หน้าแรก วางแผนทริป จุดหมาย บึงกาฬ 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยบึงกาฬ10 ที่เที่ยวยอดนิยมใน บึงกาฬ
📍 บึงกาฬ · ภาคอีสาน · เที่ยวตามคนบึงกาฬ · อัปเดต 2026

10 ที่เที่ยวยอดนิยมในบึงกาฬ

บึงกาฬเป็นจังหวัดน้องใหม่สุดของอีสานที่ของเด่นอยู่ตามหน้าผาหินทราย ถ้ำพญานาค และริมแม่น้ำโขง ทั้งหินสามวาฬหน้าผายักษ์ที่ยื่นออกไปชมทะเลหมอก ถ้ำนาคาก้อนหินเกล็ดพญานาคที่สายมูทั่วประเทศตามมากราบ ภูทอกที่มีสะพานไม้เวียนรอบเขา 7 ชั้น ไปจนถึงน้ำตกในป่าภูวัวและสะดือแม่น้ำโขงริมวัดอาฮง รวมมาให้แล้ว 10 ที่เที่ยวที่คนไปจริงพูดถึงมากที่สุด พร้อมค่าเข้า ย่านที่ตั้ง และทิปวางแผนทริป จะมาสายมูลุยเขา สายธรรมชาติ หรือเดินเล่นริมโขงชิล ๆ ก็จัดได้หมด

🐋 หินสามวาฬ ภูสิงห์🐉 ถ้ำนาคา ภูลังกา🪜 ภูทอก สะพานไม้ 7 ชั้น🌈 น้ำตกเจ็ดสี ภูวัว🌊 สะดือแม่น้ำโขง วัดอาฮง
เลื่อนดูทั้ง 10 ร้าน ภาพโดย Somsakwiki2569 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

🔄 ตรวจสอบล่าสุด 28 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที

📍 แผนที่ร้านทั้งหมด

แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น

ประเภท
ย่าน

เสน่ห์ของบึงกาฬคือ "ของเด่นเป็นหินกับน้ำ" ที่หาดูยากในที่อื่น จุดเด่นกระจายอยู่หลายโซน โซนภูสิงห์ที่ ต.โคกก่อง อ.เมือง มีหินสามวาฬ หน้าผาหินทรายยักษ์สามก้อนเรียงคล้ายครอบครัววาฬพ่อแม่ลูก ยื่นออกไปเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกหน้าหนาวที่วิวเปิดโล่งสุดสายตา ขยับไปทางบึงโขงหลงในเขตภูลังกาเป็นแดนของถ้ำนาคาและถ้ำนาคี ก้อนหินผิวเป็นเกล็ดคล้ายลำตัวและหัวพญานาคขดตัว จุดศรัทธาสายมูที่ดังที่สุดของอีสานเหนือ ส่วนสายลุยป่าน้ำตกไปได้ทั้งภูวัวฝั่งเซกาที่มีน้ำตกเจ็ดสีและน้ำตกถ้ำพระ และที่ อ.ศรีวิไลยังมีภูทอกกับสะพานไม้เวียนรอบเขาหิน 7 ชั้นที่สร้างด้วยมือล้วน ใครชอบบรรยากาศริมโขงก็มีวัดอาฮงศิลาวาส สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงโขงหลงทะเลสาบใหญ่ และถนนคนเดินริมโขงให้เดินเล่นยามเย็น เที่ยวต่อกันได้ทั้งสายมู สายธรรมชาติ และสายเดินเล่นชิล ๆ

ในลิสต์นี้มีหมุดที่มาบึงกาฬแล้วไม่ควรพลาด อย่างหินสามวาฬบนภูสิงห์ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวพาโนรามาและทะเลหมอก ต้องนั่งรถท้องถิ่นขึ้นเขาแล้วเดินต่ออีกหน่อยกว่าจะถึงสันหิน ถ้ำนาคาที่วัดถ้ำชัยมงคล ภูลังกา ที่กลายเป็นปรากฏการณ์สายมูระดับประเทศ คนตามมากราบขอพรพญานาคกันไม่ขาด ต้องเดินป่าขึ้นเขาพอสมควรกว่าจะถึงก้อนหินเกล็ดนาค และภูทอกที่วัดเจติยาคีรีวิหาร อ.ศรีวิไล สะพานไม้และบันไดเวียนรอบเขา 7 ชั้นที่สร้างด้วยมือไม่ใช้เครื่องจักร เดินเลียบหน้าผาไปจนถึงชั้น 6 ที่ชมวิวได้รอบ 360 องศา ส่วนสายน้ำตกมีน้ำตกเจ็ดสีในป่าภูวัวที่ละอองน้ำกระทบแดดเป็นสีรุ้ง และวัดอาฮงศิลาวาสริมโขงที่มี "สะดือแม่น้ำโขง" จุดน้ำวนลึกและเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคออกพรรษา เลื่อนอ่านรายละเอียดทีละจุดแล้วจัดเส้นทางของตัวเองได้เลย

1
จุดชมวิวธรรมชาติ

หินสามวาฬ ภูสิงห์

📍 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ 🧭 ภูสิงห์ ⭐ 4.7 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณค่าเข้า 20–30 บาท + ค่ารถขึ้นเขา 500 บาท/คัน
👍 เหมาะสุดสำหรับมาเช้ามืดดูพระอาทิตย์ขึ้นกับทะเลหมอกหน้าหนาว
จุดชมวิวทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้น
🕐เปิด 24 ชม. (นิยมขึ้นก่อนรุ่งสาง ~05:00–06:00) 💵≈ $1 + $14/car
🥢ซิกเนเจอร์ — หน้าผาหินทรายยักษ์ 3 ก้อนอายุราว 75 ล้านปี เรียงคล้ายครอบครัววาฬพ่อ-แม่-ลูก ยื่นออกหน้าผาเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกหน้าหนาว วิวเปิดโล่งแบบพาโนรามา

ถ้าจะมีที่เดียวที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักบึงกาฬ ก็ต้องที่นี่ "หินสามวาฬ" บนภูสิงห์ เป็นหน้าผาหินทรายยักษ์สามก้อนที่ผุดขึ้นมาจากผืนป่า อายุราว 75 ล้านปี เรียงตัวลดหลั่นกันคล้ายครอบครัววาฬพ่อ-แม่-ลูกที่กำลังว่ายอยู่กลางทะเลหมอก ก้อนพ่อใหญ่สุดอยู่กลาง ขนาบด้วยแม่และลูกตัวเล็ก พอมองจากมุมสูงด้วยโดรนแล้วเหมือนวาฬจริง ๆ ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้วิวเปิดโล่งแบบพาโนรามา มองเห็นแม่น้ำโขงและฝั่งลาวไกลสุดสายตา

ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากที่สุดคือการขึ้นไปยืนบนหลังวาฬตัวกลางตอนพระอาทิตย์ขึ้น รีวิวหลายคนบอกตรงกันว่านี่คือจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดของบึงกาฬ โดยเฉพาะหน้าหนาวที่มีทะเลหมอกสีขาวลอยคลอเต็มหุบ ระหว่างทางรถจะแวะจุดอื่นให้ด้วย ทั้งลานธรรมภูสิงห์ที่มีหินรูปสิงห์หมอบและหลวงพ่อพระสิงห์ กับจุดชมวิวถ้ำฤาษีที่อยู่ใกล้ลานจอดรถ เก็บได้หลายมุมในรอบเดียว

เรื่องค่าใช้สอยไม่แพง ค่าเข้าราว 20–30 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าฟรี แต่ต้องเหมารถกระบะของชาวบ้าน/จิตอาสาขึ้นเขาคันละ 500 บาท นั่งได้ประมาณ 10 คน เพราะทางขึ้นแคบและชัน รถส่วนตัวขึ้นเองไม่ได้ คนรีวิวบอกว่าจ้างคุ้ม เพราะคนขับพาวนครบทุกจุดและช่วยถ่ายรูปให้สวยด้วย ทริปทั้งหมดใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง

ข้อควรรู้สำคัญคือบนหินไม่มีราวกั้น ขอบหน้าผาสูงชันมาก ตกลงไปคือเหวลึก เพราะฉะนั้นอย่าเดินเลยแนวที่เจ้าหน้าที่กำหนด โดยเฉพาะวันที่หินเปียกหรือลมแรง อีกเรื่องคือควรเช็กสภาพอากาศก่อน หน้าฝนทางจะลื่นและบางช่วงปิดบำรุง ส่วนถ้าอยากได้ภาพมุมสูงสวย ๆ ให้ถามหาบริการโดรนของเจ้าหน้าที่ได้เลย คนที่เคยไปย้ำว่าถ้าไม่ขอโดรนถือว่ามายังไม่ถึงหินสามวาฬจริง ๆ

ต้องลองยืนถ่ายรูปบนหลังวาฬตัวกลางตอนพระอาทิตย์ขึ้นขอภาพมุมสูงจากโดรนของเจ้าหน้าที่/จิตอาสาแวะลานธรรมภูสิงห์และจุดชมวิวถ้ำฤาษีระหว่างทางชมวิวแม่น้ำโขงและฝั่งลาวแบบพาโนรามา
2
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ/ศาสนสถาน

ถ้ำนาคา (วัดถ้ำชัยมงคล ภูลังกา)

📍 ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ 🧭 บึงโขงหลง (ภูลังกา) ⭐ 4.7 · 215 รีวิว (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณ฿30 (เข้า 20 + ประกัน 10) ต่างชาติ ฿240
👍 เหมาะสุดสำหรับสายมูขอพรพญานาค + สายเดินป่าธรรมชาติ มาช่วงเช้า
สายมูพญานาคเดินป่าขึ้นเขาแลนด์มาร์กบึงกาฬ
🕐06:00–14:00 ทุกวัน (ปิด 1–31 พ.ค. ฟื้นฟูธรรมชาติ) 💵≈ $0.80 (ต่างชาติ ~$6.50)
🥢ซิกเนเจอร์ — ก้อนหินขนาดยักษ์ผิวเป็นเกล็ดคล้ายลำตัวและหัวพญานาคขดตัว จุดศรัทธาสายมูที่ดังที่สุดของอีสานเหนือ ต้องเดินป่าขึ้นเขาพอสมควรกว่าจะถึง

ถ้ำนาคา หรือ "วัดถ้ำชัยมงคล ภูลังกา" ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ คือจุดศรัทธาสายมูที่ดังที่สุดของอีสานเหนือ และเป็นที่เที่ยวระดับแลนด์มาร์กของจังหวัด ไฮไลต์คือก้อนหินขนาดยักษ์ที่ผิวแตกเป็นเกล็ดคล้ายลำตัวและหัวพญานาคขดตัวอยู่บนเขา เกิดจากปรากฏการณ์ซันแครก (Sun Crack) ที่หินกัดกร่อนตามอุณหภูมิจนเป็นลวดลายเหมือนเกล็ดงู คนที่เชื่อในตำนานปู่อือลือนาคราชมักมาขอพรเรื่องโชคลาภ ส่วนสายธรรมชาติก็มาเดินป่าชมหินแปลกตา ที่นี่เหมาะกับคนที่พร้อมออกแรงและอยากได้ทั้งบุญทั้งวิว

สิ่งที่ห้ามพลาดคือ "หัวพญานาค" ก้อนหินรูปหัวงูที่เป็นจุดถ่ายรูปคู่บารมีของถ้ำ ต่อด้วยลำตัวพญานาคที่ผิวเป็นเกล็ดยาวต่อเนื่อง และจุดกราบไหว้หลวงปู่วัง รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าของจริงอลังการกว่าในรูป แต่ก็เตือนเหมือนกันว่า "เหนื่อยจริง" เพราะเป็นทางเดินป่าขึ้นเขาระยะทางราว 1.4 กิโลเมตร ชันเป็นช่วง ๆ ใช้เวลาไป-กลับรวมประมาณ 4-5 ชั่วโมง ควรใส่รองเท้าผ้าใบดอกยางดี เตรียมน้ำ และเผื่อแรงไว้ให้พอ

เรื่องค่าใช้จ่ายถือว่าสบายกระเป๋า ค่าเข้าอุทยานคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท บวกค่าประกันอุบัติเหตุ 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท เปิดให้เข้าทุกวันประมาณ 06.00-14.00 น. และต้องลงจากเขาก่อนค่ำ ช่วง 1-31 พฤษภาคมของทุกปีจะปิดฟื้นฟูธรรมชาติ ข้อควรรู้สำคัญคือจำกัดจำนวนคนต่อวัน แนะนำจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป QueQ (มีโควตา walk-in บางส่วน แต่ช่วงไฮซีซันคนเยอะมาก) เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว

ที่ทำให้ถ้ำนาคายอดนิยมจนคะแนนกูเกิลแตะ 4.8 คือการรวมความเชื่อเรื่องพญานาคกับความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาไว้ในที่เดียว ทำเลอยู่ในเขต ต.โพธิ์หมากแข้ง ติดรอยต่อบึงกาฬ-นครพนม นิยมมาคู่กับน้ำตกตาดวิมานและภูทอก แนะนำมาช่วงเช้าเพื่อเลี่ยงแดดและคนแน่น ใครเป็นโรคหัวใจหรือเดินเขาไม่ไหวควรประเมินร่างกายก่อน เพราะทางขึ้นไม่มีรถบริการ ต้องเดินด้วยตัวเองล้วน ๆ

ต้องลองหัวพญานาค (ก้อนหินรูปหัวงู) จุดถ่ายรูปไฮไลต์ลำตัวพญานาคผิวเป็นเกล็ดยาวต่อเนื่องกราบหลวงปู่วัง ขอพรโชคลาภตามตำนานปู่อือลือเส้นทางเดินป่าขึ้นเขา ~1.4 กม. ชมหินซันแครก
3
สถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธ/ธรรมชาติ

ภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร)

📍 อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ 🧭 อ.ศรีวิไล (ต.นาสะแบง) ⭐ 4.7 · 2,235 รีวิว (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี
👍 เหมาะสุดสำหรับสายมูเที่ยววัด + ชอบเดินขึ้นที่สูงชมวิว ไปช่วงเช้าจับทะเลหมอก
วัดบนภูเขาสะพานไม้ 7 ชั้นชมวิว 360 องศา
🕐06:30–17:00 ทุกวัน (ปิดสัปดาห์สงกรานต์) 💵≈ Free
🥢ซิกเนเจอร์ — สะพานไม้และบันไดเวียนรอบเขาหิน 7 ชั้น สร้างด้วยมือล้วนไม่ใช้เครื่องจักร เดินเลียบหน้าผาวัดใจ ชั้น 6 เป็นจุดชมวิว 360 องศาที่สวยสุด

ภูทอก หรือชื่อทางการคือ วัดเจติยาคีรีวิหาร อยู่ที่ ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล เป็นภูเขาหินทรายลูกโดดกลางที่ราบ ที่ใครมาบึงกาฬแล้วแทบทุกคนต้องแวะ ของเด็ดคือสะพานไม้และบันไดเวียนรอบเขาทั้งหมด 7 ชั้น สร้างด้วยมือล้วน ไม่ใช้เครื่องจักรเลยสักชิ้น ใช้เวลาก่อสร้างหลายปีจากแรงศรัทธาของพระและชาวบ้าน เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งบุญ ทั้งวิว และทั้งความท้าทายในที่เดียว ถ้าคุณชอบเดินขึ้นที่สูงและไม่กลัวความสูงมากนัก ที่นี่จะติดใจ

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือช่วงสะพานไม้เลียบหน้าผาที่เรียกกันว่า "เดินวัดใจ" เพราะข้างหนึ่งคือผนังหิน อีกข้างคือเหวลึก ราวกั้นไม้บาง ๆ รีวิวจริงหลายคนบอกตรงกันว่าขาสั่น เสียว แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นวิวแล้วหายเหนื่อย จุดที่สวยที่สุดอยู่ชั้น 6 เป็นจุดชมวิว 360 องศา มองเห็นทุ่งนาเขียวและภูเขารอบทิศ ส่วนชั้น 5 เป็นชั้นกลางที่มีศาลาใหญ่และพระพุทธรูป ตั้งแต่ชั้น 5-7 ถือเป็นแดนสวรรค์ที่ต้องสำรวมกายวาจา เดินเงียบ ๆ ไหว้พระไปด้วย ชั้น 7 บนสุดต้นไม้บังวิวและมีป้ายเตือนเรื่องงู คนส่วนใหญ่จึงประทับใจชั้น 6 มากกว่า

เข้าฟรีไม่มีค่าตั๋ว มีลานจอดรถ เปิดทุกวันราว 06:30-17:00 น. (ปิดช่วงสัปดาห์สงกรานต์เพื่อความปลอดภัย) ใช้เวลาเดินขึ้น-ลงประมาณ 1-2 ชั่วโมง บนภูไม่มีร้านค้า ควรพกน้ำดื่มขึ้นไปเอง ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เกาะพื้นดี แต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัดปฏิบัติธรรม

ที่นี่ดังจนดาราอย่างเบลล่าเคยมาเที่ยวและมีคลิปทะเลหมอกยามเช้าให้เห็นในโซเชียลบ่อย ๆ คะแนน Google สูงถึง 4.7 จากรีวิวหลักพันคน สะท้อนว่าคนไปจริงแล้วชอบจริง ข้อควรรู้คือบันไดบางช่วงชันและราวกั้นไม่แข็งแรงมาก อย่าโหนหรือพิงราวด้านนอก เดินช้า ๆ ระวังเท้า ใครกลัวความสูงมากเดินถึงชั้น 5-6 ก็พอแล้ว ได้วิวคุ้มไม่ต้องฝืนขึ้นถึงชั้น 7

ต้องลองสะพานไม้เลียบหน้าผา เดินวัดใจชั้น 6 จุดชมวิว 360 องศาชั้น 5 ศาลาใหญ่และพระพุทธรูปทะเลหมอกยามเช้า
4
ธรรมชาติ/น้ำตก

น้ำตกเจ็ดสี (น้ำตกกะอาม) ภูวัว

📍 บึงกาฬ 🧭 เซกา-ภูวัว ⭐ 4.2 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณฟรี (ไม่มีค่าเข้า)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายธรรมชาติ มาเล่นน้ำช่วงปลายฝน
น้ำตกหินทรายเล่นน้ำภูวัว
🕐เสาร์-อาทิตย์ 08:00–17:00 (ช่วงฝน-ต้นหนาว) 💵≈ ฟรี
🥢ซิกเนเจอร์ — น้ำตกหินทรายแผ่กว้างหลายชั้น ละอองน้ำกระทบแดดเกิดเป็นสีรุ้งจนได้ชื่อ "เจ็ดสี" สวยสุดช่วงปลายฝน เล่นน้ำได้

น้ำตกเจ็ดสี หรือชื่อเดิม "น้ำตกกะอาม" เป็นน้ำตกหินทรายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ฝั่งบ้านดอนเสียด ต.บ้านต้อง อ.เซกา จ.บึงกาฬ จุดเด่นคือสายน้ำห้วยกะอามที่ไหลแผ่ลงมาตามหน้าผาหินทรายลาดเอียงกว้างหลายสิบเมตร พอละอองน้ำกระทบแสงแดดยามสายถึงบ่ายก็แตกเป็นสีรุ้ง เลยได้ชื่อว่า "เจ็ดสี" เหมาะกับสายธรรมชาติที่ชอบน้ำตกแบบลานหินกว้าง ๆ มากกว่าน้ำตกชั้นสูงชัน และครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเล่นน้ำแบบปลอดภัย

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเดินเลาะลำห้วยไล่ชมน้ำตกทั้ง 3 ชั้น จากลานจอดรถเดินเข้าไปราว 800 เมตรถึงชั้นแรก แล้วเดินต่ออีกนิดถึงชั้น 2 และชั้น 3 ที่หลายคนบอกว่าสวยที่สุดและเป็นจุดที่เห็นสีรุ้งชัดเจน เสน่ห์ของที่นี่คือลานหินทรายสีน้ำตาลแดงแผ่กว้างให้นั่งเล่น มีแอ่งน้ำตื้นให้แช่ และบางจุดลื่นเป็นสไลเดอร์ธรรมชาติให้ไถลเล่นได้ รีวิวนักท่องเที่ยวต่างชาติบอกตรงกันว่าเป็น "hidden gem" ที่ยังมีน้ำให้เล่นแม้นอกหน้าฝน

เรื่องงบสบายมาก เพราะไม่มีค่าเข้า ตรงทางเข้าติดกับวัดป่าถ้ำบูชา (วัดภูวัวน้ำตกเจ็ดสี) มีลานจอดรถ ห้องน้ำ และร้านอาหารเล็ก ๆ รองรับ ช่วงที่สวยและน้ำเยอะคือปลายฝนต่อต้นหนาว ส่วนเวลาที่เห็นสายรุ้งชัดคือราว 10 โมงถึงบ่ายสองในวันฟ้าโปร่ง ทำเลอยู่ทางอำเภอเซกา-บุ่งคล้า ขับรถต่อจากกลุ่มภูทอก/ภูวัวได้ มักจัดทริปรวมกับน้ำตกถ้ำพระและถ้ำนาคาในเส้นเดียว

ข้อควรรู้: ที่นี่ "เปิดเป็นช่วง" ตามฤดู และหลายรีวิวเล่าว่า Google บางทีขึ้นว่าปิดทั้งที่จริงยังเข้าได้ ทางที่ดีควรมาช่วงเสาร์-อาทิตย์ในหน้าฝน หน้าแล้งน้ำจะน้อยจนไม่คุ้มเดินทาง เส้นทางเดินบางช่วงต้องลุยน้ำและมีหินลื่น ควรใส่รองเท้ายางกันลื่น และเก็บขยะกลับเองเพราะเป็นพื้นที่อนุรักษ์

ต้องลองน้ำตกชั้น 3 ที่ละอองน้ำกระทบแดดเป็นสีรุ้ง (ที่มาของชื่อเจ็ดสี)เล่นน้ำในแอ่งตื้นบนลานหินทราย / สไลด์ลื่นบนหินธรรมชาติเดินเลาะลำห้วยกะอามไล่ชมน้ำตกทั้ง 3 ชั้นแวะวัดป่าถ้ำบูชา (วัดภูวัวน้ำตกเจ็ดสี) ตรงทางเข้า
5
ธรรมชาติ/พื้นที่ชุ่มน้ำ

บึงโขงหลง

📍 อ.บึงโขงหลง บึงกาฬ 🧭 บึงโขงหลง ⭐ 4.4 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายธรรมชาติ ดูนก ชมพระอาทิตย์ตกริมบึง
ทะเลสาบดูนกแรมซาร์
🕐เปิด 24 ชม. ทุกวัน (หอชมนกช่วงกลางวัน) 💵≈ ฟรี
🥢ซิกเนเจอร์ — ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำแรมซาร์ มีหอชมนกและระเบียงชมวิว ฤดูหนาวมีนกน้ำอพยพมาเป็นฝูง บรรยากาศพักผ่อนริมบึง

บึงโขงหลงคือทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่กลางอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ พื้นที่กว้างราว 8,000 กว่าไร่ ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา และไม่ใช่บึงธรรมดา เพราะได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญชั้นนำ (แรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 1,098) เหมาะมากสำหรับคนชอบธรรมชาติเงียบ ๆ สายดูนก หรือใครที่ขับรถเที่ยวบึงกาฬแล้วอยากหาที่นั่งรับลมริมน้ำแบบไม่ต้องแย่งที่กับใคร จุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะคือบริเวณสวนสาธารณะริมบึง ที่มีลานจอดรถ ทางเดินเล่น และหอชมนกเป็นพระเอก

ไฮไลต์ห้ามพลาดคือหอชมนกสูง 3 ชั้น แต่ละชั้นมีช่องกระจกให้มองออกไปเห็นผืนน้ำได้รอบทิศ 360 องศา ถ้ามาหน้าหนาว (ประมาณพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์) จะได้เห็นนกน้ำอพยพมาอยู่กันเป็นฝูง ทั้งนกเป็ดน้ำ นกยาง รวมแล้วเกือบ 30 ชนิด อีกอย่างที่หลายคนชอบคือบางช่วงมีทุ่งดอกทานตะวันให้เซลฟี่ และมีบริการนั่งเรือชมวิวรอบบึงสำหรับคนอยากออกไปใกล้ ๆ น้ำ

เรื่องเด่นจริง ๆ ของที่นี่คือบรรยากาศตอนเย็น รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าพระอาทิตย์ตกริมบึงสวยมาก ฟ้าเปลี่ยนสีสะท้อนผิวน้ำ ลมเย็นสบาย เป็นจุดชมซันเซ็ตที่คนในพื้นที่ชอบมานั่งพักผ่อน ข้อดีคือเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดให้เดินเล่นได้ตลอด มีที่จอดรถ และเลยออกไปไม่ไกลยังมีร้านอาหาร-ร้านกาแฟริมบึงให้นั่งต่อ บึงมีน้ำตลอดปีจึงมาเที่ยวได้ทุกฤดู

ข้อควรรู้สักนิด ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติแบบเรียบง่าย ไม่ใช่สวนสนุกหรือห้าง สิ่งอำนวยความสะดวกมีพอประมาณ ถ้ามาดูนกควรพกกล้องหรือกล้องส่องทางไกลมาเอง และมาช่วงเช้าตรู่หรือเย็น ๆ จะเจอนกและแสงสวยกว่ากลางวันที่แดดแรง เตรียมหมวกกับน้ำดื่มมาด้วยเพราะพื้นที่โล่ง แต่ถ้าชอบความสงบและวิวน้ำกว้าง ๆ บึงโขงหลงคุ้มค่าที่จะแวะ

ต้องลองขึ้นหอชมนก 3 ชั้น ชมวิว 360 องศาดูนกน้ำอพยพช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์ตกริมบึงตอนเย็นนั่งเรือชมวิวรอบบึง

🛏️ ที่พักบึงกาฬ — นอนริมโขงกลางเมืองหรือใกล้จุดขึ้นเขา

เที่ยวบึงกาฬให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้เดินถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงยามเย็น แล้วเช้ามืดค่อยออกไปขึ้นหินสามวาฬรับทะเลหมอกตอนคนยังน้อย หรือขับไปไหว้ถ้ำนาคาที่ภูลังกาแบบไม่ต้องเร่ง ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองบึงกาฬริมแม่น้ำโขง เดินถึงถนนคนเดินและใกล้สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 มีทั้งโรงแรมกลางเมืองและรีสอร์ตเล็ก ๆ ถ้าตั้งใจไปสายภูลังกา-บึงโขงหลงหรือสายน้ำตกภูวัว เลือกทำเลให้ใกล้จุดที่อยากเที่ยวเช้าแรกจะคุ้มที่สุด ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย

🔍 เช็คราคาที่พักบึงกาฬ (Agoda)
6
วัดริมโขง / จุดชมวิวแม่น้ำโขง

วัดอาฮงศิลาวาส (สะดือแม่น้ำโขง)

📍 อ.เมืองบึงกาฬ 🧭 บ้านอาฮง ริมโขง (ต.ไคสี) ⭐ 4.5 · 1,686 รีวิว (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณฟรี (ทำบุญตามศรัทธา)
👍 เหมาะสุดสำหรับมื้อแรกของทริปบึงกาฬ สายไหว้พระ-ชมวิวริมโขง และคนอยากดูบั้งไฟพญานาคช่วงออกพรรษา
สะดือแม่น้ำโขงวัดริมโขงบั้งไฟพญานาค
🕐06:00–18:00 ทุกวัน 💵≈ ฟรี
🥢ซิกเนเจอร์ — วัดริมโขงที่หน้าวัดเป็นจุดน้ำลึกและมีน้ำวนรูปกรวยที่ชาวบ้านเรียก "สะดือแม่น้ำโขง" มีอุทยานหิน พญานาคศรีสุทโธ และเป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคออกพรรษา

ถ้ามาบึงกาฬแล้วอยากเริ่มทริปด้วยที่เที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดจริง ๆ วัดอาฮงศิลาวาส ริมแม่น้ำโขงที่บ้านอาฮง ต.ไคสี คือหมุดที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ จุดขายคือบริเวณหน้าวัดที่เชื่อกันว่าเป็น "สะดือแม่น้ำโขง" จุดที่แม่น้ำโขงลึกที่สุด (เล่ากันว่าลึกราว 200 เมตร วัดไม่ถึงก้น) ช่วงน้ำหลากกระแสน้ำจะไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่ ชาวบ้านเล่าว่าถ้ามีซากไม้ลอยมาถึงตรงนี้จะหมุนวนอยู่ราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะไหลต่อ เหมาะกับสายไหว้พระ สายชมวิวธรรมชาติ และครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาเดินเล่นริมโขงแบบสบาย ๆ

นอกจากสะดือแม่น้ำโขง ในวัดยังมีของให้เดินชมอีกหลายจุด ทั้งวิหารริมโขงที่ประดิษฐานพระพุทธคุวานันท์ศาสดา องค์ใหญ่หน้าตักกว้างราว 4 เมตร พญานาคราชศรีสุทโธ บันไดพญานาคทอดยาว และอุทยานหินที่มีก้อนหินรูปทรงแปลกตากับถ้ำพระอุปคต รีวิวส่วนใหญ่พูดตรงกันว่าวัดกว้าง สะอาด ร่มรื่น เงียบสงบมาก ลมจากแม่น้ำเย็นสบาย มองข้ามไปฝั่งตรงข้ามเป็นภูเขาของลาวเรียงเป็นฉากสวย หลายคนบอกว่า "นั่งดูแม่น้ำโขงตรงนี้ได้ทั้งวันไม่เบื่อ"

เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าชมฟรี มีแค่ตู้ทำบุญตามศรัทธา เปิดให้เข้าราว 06:00–18:00 น. ทุกวัน ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬราว 20 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 20–30 นาทีตามทางหลวงสายหนองคาย–บึงกาฬ เลี้ยวเข้าวัดได้ง่าย มีที่จอดรถกว้าง ความนิยมของที่นี่มาจากการเป็นทั้งวัด จุดชมวิวโขง และสถานที่ผูกกับตำนานพญานาค โดยเฉพาะช่วงออกพรรษาที่เป็นหนึ่งในจุดรอชมบั้งไฟพญานาคของบึงกาฬ คนจึงแน่นเป็นพิเศษช่วงนั้น

ข้อควรรู้ก่อนไป ช่วงที่เห็น "น้ำวน" ชัดที่สุดคือหน้าน้ำหลาก (ราวสิงหาคม–ตุลาคม) ส่วนหน้าแล้ง (มีนาคม–พฤษภาคม) น้ำลดจะเห็นโขดหินโผล่กลางน้ำสวยอีกแบบ มาเช้า ๆ หรือเย็น ๆ จะได้แสงและอากาศดีที่สุด เป็นวัด ควรแต่งกายสุภาพและรักษาความสงบ และระวังเด็กเล็กบริเวณริมตลิ่งเพราะน้ำตรงนี้ลึกและไหลแรงจริง

ต้องลองจุด "สะดือแม่น้ำโขง" หน้าวัด — จุดน้ำลึกที่สุดของแม่น้ำโขง มีน้ำวนรูปกรวยช่วงน้ำหลากกราบพระพุทธคุวานันท์ศาสดาในวิหารริมโขงเดินอุทยานหิน-ถ้ำพระอุปคต และไหว้พญานาคศรีสุทโธชมวิวฝั่งลาว + จุดชมบั้งไฟพญานาคช่วงออกพรรษา
7
แลนด์มาร์ก/จุดชมวิวริมโขง

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ)

📍 บ้านดอนยม ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ 🧭 ริมโขงเมืองบึงกาฬ ⭐ 4.5 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณฟรี (เดินชม/ถ่ายรูปฝั่งไทย)
👍 เหมาะสุดสำหรับมาถ่ายรูปแลนด์มาร์กใหม่ริมโขง ช่วงเย็นแดดร่ม
แลนด์มาร์กใหม่ริมโขงถ่ายรูป
🕐ชมทิวทัศน์ได้ทุกวัน · ด่านพรมแดนเปิดเวลาราชการ 💵≈ ฟรี
🥢ซิกเนเจอร์ — สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่เชื่อมไทย-ลาว เป็นแลนด์มาร์กสมัยใหม่และจุดถ่ายรูปริมโขง วิวเปิดกว้างเห็นสองฝั่งแม่น้ำ

ถ้ามาบึงกาฬช่วงนี้แล้วอยากเก็บแลนด์มาร์กใหม่ที่คนทั้งจังหวัดกำลังพูดถึง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) คือหมุดที่ห้ามพลาด เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงเส้นที่ใหม่ที่สุด เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 ธันวาคม 2568 ตัวสะพานยาว 1.35 กิโลเมตร เชื่อมฝั่งบ้านดอนยม ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ ข้ามไปเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซของลาว จุดที่ทำให้คนแวะถ่ายรูปกันเยอะคือเสาสะพานที่ออกแบบเป็นทรง "แคน" เครื่องดนตรีพื้นบ้านลุ่มน้ำโขง ดูโมเดิร์นแต่ยังมีกลิ่นอีสานชัดเจน เหมาะกับสายชอบสถาปัตยกรรมและคนที่อยากได้ภาพริมโขงมุมใหม่ ๆ

ไฮไลต์จริง ๆ อยู่ที่วิวเปิดกว้าง ยืนฝั่งไทยก็เห็นลำน้ำโขงสีน้ำตาลทอดยาว เห็นทั้งสองฝั่งและเงาภูเขาฝั่งลาวลิบ ๆ เสียงจากคนที่ไปมาบอกตรงกันว่าบรรยากาศเงียบสงบ โล่งตา ยิ่งมาช่วงเย็นแดดร่มแสงจะนุ่มสวย เก็บภาพรถวิ่งข้ามสะพานตัดกับท้องฟ้าและทิวป่าได้สวยมาก ใครได้มุมสูงหรือมุมโดรนจะยิ่งเห็นความอลังการของโครงสะพานเต็ม ๆ

เรื่องงบไม่ต้องห่วง การมาเดินชมและถ่ายรูปบริเวณลานฝั่งไทยไม่มีค่าเข้า ส่วนถ้าจะข้ามไปลาวต้องผ่านด่านพรมแดนตามเวลาราชการและใช้เอกสารผ่านแดนตามปกติ ทำเลอยู่เลี่ยงเมืองบึงกาฬ ขับรถจากตัวเมืองไม่ไกล ถนนตัดใหม่กว้างขับสบาย จอดรถง่าย

ข้อควรรู้คือสะพานนี้เพิ่งเปิด พื้นที่โดยรอบยังจัดเป็นจุดท่องเที่ยวเต็มรูปแบบไม่ครบ สิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างยังทยอยทำ แนะนำเตรียมน้ำ หมวก ร่มกันแดดไปเอง และเช็กเวลาด่านก่อนถ้าตั้งใจจะข้ามแดน มาช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายตัวกว่ากลางวันที่แดดแรง ที่คนแห่มากันเยอะเพราะเป็นของใหม่ เป็นประตูเชื่อมไทย-ลาวจุดล่าสุด และเป็นแลนด์มาร์กที่ถ่ายรูปออกมาแล้วบอกได้ทันทีว่ามาถึงบึงกาฬ

ต้องลองเก็บภาพเสาสะพานทรง "แคน" เครื่องดนตรีอีสานวิวแม่น้ำโขงเปิดกว้างเห็นสองฝั่งไทย-ลาวมุมรถวิ่งข้ามสะพานยามแดดร่มฝั่งปากซัน (ลาว) ที่มองเห็นได้ไกล ๆ
8
อาหารอีสาน/สตรีทฟู้ด

ถนนคนเดินบึงกาฬ (ตลาดต้องชม ถนนข้าวเม่าริมโขง)

📍 ถนนข้าวเม่า ริมแม่น้ำโขง หน้าเทศบาล อ.เมืองบึงกาฬ 🧭 เมืองบึงกาฬ (ริมโขง) ⭐ 4.4 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณเข้าฟรี (ของกินไม้ละไม่กี่บาท)
👍 เหมาะสุดสำหรับมื้อเย็น-เดินเล่นริมโขงคืนศุกร์-เสาร์
ถนนคนเดินริมโขงของกินอีสาน
🕐ศุกร์-เสาร์ 16:00–20:30 (คึกคักราว 18:00) 💵≈ Free
🥢ซิกเนเจอร์ — ถนนคนเดินริมโขงเปิดศุกร์-เสาร์ ราว 16:00-20:30 เดินกินอาหารอีสาน ของพื้นเมือง ของฝาก พร้อมวิวแม่น้ำโขงยามเย็น

ถ้ามาบึงกาฬแล้วบังเอิญตรงกับวันศุกร์หรือเสาร์ ห้ามพลาด "ถนนคนเดินบึงกาฬ" หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "ตลาดต้องชม ถนนข้าวเม่าริมโขง" เด็ดขาด ที่นี่คือถนนคนเดินเลียบแม่น้ำโขงหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬ เทศบาลจัดมาตั้งแต่ปี 2556 จนกลายเป็นถนนสายวัฒนธรรมประจำเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหามื้อเย็นกินเพลิน ๆ พร้อมเดินเล่นรับลมโขงตอนพระอาทิตย์ตก ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ หรือพาครอบครัวมาก็สนุกได้หมด

ของกินที่นี่เป็นอาหารอีสานบ้าน ๆ แบบจัดเต็ม รีวิวหลายคนพูดตรงกันว่ามีกุ้ง หอย ปู ปลาเสียบไม้ รถด่วน (ไส้กรอกอีสาน) ปาท่องโก๋ยัดไส้ ของหวานพื้นเมือง ไปจนถึงผลไม้ตามฤดูและของฝากอย่างผ้าซิ่น ผ้าพื้นเมือง และสินค้า OTOP ของจังหวัด เดินไปกินไปได้เรื่อย ๆ ตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนน ที่ห้ามพลาดคือมุมถ่ายรูปริมโขงตอนฟ้าเปลี่ยนสี กับวงดนตรีเปิดหมวก/การแสดงพื้นเมืองที่มักมีให้ดูเป็นช่วง ๆ ตลอดเส้น

เรื่องงบสบายกระเป๋ามาก เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า ของกินเริ่มต้นไม้ละไม่กี่บาท เดินกินจนอิ่มก็ยังไม่หนักกระเป๋า ทำเลอยู่บนถนนข้าวเม่า เลียบริมแม่น้ำโขงหน้าเทศบาล อ.เมืองบึงกาฬ หาง่าย เดินจากตัวเมืองได้สบาย เปิดเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ ราว 16:00 น. เป็นต้นไป แต่จะเริ่มคึกคักจริง ๆ ประมาณ 6 โมงเย็นไปจนถึงราวสามทุ่ม

ข้อควรรู้นิดหน่อย คือที่นี่เปิดแค่ศุกร์-เสาร์เท่านั้น ถ้ามาวันธรรมดาจะเงียบ ควรเช็กวันให้ดีก่อน ช่วงเย็นฟ้าสวยและลมโขงเย็นสบาย แต่ถ้าหน้าฝนอาจมีปิดบ้างตามอากาศ มาเร็วหน่อยจะได้ที่เดินสบาย ไม่แออัด และยังทันเก็บภาพพระอาทิตย์ตกริมโขงสวย ๆ ก่อนตลาดจะแน่นช่วงค่ำ

ต้องลองรถด่วน/ไส้กรอกอีสานเสียบไม้กุ้ง หอย ปลาเผาริมโขงปาท่องโก๋ยัดไส้ + ของหวานพื้นเมืองมุมถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกริมโขง
9
น้ำตก / ธรรมชาติ

น้ำตกถ้ำพระ (ภูวัว)

📍 อำเภอเซกา 🧭 ภูวัว (เซกา) ⭐ 4.4 · 195 รีวิว (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณค่าเรือ ~฿50 + ค่าเข้า ~฿30 (คนไทยผู้ใหญ่)
👍 เหมาะสุดสำหรับมาเล่นน้ำคลายร้อนช่วงหน้าฝน เหมาะสายธรรมชาติและครอบครัว
น้ำตกภูวัวสไลเดอร์ธรรมชาติ
🕐08:30–16:30 (เปิดตามฤดู มักกลางมิ.ย.เป็นต้นไป) 💵≈ $2–3
🥢ซิกเนเจอร์ — น้ำตกหินทราย 3 ชั้นกลางป่าภูวัว มีลานหินกว้างและสไลเดอร์ธรรมชาติให้เล่นช่วงหน้าฝน เข้าถึงด้วยการนั่งเรือข้ามแล้วเดินต่อ

น้ำตกถ้ำพระ คือน้ำตกหินทราย 3 ชั้นที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ตำบลโสกก่าม อำเภอเซกา เป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่คนพูดถึงมากที่สุดของบึงกาฬในช่วงหน้าฝน เหมาะกับคนชอบธรรมชาติแบบลุย ๆ ครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเล่นน้ำ และกลุ่มเพื่อนสายผจญภัยเบา ๆ จุดที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนน้ำตกทั่วไปคือลานหินทรายโล่งกว้างเป็นร้อยเมตร น้ำไหลแผ่บาง ๆ ไปบนหินที่ทับถมกันเป็นชั้นจนเกิดลวดลายสวยแปลกตา หลายรีวิวบอกตรงกันว่ามาแล้วเหมือนเจอสวนน้ำธรรมชาติกลางป่าจริง ๆ

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "สไลเดอร์ธรรมชาติ" ร่องหินที่น้ำไหลผ่านจนลื่น นั่งสไลด์ตัวลงมาได้สนุกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นภาพที่คนมักถ่ายคลิปกลับไปเยอะที่สุด นอกจากนั้นยังมีลานหินกว้างให้นั่งเล่นแช่น้ำ และมุมถ่ายรูปกับสายน้ำที่แผ่เต็มหน้าผา รีวิวเตือนไว้ว่าปริมาณน้ำขึ้นกับฤดู ถ้าอยากเห็นน้ำเต็ม ๆ และเล่นสไลเดอร์ได้สนุกควรมาช่วงหน้าฝนกลางถึงปลายฝน เพราะหน้าแล้งน้ำจะน้อยและบางจุดปิด

การเข้าถึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ต้องขับรถมาที่ท่าเรือก่อน แล้วนั่งเรือข้ามประมาณ 10 นาที จากนั้นเดินเท้าต่อเข้าไปอีกหน่อยถึงตัวน้ำตก มีท่าเรือ 1 และท่าเรือ 2 ให้เลือก ค่าใช้จ่ายไม่แพง ค่าเรือผู้ใหญ่ราว 50 บาท เด็ก 30 บาท บวกค่าเข้าเขตคนไทยผู้ใหญ่ราว 30 บาท เด็ก 20 บาท (ต่างชาติแพงขึ้นตามอัตราของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า) งบต่อคนหลักร้อยต้น ๆ ก็เที่ยวได้สบาย

เปิดให้เข้าราว 08.30–16.30 น. และเป็นน้ำตกตามฤดูกาล มักเปิดฤดูท่องเที่ยวช่วงกลางมิถุนายนเป็นต้นไปเมื่อน้ำเริ่มเยอะ ข้อควรรู้คือควรเช็กกับเพจหรือสอบถามก่อนเดินทาง เพราะวันที่เปิด-ปิดขึ้นกับปริมาณน้ำแต่ละปี ใส่รองเท้าที่กันลื่นได้ ระวังหินลื่นตอนเล่นสไลเดอร์ และเตรียมของกันเปียกเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำแน่นอน ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬราว 60 กิโลเมตร เที่ยวต่อกับหินสามวาฬหรือน้ำตกอื่นในภูวัวได้ในทริปเดียว

ต้องลองเล่นสไลเดอร์ธรรมชาติบนร่องหินถ่ายรูปลานหินทรายโล่งกว้างกับสายน้ำ 3 ชั้นนั่งเรือข้าม + เดินป่าเข้าน้ำตกแช่น้ำเล่นน้ำบนลานหิน
10
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ/สายมู

ถ้ำนาคี (อุทยานแห่งชาติภูลังกา)

📍 บึงโขงหลง บึงกาฬ 🧭 อุทยานแห่งชาติภูลังกา (ภูลังกาเหนือ) ⭐ 4.8 (Google)
📸 รูปจริงจาก Instagram/Facebook · แผนที่จาก Google (ฝังจากต้นทาง — ถูกลิขสิทธิ์)
ราคาโดยประมาณค่าเข้าอุทยาน 20 บาท/คน + รถยนต์ 30 บาท (ไกด์ตามสินน้ำใจ)
👍 เหมาะสุดสำหรับสายมู + สายเดินป่าระยะสั้นที่อยากได้ถ้ำนาคาเวอร์ชันเดินสบายกว่า มาช่วงเช้า
สายมูพญานาคเดินป่าระยะสั้นภูลังกา
🕐07:00–15:00 (เปิดตามฤดู ปี 2568: 1 ก.ค.–31 ต.ค.) 💵≈ $1
🥢ซิกเนเจอร์ — กลุ่มหินบนภูลังกาที่มีลวดลายผิวคล้ายเกล็ดและหัวพญานาคอีกจุด เส้นทางเดินป่าต่อเนื่องจากโซนถ้ำนาคา จุดถ่ายรูปและสายมูที่กำลังมาแรง

ถ้ำนาคี คือไฮไลต์สายมูคู่กับถ้ำนาคา อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา (โซนภูลังกาเหนือ ฝั่ง ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง ที่เชื่อมต่อกับ อ.บึงโขงหลง บึงกาฬ) จุดขายคือกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่ผิวแตกเป็นริ้ว ๆ คล้ายเกล็ดพญานาคขดตัว มีก้อนหินรูปคล้ายหัวพญานาคให้ถ่ายรูปอีกจุด นักธรณีอธิบายว่าลายเกล็ดเกิดจากปรากฏการณ์ "ซันแครก" (sun crack) ที่ผิวหินแตกเพราะอุณหภูมิเปลี่ยนไปมา แต่สำหรับคนสายความเชื่อมันคือร่องรอยพญานาค เหมาะกับคนที่ชอบเดินป่าระยะสั้น สายมูที่อยากมาขอพร และคนที่อยากได้ถ้ำนาคาในเวอร์ชันเดินสบายกว่า

เสน่ห์ที่หลายรีวิวพูดตรงกันคือ "เดินง่ายกว่าถ้ำนาคาเยอะ" เส้นทางไป-กลับราว 3 กิโลเมตร ช่วงแรกเป็นเส้นศึกษาธรรมชาติเดินเรื่อย ๆ ผ่านน้ำตกหลายชั้น แล้วค่อยปีนป่ายช่วงท้ายราว 300 เมตรที่มีเชือกช่วย ใช้เวลารวมประมาณ 2-4 ชั่วโมงแล้วแต่ฟิตแค่ไหน ในถ้ำมีพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหยกสีเขียวให้กราบไหว้ บวกวิวป่าเขาและสันภูที่มองเห็นแม่น้ำโขงไกล ๆ หลายคนบอกว่าคุ้มกับแรงที่เสียไป

เรื่องค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋ามาก ค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาท ค่ารถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท และต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง (กลุ่มละไม่เกิน 5 คนต่อไกด์ 1 คน) ค่าไกด์ตามสินน้ำใจ ข้อสำคัญคือถ้ำนาคีเปิดเป็นช่วงฤดู ปี 2568 เปิด 1 กรกฎาคม-31 ตุลาคม เวลา 07.00-15.00 น. (ปิดบำรุงช่วงมิถุนายน) ก่อนไปควรโทรเช็กกับอุทยานก่อนเสมอ

ที่มันมาแรงเพราะกระแสพญานาคลุ่มน้ำโขงและถ้ำนาคาที่ดังก่อนหน้า พอคนเริ่มมาบึงกาฬ-นครพนม ถ้ำนาคีเลยกลายเป็นจุดต่อยอดที่ดารา-คนดังนิยมมาไหว้ขอพร ข้อควรรู้คือควรมาช่วงเช้าเลี่ยงคิวและแดด ใส่รองเท้าผ้าใบกันลื่น เตรียมน้ำดื่ม และเผื่อใจว่าช่วงท้ายต้องใช้แรงปีนนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับถ้ำนาคาแล้วถือว่าเป็นมิตรกับขามากกว่าเยอะ

ต้องลองหินผิวลายเกล็ดพญานาค (ซันแครก)ก้อนหินรูปหัวพญานาคพระพุทธรูปปางนาคปรกเนื้อหยกในถ้ำวิวสันภูเห็นแม่น้ำโขง
🍢

🎟️ ตั๋วและทัวร์เที่ยวบึงกาฬ — เที่ยวหลายจุดมีไกด์ จองไม่ต้องต่อคิว

บึงกาฬมีของเที่ยวกระจายหลายอำเภอและบางจุดต้องนั่งรถขึ้นเขาหรือเดินป่า อย่างหินสามวาฬ ถ้ำนาคา และน้ำตกในป่าภูวัว ถ้าไม่อยากขับเองหรือกลัวหลงทาง การจองทัวร์แบบมีไกด์พาเที่ยวหลายจุดในทริปเดียวช่วยให้เที่ยวง่ายขึ้นเยอะ ทั้งจัดรถขึ้นเขา พาเดินเส้นทางถ้ำนาคา และวนเก็บจุดริมโขงให้ครบในวันเดียว จองตั๋วและทัวร์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide จะได้ไม่ต้องไปลุ้นคิวหน้างาน เทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย

🎫 ดูตั๋ว & ทัวร์เที่ยวบึงกาฬทั้งหมด

💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่บึงกาฬ

🚗
ขับรถเองหรือเช่ารถสะดวกสุด

บึงกาฬไม่มีสนามบินและไม่มี Grab ของเที่ยวกระจายหลายอำเภอ รถสาธารณะในจังหวัดมีจำกัด คนส่วนใหญ่บินลงอุดรธานีหรือนครพนมแล้วเช่ารถขับต่อ จะคล่องตัวที่สุดในการวนเก็บหินสามวาฬ ถ้ำนาคา ภูทอก และน้ำตกภูวัว

🚙
หินสามวาฬต้องนั่งรถท้องถิ่นขึ้นเขา

ทางขึ้นภูสิงห์ชันและขรุขระ รถส่วนตัวขึ้นไม่ได้ ต้องจอดที่จุดบริการแล้วเหมารถท้องถิ่นขึ้นเขาราว 500 บาทต่อคัน บวกค่าเข้าราว 20–30 บาท ไปแต่เช้ามืดจะได้ทันพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกหน้าหนาว

💵
พกเงินสดไว้ใช้

ค่าเข้าจุดเที่ยว ค่ารถขึ้นเขา ค่าเรือข้ามไปน้ำตกถ้ำพระ ของกินถนนคนเดินริมโขง และตู้บริจาคในวัดส่วนใหญ่รับเงินสด พกแบงก์ย่อยไว้ ตู้เอทีเอ็มหาง่ายในตัวเมืองแต่ตามจุดเที่ยวนอกเมืองและบนเขามีน้อยมาก

⛰️
เผื่อแรงสำหรับเดินป่าและขึ้นเขา

ถ้ำนาคาและถ้ำนาคีต้องเดินป่าขึ้นเขาพอสมควร ภูทอกเป็นสะพานไม้เวียนหน้าผา 7 ชั้น และน้ำตกในภูวัวต้องเดินต่อจากลานจอด ควรใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี พกน้ำ และไปช่วงเช้าที่อากาศยังเย็น คนกลัวความสูงอาจต้องทำใจตอนเดินเลียบหน้าผา

🙏
แต่งกายสุภาพและลงทะเบียนเข้าถ้ำนาคา

ถ้ำนาคา (วัดถ้ำชัยมงคล) และถ้ำนาคีเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องลงทะเบียนก่อนขึ้น ปิดไหล่ปิดเข่า สำรวมเสียง และห้ามปีนหรือเหยียบก้อนหินพญานาค ช่วงไฮซีซันคนเยอะควรไปเช้าหรือเช็กรอบเข้าก่อน

💬
ภาษาอังกฤษมีจำกัด

บึงกาฬเป็นจังหวัดเล็ก นอกจุดท่องเที่ยวหลักป้ายและเมนูภาษาอังกฤษมีน้อย พกแอปแปลภาษาไว้ช่วย หรือชี้รูปสั่งอาหารที่ตลาดและถนนคนเดินก็สื่อสารได้ คนที่นี่ส่วนใหญ่ใจดีและอดทนกับนักท่องเที่ยว

วางแผนทริปบึงกาฬให้คุ้มที่สุด

บึงกาฬเที่ยวสนุกแต่ของเด่นกระจายหลายอำเภอ ควรจัดเส้นทางตามโซนจะประหยัดเวลาที่สุด โซนเมืองริมโขงเก็บง่ายสุด วัดอาฮงศิลาวาส (สะดือแม่น้ำโขง) ที่ ต.ไคสี กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 อยู่แถวเดียวกัน แล้วค่อยเข้ามาเดินถนนคนเดินริมโขงหน้าเทศบาลช่วงเย็นวันศุกร์-เสาร์ กินอาหารอีสานรับลมแม่น้ำโขง ส่วนหินสามวาฬบนภูสิงห์ที่ ต.โคกก่อง ควรไปแต่เช้ามืดเพื่อทันพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกหน้าหนาว จุดนี้ต้องนั่งรถท้องถิ่นขึ้นเขาคันละ 500 บาท แล้วเดินต่อ

ถ้ามีเวลาหลายวันค่อยขับออกไกล โซนบึงโขงหลง-ภูลังกาเก็บถ้ำนาคา (วัดถ้ำชัยมงคล) ที่ต้องเดินป่าขึ้นเขาพอสมควร ถ้ำนาคีในอุทยานแห่งชาติภูลังกา และแวะบึงโขงหลงทะเลสาบใหญ่ที่มีหอชมนก โซนเซกา-ภูวัวเป็นสายน้ำตก น้ำตกเจ็ดสีและน้ำตกถ้ำพระที่ต้องนั่งเรือข้ามแล้วเดินต่อ สวยสุดช่วงปลายฝน ส่วนภูทอกที่วัดเจติยาคีรีวิหาร อ.ศรีวิไล เป็นจุดเดินสะพานไม้เวียนเขา 7 ชั้นที่ควรเผื่อแรงและเวลา จัดของที่อยู่ทิศเดียวกันไว้วันเดียวกันจะเที่ยวได้คุ้มที่สุด

เที่ยวบึงกาฬวันเดียวก็สนุก แต่ถ้าค้างสักคืนกลางเมืองริมโขงจะได้เดินถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงยามเย็น แล้วเช้ามืดค่อยขับขึ้นหินสามวาฬรับทะเลหมอกตอนคนยังน้อย หรือออกไปไหว้ถ้ำนาคาที่ภูลังกาแบบไม่ต้องเร่งรีบ ลองเทียบราคาและรีวิวที่พักในบึงกาฬก่อนจองได้เลย

🔍 เช็คราคาที่พักบึงกาฬ (Agoda)

คำถามที่พบบ่อย

ที่เที่ยวบึงกาฬที่ห้ามพลาดมีที่ไหนบ้าง

หมุดที่คนมาบึงกาฬไม่พลาดคือหินสามวาฬบนภูสิงห์ ต.โคกก่อง อ.เมือง หน้าผาหินทรายยักษ์สามก้อนที่ยื่นออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก, ถ้ำนาคา (วัดถ้ำชัยมงคล) บนภูลังกา อ.บึงโขงหลง ก้อนหินเกล็ดพญานาคที่สายมูตามมากราบมากที่สุด, ภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) อ.ศรีวิไล สะพานไม้เวียนเขา 7 ชั้น, น้ำตกเจ็ดสีในป่าภูวัวฝั่งเซกา และวัดอาฮงศิลาวาสริมโขงที่มีสะดือแม่น้ำโขง

ไฮไลต์ของบึงกาฬคืออะไร

ไฮไลต์ของบึงกาฬคือหินกับสายมูริมโขง ทั้งหินสามวาฬหน้าผาหินทรายสามก้อนอายุราว 75 ล้านปีที่เรียงคล้ายครอบครัววาฬและเปิดวิวพาโนรามาชมทะเลหมอกหน้าหนาว ถ้ำนาคาบนภูลังกาที่หินผิวเป็นเกล็ดคล้ายลำตัวและหัวพญานาคขดตัว เป็นจุดศรัทธาสายมูที่ดังที่สุดของอีสานเหนือ ภูทอกที่มีสะพานไม้และบันไดเวียนรอบเขาหิน 7 ชั้นสร้างด้วยมือล้วน และวัดอาฮงศิลาวาสริมแม่น้ำโขงที่มีน้ำวนรูปกรวยซึ่งชาวบ้านเรียกว่าสะดือแม่น้ำโขง เป็นจุดชมบั้งไฟพญานาคช่วงออกพรรษา

ที่เที่ยวบึงกาฬค่าเข้าแพงไหม

ส่วนใหญ่เข้าฟรีหรือเสียนิดเดียว ภูทอก น้ำตกเจ็ดสี บึงโขงหลง วัดอาฮงศิลาวาส สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 และถนนคนเดินริมโขงเข้าฟรี หินสามวาฬค่าเข้าราว 20–30 บาท บวกค่ารถขึ้นเขา 500 บาทต่อคัน ถ้ำนาคาคนไทยราว 30 บาท (ค่าเข้า 20 บวกประกัน 10) ต่างชาติ 240 บาท น้ำตกถ้ำพระมีค่าเรือราว 50 บาทบวกค่าเข้าราว 30 บาท ส่วนถ้ำนาคีในอุทยานแห่งชาติภูลังกาคิดค่าเข้าอุทยานคนละ 20 บาท บวกค่ารถยนต์ 30 บาท

ไปเที่ยวบึงกาฬเดินทางยังไง ที่จอดรถสะดวกไหม

บึงกาฬไม่มีสนามบินของตัวเอง คนส่วนใหญ่บินลงอุดรธานีหรือนครพนมแล้วต่อรถมา หรือนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ พอถึงแล้วขับรถเองหรือเช่ารถสะดวกที่สุดเพราะของเที่ยวกระจายหลายอำเภอและรถสาธารณะมีจำกัด หินสามวาฬบนภูสิงห์ต้องนั่งรถท้องถิ่นขึ้นเขาเพราะทางชันรถส่วนตัวขึ้นไม่ได้ ถ้ำนาคาที่ภูลังกาและน้ำตกในป่าภูวัวต้องเดินป่าต่อจากลานจอด ส่วนวัดอาฮง สะพานมิตรภาพ และถนนคนเดินในเขตเมืองมีที่จอดสะดวก ควรจัดรถให้พร้อมก่อนออกนอกเมือง

ที่เที่ยวบึงกาฬเปิดกี่โมง

หินสามวาฬแนะนำไปแต่เช้ามืดเพื่อทันพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ต้องรอคิวรถขึ้นเขาที่จุดบริการ ถ้ำนาคาและถ้ำนาคีต้องลงทะเบียนช่วงกลางวันแล้วเดินป่าขึ้นเขา ควรไปเช้าเพื่อให้มีเวลาเดินกลับ ภูทอกและน้ำตกในป่าภูวัวเปิดช่วงกลางวัน วัดอาฮงและบึงโขงหลงเดินเล่นได้ทั้งวัน ส่วนถนนคนเดินริมโขงเปิดเฉพาะศุกร์-เสาร์ ราว 16:00–20:30 น. แนะนำเช็กเวลาและสภาพอากาศของแต่ละที่ก่อนออกเดินทางเพราะถ้ำกับน้ำตกอาจปรับตามฤดูและความปลอดภัย

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ

ดูแผนเที่ยว →