🔄 ตรวจสอบล่าสุด 26 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ชัยนาทเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ในที่ราบลุ่มเจ้าพระยา อยู่ห่างจากกรุงเทพไปทางเหนือราวสองชั่วโมงครึ่ง เสน่ห์ของที่นี่คือความหลากหลายที่อยู่ใกล้กัน เที่ยวได้ทั้งสายธรรมชาติ สายบุญ และสายชิลริมน้ำในทริปเดียว เช้า ๆ เริ่มที่สวนนกชัยนาทเชิงเขาท่าพระเดินดูนกในกรงเปิดขนาดยักษ์ สาย ๆ ขึ้นเหนือไปไหว้หลวงพ่อธรรมจักรที่วัดธรรมามูลริมเจ้าพระยา บ่ายแวะวัดปากคลองมะขามเฒ่าของหลวงปู่ศุขที่วัดสิงห์ แล้วปิดท้ายที่เขื่อนเจ้าพระยารับลมเย็นชมพระอาทิตย์ตก หรือถ้ามาตรงเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนก็แวะเดินตลาดโรงพักเก่าสรรพยาแบบย้อนยุค ทริปชัยนาทเลยลงตัวทั้งครอบครัว สายถ่ายรูป และคนที่อยากหนีเมืองมาพักใจ
หลายที่ในลิสต์นี้เป็นของขึ้นชื่อระดับสัญลักษณ์ของจังหวัด ไฮไลต์ตัวจริงคือสวนนกชัยนาท กรงนกแบบเปิดขนาด 26 ไร่ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมนกกว่า 100 ชนิดไว้ในที่เดียว พ่วงด้วยสวนน้ำ พิพิธภัณฑ์ไข่นก และอาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มเจ้าพระยา ส่วนวัดปากคลองมะขามเฒ่าคือวัดของหลวงปู่ศุข เกสโร พระเกจิชื่อดัง ภายในอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย ศิษย์เอกของหลวงปู่ศุขที่เขียนไว้ให้ชมมาถึงทุกวันนี้ เขื่อนเจ้าพระยาก็เป็นเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศ มีสะพานทอดยาวให้เดินรับลมและปั่นจักรยานบนสันเขื่อน ส่วนเมืองเก่าสรรคบุรีก็มีเจดีย์สี่เหลี่ยมศิลปะอู่ทอง-ลพบุรีกับพระปรางค์กลีบมะเฟืองให้สายโบราณสถานได้ตื่นตา เก็บให้ครบแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองเล็ก ๆ ริมเจ้าพระยาแห่งนี้ถึงเป็นปลายทางที่คนกลับมาซ้ำได้ไม่เบื่อ
สวนนกชัยนาท
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวประจำจังหวัดชัยนาทที่ทุกคนนึกถึงเป็นที่แรก ก็คือ "สวนนกชัยนาท" นี่เอง เปิดมาตั้งแต่ปี 2526 จนกลายเป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดไปแล้ว พระเอกของที่นี่คือกรงนกแบบเปิดขนาด 26 ไร่ ที่เคลมว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย เขาขึงตาข่ายคลุมพื้นที่ทั้งผืนแล้วปล่อยนกกว่า 100 ชนิดให้อยู่รวมกันแบบใกล้เคียงธรรมชาติ เราเดินเข้าไปในกรงได้เลย เจอทั้งนกยูง นกกระเรียน เหยี่ยว อินทรี บินผ่านหัวไปมา เหมาะกับครอบครัวที่อยากพาเด็กมาดูนกจริง ๆ แบบไม่ต้องส่องผ่านลูกกรงเล็ก ๆ
นอกจากกรงนกใหญ่ ในพื้นที่รวม 248 ไร่ยังมีอะไรให้เดินอีกเยอะจนเด็ก ๆ เพลินทั้งวัน ที่หลายรีวิวชอบคืออาคารแสดงพันธุ์ปลาลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีปลาน้ำจืดกว่า 90 ชนิดและมีช่วงอุโมงค์ปลาให้เดินลอด เด็กชอบมาก ส่วนพิพิธภัณฑ์ไข่นกก็แปลกดี รวมไข่นกหลากหลายชนิดมาให้ดู มีท้องฟ้าจำลอง รูปปั้นนกอินทรีทำจากฟางที่ว่ากันว่ามีที่เดียวในไทย และไฮไลต์หน้าร้อนคือ "สวนน้ำอวกาศ" ที่มีสไลเดอร์ให้เด็ก ๆ ลงไปคลายร้อน (ส่วนนี้จ่ายค่าเข้าแยกต่างหาก แต่ก็ราคาย่อมเยา)
เรื่องค่าเข้าถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับของที่ได้เดิน คนไทยผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 25 บาท ส่วนต่างชาติผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 75 บาท ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนชัยนาทเข้าฟรี เปิดทุกวัน 08:30–17:00 น. บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น มีต้นไม้เยอะ แต่บางรีวิวก็บอกตรง ๆ ว่าบางจุดดูเก่าและต้องการการดูแลเพิ่ม น้ำในบางบ่อแห้งช่วงหน้าแล้ง เป็นเรื่องที่ควรทำใจไว้บ้าง
ทำเลขับง่ายมาก อยู่ริมถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เชิงเขาพลอง ต.เขาท่าพระ ก่อนถึงตัวเมืองชัยนาทราว 4 กิโลเมตร ใครขับรถผ่านมาแวะได้สะดวก ที่ยอดนิยมเพราะมันรวมหลายอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งดูนก ดูปลา เล่นน้ำ พาเด็กวิ่งเล่น แล้วจ่ายแค่หลักสิบ แนะนำให้เผื่อเวลาครึ่งวัน ใส่รองเท้าเดินสบาย เตรียมหมวกกับน้ำดื่ม เพราะพื้นที่กว้างและเดินเยอะกว่าที่คิด เป็นมื้อแรกของทริปชัยนาทที่ลงตัวสำหรับสายครอบครัว
เขื่อนเจ้าพระยา
ถ้าใครผ่านชัยนาทแล้วอยากหาที่ชิล ๆ ไม่ต้องเสียเงิน เขื่อนเจ้าพระยาที่ ต.บางหลวง อ.สรรพยา คือหมุดที่คนแถวนี้แนะนำต่อ ๆ กันมา จุดขายคือมันเป็นเขื่อนทดน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของไทย สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2500 ตัวเขื่อนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กยาวกว่า 237 เมตร มีบานประตูระบายน้ำ 16 ช่องพาดข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มีสะพานให้เดินทอดยาวข้ามไปอีกฝั่ง เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศริมน้ำเงียบ ๆ ครอบครัวพามาเดินเล่น หรือสายปั่นจักรยานที่อยากหาวิวเปิดโล่ง ๆ
ไฮไลต์ที่คนมาแล้วพูดถึงเยอะสุดคือช่วงเย็น เดินบนสะพานข้ามสันเขื่อนรับลมเย็น ๆ มองพระอาทิตย์ค่อย ๆ ตกหลังแม่น้ำ คนรีวิวจริงบอกว่าบ่าย ๆ แดดแรงไปนิด แนะนำให้มาราว 5 โมงเย็นแดดเริ่มเบา เดินสบายขึ้นเยอะ อีกมุมที่ฮิตคือยืนดูน้ำไหลผ่านบานประตูระบายน้ำ ช่วงหน้าน้ำหลากน้ำจะเชี่ยวแรงมากจนหลายคนทึ่ง ส่วนสายเช้าจะเจอกลุ่มนักปั่นจักรยานปั่นมาชมวิวบนสันเขื่อนกันเป็นประจำ อากาศกำลังดี ฟ้าสวย
เรื่องงบไม่ต้องห่วงเลย เข้าฟรี มีที่จอดรถฟรีพื้นที่กว้าง ห้องน้ำสะอาดใช้ได้ บริเวณรอบ ๆ มีสวนเฉลิมพระเกียรติให้เดินเล่น มีตลาดปลาและร้านอาหารริมน้ำให้แวะต่อ ทำเลอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทไม่ไกล ขับมาตามทางเลี้ยวเข้า อ.สรรพยาประมาณ 6 กิโลเมตรก็ถึง เปิดให้เข้าได้ทั้งวัน แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือเช้าตรู่กับเย็น
ข้อควรรู้นิดหน่อย บนสันเขื่อนห้ามเอารถยนต์ขึ้นไปจอด ต้องจอดด้านล่างแล้วเดินขึ้นมา ตัวที่นี่ยังเป็นแนวธรรมชาติเรียบ ๆ ไม่ได้จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวหรูหรา เสน่ห์มันอยู่ที่ความสงบและวิวแม่น้ำกว้าง ๆ ใครคาดหวังกิจกรรมเยอะ ๆ อาจรู้สึกว่าเงียบไป แต่ถ้ามาเพื่อพักสายตา รับลม ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก ที่นี่ตอบได้สบาย ๆ และเหมาะแวะระหว่างทริปเที่ยวชัยนาทแบบ 2 วัน 1 คืน
วัดธรรมามูลวรวิหาร
วัดธรรมามูลวรวิหารคือพระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูลริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและบูรณะต่อในสมัยอยุธยา เหมาะกับสายมูที่อยากมาขอพร คนชอบประวัติศาสตร์-ศิลปะวัด และครอบครัวที่อยากแวะไหว้พระระหว่างทางสายเก่าชัยนาท-นครสวรรค์ ไฮไลต์อยู่ที่หลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติประดิษฐานบนฐานบัว งดงามด้วยศิลปะผสมเชียงแสน-สุโขทัยตอนต้นกับอยุธยา และมีรูปธรรมจักรที่ฝ่าพระหัตถ์อันเป็นที่มาของชื่อ
สิ่งที่ห้ามพลาดคือบันไดขึ้นเขาหลังวัด 565 ขั้น พาขึ้นไปนมัสการวิหารหลวงพ่อนาคบนยอดเขา พอถึงด้านบนจะเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและตัวเมืองชัยนาทแบบกว้างไกล หลายคนบอกว่าลมเย็นสบายและเงียบสงบมาก ใครไม่ไหวเดินครบก็ขึ้นไปไหว้หลวงพ่อธรรมจักรกับถวายสังฆทานด้านล่างได้ บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ ที่จอดรถเยอะ
เสน่ห์อีกอย่างคือตลาดริมน้ำเลียบตลิ่งใต้สะพานหน้าวัด ชาวบ้านขายของกินพื้นบ้านและพืชผลการเกษตรราคาไม่แพง รีวิวหลายคนชอบมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมเจ้าพระยาหลังไหว้พระเสร็จ ได้ทั้งอิ่มบุญและอิ่มท้อง
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดประมาณ 08:00-18:00 ทุกวัน คะแนนกูเกิลอยู่ที่ราว 4.7 จากรีวิวหลักพันคน สะท้อนว่าเป็นวัดที่คนชัยนาทและนักท่องเที่ยวต่างพูดถึงในแง่ดี ข้อควรรู้คือถ้าจะขึ้นเขา 565 ขั้นควรใส่รองเท้าเดินสบายและพกน้ำ ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง แนะนำมาช่วงเช้าหรือเย็นจะเดินสบายและถ่ายรูปวิวสวยกว่า
วัดปากคลองมะขามเฒ่า
วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือที่คนเรียกติดปากว่า "วัดหลวงปู่ศุข" คือวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำท่าจีนตรงปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ที่ใครผ่านชัยนาทแล้วมักแวะมากราบสักการะ ความสำคัญของที่นี่คือเป็นวัดที่ พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข เกสโร) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเครื่องราง เคยเป็นเจ้าอาวาส และท่านยังเป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ศิษย์เอกที่คนทั้งประเทศเคารพ ถ้าคุณสายมูสายขอพร หรือชอบวัดที่มีเรื่องเล่ามีประวัติ ที่นี่ตรงสเปกมาก
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือพระอุโบสถที่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง "ฝีพระหัตถ์กรมหลวงชุมพร" ซึ่งท่านวาดถวายหลวงปู่ศุขตอนสร้างโบสถ์ เป็นของหายากที่หาดูที่อื่นไม่ได้ จากนั้นแวะกราบรูปหล่อหลวงปู่ศุขและรูปกรมหลวงชุมพร ลอดใต้ฐานรูปเหมือนเสริมสิริมงคล เดินดูมณฑปเก่า ศาลากุฏิเดิมของหลวงปู่ศุข และจุดไหว้เจ้าแม่กวนอิมริมน้ำ หลายคนนิยมมาขอพรเรื่องแคล้วคลาด ปลอดภัย และค้าขาย
บรรยากาศโดยรวมร่มรื่น เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าวัดดังในเมืองใหญ่ ด้วยทำเลริมแม่น้ำท่าจีนทำให้ลมเย็นสบาย เดินไหว้พระได้เรื่อย ๆ จากรีวิวจริงหลายคนบอกว่าวัดสะอาด คนในวัดใจดี และเหมาะมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดไม่แรง ค่าเข้าฟรี เป็นวัดเปิดให้สาธารณะ มีแต่ค่าทำบุญตามศรัทธาและจุดเช่าวัตถุมงคลถ้าสนใจ
เรื่องทำเล วัดอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทราว 25 กม. ไปตามทางหลวง 3183 ช่วง กม.36-37 ขับรถง่าย มีที่จอด เปิดทุกวันประมาณ 08.00-17.00 น. (บางช่วงโบสถ์อาจปิดพักกลางวัน แนะนำเผื่อเวลา) ข้อควรรู้คือควรแต่งกายสุภาพเข้าวัด และถ้าอยากดูภาพในอุโบสถให้ครบ ลองมาช่วงที่โบสถ์เปิด ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ ประวัติศาสตร์ และงานศิลป์หายากไว้ในที่เดียว
ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา (ตลาดกรีนดี)
ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา หรือที่หลายคนเรียกว่า "ตลาดกรีนดี" คือตลาดชุมชนย้อนยุคริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอสรรพยา จุดเด่นคืออาคารโรงพักไม้เก่าสมัย ร.ศ.๑๒๐ (ราว พ.ศ.2444) ซึ่งนับเป็นสถานีตำรวจที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จนได้รางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมจากสมาคมสถาปนิกสยามฯ ปี 2561 และตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เก็บภาพเก่าและเรื่องราวของชุมชน เหมาะมากสำหรับสายเดินเล่นชิล ๆ ชอบบรรยากาศวันวาน อยากหนีตลาดนัดแบบเดิม ๆ มาเจอตลาดที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์จริง ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือถนนเดินริมน้ำที่เรียงรายด้วยบ้านไม้เก่ายาวร่วม 300 เมตร พ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้าแต่งกายชุดไทยย้อนยุค ขายของกินพื้นถิ่นและขนมไทยโบราณที่หากินยาก มีเมนูเด็ดขำ ๆ อย่าง "โอเลี้ยงห้องขัง" ที่เล่นกับธีมโรงพักเก่าได้น่ารัก เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอมุมสตรีทอาร์ตให้ถ่ายรูป รีวิวส่วนใหญ่ชอบที่ตลาดยังเป็นของชาวบ้านจริง ไม่ใช่ตลาดจัดฉาก ราคาเป็นมิตร ของกินเริ่มต้นแค่หลักสิบ และเป็นตลาดปลอดโฟม-ปลอดพลาสติกครั้งเดียวทิ้งแห่งแรกของชัยนาท ใช้ใบตอง กระบอกไม้ไผ่แทน
เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าฟรี จ่ายเฉพาะค่าของกินของฝาก ทำเลอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลสรรพยา ขับรถจากตัวเมืองชัยนาทไม่ไกล จุดที่ต้องจำให้ดีคือตลาด "กรีนดี" เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเท่านั้น เวลา 15.00–21.00 น. (ตัวโรงพักเก่าและชุมชนเดินชมได้ช่วงกลางวันวันธรรมดา แต่ร้านรวงจะคึกคักสุดในวันตลาด) ที่นี่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคว้ารางวัล Thailand Tourism Gold Awards สาขาท่องเที่ยวชุมชน และถูกพูดถึงในฐานะต้นแบบตลาดรักษ์โลกของเมืองรอง
ข้อควรรู้: ถ้าตั้งใจมาเที่ยวตลาดกลางคืนให้ครบ ต้องเช็กวันให้ดีว่าตรงกับสุดสัปดาห์แรกของเดือน ไม่งั้นจะมาเจอแต่ชุมชนเงียบ ๆ ช่วงเย็นแดดร่มลมริมน้ำกำลังดี แนะนำหิ้วกระเป๋าผ้าหรือปิ่นโตมาเองจะเข้าธีมปลอดพลาสติกสุด ๆ และมีเงินสดติดตัวเพราะหลายร้านเป็นแม่ค้าชาวบ้านที่ยังรับเงินสดเป็นหลัก
🛏️ ที่พักในชัยนาท
ถ้าอยากเที่ยวชัยนาทแบบไม่ต้องรีบขับกลับ ลองพักค้างสักคืนในตัวเมืองหรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีทั้งโรงแรมเล็ก ๆ รีสอร์ตริมน้ำ และเกสต์เฮาส์ราคาเป็นกันเอง ทำเลดีอยู่ใกล้สวนนกและจุดเที่ยวหลัก ตื่นเช้ามาไหว้พระหรือไปสวนนกต่อได้สบาย จองล่วงหน้าผ่านแอปจะได้ราคาดีและเลือกห้องวิวสวยได้ก่อน
🔍 เช็คราคาที่พักชัยนาท (Agoda)พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
ถ้าคุณเป็นสายชอบเดินดูของเก่าแบบเงียบ ๆ ไม่เร่งรีบ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี คือจุดที่ไม่ควรพลาดเวลามาชัยนาท ที่นี่ตั้งอยู่ในเขตวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เดินต่อจากวัดได้เลย จุดเริ่มต้นมาจากพระชัยนาทมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัด ที่ค่อย ๆ เก็บสะสมโบราณวัตถุที่พบในชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียง จนกลายเป็นคอลเลกชันที่กรมศิลปากรดูแลอยู่ทุกวันนี้ เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจรากเมืองลุ่มเจ้าพระยาแบบลึก ๆ และครอบครัวที่พาเด็กมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์
ตัวอาคารเป็นทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น ชั้นล่างเล่าเรื่องตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ขวานหิน เครื่องมือเครื่องใช้ ไล่มาถึงพระพุทธรูปและเครื่องปั้นดินเผาศิลปะลพบุรี สุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ ส่วนชั้นบนเป็นไฮไลต์ของแม่พิมพ์พระพิมพ์หลายยุค และพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยที่หลายแหล่งบอกว่าเป็นชิ้นที่หาดูยาก จุดที่รีวิวหลายคนชอบพูดถึงคือของจัดแสดงไม่เยอะจนเดินเหนื่อย แต่แต่ละชิ้นมีเรื่องเล่า ป้ายข้อมูลอ่านง่าย เดินจบสบาย ๆ ในชั่วโมงเดียว
บรรยากาศข้างในเย็นสบาย เงียบ คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการค่อย ๆ ดู ค่าเข้าคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 80 บาท นักเรียนในเครื่องแบบและพระ-นักบวช เข้าฟรี ถือว่าคุ้มมากสำหรับสิ่งที่ได้เห็น เปิดวันพุธถึงอาทิตย์ 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ราว 4.3 คนที่มาส่วนใหญ่ชมว่าเจ้าหน้าที่เป็นกันเอง อธิบายดี
ข้อควรรู้คือพิพิธภัณฑ์อยู่ติดกับวัดพระบรมธาตุฯ เลย แนะนำให้จัดทริปรวมกัน ไหว้พระธาตุแล้วแวะเดินดูพิพิธภัณฑ์ต่อในรอบเดียว ที่จอดรถมีพอสมควร และเพราะปิดจันทร์-อังคาร ควรเช็กวันก่อนออกเดินทาง จะได้ไม่เสียเที่ยว
วัดพระแก้ว สรรคบุรี
วัดพระแก้ว สรรคบุรี เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเมืองโบราณแพรกศรีราชา ห่างจากตัวเมืองชัยนาทราว 23 กิโลเมตร เหมาะมากสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมโบราณ พระเอกของที่นี่คือเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงสูงที่หลายคนยกให้เป็น "ราชินีแห่งเจดีย์ในเอเชียอาคเนย์" รูปทรงเป็นเจดีย์แบบละโว้ผสมศิลปะอู่ทอง-ทวารวดีตอนปลาย ฐานเรือนธาตุย่อมุมลดหลั่นสวยแปลกตา ในซุ้มทั้งสี่ทิศมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางถวายเนตร งานปูนปั้นยังเห็นเค้าศิลปะสุโขทัยผสมอยุธยาตอนต้นชัดเจน อายุกันราว 600-700 ปี
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดอีกจุดคือวิหารหลวงพ่อฉายด้านหน้าเจดีย์ เป็นพระพุทธรูปหินทรายแดงเก่าแก่ จุดที่คนรีวิวมักพูดถึงคือ "ทับหลัง" หินแกะสลักลายขอมที่ติดอยู่ด้านหลังองค์พระ วางแบบหงายขึ้นไม่ใช่คว่ำเหมือนทับหลังทั่วไป สันนิษฐานว่าเคลื่อนย้ายมาจากปราสาทขอมเก่าใกล้เคียง รอบ ๆ ยังมีร่องรอยอุโบสถเก่าที่เหลือแต่ฐานและใบเสมาหินทรายแดง ใครชอบเก็บรายละเอียดงานหินงานปูนปั้นจะเดินดูได้เพลิน
บรรยากาศวัดเงียบสงบ ร่มรื่น คนไม่พลุกพล่าน รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่า "วัดเก่าแก่ ผู้คนน้อย ควรค่าแก่การอนุรักษ์ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น มีมนต์เสน่ห์" และ "เหมาะสำหรับมาเดินชมโบราณสถานอย่างละเอียด" ทำให้เป็นวัดที่คนสายถ่ายรูปสถาปัตยกรรมและสายไหว้พระชอบมาก เปิดให้เข้าชมทุกวัน 06:00-18:00 น. ไม่มีค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา ช่วงเช้ากับเย็นแสงจะนวลสวยถ่ายเจดีย์ได้สวยที่สุด
ข้อควรรู้: วัดอยู่ในกลุ่มเมืองเก่าสรรคบุรีที่มีวัดโบราณรุ่นเดียวกันหลายแห่ง (เช่น วัดมหาธาตุ เมืองสรรค์) จัดทริปต่อเนื่องได้ในวันเดียว เป็นจุดที่ตั้งค่อนข้างไกลตัวเมือง ขับรถส่วนตัวสะดวกสุด แต่งกายสุภาพเข้าเขตวิหาร และควรเผื่อเวลาเดินชมรอบเจดีย์กับฐานอุโบสถเก่าเพราะรายละเอียดงานช่างเยอะ
บึงกระจับใหญ่ (เกาะกลางบึง)
บึงกระจับใหญ่ คือบึงน้ำจืดผืนใหญ่ที่สุดของชัยนาท กว้างราว 1,116 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวอำเภอหันคาแค่ราว 2 กิโลเมตร กลางบึงมีเกาะชื่อ "เกาะเมืองท้าวอู่ทอง" เนื้อที่ราว 120 ไร่ ตั้งเด่นอยู่กลางน้ำ พระเอกของที่นี่คือสะพานแพลูกบวบ สะพานไม้ทอดยาวลอยอยู่บนผิวน้ำพาเราเดินข้ามบึงไปขึ้นเกาะ เป็นที่เที่ยวธรรมชาติแบบ Unseen ที่คนชอบความเงียบ ชอบบรรยากาศชนบทริมน้ำจะหลงรัก เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาเดินช้า ๆ สูดอากาศ มากกว่ามาหาที่เช็กอินหวือหวา
สิ่งที่ห้ามพลาดคือการเดินสะพานลูกบวบข้ามไปเกาะ ระหว่างทางมองเห็นบึงน้ำกว้างสุดสายตา มีดอกบัวขึ้นเป็นหย่อม ๆ และนกน้ำอย่างนกเป็ดน้ำกับนกปากห่างที่อาศัยอยู่ที่นี่เยอะมาก ใครชอบปั่นจักรยานมีให้เช่าราว 20 บาทต่อคัน ปั่นเล่นรอบเกาะชมวิถีชาวบ้านได้สบาย ๆ ส่วนคนที่อยากได้ภาพสวยให้มาช่วงเย็นแดดร่มลมตก ลมเย็น ๆ พัดทั้งวัน แล้วรอชมพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำเป็นสีทอง เป็นจังหวะที่หลายคนบอกว่าสวยที่สุดของวัน
เข้าชมฟรี เปิดราว 08:30–19:00 น. ค่าใช้จ่ายมีแค่ค่าเช่าจักรยานถ้าอยากปั่น รอบ ๆ บึงมีร้านอาหารปลาสดจากบึงให้แวะกินด้วย เดินทางง่ายเพราะอยู่ใกล้ตัวอำเภอหันคา เป็นจุดแวะที่คนปั่นจักรยานและสายธรรมชาติของชัยนาทนิยมมากันเรื่อย ๆ และยังเป็นสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงประจำของอำเภอด้วย
ข้อควรรู้นิดหน่อย ที่นี่เป็นแหล่งธรรมชาติแบบเรียบง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ได้เยอะ เน้นบรรยากาศสงบเป็นหลัก สะพานแพลูกบวบลอยน้ำจะโยกเบา ๆ ตามจังหวะเดิน เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรเดินระวังหน่อย แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็นจะได้แดดไม่แรงและเจอนกน้ำมากกว่ากลางวัน
วัดพระบรมธาตุวรวิหาร
วัดพระบรมธาตุวรวิหารคือพระอารามหลวงชั้นโทที่ชาวชัยนาทนับถือเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมือง จุดเด่นอยู่ที่เจดีย์ทรงระฆังที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ คนที่ชอบเที่ยวสายวัฒนธรรม สายไหว้พระ หรืออยากสัมผัสวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนต้นแบบเงียบ ๆ จะถูกใจที่นี่ เพราะได้ทั้งกราบขอพรและเดินดูสถาปัตยกรรมเก่าไปพร้อมกัน
ไฮไลต์ที่หลายรีวิวบอกตรงกันว่าห้ามพลาดคือองค์พระบรมธาตุเจดีย์ทรงระฆังที่เป็นหัวใจของวัด ถัดมาคือพระวิหารและพระอุโบสถเก่าที่ยังคงงานช่างเดิมไว้ รวมถึงพระพุทธรูปสำคัญในวิหารที่คนนิยมมากราบ ใครมาช่วงงานประจำปีจะได้เจอประเพณีห่มผ้าพระบรมธาตุที่คึกคัก และในบริเวณวัดยังมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ให้แวะชมโบราณวัตถุและพระพุทธรูปเก่าต่อได้เลย
เข้าชมฟรี ทำบุญได้ตามศรัทธา เปิดทุกวันประมาณ 06:30–18:00 น. ทำเลอยู่ในต.ชัยนาท อ.เมืองชัยนาท ห่างจากตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขับรถมาเองสะดวกที่สุดและมีที่จอดในวัด ถ้านั่งรถสาธารณะมาถึงตัวเมืองแล้วต่อรถรับจ้างเข้าวัดก็ได้ไม่ไกล
ข้อควรรู้คือที่นี่เป็นวัดสำคัญและมีคนมาทำบุญตลอด ควรแต่งกายสุภาพ งดเสื้อสายเดี่ยวหรือกางเกงขาสั้นมาก ๆ และสำรวมเสียงในเขตวิหาร ที่วัดนี้ยอดนิยมเพราะรวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมสารีริกธาตุ วัดเก่าที่มีประวัติยาว และพิพิธภัณฑ์ในรั้วเดียวกัน มาที่เดียวได้ครบทั้งสายบุญและสายประวัติศาสตร์
วัดมหาธาตุ สรรคบุรี
วัดมหาธาตุ สรรคบุรี คือวัดเก่าแก่คู่เมืองโบราณแพรกศรีราชา (เมืองสรรค์) ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอสรรคบุรี ริมแม่น้ำน้อย เดิมชื่อวัดพระธาตุหรือวัดหัวเมือง สร้างมาก่อนสมัยอยุธยาและบูรณะต่อในยุคหลัง กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี 2478 เหมาะกับคนชอบเที่ยวสายประวัติศาสตร์ สายไหว้พระเก็บบุญ และคนที่อยากได้มุมถ่ายรูปเมืองเก่าเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่านเหมือนอยุธยา หลายคนที่ไปมาบอกตรงกันว่าบรรยากาศคล้ายอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยย่อม ๆ แต่อยู่ใกล้กรุงเทพกว่ามาก
ไฮไลต์ห้ามพลาดคือ "พระปรางค์กลีบมะเฟือง" สามองค์ ก่อด้วยอิฐถือปูนตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม เป็นศิลปะสมัยลพบุรี ผิวปรางค์หยักเป็นร่องคล้ายกลีบมะเฟืองจริง ๆ ถือเป็นทรงที่หาดูยากและเป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างเมืองสรรค์ ถัดมาเป็นฐานพระมหาธาตุอิฐแดงองค์ใหญ่ หมู่เจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมที่ได้อิทธิพลศิลปะอู่ทอง และซากพระวิหารเก่าที่เหลือเพียงเสาแปดเหลี่ยมกับผนังบางส่วน เดินวนรอบได้เห็นพระพุทธรูปโบราณหลายองค์เรียงราย ทั้งแบบลพบุรีและอยุธยาตอนต้น ส่วนองค์ที่คนนิยมมากราบขอพรคือหลวงพ่อหลักเมือง หรือที่ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อหมอ มักมาบนเรื่องสุขภาพ
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า ใช้เวลาเดินเที่ยวสบาย ๆ ราว 1-2 ชั่วโมง เปิดให้เข้าช่วงกลางวันเหมือนวัดทั่วไป แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อน ๆ เพราะลานโบราณสถานค่อนข้างโล่ง แสงสวยและเดินไม่ร้อน บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะกราบพระ ถ่ายรูป และนั่งซึมซับความเก่าแก่ของเมืองแพรก ทำเลอยู่ห่างตัวเมืองชัยนาทราว 20 กิโลเมตร เข้าทางหลวงหมายเลข 340 ถึงอำเภอสรรคบุรีแล้วเลี้ยวจากหอนาฬิกาที่ว่าการอำเภออีกประมาณ 500 เมตร
ที่คนพูดถึงเยอะเพราะเป็นโบราณสถานชิ้นเอกของเมืองสรรค์ที่ยังคงสภาพให้เห็นชัด รวมพระปรางค์ทรงแปลกตา เจดีย์โบราณ และพระพุทธรูปเก่าไว้ในที่เดียว คะแนนรีวิว Google ดีต่อเนื่อง คนชมเรื่องความสวยและความสงบ ข้อควรรู้คือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน และถ้าอยากเที่ยวเมืองเก่าให้ครบ แถวนั้นยังมีวัดสองพี่น้อง วัดพระแก้ว และวัดโตนดหลายอยู่ใกล้ ๆ จัดเป็นทริปวันเดียวได้สบาย
จองทัวร์และตั๋วเที่ยวชัยนาทล่วงหน้า
ชัยนาทมีจุดเที่ยวกระจายหลายอำเภอ ถ้าไม่อยากขับเองหรือมากันหลายคน การจองทัวร์เที่ยววัดและไหว้พระแบบมีไกด์ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ก็ช่วยให้ทริปลื่นไหล ไม่ต้องวางเส้นทางเอง บางแพ็กเกจรวมรถรับส่งจากกรุงเทพและพาเก็บหลายจุดในวันเดียว เหมาะกับคนที่อยากนั่งสบาย ๆ ปล่อยให้คนท้องถิ่นพาเที่ยว ลองเทียบแพ็กเกจและจองตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อนจะคุ้มและไม่ต้องเสียเวลาต่อคิว
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ชัยนาท
จุดเที่ยวกระจายหลายอำเภอและรถสาธารณะในจังหวัดมีน้อย ขับรถเองหรือเช่ารถพร้อมคนขับจากกรุงเทพสะดวกที่สุด Grab ในตัวเมืองชัยนาทหารถยาก ไม่ควรพึ่งเป็นหลัก
วัดที่ทำบุญ ตู้บริจาค ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา และร้านของกินชุมชนส่วนใหญ่รับแต่เงินสด พกแบงก์ย่อยและเหรียญติดตัวไว้ ตู้เอทีเอ็มมีในตัวเมืองแต่ตามจุดเที่ยวนอกเมืองหายาก
สวนนกและวัดริมเจ้าพระยาหลายแห่งอยู่กลางแจ้ง แดดเที่ยงร้อนมาก ไปช่วงเช้าจะเดินถ่ายรูปสบายกว่าและนกตื่นตัว ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาเก็บไว้ช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกจะได้บรรยากาศกำลังดี
ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา (ตลาดกรีนดี) เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน ช่วง 15.00–21.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนีปิดวันจันทร์-อังคาร เช็กวันเวลาเปิดของแต่ละจุดก่อนออกเดินทางจะได้ไม่พลาด
ชัยนาทมีวัดและโบราณสถานหลายแห่ง ควรแต่งตัวเรียบร้อย ปิดไหล่ปิดเข่าเมื่อเข้าเขตวัดหรืออุโบสถ และถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหาร เป็นมารยาทที่คนท้องถิ่นให้ความสำคัญ
ชัยนาทเป็นเมืองรองที่คนไทยเที่ยวเป็นหลัก ป้ายและเมนูภาษาอังกฤษมีไม่มาก พกแอปแปลภาษาและบันทึกชื่อวัดเป็นภาษาไทยไว้ถามทางจะช่วยได้มาก คนท้องถิ่นใจดีและยินดีช่วยเหลือ
วางแผนเที่ยวชัยนาทยังไงให้คุ้มในวันเดียว
ชัยนาทเหมาะกับทริปวันเดย์ทริปหรือค้างคืนสั้น ๆ จากกรุงเทพมาก เพราะจุดเที่ยวกระจายไม่กี่อำเภอ จัดเส้นทางตามโซนจะประหยัดเวลาที่สุด เริ่มเช้าที่สวนนกชัยนาทเชิงเขาท่าพระตอนอากาศยังเย็นและนกตื่นตัว เดินดูกรงนกเปิดกับสวนน้ำให้เด็ก ๆ เล่น แล้ววนเข้าตัวเมืองไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนีกับวัดธรรมามูลริมเจ้าพระยา ช่วงสายข้ามไปฝั่งวัดสิงห์เก็บวัดปากคลองมะขามเฒ่าของหลวงปู่ศุข จากนั้นแยกไปสายโบราณสถานที่อำเภอสรรคบุรี ทั้งวัดพระแก้วและวัดมหาธาตุเมืองเก่าแพรกศรีราชา ปิดท้ายช่วงเย็นที่เขื่อนเจ้าพระยาฝั่งสรรพยา รับลมเย็นชมพระอาทิตย์ตกบนสันเขื่อน
วัดและโบราณสถานเกือบทุกแห่งเข้าฟรี ทำบุญตามศรัทธา ส่วนที่มีค่าเข้าคือสวนนกชัยนาท คนไทย 60 บาท ต่างชาติ 150 บาท สวนน้ำจ่ายแยก และพิพิธภัณฑ์ชัยนาทมุนี คนไทย 10 บาท ต่างชาติ 80 บาท ตลาดโรงพักเก่าสรรพยา (ตลาดกรีนดี) เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือน ช่วง 15.00–20.00 น. ถ้าทริปตรงกับช่วงนั้นค่อยจัดเข้าไป แดดกลางวันริมเจ้าพระยาค่อนข้างแรง พกร่ม หมวก น้ำดื่มไปด้วยจะสบายกว่า และเผื่อช่วงเย็นไว้ที่เขื่อนเพราะเป็นจุดถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่คนชอบที่สุด
เที่ยวชัยนาทหลายจุดแล้วอยากพักสบาย ๆ ไม่ต้องขับกลับกรุงเทพดึก ๆ ลองเช็กที่พักทำเลดีในตัวเมืองชัยนาทและริมเจ้าพระยาไว้ก่อน ราคาเป็นกันเอง จองล่วงหน้าได้ห้องดีกว่า
ดูที่พักในชัยนาท




