูเขาเขียวห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 70-80 กม. (ขับรถราว 1.5 ชม.) 🧭 หนองพอก-ผาน้ำย้อย (นอกเมืองร้อยเอ็ด) ⭐ 4.6 (Tripadvisor (40 รีวิว · อันดับ 1 จาก 7 สิ่งที่น่าทำในหนองพอก))
พระมหาเจดีย์ชัยมงคลองค์สีขาวตกแต่งลวดลายสีทอง ตั้งตระหง่านบนภูเขาที่อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Pawyilee · Public domain
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (รวมเดินชมรอบองค์เจดีย์ ขึ้นชั้นบน และเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับที่ค่อนข้างไกล)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร (ทำบุญตามศรัทธา) · ค่าเดินทาง/เช่ารถหรือจ้างคนขับจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว ฿1,000-2,000 ต่อวันแล้วแต่ระยะและการต่อรอง
👍 เหมาะสุดสำหรับสายบุญที่อยากไหว้พระในมหาเจดีย์ยิ่งใหญ่ และสายถ่ายรูปที่ชอบสถาปัตยกรรมสีขาว-ทองกับวิวภูเขา เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคู่รักที่ไม่รีบและพร้อมเดินขึ้นบันได
มหาเจดีย์ขาว-ทองวิวภูเขาเขียวสายบุญ-ถ่ายรูป

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลตั้งอยู่ในวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม บนภูเขาเขียวที่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราวเจ็ดสิบถึงแปดสิบกิโลเมตร เป็นมหาเจดีย์องค์ใหญ่ที่มองเห็นได้แต่ไกลตั้งแต่ถนนทางขึ้น ตัวองค์เจดีย์เป็นสีขาวสะอาดตาตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่าม รูปทรงเป็นการผสมศิลปะระหว่างพระปฐมเจดีย์ทางภาคกลางกับพระธาตุพนมทางภาคอีสาน รายล้อมด้วยเจดีย์บริวารทั้งแปดทิศ ความกว้าง ความยาว และความสูงตั้งไว้ที่เลขหนึ่งร้อยเอ็ดเมตรตามชื่อจังหวัด ภายในแบ่งเป็นหลายชั้น มีทั้งส่วนประดิษฐานพระพุทธรูป ห้องแสดงพุทธประวัติ และชั้นบนที่เปิดให้ขึ้นไปชมวิวภูเขาโดยรอบได้

เสน่ห์ที่คนไปถึงแล้วพูดถึงตรงกันคือความยิ่งใหญ่ของงานสถาปัตยกรรมที่เห็นแล้วอึ้ง งานปูนปั้นตามราวบันได ซุ้มประตู และลวดลายรอบองค์เจดีย์ทำได้ประณีตมาก โดยเฉพาะรูปพญานาคและมกรที่ราวบันไดทางขึ้น สวนและลานรอบวัดดูแลสะอาดเป็นระเบียบ เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนก็จะเห็นวิวทิวเขาและที่ราบเบื้องล่างกว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการไหว้พระและนั่งพักใจ บนแพลตฟอร์มรีวิวอย่าง Tripadvisor ที่นี่ได้คะแนนเฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 จากรีวิวราวสี่สิบราย และถูกจัดเป็นอันดับหนึ่งของสิ่งที่น่าทำในอำเภอหนองพอก คนที่ไปมาส่วนใหญ่ชมว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง สวยกว่าที่คิด และยังไม่พลุกพล่านเท่าวัดดังในเมืองใหญ่ ที่สำคัญคือเข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู

สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา ข้อแรกคือทำเลอยู่ไกลจากตัวเมืองร้อยเอ็ดพอสมควรและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึงสะดวก ส่วนใหญ่ต้องขับรถเอง เช่ารถ หรือจ้างคนขับพาไป จึงควรเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับไว้ทั้งวัน ข้อสองคือถ้าอยากขึ้นไปชั้นบนสุดต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้น รีวิวหลายรายบอกว่ามีบันไดเกือบสามร้อยขั้น แม้จะมีจุดพักและขึ้นได้เรื่อย ๆ แต่คนที่เข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปควรเตรียมตัว มีรถบริการรับส่งจากลานจอดขึ้นไปด้านบนช่วยได้บางส่วน ข้อสามคือที่นี่เป็นวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และถอดรองเท้าในเขตที่กำหนด ข้อสี่คือด้านบนภูเขาลมแรงและช่วงหน้าหนาวอากาศเย็นกว่าข้างล่าง ควรพกเสื้อกันลมและหมวกกันแดดไปด้วย เตรียมน้ำดื่มและไปช่วงเช้าที่แดดยังไม่จัดจะเดินชมได้สบายที่สุด

💡
เคล็ดลับ: ที่นี่อยู่นอกเมืองไกลและไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง ให้เช่ารถหรือจ้างคนขับจากตัวเมืองร้อยเอ็ดแล้วเผื่อเวลาไป-กลับทั้งวัน ไปช่วงเช้าที่แดดยังไม่จัดจะเดินชมสบายและถ่ายรูปสวย แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครจะขึ้นชั้นบนสุดเตรียมใจเรื่องบันไดเกือบสามร้อยขั้น (มีรถบริการช่วยบางช่วง) ด้านบนลมแรงและหน้าหนาวเย็น ควรพกเสื้อกันลม น้ำดื่ม และหมวกไปด้วย เข้าชมฟรีไม่มีค่าบัตร ทำบุญตามศรัทธา
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • มหาเจดีย์สีขาว-ทองยิ่งใหญ่ งานปูนปั้นและลวดลายประณีต หลายคนบอกว่าเห็นแล้วอึ้งและสวยกว่าที่คิด
  • ชั้นบนเปิดให้ขึ้นไปชมวิวทิวเขาและที่ราบกว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะไหว้พระและนั่งพักใจ
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตร และยังไม่พลุกพล่านเท่าวัดดังในเมืองใหญ่ รีวิว Tripadvisor เฉลี่ยราว 4.6 เต็ม 5 อันดับ 1 ของหนองพอก
  • สวนและลานรอบวัดสะอาดเป็นระเบียบ ถ่ายรูปได้หลายมุม เหมาะทั้งสายบุญและสายถ่ายรูป
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่นอกเมืองร้อยเอ็ดไกลราว 70-80 กม. ไม่มีรถสาธารณะเข้าถึง ต้องขับรถเอง เช่ารถ หรือจ้างคนขับ
  • ขึ้นชั้นบนสุดต้องเดินบันไดเกือบสามร้อยขั้น คนเข่าไม่ดีหรือพาผู้สูงอายุไปต้องเตรียมตัว
  • เป็นวัดต้องแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่า และด้านบนภูเขาลมแรง หน้าหนาวอากาศเย็นควรพกเสื้อกันลม
5

กู่พระโกนา — ปราสาทขอมสามหลังในวัด อ.สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด

📍 วัดกู่พระโกนา ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด · ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 55-60 กม. (ทางหลวง 215/2086 ไปทางสุวรรณภูมิ) · จอดรถในวัดแล้วเดินเข้าชมได้เลย 🧭 อ.สุวรรณภูมิ
ปราสาทอิฐกู่พระโกนา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ปราสาทขอมเก่าแก่ในเขตวัด (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Ddalbiez · CC BY 3.0
ระยะเวลาราว 45 นาที - 1.5 ชม. (เดินชมปราสาทสามหลัง ทับหลัง บรรณาลัย และสระน้ำโบราณรอบกำแพง)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (เป็นโบราณสถานในเขตวัด) · ค่าน้ำมัน/ค่ารถจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไป-กลับราว ฿300-600 ต่อคันแล้วแต่ระยะ
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนชอบสถาปัตยกรรมขอม อยากเห็นปราสาทอิฐสามหลังบนฐานเดียวกันที่มีวัดสร้างซ้อนทับ พร้อมทับหลังภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ เดินชมสบาย ๆ เหมาะแวะระหว่างทางเที่ยวอีสานใต้
ปราสาทขอมสามหลังทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์เข้าชมฟรี

กู่พระโกนาเป็นปราสาทขอมเก่าแก่ในตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปทางใต้ราว 55-60 กิโลเมตร จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากปราสาทขอมทั่วไปคือ องค์ปราสาทอิฐสามหลังตั้งเรียงบนฐานศิลาแลงเดียวกัน แล้วภายหลังมีการสร้างวัดและวิหารเข้ามาซ้อนทับในบริเวณเดียวกัน จึงได้เห็นภาพปราสาทพันปีอยู่คู่กับอาคารของวัดในปัจจุบัน นักโบราณคดีประเมินจากรูปแบบสถาปัตยกรรมว่าน่าจะสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16 ตามคติศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อุทิศแด่เทพเจ้าในลัทธิตรีมูรติ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นพุทธสถานในเวลาต่อมา กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี 2478

ไฮไลต์ที่คนสายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดคือทับหลังศิลปะขอมสมัยบาปวน โดยเฉพาะภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปราสาทด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นภาพพระนารายณ์บรรทมเหนือพญานาคกลางเกษียรสมุทร งานสลักหินยังเห็นลวดลายชัดเจนพอให้จินตนาการถึงฝีมือช่างสมัยนั้นได้ นอกจากตัวปราสาทสามหลังแล้วยังมีอาคารบรรณาลัยทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และสระน้ำโบราณนอกกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เดินชมรอบพื้นที่ได้ไม่นาน เพราะบริเวณโบราณสถานมีเนื้อที่ราว 8 ไร่เศษ แต่ละมุมมีป้ายให้ข้อมูลพอสมควร ใครสนใจรายละเอียดเชิงลึกสามารถถามพระหรือคนในวัดที่คุ้นเคยกับประวัติได้

การเดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัวมากที่สุด ขับจากตัวเมืองร้อยเอ็ดใช้เส้นทางไปอำเภอสุวรรณภูมิราวชั่วโมงเศษ จอดรถในวัดแล้วเดินเข้าชมได้เลยโดยไม่เสียค่าเข้า เพราะเป็นโบราณสถานในเขตวัด ควรแต่งกายสุภาพเพราะยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านมากราบไหว้ ช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ แดดไม่แรงจะเดินถ่ายรูปสบายกว่าเที่ยงวัน สิ่งที่ควรเผื่อใจไว้แบบตรงไปตรงมาคือ ที่นี่เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ร้านค้าและห้องน้ำมีจำกัด และการซ่อมแซมบางส่วนในอดีตทำให้องค์ปราสาทไม่สมบูรณ์เท่าของเดิม หากตั้งใจมาชมงานสลักโดยเฉพาะ แนะนำให้เผื่อเวลาแวะปราสาทขอมอื่นในเส้นทางอีสานใต้ไปด้วยจะคุ้มค่าการเดินทางมากขึ้น

💡
เคล็ดลับ: ไฮไลต์อยู่ที่ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ปราสาทด้านทิศเหนือ เดินหาให้เจอก่อนกลับ · ที่นี่อยู่ในเขตวัด แต่งกายสุภาพและเข้าชมฟรี · มาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่แดดไม่แรง ถ่ายรูปงานสลักหินได้สวยกว่าเที่ยงวัน · ไม่มีร้านค้า/ห้องน้ำมากนัก เตรียมน้ำดื่มไปเอง และวางแผนแวะปราสาทขอมอื่นในเส้นทางสุวรรณภูมิ-อีสานใต้ให้คุ้มค่ารถ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ปราสาทอิฐขอมสามหลังบนฐานเดียวกัน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ขึ้นทะเบียนโบราณสถานตั้งแต่ปี 2478
  • มีทับหลังศิลปะขอมสมัยบาปวน โดยเฉพาะภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ยังเห็นลวดลายชัด
  • เข้าชมฟรี อยู่ในเขตวัด จอดรถแล้วเดินชมได้สบาย ๆ ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
  • ภาพปราสาทพันปีซ้อนทับกับอาคารวัดปัจจุบัน ให้บรรยากาศแปลกตาต่างจากปราสาททั่วไป
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นโบราณสถานขนาดเล็ก สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า และห้องน้ำมีจำกัด
  • การซ่อมแซมในอดีตทำให้องค์ปราสาทบางส่วนไม่สมบูรณ์เท่าของเดิม
  • อยู่ไกลตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 55-60 กม. เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถส่วนตัว
6

วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) — มหาเจดีย์หินทราย ทรงคล้ายบุโรพุทโธ

📍 ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด · ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 20–25 กม. ทางไปทางทิศตะวันตก 🧭 อ.ศรีสมเด็จ (นอกเมืองร้อยเอ็ด) ⭐ 4.3 (Tripadvisor (Wat Pa Kung, 13 รีวิว · Travelers' Choice · อันดับ 1 ใน อ.ศรีสมเด็จ))
มหาเจดีย์หินทรายวัดป่ากุง อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ทรงคล้ายบุโรพุทโธ (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Charin ninsu · CC BY 3.0
ระยะเวลาราว 1–2 ชม. (เดินชมรอบเจดีย์ ขึ้นชั้นบน ไหว้พระ และเก็บภาพ)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี (ทำบุญตามศรัทธา) · ค่าเดินทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดโดยรถส่วนตัว/เช่ารถราว ฿150–400 ไป-กลับ
👍 เหมาะสุดสำหรับคนอยากไหว้พระในวัดป่าที่บรรยากาศเงียบสงบ ชมมหาเจดีย์หินทรายทรงคล้ายบุโรพุทโธที่ไม่ค่อยเห็นในไทย เที่ยวได้ทั้งสายบุญ สายถ่ายรูปสถาปัตยกรรม และครอบครัวที่แวะระหว่างเส้นทางร้อยเอ็ด
เจดีย์หินทรายทรงบุโรพุทโธวัดป่าเงียบสงบสายบุญ-สายถ่ายรูป

วัดประชาคมวนาราม หรือที่คนแถบนี้เรียกติดปากว่าวัดป่ากุง อยู่ในอำเภอศรีสมเด็จ ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดออกไปทางทิศตะวันตกราว 20–25 กิโลเมตร จุดที่คนตั้งใจแวะมาดูคือมหาเจดีย์หินทรายองค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางวัด ทรงเป็นชั้น ๆ ซ้อนขึ้นไปคล้ายบุโรพุทโธที่อินโดนีเซีย ผนังและซุ้มก่อด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นสีน้ำตาลอมส้ม ทำให้ดูต่างจากเจดีย์ปิดทองหรือเจดีย์ปูนขาวที่เห็นทั่วไป เดินขึ้นไปชั้นบนได้และมองเห็นวิวทุ่งนารอบวัด เป็นวัดสายกรรมฐานที่เน้นความสงบ บรรยากาศจึงร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และเงียบกว่าวัดในเมือง เหมาะกับคนที่อยากมาไหว้พระแบบไม่พลุกพล่าน

การมาที่นี่สะดวกที่สุดคือขับรถส่วนตัวหรือเช่ารถจากตัวเมืองร้อยเอ็ด ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง เส้นทางเป็นถนนต่างอำเภอที่ขับง่าย ไม่มีค่าเข้าชม ใครอยากทำบุญก็หยอดตู้หรือถวายปัจจัยตามศรัทธา วัดเปิดให้เข้าชมช่วงกลางวันประมาณ 8 โมงเช้าถึงเย็น เวลาที่เดินสบายที่สุดคือช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพราะแดดกลางวันบนลานหินทรายค่อนข้างร้อนและสะท้อนแรง คนที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเหมารถสองแถวหรือแท็กซี่จากในเมืองไป-กลับได้ แต่ควรตกลงราคาและนัดเวลารับให้ชัด เพราะแถบนั้นไม่มีรถสาธารณะวิ่งประจำ หลายคนจับคู่ทริปนี้กับที่เที่ยวอื่นในเส้นทางเดียวกันเพื่อให้คุ้มค่ารถ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือเรื่องการแต่งกาย ที่นี่เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ ควรแต่งตัวสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า และสำรวมกิริยาเสียงพูด งดเปิดเพลงหรือถ่ายคลิปเสียงดังรบกวนผู้ที่มาปฏิบัติธรรม อย่างที่สองคือพื้นลานและบันไดหินทรายบางช่วงลื่นเมื่อเปียกฝน ควรใส่รองเท้าที่เดินถนัดและระวังตอนขึ้นลง อย่างที่สามคือแดดและความร้อน บนเจดีย์ไม่ค่อยมีร่มเงา ควรพกหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มติดตัว รอบวัดมีร้านค้าและจุดพักไม่มากเท่าวัดในเมือง เตรียมของใช้ที่จำเป็นไปเองจะสบายกว่า ใครมากับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กควรเผื่อเวลาเดินและพักเป็นช่วง ๆ

💡
เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เลี่ยงแดดเปรี้ยงบนลานหินทราย แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าและสำรวมเสียงเพราะเป็นวัดป่าสายปฏิบัติ พกหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่มเพราะบนเจดีย์ไม่ค่อยมีร่มเงา ระวังบันไดหินทรายลื่นตอนฝนตก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวให้เหมารถจากในเมืองและตกลงราคานัดเวลารับให้ชัด แล้วจับคู่กับที่เที่ยวอื่นในเส้นทางเดียวกันให้คุ้มค่ารถ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • มหาเจดีย์หินทรายทรงคล้ายบุโรพุทโธหาดูได้ไม่บ่อยในไทย ขึ้นชั้นบนได้และมองเห็นวิวทุ่งนารอบวัด
  • บรรยากาศวัดป่าเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะกับคนที่อยากไหว้พระแบบไม่พลุกพล่าน
  • เข้าชมฟรี ทำบุญตามศรัทธา และอยู่ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดแค่ราวครึ่งชั่วโมง แวะได้ในทริปเดียว
  • ได้คะแนนรีวิวดีและเป็น Travelers' Choice อันดับ 1 ที่เที่ยวในอำเภอศรีสมเด็จบน Tripadvisor
⚠️ ข้อสังเกต
  • ไม่มีรถสาธารณะวิ่งประจำ คนไม่มีรถส่วนตัวต้องเหมารถจากในเมืองและตกลงราคาเอง
  • ลานและบันไดหินทรายบนเจดีย์ไม่ค่อยมีร่มเงา แดดกลางวันร้อนและสะท้อนแรง อีกทั้งลื่นเมื่อเปียกฝน
  • เป็นวัดสายปฏิบัติที่เน้นความสำรวม ต้องแต่งกายสุภาพและงดเสียงดัง จึงไม่เหมาะกับสายเที่ยวคึกคัก
7

กู่กาสิงห์ (ปราสาทขอม อ.เกษตรวิสัย) — โบราณสถานหินทรายสามปรางค์กลางทุ่งกุลาร้องไห้

📍 วัดบูรพากู่กาสิงห์ บ้านกู่กาสิงห์ ต.กู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด · ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กม. เข้าทางถนนสายร้อยเอ็ด-สุวรรณภูมิ-เกษตรวิสัย 🧭 อ.เกษตรวิสัย (ทุ่งกุลาร้องไห้)
ปรางค์หินทรายและศิลาแลงของกู่กาสิงห์ โบราณสถานขอมกลางชุมชนบ้านกู่กาสิงห์ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Ddalbiez · CC BY 3.0
ระยะเวลาราว 45 นาที – 1.5 ชม. (เดินชมรอบปรางค์ บรรณาลัย คูน้ำ และป้ายให้ความรู้)
ราคาโดยประมาณเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม · ค่าเดินทางหลักคือค่าน้ำมัน/เช่ารถจากตัวเมืองร้อยเอ็ด (ไป-กลับราว 120 กม.)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และคนชอบโบราณสถานขอม อยากดูปราสาทหินทรายสามปรางค์ที่ยังสมบูรณ์ แวะถ่ายรูปเงียบ ๆ ระหว่างทางไปทุ่งกุลาร้องไห้หรือกู่พระโกนา
ปราสาทขอมสามปรางค์หินทราย-ศิลาแลงเข้าชมฟรี

กู่กาสิงห์ หรือที่คนแถวนั้นเรียกกันว่าปราสาทกู่กาสิงห์ เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบขอมที่ตั้งอยู่ในเขตวัดบูรพากู่กาสิงห์ บ้านกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราวหกสิบกิโลเมตร ตัวปราสาทประกอบด้วยปรางค์สามองค์ตั้งเรียงกันอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน โดยปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุด สองข้างมีอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกกันว่าบรรณาลัยตั้งอยู่ด้านหน้า ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงและคูน้ำรูปเกือกม้า เป็นผังที่พบได้ในปราสาทขอมหลายแห่งของอีสานใต้ จุดที่ทำให้ที่นี่เป็นที่พูดถึงคือเนื้อหินที่ยังคงรูปดี มีการบูรณะและจัดพื้นที่โดยรอบให้เดินชมได้สะดวก ต่างจากกู่หลายแห่งที่เหลือเพียงกองหิน

ในแง่ประวัติ กู่กาสิงห์ถูกกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่สิบหกถึงสิบเจ็ด และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมขอมที่แผ่เข้ามาในลุ่มน้ำมูล-ชี บริเวณนี้ยังเป็นชุมชนเก่าที่มีร่องรอยการอยู่อาศัยต่อเนื่อง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและเข้ามาดูแล ทำให้มีป้ายให้ความรู้ประกอบการเดินชม คนที่สนใจประวัติศาสตร์ขอมมักจับที่นี่ไว้ในเส้นทางเดียวกับกู่พระโกนาที่อยู่ในอำเภอสุวรรณภูมิ และแวะต่อไปยังทุ่งกุลาร้องไห้ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิชื่อดังของภาคอีสาน การเที่ยวแบบนี้ทำให้ได้ทั้งโบราณสถานและวิถีชนบทอีสานในทริปเดียว ตัวสถานที่เข้าชมได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และอยู่ในบริเวณวัดที่ยังมีการใช้งานอยู่จริง

สิ่งที่ควรเผื่อใจก่อนไปแบบตรงไปตรงมา คือที่นี่เป็นโบราณสถานขนาดกลางในชนบท ไม่ได้ใหญ่โตอลังการเท่าปราสาทหินระดับพนมรุ้งหรือพิมาย คนที่คาดหวังความยิ่งใหญ่อาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด คะแนนรีวิวบน Tripadvisor เฉลี่ยอยู่ราว 3.2 เต็ม 5 จากผู้รีวิวเก้าราย สะท้อนว่าเป็นจุดแวะที่เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์มากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป การเดินทางต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ เพราะระยะทางจากตัวเมืองไกลและรถสาธารณะเข้าถึงยาก ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงและร่มเงาน้อย ควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกน้ำดื่มและหมวกไปด้วย บริเวณอาจไม่มีร้านค้าหรือห้องน้ำที่พร้อมเสมอไป ควรจัดการธุระให้เรียบร้อยก่อนออกจากตัวอำเภอ และควรแต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัด

💡
เคล็ดลับ: จับกู่กาสิงห์ไว้ในเส้นทางเดียวกับกู่พระโกนา (อ.สุวรรณภูมิ) และทุ่งกุลาร้องไห้ จะคุ้มค่าเดินทางกว่ามาจุดเดียว ไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เลี่ยงแดดเที่ยงเพราะร่มเงาน้อย พกน้ำดื่มกับหมวกไปด้วย ควรมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถเพราะรถสาธารณะเข้าถึงยากและอยู่ห่างตัวเมืองราว 60 กม. แต่งกายสุภาพเพราะอยู่ในเขตวัดที่ยังใช้งานจริง และจัดการเรื่องห้องน้ำ-ร้านค้าให้เรียบร้อยก่อนออกจากตัวอำเภอ
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ปราสาทขอมสามปรางค์บนฐานศิลาแลงเดียวกัน สภาพค่อนข้างสมบูรณ์และมีการบูรณะดูแล ต่างจากกู่หลายแห่งที่เหลือแค่กองหิน
  • เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีป้ายให้ความรู้ประกอบการเดินชม เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และคนชอบสถาปัตยกรรมขอม
  • อยู่ในเส้นทางเดียวกับกู่พระโกนาและทุ่งกุลาร้องไห้ วางแผนเที่ยวต่อเนื่องในทริปเดียวได้
  • เป็นอันดับ 1 ของสิ่งที่น่าทำใน อ.เกษตรวิสัย บน Tripadvisor บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะถ่ายรูปแบบไม่ต้องแย่งมุมกับใคร
⚠️ ข้อสังเกต
  • เป็นโบราณสถานขนาดกลางในชนบท ไม่ได้อลังการเท่าพนมรุ้งหรือพิมาย คนคาดหวังความยิ่งใหญ่อาจรู้สึกว่าเล็กกว่าที่คิด (คะแนน Tripadvisor เฉลี่ยราว 3.2 เต็ม 5)
  • อยู่ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 60 กม. รถสาธารณะเข้าถึงยาก แทบต้องมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถ
  • ร่มเงาน้อยและแดดแรงช่วงกลางวัน สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างร้านค้า-ห้องน้ำอาจไม่พร้อมเสมอไป
8

บึงเกลือ (ทะเลอีสาน) อ.เสลภูมิ

📍 ต.บึงเกลือ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด · ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดราว 40 กม. (ขับรถ ~45 นาทีถึง 1 ชม.) เลี่ยงผ่านตัวอำเภอเสลภูมิ 🧭 เสลภูมิ (ตะวันออกของจังหวัด)
บึงน้ำจืดกว้างและพื้นที่พักผ่อนริมน้ำในจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ภาพบรรยากาศแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ในภาคอีสาน (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: FkMohr · CC BY 3.0 de
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เล่นน้ำ นั่งกินอาหาร เดินเล่นริมหาด) หรืออยู่ยาวทั้งบ่ายถึงเย็นเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำ
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม · ค่าใช้จ่ายอยู่ที่อาหาร-เครื่องดื่มร้านริมบึง ~฿100-300 / คน และค่าเช่าห่วงยาง/เสื่อ/ที่นั่งบางจุด ~฿20-50
👍 เหมาะสุดสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่อยากหาที่เล่นน้ำจืดริมหาดทราย นั่งกินอาหารริมบึงแบบชิล ๆ ในวันหยุด โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า เหมาะกับคนขับรถเที่ยวเองที่แวะพักระหว่างทางในฝั่งตะวันออกของร้อยเอ็ด
บึงน้ำจืดมีหาดทรายเล่นน้ำเข้าฟรีร้านอาหารริมน้ำ

บึงเกลือคือบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ในอำเภอเสลภูมิ ทางตะวันออกของจังหวัดร้อยเอ็ด คนแถวนั้นเรียกติดปากว่า “ทะเลอีสาน” เพราะผืนน้ำกว้างจนมองไม่เห็นฝั่งตรงข้าม บวกกับมีหาดทรายริมน้ำให้ลงเล่นได้เหมือนไปทะเลจริง ๆ จุดเด่นที่ทำให้คนแวะมาเรื่อย ๆ คือเข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม จะพาครอบครัวมานั่งกินข้าวริมน้ำ ปูเสื่อใต้ร่มไม้ หรือให้เด็ก ๆ ลงเล่นน้ำตื้น ๆ ริมหาดก็ทำได้สบาย บรรยากาศเป็นแบบพักผ่อนชิล ๆ ไม่ต้องแต่งตัวเยอะ ขับรถมาถึงก็เดินลงหาดได้เลย เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาหาที่เงียบ ๆ ใกล้ธรรมชาติในวันหยุด

รอบบึงมีร้านอาหารและเพิงขายของริมน้ำหลายเจ้า เมนูที่คนสั่งกันบ่อยคืออาหารอีสานอย่างส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา และกุ้งเต้น กินไปมองน้ำไปเป็นบรรยากาศที่คนท้องถิ่นชอบมาใช้เวลาช่วงเย็น บางจุดมีห่วงยางและเสื่อให้เช่าราคาไม่แพง บางช่วงมีเรือถีบหรือกิจกรรมทางน้ำเล็ก ๆ ให้เล่นเพิ่ม ค่าใช้จ่ายหลักจึงอยู่ที่ค่าอาหารกับของเช่า ไม่ใช่ค่าเข้า ทำให้เป็นที่เที่ยวที่คุมงบง่ายสำหรับครอบครัว ช่วงที่หาดสวยและน้ำใสที่สุดคือหน้าแล้งราวเดือนธันวาคมถึงเมษายน เพราะระดับน้ำลดลง เผยผืนทรายกว้างให้เดินเล่นและตั้งวงกินข้าวได้เต็มที่ ส่วนหน้าฝนน้ำจะขึ้นสูงและหาดหดเล็กลง

ก่อนไปมีบางอย่างที่ควรรู้ไว้ตามตรง บึงเกลืออยู่ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ดพอสมควร การเดินทางสะดวกที่สุดคือขับรถเองหรือเช่ารถ เพราะรถสาธารณะเข้าถึงยากและไม่ได้มีบ่อย สิ่งอำนวยความสะดวกเป็นแบบท้องถิ่น ห้องน้ำและจุดบริการอาจไม่ได้สะอาดหรือใหม่เท่าแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ควรเผื่อใจไว้ วันหยุดยาวและเทศกาลคนจะเยอะ ที่จอดรถและร้านริมน้ำแน่น ถ้าอยากได้มุมเงียบ ๆ ให้มาช่วงเช้าหรือวันธรรมดา การเล่นน้ำควรดูแลเด็กใกล้ชิดเพราะเป็นบึงเปิดที่ระดับความลึกไม่เท่ากัน บางจุดพื้นเป็นโคลนลื่น และควรเก็บขยะกลับหรือทิ้งให้เป็นที่เพื่อรักษาความสะอาดของหาดไว้ให้คนหลังได้ใช้ต่อ

💡
เคล็ดลับ: ไปหน้าแล้ง (ธ.ค.-เม.ย.) ที่ระดับน้ำลดจนหาดทรายกว้างและน้ำใสกว่า มาช่วงบ่ายแก่ ๆ จะได้นั่งกินข้าวริมน้ำต่อด้วยพระอาทิตย์ตกเหนือบึง เตรียมรถส่วนตัวเพราะรถสาธารณะเข้าถึงยาก พกเงินสดไว้จ่ายค่าอาหารและของเช่า และถ้าไม่อยากเจอคนแน่นให้เลี่ยงวันหยุดยาว มาวันธรรมดาหรือช่วงเช้าแทน ดูแลเด็กใกล้ชิดเวลาลงเล่นน้ำเพราะเป็นบึงเปิดที่ความลึกไม่เท่ากัน
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • เข้าฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอยู่ที่อาหารกับของเช่าเท่านั้น คุมงบง่ายสำหรับครอบครัว
  • ผืนน้ำจืดกว้างมากจนได้ชื่อว่าทะเลอีสาน มีหาดทรายให้ลงเล่นน้ำเหมือนไปทะเลจริง
  • มีร้านอาหารและเพิงริมน้ำหลายเจ้า สั่งส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา กินริมบึงได้บรรยากาศ
  • หน้าแล้งหาดกว้างและน้ำใส เดินเล่น ปูเสื่อ ตั้งวงกินข้าว และรอชมพระอาทิตย์ตกได้สบาย
⚠️ ข้อสังเกต
  • อยู่ห่างตัวเมืองร้อยเอ็ด รถสาธารณะเข้าถึงยาก ต้องขับรถเองหรือเช่ารถเป็นหลัก
  • สิ่งอำนวยความสะดวกและห้องน้ำเป็นแบบท้องถิ่น อาจไม่สะอาดหรือใหม่เท่าแหล่งท่องเที่ยวใหญ่
  • วันหยุดยาวและเทศกาลคนแน่น ที่จอดรถและร้านริมน้ำเต็ม อยากได้มุมเงียบต้องมาวันธรรมดา
9

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด + วัดกลางมิ่งเมือง (ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ · เที่ยวคู่สายประวัติศาสตร์-สายบุญ ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด)

📍 ถนนเพลินจิต ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด · พิพิธภัณฑ์อยู่ใจกลางเมือง เดินหรือนั่งรถต่อไปวัดกลางมิ่งเมืองใกล้บึงพลาญชัยได้ในไม่กี่นาที 🧭 ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด (รอบบึงพลาญชัย) ⭐ 4.1 (Tripadvisor (Roi Et National Museum, ~15 รีวิว))
อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด ทรงสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด (ภาพประกอบ) 🔍 แตะเพื่อซูม 📷 ภาพ: Oatz · Public domain
ระยะเวลาครึ่งวัน ~2-3 ชม. (เดินชมพิพิธภัณฑ์ 3 ชั้นราว 1.5-2 ชม. + วัดกลางมิ่งเมืองอีกราว 30-45 นาที)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ~฿10 คนไทย / ~฿30 ต่างชาติ (นักเรียนในเครื่องแบบ พระ-สามเณร เข้าฟรี) · วัดกลางมิ่งเมืองไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา
👍 เหมาะสุดสำหรับสายประวัติศาสตร์และสายบุญที่อยากเข้าใจรากเหง้าเมืองร้อยเอ็ดในครึ่งวัน ดูโบราณวัตถุอีสานกับผ้าไหมพื้นถิ่นในพิพิธภัณฑ์ แล้วต่อไปไหว้พระพุทธมิ่งเมืองและชมฮูบแต้มที่วัดคู่เมือง เที่ยวได้ทั้งครอบครัวและคนเดินทางคนเดียว
โบราณวัตถุอีสานวัดคู่เมืองไหว้พระเดินเที่ยวครึ่งวัน

ถ้าอยากเข้าใจว่าเมืองร้อยเอ็ดมีที่มายังไง การเริ่มที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด บนถนนเพลินจิตกลางเมืองถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดี ตัวอาคารดูแลโดยกรมศิลปากร จัดแสดงสามชั้น ชั้นล่างเล่าเรื่องภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา และบุคคลสำคัญของจังหวัด ชั้นสองเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไปจนถึงวัฒนธรรมทวารวดี เขมร และอยุธยา ส่วนชั้นสามเน้นวิถีชีวิตอีสาน ประเพณีอย่างบุญผะเหวด เรือนพื้นถิ่น และงานทอผ้าไหมที่เป็นของขึ้นชื่อของแถบนี้ ค่าเข้าถูกมากเมื่อเทียบกับความรู้ที่ได้ คนไทยจ่ายหลักสิบบาท ต่างชาติแพงขึ้นเล็กน้อย ส่วนนักเรียนในเครื่องแบบ พระและสามเณรเข้าฟรี

เที่ยวพิพิธภัณฑ์เสร็จ เดินหรือนั่งรถต่ออีกไม่กี่นาทีก็ถึงวัดกลางมิ่งเมือง วัดคู่เมืองที่สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด เดิมชื่อวัดกลางเพราะตั้งอยู่กลางเมืองพอดี ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา จุดที่คนสายบุญและสายศิลปะมักแวะดูคือฮูบแต้มหรือจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติรอบอุโบสถ และการได้กราบพระพุทธมิ่งเมือง พระพุทธรูปสำคัญประจำวัด บรรยากาศวัดร่มรื่นและอยู่ใกล้บึงพลาญชัย สวนสาธารณะกลางเมืองที่เดินเล่นต่อได้สบาย ทำให้รวมสองที่นี้เข้าเป็นทริปครึ่งวันสายประวัติศาสตร์คู่สายบุญได้ลงตัว โดยไม่ต้องเดินทางไกลออกนอกเมือง

ข้อควรรู้ก่อนไปแบบตรงไปตรงมา อย่างแรกคือพิพิธภัณฑ์เปิดวันพุธถึงวันอาทิตย์ ปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงเวลาเปิดคือประมาณเก้าโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น ควรเผื่อเวลาไปให้ทันก่อนบ่ายแก่ อย่างที่สองคือรีวิวหลายรายบอกว่าป้ายและคำอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย เจ้าหน้าที่อาจไม่ได้พูดอังกฤษคล่อง คนต่างชาติที่อยากได้รายละเอียดลึกอาจต้องเตรียมแอปแปลภาษาไว้ อย่างที่สามคือบางโซนห้ามถ่ายรูปด้านใน ควรสังเกตป้ายและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน และบางจุดไฟค่อนข้างสลัว ถ้าอยากเห็นวัตถุจัดแสดงชัด ๆ ลองขอให้เจ้าหน้าที่เปิดไฟเพิ่มได้ ส่วนที่วัดกลางมิ่งเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ และสำรวมเมื่อมีคนกำลังไหว้พระหรือทำพิธี

💡
เคล็ดลับ: พิพิธภัณฑ์เปิดวันพุธ-อาทิตย์ ปิดจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดราวเก้าโมงถึงสี่โมงเย็น วางแผนไปช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ จะได้เดินครบทั้งพิพิธภัณฑ์และวัดกลางมิ่งเมืองในครึ่งวัน เตรียมเงินสดค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ (คนไทยหลักสิบบาท ต่างชาติสูงกว่าเล็กน้อย) นักเรียนในเครื่องแบบและพระเข้าฟรี ต่างชาติควรมีแอปแปลภาษาเพราะป้ายส่วนใหญ่เป็นไทย เข้าวัดแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ และเช็กป้ายห้ามถ่ายรูปในบางโซนของพิพิธภัณฑ์
✅ จุดเด่นจากรีวิว
  • ค่าเข้าถูกมาก คนไทยจ่ายหลักสิบบาท ได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวิถีอีสานครบสามชั้นในที่เดียว
  • จับคู่พิพิธภัณฑ์สายประวัติศาสตร์กับวัดกลางมิ่งเมืองวัดคู่เมืองสายบุญได้ในทริปครึ่งวัน ทั้งสองอยู่ใจกลางเมือง ไม่ต้องเดินทางไกล
  • วัดกลางมิ่งเมืองมีฮูบแต้มจิตรกรรมฝาผนังเล่าพุทธประวัติและพระพุทธมิ่งเมืองให้กราบไหว้ อยู่ใกล้บึงพลาญชัยที่เดินเล่นต่อได้
  • รีวิวจริงบน Tripadvisor ให้พิพิธภัณฑ์เฉลี่ยราว 4.1 เต็ม 5 หลายคนชมว่าเจ้าหน้าที่ใส่ใจอธิบายและของจัดแสดงหลากหลาย
⚠️ ข้อสังเกต
  • พิพิธภัณฑ์ปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดถึงราวสี่โมงเย็น ต้องวางแผนวันและเวลาให้ดีก่อนไป
  • ป้ายและคำอธิบายส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย เจ้าหน้าที่อาจไม่พูดอังกฤษคล่อง คนต่างชาติควรเตรียมแอปแปลภาษา
  • บางโซนห้ามถ่ายรูปด้านในและไฟค่อนข้างสลัว อาจต้องขอเจ้าหน้าที่เปิดไฟเพิ่มเพื่อดูวัตถุจัดแสดงให้ชัด

เที่ยวร้อยเอ็ด พักที่ไหนดี?

เลือกโรงแรมในเมืองร้อยเอ็ดใกล้บึงพลาญชัย เทียบราคา 3 เว็บก่อนจอง

ค้นหาที่พักบน Agoda
🎟️

จองกิจกรรม & ตั๋วล่วงหน้า

ทริปร้อยเอ็ดเที่ยวในเมืองสะดวก จองรถหรือแพ็กเกจล่วงหน้าจะสะดวกเมื่อออกไปนอกเมือง

ดูกิจกรรมร้อยเอ็ดทั้งหมดบน Klook

💡 รู้ก่อนเที่ยวร้อยเอ็ด

🌊
บึงพลาญชัยชิลกลางเมือง

บึงพลาญชัยเป็นสวนสาธารณะบึงน้ำกลางเมือง มีเกาะกลาง วัด และลานออกกำลัง เดินเล่น-ปั่นจักรยานได้ เย็น ๆ อากาศดี

🗼
หอโหวด 101 ชมวิวเมือง

หอโหวด 101 (Roi Et Tower) เป็นหอชมเมืองรูปโหวด มีจุดชมวิวและสกายวอล์ก มีค่าขึ้น ควรเช็กเวลาเปิดและไปช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตก

🛕
เจดีย์ชัยมงคลอยู่นอกเมือง

พระมหาเจดีย์ชัยมงคลอยู่ อ.หนองพอก ห่างจากตัวเมืองพอสมควร ควรเผื่อเวลาเดินทางและแต่งกายสุภาพ

🧍
พระพุทธรูปยืนวัดบูรพาภิราม

พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี (หลวงพ่อใหญ่) ที่วัดบูรพาภิรามเป็นพระพุทธรูปยืนสูง เป็นที่เคารพ ควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าไหว้

จัดทริปร้อยเอ็ดยังไงให้คุ้ม

ถ้ามาวันเดียวเที่ยวในเมืองได้ครบ — เช้าไหว้พระพุทธรูปยืนวัดบูรพาภิราม เดินบึงพลาญชัย เย็นขึ้นหอโหวด 101 ชมวิว ถ้าค้างคืน เช้าวันที่สองไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลและกู่พระโกนา จะได้ครบทั้งสายวัด วัฒนธรรม และวิถีเมือง ร้อยเอ็ดรวมทริปกับมหาสารคาม-กาฬสินธุ์-ยโสธรได้

พร้อมเที่ยวร้อยเอ็ดแล้ว? เริ่มจากเลือกที่พักใกล้บึงพลาญชัยก่อนเลย

ดูที่พักร้อยเอ็ด →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวร้อยเอ็ดทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง?

ยอดนิยมคือเดินบึงพลาญชัยกลางเมือง ไหว้พระพุทธรูปยืนที่วัดบูรพาภิราม ขึ้นหอโหวด 101 ชมวิวเมือง ไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่หนองพอก ชมกู่พระโกนาปราสาทขอม เที่ยวสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ และเดินตลาด-ชิมของอีสาน

หอโหวด 101 คืออะไร ขึ้นได้ไหม?

หอโหวด 101 (Roi Et Tower) เป็นหอชมเมืองรูปโหวดซึ่งเป็นเครื่องดนตรีอีสาน มีจุดชมวิวและสกายวอล์กกระจกใส เปิดให้ขึ้นชมโดยมีค่าเข้า ควรเช็กเวลาเปิดและไปช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกเหนือเมือง

ไปร้อยเอ็ดช่วงไหนดี?

พ.ย.–ก.พ. อากาศเย็นสบายเที่ยวกลางแจ้งและเดินบึงพลาญชัยสบาย ส่วนวัดและหอชมเมืองเที่ยวได้ทั้งปี หน้าร้อนอากาศร้อนควรเที่ยวเช้า-เย็น

เที่ยวร้อยเอ็ดกี่วันดี?

1–2 วัน จุดเที่ยวหลักอยู่ในเมืองเที่ยวได้ในวันเดียว ถ้าอยากไปพระมหาเจดีย์ชัยมงคลและกู่พระโกนาที่อยู่นอกเมืองควรเผื่ออีกวัน หลายคนรวมทริปกับมหาสารคาม กาฬสินธุ์ หรือยโสธร

ไปร้อยเอ็ดไม่มีรถส่วนตัวได้ไหม?

มีเที่ยวบินลงร้อยเอ็ดและรถทัวร์ถึงตัวเมือง จุดเที่ยวในเมืองเดินหรือใช้รถรับจ้างได้ แต่เจดีย์ชัยมงคลและกู่พระโกนาอยู่นอกเมือง ควรเช่ารถ เหมารถท้องถิ่น หรือจองทัวร์ที่มีรถรับส่ง

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →