🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถ้าให้เลือกย่านเดียวในกรุงเทพฯ ที่เดินเที่ยวสนุกได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพึ่งรถ ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินต้องติดโผ ตรงนี้คือจุดตัดของ BTS ห้าแยกลาดพร้าวกับ MRT พหลโยธิน มีเซ็นทรัลลาดพร้าวและยูเนี่ยนมอลล์เป็นศูนย์กลาง แล้วแผ่ขึ้นไปทางพหลโยธินตอนบนกับรัชโยธินที่เต็มไปด้วยตลาดนัด คอมมูนิตี้มอลล์ และโรงหนังใหญ่ ตอนกลางวันแวะสวนสมเด็จย่า 84 พรรษาใต้ทางด่วนหายใจเอาสีเขียว หรือไปกราบพระที่วัดเสมียนนารี พออาทิตย์ตกก็เปลี่ยนโหมดเป็นตลาดนัดกลางคืนกับรูฟท็อปบาร์ได้ทันที เสน่ห์ของย่านนี้คือความหลากหลายที่กระจุกอยู่ในระยะเดินและนั่งรถไฟฟ้าไม่กี่สถานี
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงกันมากคือจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ตลาดนัดกลางคืนบนที่ดินสวนสนุกแดนเนรมิตเก่า 33 ไร่ ที่เก็บปราสาทเทพนิยายไว้เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูป ถัดไปทางรัชโยธินมีตลาดกรีนวินเทจสายของเก่า-อาร์ตทอย และดิ อเวนิว รัชโยธินคอมมูนิตี้มอลล์เปิดโล่งที่เป็นจุดนัดพบประจำย่าน ส่วนสายอาร์ตห้ามพลาด Metro Art อาร์ตสเปซใต้ดินกว่า 1,000 ตารางเมตรที่ MRT พหลโยธิน เข้าฟรีทุกวัน และตึกช้างสูง 102 เมตรผลงานศิลปินแห่งชาติที่กลายเป็นไอคอนของย่าน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธินก็มีจอ Krungsri IMAX ระบบ Dolby Atmos ให้ดูหนังจอยักษ์ รวมกันแล้วย่านนี้มีให้เที่ยวครบทั้งกิน ช้อป ถ่ายรูป ทำบุญ และนั่งชิลดูวิวเมือง มาลองจัดสักวันแล้วจะติดใจ
จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต (JODD FAIRS DanNeramit)
ถ้าพูดถึงตลาดนัดกลางคืนที่มี "พระเอก" เป็นปราสาทเทพนิยายจริง ๆ ต้องยกให้ที่นี่ จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ตั้งอยู่บนที่ดินสวนสนุกแดนเนรมิตเก่ากว่า 33 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน ย่านจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว จุดที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคยกับปราสาทสีขาวสไตล์เจ้าหญิงนิทรามาตั้งแต่ยุค 70 เจ้าของโปรเจกต์เก็บปราสาทหลังนี้ไว้เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูป แล้วเนรมิตพื้นที่รอบ ๆ เป็นตลาดนัดร้านค้ากว่า 1,000 ร้าน กิน ช้อป คาเฟ่ ของวินเทจ งานคราฟต์ ครบในที่เดียว เหมาะกับสายเดินเล่นถ่ายรูป มากันเป็นกลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือครอบครัวที่อยากหามุมนั่งชิลตอนเย็น
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือมุมปราสาทตอนเปิดไฟ รีวิวจากนักท่องเที่ยวหลายเสียงบอกตรงกันว่า "อินสตาเวิร์ธมาก" โดยเฉพาะช่วงหัวค่ำที่ไฟปราสาทกับบอลลูนสว่างขึ้นพร้อมกัน มีลานหญ้าให้นั่งปิกนิกใต้ปราสาทแบบสบาย ๆ นอกจากนี้ยังมีมุมพร็อพถ่ายรูปทั้งเรือใบ รถคลาสสิก และโซนเครื่องเล่นสวนสนุกอย่างชิงช้าสวรรค์กับเรือไวกิ้งที่ทยอยกลับมาให้เล่นกัน ส่วนของกินก็จัดหนัก ทั้งสตรีทฟู้ด อาหารทะเลย่าง ของทานเล่นสไตล์ตลาดกลางคืน ไปจนถึงคาเฟ่ในตัวปราสาท เดินกินไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งคืน
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบต่อหัวขึ้นอยู่กับว่ากินเยอะแค่ไหน ปกติหลักร้อยกลาง ๆ ก็อิ่ม ข้อควรรู้จากรีวิวจริงคือควรพกเงินสดไปเยอะหน่อย เพราะร้านส่วนใหญ่รับเงินสดกับสแกน QR ไม่ค่อยมีตู้ ATM ในตลาด และแนะนำให้มาช่วง 16.00–19.00 น. ก่อนคนแน่นและร้านยังของครบ เปิดหลัก ๆ ช่วงเย็นถึงเที่ยงคืน (บางช่วงเน้นวันพฤหัส–อาทิตย์ เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์กว่า)
ทำเลเดินทางง่าย อยู่ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าวแค่ราว 650 เมตร ลง BTS ห้าแยกลาดพร้าว ทางออก 4 หรือ MRT พหลโยธิน ทางออก 3 แล้วเดินต่อประมาณ 7–10 นาที ที่นี่ดังเพราะเป็นตลาดนัดกลางคืนไซซ์ใหญ่ที่เดินสบายกว่าสาขาเดิม บวกกับปราสาทเทพนิยายที่หาถ่ายที่ไหนไม่ได้ กลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตของคนกรุงฯ และนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือไปแล้ว
ตลาดนัดเลียบด่วน แดนเนรมิต (Liabduan Danneramit Night Market)
ถ้าใครโตทันสวนสนุกแดนเนรมิต ที่นี่จะสะกิดใจแรงมาก เพราะ "ตลาดนัดเลียบด่วนแดนเนรมิต" เปิดบนพื้นที่เดิมริมถนนพหลโยธิน เยื้องเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยยกปราสาทเทพนิยายหลังใหญ่กลับมาเป็นฉากหลัง (ต้นแบบจากปราสาทซินเดอเรลลาและปราสาทนอยชวานสไตน์เยอรมนี) เป็นตลาดกลางคืนธีมแฟนตาซีที่เดินชิลได้ยาว ๆ เหมาะทั้งสายกิน สายถ่ายรูป มาเดตหรือพาครอบครัวมาก็ลงตัว จุดขายที่คนพูดถึงกันเยอะคือโชว์แสงสี projection mapping ยิงขึ้นตัวปราสาททุกคืน รอบประมาณ 19:00 และ 22:00 ดูฟรี ไม่ต้องเสียค่าเข้า
ของกินคือพระเอกตัวจริง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าราคาเป็นมิตร เริ่มกันที่หลักสิบบาท มีตั้งแต่หมึกย่าง-หมึกกรอบสไตล์เยาวราช ซีฟู้ดปิ้งย่าง ส้มตำ-ยำซีฟู้ดรสจัด ปูใต้ ไปจนถึงชาไทย ชาใต้ราดชีส น้ำผลไม้สด และของหวานไทยครีเอทีฟ เดินวนกินได้เรื่อย ๆ ไม่ค่อยเบื่อ นอกจากโซนอาหารยังมีโซนเสื้อผ้าแฟชั่น ของมือสอง ของสะสม เวทีดนตรีสด และมุมเครื่องเล่นเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ สนุกด้วย
ทำเลถือว่าเดินทางง่าย อยู่ใกล้ BTS พหลโยธิน 24 (ทางออก 2 ราว 500 เมตร) และ BTS ห้าแยกลาดพร้าว (ทางออก 4 ราว 650 เมตร) ใกล้ MRT พหลโยธิน เซ็นทรัลลาดพร้าวและยูเนี่ยนมอลล์ ขับรถมาเองก็มีที่จอด (ค่าจอดประมาณ ฿30) เปิดทุกวันตั้งแต่ 16:00 ถึงเที่ยงคืน แนะนำให้มาช่วงหัวค่ำจะได้เดินก่อนแล้วรอดูโชว์รอบสองมืด ๆ ปราสาทจะสวยเต็มตา
ที่ตลาดฮิตเร็วเพราะได้ทั้งความอิ่ม ความชิล และความฟีลกู๊ดจากปราสาทในตำนานที่หลายคนคิดถึง ข้อควรรู้เล็ก ๆ คือช่วงสุดสัปดาห์และหลังโชว์คนจะแน่นพอควร ร้านบางร้านปิดก่อนเที่ยงคืน ถ้าอยากถ่ายรูปปราสาทให้สวยแบบไม่มีคนบัง ลองมาช่วงเปิดใหม่ ๆ ราวหกโมงเย็นแล้วค่อยไล่กินยาวไปจนดึก
ตลาดนัดกรีนวินเทจ รัชโยธิน (Green Vintage Market Ratchayothin)
ถ้าเป็นสายวินเทจ สายของเก่า ของสะสม แล้วยังไม่เคยไป "ตลาดนัดกรีนวินเทจ รัชโยธิน" บอกเลยว่าพลาดของดีกลางกรุง ตลาดกลางคืนบนพื้นที่กว้างกว่า 15 ไร่ ตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธินพอดี ลง BTS รัชโยธิน ทางออก 2 เดินแค่ราว 190 เมตรก็ถึง เหมาะกับคนชอบเดินเรื่อย ๆ ตอนเย็นย่ำค่ำ ทั้งสายแฟชั่นมือสอง สายของเล่น และคนที่แค่อยากหาที่นั่งชิลกินข้าวเย็นแบบไม่เร่งรีบ
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงกันเยอะคือโซนของเก่า-ของสะสม ที่รวมทั้งเสื้อผ้ามือสองสไตล์วินเทจ อาร์ตทอย ฟิกเกอร์ กล่องสุ่ม-กล่องจุ่ม ไปจนถึงอะไหล่รถคลาสสิกกับมอเตอร์ไซค์เก่า วางโชว์สวยจนถ่ายรูปเพลิน อีกฝั่งเป็นโซนฟูดทรัคกับแคมป์ปิ้งริมถนนพหลโยธิน มีร้านนั่งชิลกับเพลงสดเกือบทุกคืน ของที่ห้ามพลาดคือเดินหากล่องสุ่ม/อาร์ตทอย ส่องของเก่าหายาก แล้วปิดท้ายด้วยฟูดทรัค เคล็ดลับจากคนไปจริงคือถ้าอยากเจอของเยอะสุด ให้มาวันอังคาร เพราะร้านเพิ่งตั้งของใหม่ มีโอกาสเจอของหายาก
เรื่องงบสบายกระเป๋า ตลาดไม่เก็บค่าเข้า จ่ายแค่ค่าจอดรถและค่าของที่ซื้อ ของกินราคาตลาดนัดทั่วไป พกเงินสดไปต่อราคาได้ บางร้านลดท้ายตลาดช่วงดึกด้วย ทำเลอยู่ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร เปิดทุกวัน 16.00-24.00 น. โดยโซนของเก่า-เปิดท้ายจะครบที่สุดช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์ เวลาเดินสวยสุดคือราวหกโมงถึงสามทุ่ม แสงกำลังดีและร้านเปิดครบ
ที่คนแวะเวียนกันไม่ขาดเพราะเดินทางง่ายติด BTS ของหลากหลายในที่เดียว แถมได้ทั้งช้อป ทั้งกิน ทั้งถ่ายรูปมุมวินเทจ ข้อควรรู้เล็ก ๆ คือใส่รองเท้าที่เดินสบาย พกกระเป๋าผ้าไว้ใส่ของ และเผื่อเวลาให้เดินวนหลายรอบ เพราะพื้นที่กว้างและร้านเปลี่ยนของบ่อย มาเที่ยวเดียวมักไม่พอ
ดิ อเวนิว รัชโยธิน (The Avenue Ratchayothin)
ดิ อเวนิว รัชโยธิน (The Avenue Ratchayothin) คือคอมมูนิตี้มอลล์เปิดโล่งหลายอาคารที่อยู่ติดกับโรงหนังเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เดินเชื่อมถึงกันได้และใช้ที่จอดรถร่วมกัน เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของคนย่านรัชโยธิน–ลาดพร้าว เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งชิล กินข้าว ทำธุระในที่เดียว ไม่พลุกพล่านเท่าห้างใหญ่ ตัวมอลล์สูงราว 3–4 ชั้น รวมร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านนั่งดื่มตอนเย็น ซูเปอร์มาร์เก็ต Villa Market ธนาคารหลายแห่ง ร้านดอกไม้ ร้านอาร์ตทอย ไปจนถึงคลินิกความงามและทันตกรรม
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือร้านอาหารที่มีให้เลือกเยอะจริง ทั้ง Fuji, Coco Ichibanya, Bar B Q Plaza, Bonchon, เตี๋ยวเรือทีน้อย รวมถึงร้านที่เปิด 24 ชั่วโมงอย่าง Starbucks กับร้านราเมง ทำให้แวะได้ทั้งมื้อกลางวัน มื้อค่ำ ยันดึก อีกจุดที่คนแวะถ่ายรูปกันคือ M Sky Walk ลานลอยฟ้าชั้นดาดฟ้า เปิดให้ขึ้นฟรีช่วง 16.00–22.00 น. เดินเล่น วิ่งออกกำลัง และเห็นวิวเมืองกับตึกช้างเป็นฉากหลังตอนพระอาทิตย์ตก
บรรยากาศโดยรวมสบาย ๆ เป็นกันเอง คนไม่แน่นจนอึดอัด รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าเป็นที่เดินย่อย ๆ นั่งกินข้าวกับเพื่อนหรือครอบครัวได้ดี ตัวมอลล์เข้าฟรี จ่ายเฉพาะค่าอาหารและของที่ซื้อ งบต่อคนขึ้นกับร้านที่เลือก ตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงมื้อใหญ่ ที่จอดรถมีให้และฟรีในช่วงแรก
ทำเลอยู่ริมถนนพหลโยธิน/รัชดาภิเษก เขตจตุจักร ใกล้ BTS รัชโยธิน เดินต่อได้ไม่ไกล เปิดประมาณ 09.00/10.00–22.00 น. ทุกวัน ข้อควรรู้คือร้านแต่ละร้านเวลาเปิด–ปิดไม่เท่ากัน บางร้านโดยเฉพาะโซนนั่งดื่มจะคึกคักช่วงเย็นถึงค่ำ ถ้าตั้งใจมาขึ้น M Sky Walk ให้เผื่อมาช่วงเย็นเพื่อเก็บวิวพระอาทิตย์ตกและไฟเมือง
Metro Art (เมโทร อาร์ต) MRT พหลโยธิน
Metro Art คืออาร์ตสเปซใต้ดินขนาดกว่า 1,000 ตารางเมตร ซ่อนอยู่ในชั้น Metro Mall ของสถานี MRT พหลโยธิน ใต้ห้าแยกลาดพร้าว เดินจากเซ็นทรัลลาดพร้าวมาแตะบัตรลงมาได้เลย จุดขายคือมันเป็นแกลเลอรีในรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรกของไทย ที่หมุนเวียนจัดแสดงงานศิลป์เป็นซีรีส์ ทั้งโมเดิร์นอาร์ตและงานคลาสสิก เปลี่ยนธีมทุกไม่กี่เดือน เหมาะกับสายอาร์ต สายถ่ายรูป คนที่ต้องรอเปลี่ยนขบวน หรือครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเดินเล่นแบบเย็นสบายไม่ต้องเสียเงิน
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงกันเยอะคือกำแพงสติกเกอร์อาร์ตความยาว 14 เมตร ที่เต็มไปด้วยสตรีทอาร์ตสีสด เป็นมุมเช็คอินยอดฮิต มีโซน Paint Here Alright ให้ลงมือระบายสีเอง มี Art Learning Centre ที่ทำร่วมกับ IWS Thailand พร้อมแกลเลอรีและชอปงานสีน้ำ บางช่วงยังมีเวิร์กช็อปและดนตรีสดให้ฟังฟรีด้วย รีวิวจริงหลายเสียงชมว่าเป็นมุมหลบร้อนกลางเมืองที่ได้ทั้งพักและได้งานถ่ายรูปสวย ๆ กลับไป
เรื่องงบสบายมาก เข้าฟรีทุกวัน เปิด 06:00–21:00 (บางแหล่งระบุ 07:00) เสียแค่ค่ารถไฟฟ้ามาลงสถานีเท่านั้น นิทรรศการหลักดูฟรี ส่วนเวิร์กช็อปหรือของที่ระลึกในชอปค่อยจ่ายตามใจ ทำเลถือว่าหาง่ายสุด ๆ อยู่ในตัวสถานี MRT พหลโยธิน เชื่อมเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ และ BTS ห้าแยกลาดพร้าวได้สะดวก
ที่ยอดนิยมเพราะมันลงตัวคนเมืองที่อยากเสพศิลป์แบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า แค่แวะระหว่างทางก็ได้ ข้อควรรู้คือธีมนิทรรศการเปลี่ยนเป็นซีรีส์ ก่อนไปลองเช็กเพจว่ารอบนี้จัดชุดไหน และช่วงวันหยุดคนเยอะพอควร ถ้าอยากได้รูปโล่ง ๆ แนะนำมาช่วงเช้าหรือวันธรรมดา
🛏️ ที่พักย่านห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน
อยากเที่ยวย่านนี้ทั้งกลางวันและกลางคืนแบบไม่ต้องรีบกลับ พักแถวห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินคุ้มที่สุด เดินถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต แล้วขึ้น BTS ห้าแยกลาดพร้าว-MRT พหลโยธินต่อไปไหนก็ง่าย มีโรงแรมตั้งแต่ราคาประหยัดถึงระดับกลางให้เลือกหลายแบบ เทียบราคาหลายเว็บก่อนจองจะได้ดีลดีที่สุด
🔍 เช็คราคาที่พักย่านห้าแยกลาดพร้าว (Agoda)ตึกช้าง (Elephant Building / Elephant Tower)
ตึกช้าง (Elephant Building / Elephant Tower) คือตึกระฟ้าที่หน้าตาเหมือนช้างยืนหันข้าง เห็นทีแรกแล้วยิ้มได้ทันที ตั้งอยู่ปากซอยพหลโยธิน 26 แขวงจอมพล เขตจตุจักร ใกล้แยกรัชโยธิน สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2540 สูง 102 เมตร 32 ชั้น เป็นผลงานของ ศ.ดร.อรุณ ชัยเสรี ร่วมกับสถาปนิกองอาจ สาตรพันธุ์ ตัวอาคารเป็นสามหอสูงที่แทนขาและงวงช้าง เชื่อมกันด้านบนเป็นหลังช้าง มีหน้าต่างกลมโตเป็นดวงตา และแถบยื่นออกมาเป็นงา ที่นี่เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมแปลกตา สายถ่ายรูป และคนที่อยากเก็บแลนด์มาร์กประจำย่านพหลโยธินตอนบน
สิ่งที่ห้ามพลาดคือการหามุมถ่ายให้เห็นรูปทรงช้างเต็ม ๆ ซึ่งรีวิวส่วนใหญ่ตรงกันว่าสวยที่สุดเมื่อถ่ายจากด้านนอกในระยะห่างพอสมควร หลายคนได้มุมสวยจากดาดฟ้าหรือระเบียงคอนโดรอบข้าง เพราะยิ่งไกลยิ่งเห็นเป็นช้างชัด ช่วงเย็นแดดเฉียงจะได้เงาและมิติของตัวตึกดีเป็นพิเศษ ส่วนด้านล่างเป็นพลาซ่ามีร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร และไปรษณีย์ เดินเล่นแวะกินข้าวได้ แต่จุดขายจริง ๆ อยู่ที่ตัวสถาปัตยกรรมด้านนอกมากกว่า
ข้อควรรู้ที่รีวิวเตือนกันบ่อยคือ ตึกนี้เป็นอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย ไม่ใช่จุดชมวิวเปิดให้ขึ้นไปด้านบน หลายคนที่หวังจะขึ้นชั้นบนต้องผิดหวังเพราะทางเข้าจำกัดเฉพาะผู้พักอาศัยและผู้มีธุระ มาที่นี่ให้ตั้งใจมาถ่ายรูปด้านนอกและเดินพลาซ่าจะไม่เก้อ ค่าเข้าไม่มี ถ่ายรูปฟรี งบหมดไปกับค่าเดินทางและค่ากินเท่านั้น เวลาที่พลาซ่าคึกคักคือช่วงกลางวันถึงเย็นราว 9 โมงถึง 6 โมง
ทำเลถือว่าเดินทางง่าย อยู่ย่านเซ็นทรัลลาดพร้าว-ห้าแยกลาดพร้าว ใกล้ MRT พหลโยธินและ BTS ห้าแยกลาดพร้าว ต่อรถหรือเรียกแท็กซี่มาไม่ไกล ที่ตึกช้างยอดนิยมเพราะเป็นตึกไอคอนิกที่เคยติดอันดับตึกระฟ้าเอกลักษณ์ของโลกจาก CNNGo และเป็นหนึ่งในไม่กี่ตึกในกรุงเทพที่คนจำได้จากรูปทรงล้วน ๆ ใครผ่านย่านนี้แล้วชอบของแปลก แวะเก็บภาพช้างยักษ์กลางเมืองสักรูปคุ้มค่าเวลา
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน (Major Cineplex Ratchayothin) + Krungsri IMAX
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เป็นตึกโรงหนังแลนด์มาร์กประจำย่านรัชโยธิน-ห้าแยกลาดพร้าว เปิดมาตั้งแต่ปี 2541 และเป็นที่แรกในไทยที่มีจอ IMAX ตอนนี้อาคารมีโรงหนังรวม 15 โรง กว่า 3,500 ที่นั่ง ทุกโรงยกระดับเป็นระบบ Laser Projector หมดแล้ว เหมาะกับคนที่อยากดูหนังจอใหญ่ภาพคมชัดแบบจริงจัง ทั้งสายมาคนเดียว มาเดต หรือมากันเป็นกลุ่ม เดินทางสะดวกเพราะอยู่ติดถนนพหลโยธินตอนบน ใกล้ BTS รัชโยธินและห้าแยกลาดพร้าว
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือจอ Krungsri IMAX ที่เพิ่งเปลี่ยนระบบเป็น IMAX with Laser เปิดใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2566 จอยักษ์สูงเกือบ 17 เมตร ภาพ 4K คมกริบ เสียงกระหึ่มเต็มโรง เป็นโรงที่แฟนหนังฟอร์มยักษ์ตั้งใจมาดูกันโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีโรง Dolby Atmos เสียงรอบทิศ โรงหนังเด็ก และที่นั่งพิเศษอย่าง First Class กับ Honeymoon ที่เอนได้สบายสำหรับคู่รัก รีวิวจริงหลายเสียงชมเรื่องความสะอาด พนักงานบริการดี และภาพชัดสมจริง โดยเฉพาะจอ IMAX ที่เสียงหนาแน่นสมราคา
เรื่องงบ ตั๋วหนังโรงปกติเริ่มต้นราคาย่อมเยา ส่วนโรง IMAX และที่นั่งพิเศษจะขยับขึ้นตามระบบและวันเวลาที่เข้าฉาย แนะนำเช็กราคาและรอบผ่านแอปหรือหน้าเว็บก่อนมา เพราะบางรอบโปรวันหยุด/บัตรสมาชิกช่วยประหยัดได้เยอะ ในตัวอาคารยังมีร้านอาหารและร้านนั่งเล่นให้แวะก่อนหรือหลังหนัง เดินต่อไปเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือยูเนี่ยนมอลล์ก็ใกล้
เปิดทุกวันประมาณ 10:00 ถึงเที่ยงคืน ข้อควรรู้คือช่วงหนังฟอร์มยักษ์เข้าใหม่และรอบเย็นวันหยุด โรง IMAX ที่นั่งเต็มไว จองล่วงหน้าจะสบายใจกว่า และถ้าอยากได้ที่นั่งกลางจอ IMAX ควรเลือกที่นั่งตอนจองเลย ที่นี่เป็นหนึ่งในโรงที่คนย่านพหลโยธิน-ลาดพร้าวนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เวลาจะดูหนัง
สวนสมเด็จย่า 84 พรรษา (Suan Somdet Ya 84 Park)
สวนสมเด็จย่า 84 พรรษา คือสวนสาธารณะเล็ก ๆ ราว 6–8 ไร่ ที่แทรกตัวอยู่ตรงห้าแยกลาดพร้าว ติดกับเซ็นทรัลลาดพร้าวและยูเนี่ยนมอลล์ ถ้าถามว่าเป็นพื้นที่สีเขียวที่ใกล้ห้างที่สุดในย่านนี้ก็คงต้องยกให้ที่นี่ เพราะเดินออกจากทางออก MRT พหลโยธินหรือลงจาก BTS ห้าแยกลาดพร้าวก็ถึงเลย ไม่ต้องต่อรถ เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งพักหายใจแบบมีต้นไม้บัง ก่อนหรือหลังเดินห้างทั้งวัน หรือใครที่ทำงานแถวพหลโยธินตอนบนแล้วอยากเดินเล่นยืดเส้นช่วงเย็น
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือลู่เดิน-วิ่งที่วนรอบสวนได้ ใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาดีในเมืองที่แดดแรงแบบกรุงเทพฯ มีมุมเครื่องเล่นและอุปกรณ์ยืดเส้นให้ขยับแขนขา เหมาะกับการออกกำลังกายเบา ๆ ไม่ได้จริงจังเป็นสนามกีฬา อีกจุดที่น่าลองคือสกายวอล์กที่เชื่อมข้ามถนนไปฝั่งสวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) และฝั่งสวนจตุจักร ทำให้เดินต่อไปสวนใหญ่ได้สบายโดยไม่ต้องเสี่ยงข้ามแยก บรรยากาศจริงคือสวนกลางเมืองที่มีเสียงรถวิ่งรอบ ๆ ตามทำเลห้าแยก แต่พอเข้าไปในสวนก็ร่มและเงียบลงกว่าที่คิด
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายใจได้เลยเพราะเข้าฟรี และเปิด 24 ชั่วโมง แต่ช่วงที่คนนิยมมาจริง ๆ คือเช้าตรู่กับตอนเย็นที่แดดร่มลม เย็นและมีคนมาเดิน-วิ่งเยอะ อีกมุมที่คนแถวนี้รู้กันคือมักมีหมอดูลายมือ-ไพ่มานั่งให้บริการในสวน เริ่มต้นหลักสิบบาท ใครสายมูแวะดูดวงเล่นได้ สวนผ่านการปรับปรุงมาหลายรอบ ทั้งทางเดิน ไฟส่องสว่าง และรางระบายน้ำ จึงดูโล่งสบายและปลอดภัยขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ข้อควรรู้คือที่นี่ไม่ใช่สวนขนาดใหญ่แบบสวนจตุจักรหรือสวนลุมพินี ให้มองเป็นจุดแวะพักสีเขียวและออกกำลังกายเบา ๆ ที่เดินจากรถไฟฟ้าถึงเลยจะตรงกับที่เป็นจริงที่สุด มีป้ายรถเมล์หน้าสวนและเป็นจุดเชื่อมการเดินทางหลายทาง ทั้ง MRT BTS และทางเข้าห้าง ถ้ามาเที่ยวย่านนี้แล้วอยากพักขาสักครู่โดยไม่เสียเงิน ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัว
วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม)
วัดสิริกมลาวาส หรือที่คนแถวนี้รู้จักในชื่อ วัดใหม่เสนานิคม เป็นวัดธรรมยุตขนาดกะทัดรัดในซอยเสนานิคม ย่านลาดพร้าว-รัชโยธิน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2513 ภายใต้ร่มเงาของ หลวงปู่หลด ปโมทิโต ศิษย์สายตรงของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปรมาจารย์วิปัสสนากรรมฐานที่ชาวพุทธไทยเคารพยิ่ง อยู่ห่างจาก BTS พหลโยธิน 24 ไม่กี่กิโลเมตร แต่กลับมีบรรยากาศเงียบสงบต่างจากย่านเมืองรอบข้างอย่างสิ้นเชิง ราวกับเสียงเมืองถูกกรองออกไปทันทีที่ก้าวข้ามประตูวัด ต้นไม้ใหญ่ร่มเงาตลอดทางเดิน แม้กลางวันแดดจ้าก็ยังรู้สึกร่มเย็น
จุดที่ดึงดูดผู้มาเยือนมากที่สุดมีสองอย่าง อย่างแรกคือ หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปสีดำขลับหน้าพระอุโบสถ ที่คนละแวกนี้มากราบไหว้ขอพรตลอดวัน โดยเฉพาะเช้าตรู่และเย็นหลังเลิกงาน อย่างที่สองคือ ขอนไม้พญางิ้วดำ ท่อนไม้มงคลโบราณที่เชื่อกันว่ามีอายุนับพันปี เป็นไม้งิ้วดำขนาดใหญ่ที่ทางวัดเก็บรักษาไว้ด้วยความนับถือ เล่าขานว่าเป็นที่พึ่งทางใจของคนในชุมชนมานาน ผู้มาเห็นมักรู้สึกถึงความขรึมศักดิ์สิทธิ์ได้เอง
วัดสิริกมลาวาสเป็นสถานปฏิบัติธรรมสายวิปัสสนากรรมฐานแบบหลวงปู่มั่น จึงมักพบผู้แต่งชุดขาวนั่งสมาธิในศาลาปฏิบัติธรรมช่วงเช้าของทุกวัน เหมาะกับคนที่อยากพักใจกลางกรุง จะมาตักบาตรตอนเช้า นั่งสมาธิเงียบ ๆ หรือเดินชมสวนวัดร่มรื่นก็ได้ เข้าฟรีทุกวัน 05.00–20.30 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย
การเดินทาง: นั่ง BTS สายสุขุมวิทส่วนต่อขยายลงสถานี พหลโยธิน 24 (N10) แล้วเดินเข้าซอยเสนานิคมหรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างราว 1.3 กิโลเมตร (เดินราว 15–17 นาที) หรือนั่งรถเมล์สาย 136, 178, 179, 191 ผ่านหน้าวัด ข้อควรรู้: วัดนี้ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก ควรแต่งกายสุภาพ งดเสียงดัง และเคารพพื้นที่ปฏิบัติธรรม
7Heaven Rooftop Bar (ลาดพร้าว 19)
7th Heaven Roof Bar คือรูฟท็อปบาร์ลับ ๆ บนดาดฟ้าตึก Move a Maze ปากซอยลาดพร้าว 19 เดินจาก MRT พหลโยธิน (สถานีลาดพร้าวเดิม) แค่ร้อยกว่าเมตรก็ถึง เหมาะกับคนที่อยากหามุมนั่งชิลหลังเลิกงาน จิบเบียร์เย็น ๆ ฟังเพลงสากลเบา ๆ โดยไม่ต้องไปแออัดกับรูฟท็อปหรูใจกลางเมือง จุดขายคือความสบาย ๆ เป็นกันเอง แต่งร้านสไตล์ลอฟต์อินดัสเทรียล เหล็กเปลือย กระจกใส แซมด้วยต้นไม้เขียว ๆ แบ่งเป็นโซนในร่มติดแอร์ที่นั่งใกล้เวที กับโซนกลางแจ้งบนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวย่านลาดพร้าว-ห้าแยกยามค่ำ
ที่ห้ามพลาดคือเบียร์สด เขามีทั้ง Hoegaarden, Budweiser, Franziskaner และเมนูกับแกล้มที่รีวิวจริงชอบพูดถึง อย่างหมูคลุกฝุ่น แหนมข้อไก่ทอด ราเมงผัด และขาหมูเยอรมัน ใครมาเป็นกลุ่มสั่งแชร์กันได้สบาย ช่วงค่ำราวสามทุ่มเป็นต้นไปมักมีดนตรีสด เล่นเพลย์ลิสต์ยุค 90 ทั้งไทยและสากล บรรยากาศเลยครึกครื้นขึ้นแต่ยังไม่ถึงกับเป็นผับ
เรื่องวิวต้องบอกตามตรงว่ารีวิวแบ่งเป็นสองฝั่ง หลายคนชมว่านั่งชิลลมเย็นดี บรรยากาศดีพระอาทิตย์ตกสวย แต่บางคนก็รู้สึกว่าวิวเป็นตึกและอาคารรอบข้างมากกว่าวิวเมืองแบบเปิดโล่ง ถ้ามาโดยคาดหวังบรรยากาศนั่งเล่นสบาย ๆ มากกว่าวิวสกายไลน์อลังการ จะไม่ผิดหวัง งบต่อหัวอยู่ราว 500-1,000 บาท ถือว่าจับต้องได้เมื่อเทียบกับรูฟท็อปทั่วไป
ข้อควรรู้: ร้านเปิดช่วงเย็นยาวถึงดึก ราว 17:00 เป็นต้นไป (บางแหล่งระบุปิดเที่ยงคืน บางแหล่งราวห้าทุ่ม) แนะนำโทรจองโต๊ะล่วงหน้าโดยเฉพาะคืนวันศุกร์-เสาร์เพราะโซนกลางแจ้งเต็มเร็ว มีที่จอดรถบริเวณซอยลาดพร้าว 21 ใกล้ ๆ และเมนูตัวหนังสือค่อนข้างมืด อ่านยากนิดหน่อยในที่แสงน้อย เผื่อใจไว้เปิดไฟมือถือส่อง
จองตั๋ว-ทัวร์เที่ยวกรุงเทพฯ ล่วงหน้า
อยากเที่ยวกรุงเทพฯ ให้ครบหลายจุดในทริปเดียว ลองจองตั๋วเข้าชมและทัวร์แบบมีไกด์ไว้ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide จะสะดวกกว่ามาก ทั้งทัวร์ตลาดนัดกลางคืน ทัวร์วัดและแลนด์มาร์ก บัตรรถไฟฟ้า ไปจนถึงรถรับส่ง จองไว้ก่อนไม่ต้องต่อคิวหน้างาน จ่ายเป็นสกุลเงินตัวเองได้ แล้วเอาเวลาไปเดินเที่ยวย่านห้าแยกลาดพร้าวให้เต็มที่
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ย่านห้าแยกลาดพร้าว
BTS ห้าแยกลาดพร้าวและ MRT พหลโยธินอยู่จุดเดียวกัน เชื่อมเซ็นทรัลลาดพร้าวกับยูเนี่ยนมอลล์ได้เลย จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิตเดินจากสถานีราว 500–650 เมตร ช่วงเย็นวันหยุดรถติดหนัก ใช้รถไฟฟ้าหรือ Grab ดีกว่าขับเอง
ร้านในตลาดนัดกลางคืนอย่างจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต ตลาดกรีนวินเทจ และตลาดเลียบด่วน ส่วนใหญ่รับเงินสด บางร้านมี QR พร้อมเพย์ แต่พกแบงก์ย่อยไว้จะสะดวกที่สุด ห้างและมอลล์รูดบัตรได้ตามปกติ
ตลาดนัดกลางคืนคนเยอะสุดหลัง 19:00 วันศุกร์-อาทิตย์ ไปช่วง 16:00–18:00 จะถ่ายรูปกับปราสาทได้สวยตอนฟ้ายังสว่างและเดินสบายกว่า อากาศเย็นลงแล้วด้วย
วัดเสมียนนารีเป็นพระอารามหลวง เข้าไปกราบพระควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าอุโบสถ ถ่ายรูปได้แต่ลดเสียงและเคารพผู้ที่มาทำบุญ
ในห้าง มอลล์ โรงหนัง และ Metro Art มีป้ายอังกฤษและพนักงานพอคุยได้ ส่วนร้านสตรีทในตลาดนัดอาจใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ชี้เมนูหรือใช้แอปแปลภาษาช่วยได้ ราคาปิดป้ายชัดเจนไม่ต้องต่อรองมาก
7Heaven Rooftop Bar ลาดพร้าว 19 บรรยากาศดีสุดช่วงหลังพระอาทิตย์ตก ไฟเมืองเริ่มติด เดินจาก MRT พหลโยธินทางออก 2 ถึงง่าย เหมาะปิดท้ายค่ำคืนหลังเดินตลาด
วางแผนเที่ยวห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินให้คุ้มในวันเดียว
เริ่มบ่าย ๆ ที่ Metro Art ใต้ MRT พหลโยธินก่อน เพราะเข้าฟรีและอยู่ในสถานีเลย ถ่ายรูปงานศิลป์หลบร้อนสบาย ๆ แล้วขึ้นมาแวะ สวนสมเด็จย่า 84 พรรษา ใต้ทางด่วนใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าวเดินยืดเส้น จากนั้นค่อยขยับไปทางรัชโยธินดู ตึกช้าง และเก็บภาพ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ที่มีจอ Krungsri IMAX
พออาทิตย์เริ่มตกให้ปิดท้ายด้วยตลาดนัดกลางคืน — จ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต เปิด 16:00 เป็นต้นไป ไปเช้าหน่อยจะได้ถ่ายรูปกับปราสาทตอนฟ้ายังไม่มืดและคนยังไม่แน่น หรือถ้าอยากดูโชว์แสงสีบนปราสาทแวะ ตลาดนัดเลียบด่วน แดนเนรมิต รอบ 19:00 กับ 22:00 แล้วจบค่ำคืนที่ 7Heaven Rooftop Bar ลาดพร้าว 19 นั่งชิลดูวิวเมือง เดินจาก MRT พหลโยธินทางออก 2 ถึงง่าย
เที่ยวย่านนี้ยาว ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน จองที่พักแถวห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินไว้จะสะดวกสุด เดินถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ และขึ้น BTS-MRT ต่อได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล
ดูที่พักย่านห้าแยกลาดพร้าว


