🔄 ตรวจสอบล่าสุด 26 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
พอพูดถึงนครสวรรค์ คนมักนึกถึงแค่ทางผ่านขึ้นเหนือ แต่จริง ๆ แล้วเมืองนี้มีของให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิด หัวใจอยู่ที่ย่านปากน้ำโพ ชุมชนเก่าริมน้ำที่คนจีนมาตั้งรกรากกันมานาน เดินไปทางไหนก็เจอศาลเจ้า ตึกแถวโบราณ ร้านกาแฟเก่า ๆ ปนกับห้างใหม่เอี่ยม ที่นี่คือจุดที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เลยได้เห็น "แม่น้ำสองสี" ชัด ๆ ที่พาสาน แลนด์มาร์กทรงโค้งล้ำ ๆ ริมน้ำ ส่วนรอบเมืองก็มีบึงบอระเพ็ดบึงน้ำจืดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีวัดคีรีวงศ์บนเขาที่ขึ้นหอชมวิวเมืองได้ 360 องศา มีสวนสาธารณะร่มรื่นอย่างอุทยานสวรรค์และเกาะญวนที่ปั้นจนได้ฟีลคลองชองกเยชอนเกาหลี เที่ยวได้ทั้งสายธรรมชาติ สายวัด สายเช็คอิน สายห้าง
ที่เด็ดของนครสวรรค์คือเรื่องราวเบื้องหลังแต่ละจุด บึงบอระเพ็ดหน้าหนาวมีนกอพยพมาเป็นพันตัว ล่องเรือชมทุ่งบัวกับอุโมงค์ปลาในอะควาเรียมได้ พาสานเป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชาวเมืองช่วยกันผลักดันจนสร้างเสร็จ เกาะญวนพลิกคลองบำบัดน้ำให้กลายเป็นที่ชิลกลางเมืองพร้อมปลาคาร์ฟกว่าสองหมื่นตัวให้อาหารได้ เซ็นทรัล นครสวรรค์มากับคอนเซ็ปต์ Chinese Village และมังกร LED ที่ว่ากันว่ายาวที่สุดในไทย ส่วนช่วงตรุษจีนปากน้ำโพคืองานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ 12 วัน 12 คืน ที่ดังไปทั้งประเทศ ใครชอบสายย้อนยุคก็มีตลาดร้อยปีชุมแสงริมแม่น้ำน่านให้ตามรอยกรงกรรม จัดทริปนครสวรรค์สักรอบ รับรองไม่ผิดหวัง
บึงบอระเพ็ด
บึงบอระเพ็ดคือบึงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กินพื้นที่กว่า 132,000 ไร่ คาบเกี่ยวสามอำเภอของนครสวรรค์ทั้งเมือง ท่าตะโก และชุมแสง ใครชอบธรรมชาติแบบเปิดโล่ง ชอบดูนก ชอบล่องเรือเย็น ๆ หรืออยากพาครอบครัวมาเดินเล่นถ่ายรูป ที่นี่คือหมุดที่ควรปักไว้ตั้งแต่มื้อแรกในจังหวัด เพราะมันใหญ่จนรู้สึกเหมือนมาเที่ยวทะเลสาบจริง ๆ ไม่ใช่แค่บึงในเมือง
ไฮไลต์ที่คนพูดถึงมากสุดคือการล่องเรือชมทุ่งบัวแดงที่บ้านรางบัว ฝั่งอำเภอท่าตะโก ดอกบัวจะบานเต็มผืนน้ำช่วงราว 6 โมงเช้าถึงเก้าโมงครึ่งก่อนจะหุบตอนสาย รีวิวหลายเสียงบอกตรงกันว่ามาเช้าคุ้มสุด ทั้งแสงนวลและบัวบานเต็มที่ ส่วนคนชอบดูนกให้มาช่วงฤดูหนาว (ราวพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) นกน้ำประจำถิ่นอย่างนกอ้ายงั่ว นกกาน้ำ รวมถึงนกอพยพจะลงเต็มบึง คนขับเรือแถวนี้รู้จุดดี ชี้นกชี้รังให้แบบไกด์ตัวจริง อีกมุมที่ห้ามพลาดคืออาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่มีอุโมงค์ปลายาว 24 เมตร ปลาน้ำจืดหายากกว่าร้อยชนิด บ่อทัชพูล และลานโชว์จระเข้ เหมาะกับเด็ก ๆ มาก
เรื่องงบ ค่อนข้างเป็นมิตร ล่องเรือเหมาลำตกราว 600 บาท นั่งได้ 10–15 คน หรือถ้ามากันน้อยใช้บริการเรือชุมชนบ้านรางบัวคนละราว 100 บาท เด็กเล็กฟรี ส่วนอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเก็บค่าเข้าผู้ใหญ่ 49 บาท เด็ก 19 บาท เปิดทุกวันราว 09:00–16:30 น. ตัวบึงและจุดชมวิวเดินเล่นได้ฟรี มีลานจอดรถกว้าง ร้านอาหารร้านกาแฟริมน้ำให้นั่งชิลหลายเจ้า
ข้อควรรู้คือควรเช็กสภาพบัวและช่วงน้ำกับเพจอุทยานก่อนออกเดินทาง เพราะบัวแดงและจำนวนนกขึ้นกับฤดูกาลและระดับน้ำ บางช่วงคนน้อยเงียบสงบดี บางช่วงเสาร์–อาทิตย์หน้าหนาวคนแน่น แนะนำเตรียมหมวก แว่นกันแดด และมาให้ทันรอบเรือเช้าเพื่อเก็บทั้งแสงสวยและอากาศเย็น ๆ ก่อนแดดแรง
พาสาน (อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา)
ถ้าขับผ่านนครสวรรค์แล้วมีเวลาสักหน่อย พาสานคือจุดที่ควรแวะ เป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนแหลมเกาะยม ตรงปากน้ำโพพอดี จุดที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบกันจนกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวอาคารออกแบบเป็นเส้นโค้งล้ำสมัยพาดเข้าหากันเหมือนสายน้ำสี่สายที่ผสานเป็นหนึ่ง ชื่อ "พาสาน" ก็มาจากคำว่า "ผสาน" นี่เอง เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเก๋ ๆ สายเช็คอิน และคนที่อยากหามุมนั่งชิลริมน้ำตอนเย็น
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือวิวแม่น้ำสองสี ช่วงที่น้ำขึ้นจะเห็นชัดว่าน่าน (ฝั่งขวา) ออกสีแดงอมน้ำตาล ส่วนปิง (ฝั่งซ้าย) ออกสีเขียว มาเจอกันตรงนี้พอดี อีกอย่างที่คนแนะนำกันเยอะคือมาช่วงพระอาทิตย์ตก แดดไม่ร้อน ลมเย็น ฟ้าเปลี่ยนสีหลังตัวอาคารโค้ง ๆ ได้รูปสวยมาก เดินชมสถาปัตยกรรม มองวิถีชีวิตบ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำ แล้วหามุมนั่งเล่นรับลมได้สบาย ๆ
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า มีลานกว้าง ที่จอดรถสะดวก ห้องน้ำสะอาด เปิดทุกวัน 06.00–20.00 น. รีวิวจริงหลายคนบอกตรงกันว่าตัวอาคารสวยทันสมัย แต่กิจกรรมที่จะชวนให้อยู่นาน ๆ มีไม่เยอะ เลยเหมาะกับการแวะถ่ายรูปเช็คอินมากกว่ามาอยู่ทั้งวัน ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมือง เป็นทั้งจุดถ่ายรูป จุดชมวิว และจุดเล่าเรื่องต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาในที่เดียว
ข้อควรรู้ก่อนไป: ช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรงเพราะเป็นลานโล่งริมน้ำ พกหมวกหรือร่มไว้ก็ดี อยากได้วิวแม่น้ำสองสีชัด ๆ ให้เช็กช่วงน้ำขึ้น และถ้ามาเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก เผื่อเวลามาก่อนสักหน่อยจะได้มุมดี ๆ ไม่ต้องแย่งกัน
วัดคีรีวงศ์ และหอชมเมืองนครสวรรค์
วัดคีรีวงศ์คือวัดบนเขากลางเมืองนครสวรรค์ที่คนปากน้ำโพยกให้เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ ใจกลางเมืองเลย ขับรถขึ้นไปถึงลานจอดด้านบนได้สบาย ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดเยอะ เหมาะทั้งสายทำบุญไหว้พระ สายถ่ายรูปวิว และครอบครัวที่พาผู้ใหญ่มาด้วย พระเอกของที่นี่คือ "พระจุฬามณีเจดีย์" เจดีย์สีทองอร่าม 4 ชั้นบนยอดเขา มองเห็นได้แต่ไกล ข้างในแต่ละชั้นมีพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาทจำลอง 12 ราศี และบนยอดประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
สิ่งที่ห้ามพลาดคือขึ้นไปชั้นบนสุดของเจดีย์ ชมวิวเมืองปากน้ำโพ 360 องศา มองเห็นแม่น้ำ ตลาด ไปไกลถึงบึงบอระเพ็ดในวันฟ้าใส อีกจุดคือ "หอชมเมืองนครสวรรค์" หอสูง 10 ชั้น ราว 32 เมตร ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน มีลิฟต์พาขึ้นไปดาดฟ้าชั้นบนสุด เห็นเมืองรอบทิศแบบเต็มตา หลายรีวิวบอกว่าช่วงเย็นแดดร่มลมเย็นเป็นช่วงที่สวยที่สุด บางคืนมีกิจกรรมดูดาวบนหอด้วย
เข้าวัดและขึ้นเจดีย์ไม่เสียค่าเข้า ทำบุญตามศรัทธา ส่วนหอชมเมืองมีค่าขึ้นเล็กน้อย งบทั้งทริปถือว่าประหยัดมาก ทำเลดีอยู่ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ บนถนนมาตุลีตัดถนนดาวดึงส์ ตัววัดเปิดทุกวันราว 08:00–17:00 น. ส่วนหอชมเมืองเปิดจันทร์–ศุกร์ ประมาณ 10:00–16:30 น. (วันหยุดควรเช็กเวลาหอก่อน เพราะบางช่วงปิด)
ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างไว้จุดเดียว ทั้งไหว้พระ ทำบุญ และจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเมือง ขึ้นง่ายไม่ต้องเดินไกล รีวิวนักท่องเที่ยวให้คะแนนดีสม่ำเสมอ ติดอันดับต้นๆ ของที่เที่ยวในเมืองนครสวรรค์ ข้อควรรู้นิดเดียวคือแต่งกายสุภาพเพราะเป็นวัด และถ้าตั้งใจมาขึ้นหอชมเมืองให้มาวันธรรมดาช่วงสาย–บ่าย จะตรงเวลาเปิดที่สุด
เกาะญวน (คลองญวนชวนรักษ์)
ถ้าใครคิดว่านครสวรรค์มีแค่ปากน้ำโพกับศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ ลองแวะ "เกาะญวน" หรือชื่อทางการว่า "คลองญวนชวนรักษ์" ดู แล้วจะเซอร์ไพรส์ ที่นี่คือพื้นที่สาธารณะกว่า 300 ไร่กลางเมือง ที่เทศบาลพลิกคลองรับน้ำจากระบบบำบัดน้ำเสีย (วันละกว่า 36,000 ลูกบาศก์เมตร) ให้กลายเป็นทางเดินเลียบคลองยาวเป็นวงรอบ ฟีลคล้ายคลองชองกเยชอนใจกลางกรุงโซล หลายคนถ่ายรูปแล้วบอกเหมือนไปเดินเล่นเมืองนอกทั้งที่อยู่กลางเมืองนครสวรรค์นี่เอง เหมาะมากสำหรับครอบครัวพาเด็กมาวิ่งเล่น คู่รักมาเดินเย็น ๆ หรือสายถ่ายรูปที่อยากได้มุมใหม่ ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการให้อาหารปลา น้ำในคลองใสจนเลี้ยงปลาคาร์ฟกับปลาไทยรวมกว่า 2 หมื่นตัวได้ (เทศบาลตั้งใจปล่อยเพื่อโชว์ว่าน้ำบำบัดแล้วสะอาดจริง) พอโยนอาหารลงไปทีปลาแห่มากันเป็นฝูงสีส้มสีขาวสะพรั่ง เด็ก ๆ ชอบกันมาก อาหารปลาขายถุงละ 10 บาท ซื้อง่าย ๆ หน้างาน นอกจากนี้ยังมีฝายน้ำตกเล็ก ๆ เสียงน้ำไหลฟังสบายหู มีงานสตรีทอาร์ตรูปวาดบนผนังเป็นฉากถ่ายรูป มีที่นั่งชิลริมคลอง และทางเดินที่ทำทางลาดเผื่อรถเข็นไว้ด้วย
เรื่องงบสบายกระเป๋าสุด ๆ เพราะเข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า จ่ายแค่ค่าอาหารปลาถุงสองถุงก็เพลินได้เป็นชั่วโมง จอดรถริมทางได้ ทำเลอยู่ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ฝั่งเกาะญวน (ต.ปากน้ำโพ ใกล้รอยต่อแม่น้ำปิง-น่าน) เข้าถึงง่ายจากตัวเมือง เรื่องเวลาเปิดต้องเช็กนิดนึง เพราะวันธรรมดามักเปิดช่วงบ่ายถึงค่ำ ส่วนเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดเปิดยาวกว่า ตั้งแต่สายจนถึงดึก
ข้อสังเกตจากคนที่ไปจริง คือควรไปช่วงเย็นประมาณ 5 โมงเป็นต้นไป แดดร่มลมเย็นเดินสบายกว่าตอนกลางวันที่ค่อนข้างร้อนเพราะต้นไม้ใหญ่ยังไม่หนาทึบทุกจุด และมีรีวิวเตือนว่าบางช่วงปลาคาร์ฟอาจถูกย้ายออกไปดูแล ทำให้ไม่มีปลาให้ดู ถ้าตั้งใจมาเพื่อให้อาหารปลาโดยเฉพาะ เช็กเพจหรือถามคนแถวนั้นก่อนได้ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ที่ 4.5 จากพันกว่ารีวิว สะท้อนว่าเป็นจุดเช็กอินที่คนเมืองและนักท่องเที่ยวชอบมาแวะจริง โดยรวมเป็นที่พักผ่อนฟรี ๆ ที่คุ้มค่าและให้ฟีลต่างประเทศแบบไม่ต้องบินไปไหน
อุทยานสวรรค์ (หนองสมบุญ)
ถ้าใครมาเที่ยวตัวเมืองนครสวรรค์แล้วอยากหาที่เดินเล่นยืดเส้นยืดสาย อุทยานสวรรค์ หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า "หนองสมบุญ" คือคำตอบที่คนเมืองมากันแทบทุกเย็น มันคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ราว 314 ไร่ใจกลางเมือง มีหนองน้ำกว้าง ๆ อยู่ตรงกลาง รอบ ๆ เป็นถนนลาดยางวงแหวนสองชั้นร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เปรียบเป็นปอดของเมืองจริง ๆ เหมาะกับทั้งสายวิ่ง สายปั่น คนพาลูกพาหลานมาให้อาหารปลา และคนที่แค่อยากหามุมนั่งชิลรับลมเย็น ๆ
ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องถ่ายรูปคือมังกรสวรรค์ตัวใหญ่หน้าสวน มีมังกรเล็กอีกฝั่งละสองตัวเป็นมังกรไฟกับมังกรน้ำ ตามคติจีนของเมืองปากน้ำโพที่ขึ้นชื่อเรื่องงานแห่เจ้า เป็นจุดเช็คอินยอดฮิตที่รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าสวยและเด่นมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นแสงทองตกกระทบน้ำ ใครชอบออกกำลังกายมีเส้นวิ่งรอบใหญ่ยาวประมาณ 3.3 กิโลเมตร แล้วยังมีรอบกลางกับรอบเล็กให้เลือกตามแรง มีเครื่องออกกำลังกาย ลานแอโรบิก ศาลาพัก และมุมปิกนิกกระจายรอบสวน
เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าฟรีและจอดรถฟรี ปกติเปิดประมาณ 07:00–18:00 น. แต่ช่วงเย็น ๆ คนยังเดินกันเรื่อย ๆ บรรยากาศคึกคัก หน้าสวนมีร้านกาแฟพันธุ์ไทยนั่งได้ทั้งห้องแอร์และโซนนอก รอบนอกยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านนวด และห้างให้แวะต่อ ทำเลอยู่ ต.ปากน้ำโพ ติดถนนสายเอเชีย เดินทางง่าย ใกล้สถานีขนส่ง
ข้อควรรู้นิดหน่อย ช่วงสาย ๆ ถึงเที่ยงแดดค่อนข้างแรงเพราะรอบหนองน้ำเปิดโล่ง แนะนำมาเช้าตรู่หรือหลังสี่โมงเย็นจะกำลังดี ถ้ามาช่วงปลายปีบางทีมีงานเทศกาลโคมไฟประดับไฟสวยทั้งสวน เป็นอีกช่วงที่คนเยอะและภาพออกมาสวยเป็นพิเศษ
🛏️ ที่พักทำเลดีในนครสวรรค์
เที่ยวนครสวรรค์หลายจุดทั้งในเมืองและรอบนอก พักย่านปากน้ำโพหรือใกล้ตัวเมืองจะสะดวกที่สุด ออกไปบึงบอระเพ็ดตอนเช้าก็ใกล้ กลับมาเดินเซ็นทรัล นครสวรรค์ มื้อเย็นก็ไม่ไกล เราเลือกโรงแรมและที่พักทำเลดี รีวิวจริงดีในนครสวรรค์มาให้เทียบราคาและจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักนครสวรรค์ (Agoda)เขาหน่อ-เขาแก้ว (วัดเขาหน่อ)
เขาหน่อ-เขาแก้ว เป็นภูเขาหินปูนสองลูกที่ตั้งโดดอยู่กลางทุ่งนาริมถนนสายนครสวรรค์–กำแพงเพชร (ทางหลวงหมายเลข 1) มองเห็นได้แต่ไกล จุดที่ทำให้คนแวะกันไม่ขาดคือมันรวมหลายอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งฝูงลิงแสม วัดถ้ำที่มีพระนอน บันไดขึ้นยอดเขาชมวิว และไฮไลต์ตอนเย็นอย่างฝูงค้างคาวที่บินออกจากถ้ำเป็นสายยาวบนฟ้า เป็นที่เที่ยวที่คนนครสวรรค์และนักเดินทางผ่านทางมักแวะ เพราะเข้าฟรีและไม่ต้องวางแผนอะไรมาก
พอถึงลานจอดรถจะเจอลิงแสมเป็นฝูงรอรับอาหารกันเป็นร้อยตัว มีร้านขายอาหารลิงและของกินราคาหลักสิบบาทให้ซื้อแจก แต่คนที่เคยไปเตือนให้ระวังของในมือกับกระเป๋าเพราะลิงคุ้นคนและฉวยเก่ง ส่วนคนที่อยากขึ้นยอดเขาพระพุทธบาทต้องเดินบันไดปูนต่อด้วยบันไดลิงรวมเกือบ 700 ขั้น บางช่วงชันมากเกือบตั้งฉาก รีวิวจริงบอกว่าใช้แรงพอตัว ขึ้นลงราว 1–2 ชั่วโมง แต่บนยอดได้วิวทุ่งนากว้างแบบ 360 องศาคุ้มเหนื่อย ด้านล่างยังมีวัดถ้ำกับพระนอนในถ้ำให้ไหว้ด้วย
ที่นี่เข้าฟรี เปิดทุกวันประมาณ 08.00–18.00 น. ถ้าตั้งใจมาดูค้างคาวควรมาช่วงใกล้พลบค่ำ เพราะฝูงค้างคาวนับหมื่นถึงหลักแสนตัวจะเริ่มทยอยบินออกจากถ้ำเขาแก้วราวหกโมงเย็น เป็นสายดำยาวพาดบนท้องฟ้าให้ดูได้เป็นช่วง ๆ การเดินทางจากตัวเมืองนครสวรรค์ขับไปทางบรรพตพิสัยราว 45–50 กม. ใช้เวลาราว 50 นาที สถานที่อยู่ริมถนนใหญ่จึงหาง่ายและมีลานจอดรถรองรับ
ทิปจากคนที่เคยไป คือถ้าจะปีนเขาให้ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีและพกน้ำขึ้นไปด้วย เพราะบันไดลิงชันและร้อน ควรเผื่อเวลาช่วงเย็นไว้ดูค้างคาวต่อให้คุ้มทริปเดียว ส่วนคนมากับเด็กเล็กแนะนำให้เดินแค่ช่วงล่างและเล่นกับลิง เพราะบันไดส่วนบนไม่เหมาะกับเด็กเล็ก และอย่าลืมเก็บอาหาร ถุงพลาสติก และแว่นตาให้มิดชิดเวลาอยู่ใกล้ฝูงลิง
เซ็นทรัล นครสวรรค์ (Central Nakhon Sawan)
ถ้ามานครสวรรค์แล้วอยากได้ที่เดินเย็น ๆ กินอิ่ม ถ่ายรูปสวย จบในที่เดียว เซ็นทรัล นครสวรรค์ คือหมุดที่คนปากน้ำโพแทบทุกบ้านพูดถึง เปิดเมื่อ 31 มกราคม 2567 เป็นศูนย์การค้ามิกซ์ยูสที่ใหญ่และครบที่สุดในภาคกลางตอนบน ตัวห้างหลัก 4 ชั้น รวมแบรนด์หลักร้อยทั้งแฟชั่นไทย-เทศ ร้านอาหาร คาเฟ่ ธนาคาร โซนไอที จุดที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนเซ็นทรัลสาขาอื่นคือคอนเซ็ปต์ Chinese Village ที่หยิบเรื่องราวเมืองปากน้ำโพและแม่น้ำสองสี (ปิง-น่านมาบรรจบเป็นเจ้าพระยา) มาเล่าผ่านงานออกแบบ เหมาะทั้งครอบครัวพาเด็กพาผู้ใหญ่ และวัยรุ่นสายคาเฟ่สายถ่ายรูป
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือแลนด์มาร์กกลางห้างทรงคล้ายกระบอกเซียมซี ล้อมด้วยประติมากรรมและลวดลายจีนเพนต์ตามผนัง ดูอลังการแบบที่หลายรีวิวบอกว่า "ตกแต่งสวยมาก ผสมไทย-จีนได้ลงตัว" ออกมาด้านหน้าจะเจอสวน Urban Park กว่า 2 ไร่ มีทางเดินโคมไฟ ลานเด็กเล่น โซนสัตว์เลี้ยง และเนิน Longevity Hill ที่หลายคนมาเก็บภาพคู่มังกร ใครชอบดูหนังขึ้นไปชั้น 3 มีโรงหนัง SF จอใหญ่ Zigma Cinestadium ระบบเลเซอร์ 4K กับ Dolby Atmos ส่วนสายกินมี Food Patio รวมร้านเด็ดของปากน้ำโพ บวกร้านดังอย่าง Bonchon, BBQ Plaza, MK, KOI Thé และซูเปอร์ Tops Market
เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า งบอยู่ที่จะเดิน-กินแค่ไหน ที่จอดรถเยอะทั้งลานหน้าและชั้นใต้ดิน (จอดฟรี) เปิดทุกวัน 10:00–21:00 ทำเลอยู่ใจกลางเมือง ย่านถนนพหลโยธิน ฝั่งนครสวรรค์ตก ล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล เดินทางง่ายเข้าได้หลายเส้น ที่นี่ฮิตเร็วเพราะเป็นห้างใหญ่แห่งแรกของจังหวัด คนแห่มาตั้งแต่วันเปิด และมักจัดอีเวนต์ตามเทศกาล โดยเฉพาะช่วงตรุษจีนที่มีโชว์แห่มังกรยาวเป็นจุดขายของเมืองมังกร
ข้อควรรู้: ช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลคนเยอะมาก ที่จอดรถเต็มเร็ว ถ้าอยากเดินสบายลองมาช่วงบ่ายวันธรรมดา ส่วนใครมาเพื่อเก็บภาพแลนด์มาร์กและสวนหน้าห้าง ช่วงเย็นไฟเริ่มติดจะถ่ายสวยกว่ากลางวัน
ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม และงานตรุษจีนปากน้ำโพ
ถ้ามานครสวรรค์แล้วอยากเข้าใจหัวใจของเมืองนี้จริง ๆ ต้องมาที่ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามตลาดปากน้ำโพ ศาลเจ้าจีนสีแดงเก่าแก่อายุกว่า 130 ปี (ว่ากันว่าสร้างราวปี 2413 ต้นรัชกาลที่ 5) ภายในประดิษฐานองค์ปุนเถ่ากง เทพเจ้ากวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ที่คนเชื้อสายจีนแถวนี้นับถือกันมาก เดินเข้าไปจะเจอควันธูป โคมแดง และผู้คนแวะมาขอพรเรื่องโชคลาภ-การค้าตลอดวัน เหมาะกับสายไหว้พระ สายมูขอพร และคนที่อยากสัมผัสวิถีชาวจีนโพ้นทะเลแบบของแท้
ไฮไลต์จริง ๆ ของที่นี่อยู่ที่ช่วงตรุษจีน เพราะศาลแห่งนี้คือศูนย์กลางของ "งานแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ" หรือตรุษจีนปากน้ำโพ ประเพณีที่สืบทอดมากว่า 100 ปี (เริ่มราวปี 2460 หลังเจ้าพ่อช่วยปัดเป่าโรคระบาดในเมือง) จัดยาว 12 วัน 12 คืน มีขบวนแห่อัญเชิญองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่รอบตลาด พร้อมขบวนมังกรทอง สิงโตจากหลายคณะ เอ็งกอ 108 ผู้กล้าทาหน้าสีสด ล่อโก๊ว พะบู๊ และขบวนเจ้าแม่กวนอิม สิ่งที่ห้ามพลาดคือขบวนกลางคืน เอ็งกอใส่ชุดเรืองแสง สิงโต-มังกรเล่นไฟ ปิดท้ายด้วยการลุยไฟของม้าทรง บรรยากาศคึกคักทั้งเมือง คนถ่ายรูปกันแน่นริมถนน
เรื่องค่าเข้า สบายใจได้ เข้าชมและไหว้พระฟรี งบหลักคือค่าธูปเทียน-ของไหว้ไม่กี่สิบบาท ตัวศาลเปิดให้สักการะทุกวันช่วงกลางวัน (ราว 8 โมงเช้าถึงเย็น บางช่วงเปิดเช้ามาก) ส่วนงานตรุษจีนจะตรงกับช่วงปลายมกรา-กุมภาพันธ์ตามปฏิทินจันทรคติจีน ทำเลอยู่กลางย่านเมืองเก่า เดินทางง่าย จอดรถแถวตลาดได้ ใกล้พาสานแลนด์มาร์กต้นแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเป็นทริปเดียวกันได้เลย
ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นทั้งที่พึ่งทางใจของคนท้องถิ่นและไฮไลต์วัฒนธรรมที่ดังระดับประเทศ รีวิวส่วนใหญ่บนกูเกิลให้คะแนนสูงราว 4.6 ชมว่าศาลสวยขลัง เจ้าหน้าที่ใจดี และช่วงงานแห่ยิ่งใหญ่จริง ข้อควรรู้นิดเดียวคือถ้ามาช่วงตรุษจีนคนเยอะมาก ควรเผื่อเวลาและที่จอดรถ แต่งกายสุภาพ และระวังกระเป๋าในที่คนแน่น มาช่วงปกติจะเงียบสงบเหมาะกับการไหว้พระแบบไม่ต้องรีบ
ตลาดร้อยปีชุมแสง (ตลาด 100 ปีเมืองชุมแสง)
ถ้ามานครสวรรค์แล้วอยากหลุดจากตัวเมืองไปเดินตลาดเก่าจริง ๆ ตลาดร้อยปีชุมแสง (ตลาด 100 ปี เมืองชุมแสง) คือหมุดที่ควรเผื่อเวลาให้ อยู่ อ.ชุมแสง ห่างตัวเมืองราว 40 กม. เป็นชุมชนตลาดริมแม่น้ำน่านที่โตมาพร้อมสถานีรถไฟชุมแสงบนสายเหนือตั้งแต่ราวปี 2450 เคยเป็นศูนย์ค้าข้าวที่คึกคัก มีคนจีนอพยพมาตั้งรกราก เลยทิ้งมรดกเป็นตึกไม้และตึกแถวจีนโบราณอายุกว่า 100 ปีเรียงยาวติดราง ที่นี่เหมาะกับคนชอบบรรยากาศย้อนยุค สายถ่ายรูปวินเทจ และแฟนละคร เพราะเคยเป็นโลเกชันถ่ายละครดัง "กรงกรรม" จนคนแห่มาตามรอยกันเยอะ
ไฮไลต์คือเดินซึมซับตึกเก่าและวิถีริมน้ำแบบช้า ๆ แล้วตามด้วยของกินพื้นถิ่นที่ราคาน่ารัก รีวิวนักท่องเที่ยวพูดถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณประจำตลาด ราดหน้าแบบจีนโบราณน้ำข้นเหนียวใสร้านนายโก๊ะ สะเต๊ะเจ๊เลื้ยง หมูย่างเจ๊บ๊วย ก๋วยจั๊บเจ๊หุ่ง ผัดไทยแถวคิว ข้าวมันไก่อาเฮง ปิดท้ายด้วยไอติมกะทิ ใครชอบเดินเล่นต่อ มีสะพานแขวนหิรัญรามิตรให้ข้ามแม่น้ำน่านถ่ายรูปวิวสวย ๆ ได้ด้วย
เรื่องงบสบายมาก เข้าตลาดฟรี ของกินส่วนใหญ่จานละ ~20–60 บาท ทำเลอยู่ติดสถานีรถไฟชุมแสงและริมแม่น้ำน่าน ขับรถมาจอดข้างทางได้ ตลาดเปิดทุกวันแต่ชีวิตชีวาสุดช่วงเช้าถึงสาย ร้านดัง ๆ หลายร้านขายหมดเร็วหรือปิดบ่าย มาเช้าจะได้ของครบกว่า ช่วงวันหยุด-เทศกาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง (ราวเดือนกุมภาพันธ์และธันวาคม) คนจะแน่นเป็นพิเศษ
ข้อควรรู้: ที่นี่เป็นชุมชนคนอยู่จริง ไม่ใช่ตลาดจัดเต็มแบบเชิงพาณิชย์ บางวันธรรมดาจะเงียบ ๆ เน้นเสน่ห์เรียบง่ายมากกว่าความหวือหวา เดินสบาย ๆ ราว 1–2 ชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะจับคู่กับแวะวัด/สถานีรถไฟแถวนั้นในทริปเดียว ใครชอบตลาดเก่าจริงใจ บรรยากาศไม่ปรุงแต่ง บวกของกินอร่อยถูก ที่นี่ลงตัว
ฟาร์มแกะทหารช่าง (Engineer Sheep Farm)
ฟาร์มแกะทหารช่าง คือจุดเช็กอินสายฟาร์มในเมืองนครสวรรค์ที่อยู่ในความดูแลของกองพันทหารช่างที่ 4 ค่ายจิรประวัติ พื้นที่กว่า 30 ไร่จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรผสมผสาน เหมาะมากกับครอบครัวที่พาเด็กมาเล่นกับสัตว์ และสายถ่ายรูปที่อยากได้มุมทุ่งหญ้า-ฟาร์มแบบไม่ต้องขับไกล ชื่อบอกว่าฟาร์มแกะ แต่จริง ๆ มีทั้งแกะ แพะ ม้า หมูป่า กวาง ไก่ เป็ด ห่าน ปลา ครบจนเด็ก ๆ เพลินได้ทั้งบ่าย
สิ่งที่ห้ามพลาดคือการให้อาหารแกะและสัตว์ต่าง ๆ ซื้อหญ้ากำละ 5 บาทแล้วยื่นให้น้องแกะกินถึงรั้วได้เลย ใครอยากได้รูปเก๋ก็เช่าชุดคาวบอยใส่ถ่ายคู่กับม้า หรือขี่ม้าได้ในราคาราว 50 บาท นอกจากนี้ยังมีสะพานไม้กลางทุ่งนา บึงบัว อุโมงค์พืชผัก สวนดอกไม้ที่ปลูกหมุนตามฤดู (ช่วงปลายปี–ต้นปีจะมีทุ่งดอกไม้สวยเป็นพิเศษ) และร้านกาแฟแนววินเทจให้นั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ
จากรีวิวจริงหลายคนบอกตรงกันว่าอากาศดี บรรยากาศสบาย ๆ มีมุมถ่ายรูปเยอะ สัตว์น่ารัก เด็กชอบ บางคนเป็นขาประจำเพราะอยู่ไม่ไกลบ้านและกาแฟอร่อย ข้อดีที่สุดคือเข้าฟรี เสียเงินเฉพาะค่าหญ้าให้อาหารหรือกิจกรรมเสริมเท่านั้น งบต่อหัวเลยถูกมาก เดินเล่นถ่ายรูปสบาย ๆ ราว 1–2 ชั่วโมงก็คุ้ม
ทำเลอยู่ในค่ายจิรประวัติ ฝั่งสนามกอล์ฟจิรประวัติ เขตรอยต่อตำบลตะเคียนเลื่อน–กลางแดด อ.เมืองนครสวรรค์ เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ข้อควรรู้คือสภาพทุ่งดอกไม้และความเขียวจะเปลี่ยนตามฤดู ถ้าอยากเห็นดอกไม้บานเต็มที่ควรเช็กเพจก่อนไป ช่วงสายหรือเย็นแดดไม่แรงจะเดินสบายและได้แสงถ่ายรูปสวยกว่ากลางวัน
ตั๋วและทัวร์เที่ยวนครสวรรค์
อยากเที่ยวนครสวรรค์ให้คุ้มแบบไม่ต้องวางแผนเอง ลองดูตั๋วและทัวร์ผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ทั้งล่องเรือบึงบอระเพ็ด ทัวร์เที่ยวรอบปากน้ำโพหลายจุดในวันเดียว และแพ็กเกจมีไกด์ที่จองตั๋วล่วงหน้าไม่ต้องต่อคิวหน้างาน เหมาะกับคนที่มาเที่ยวสั้น ๆ อยากเก็บจุดเด่นให้ครบ
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่นครสวรรค์
จุดเที่ยวกระจายทั้งในเมืองและนอกเมือง บึงบอระเพ็ดกับฟาร์มแกะอยู่ชานเมือง รถส่วนตัวหรือรถเช่าสะดวกที่สุด Grab พอมีในเมืองแต่ไม่ได้เยอะ พกแอปไว้เผื่อเรียกยาก
ตลาดร้อยปีชุมแสง ตลาดปากน้ำโพ ค่าอาหารปลา ค่าธูปเทียนที่ศาลเจ้า และค่าเรือบึงบอระเพ็ด มักรับเงินสด ตู้เอทีเอ็มหาง่ายในเมืองและในห้าง
บึงบอระเพ็ด พาสาน และสวนสาธารณะสวยช่วงเช้าและเย็น แดดไม่แรงและได้พระอาทิตย์ตกสวย เลี่ยงเที่ยงที่ร้อนจัด เกาะญวนวันธรรมดาเปิดช่วงบ่ายถึงค่ำ
งานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพช่วงตรุษจีน (มกราคม-กุมภาพันธ์) จัด 12 วัน 12 คืน คนเยอะมาก ที่พักเต็มเร็ว ถ้าตั้งใจมาดูควรจองที่พักล่วงหน้าหลายสัปดาห์
นครสวรรค์เป็นเมืองคนไทยเป็นหลัก เมนูและป้ายอังกฤษมีบ้างตามห้างและจุดท่องเที่ยวใหญ่ แต่ตลาดและร้านเล็กส่วนมากภาษาไทย เตรียมแอปแปลภาษาหรือชี้รูปไว้จะสะดวก
เซ็นทรัล นครสวรรค์ พาสาน และอุทยานสวรรค์มีลานจอดฟรี ส่วนย่านตลาดเก่าที่จอดจำกัด ไปเช้าหรือเลี่ยงวันหยุดยาวจะหาที่จอดง่ายกว่า
วางแผนเที่ยวนครสวรรค์ให้ครบในวันเดียว
ที่เที่ยวเด่นของนครสวรรค์เกาะกลุ่มกันที่ย่านปากน้ำโพในเมือง เริ่มเช้าที่บึงบอระเพ็ดก่อนแดดแรง ลงเรือชมทุ่งบัวกับนกน้ำหรือเดินอุโมงค์ปลาในอะควาเรียม จากนั้นวิ่งเข้าเมืองมาพาสานเพื่อชมแม่น้ำสองสี แล้วต่อขึ้นวัดคีรีวงศ์ขึ้นหอชมเมือง 10 ชั้นเก็บวิว 360 องศา
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็นเหมาะกับสวนสาธารณะ อุทยานสวรรค์มีมังกรสวรรค์ตัวใหญ่หน้าสวนกับเส้นวิ่งรอบสระ ส่วนเกาะญวนเปิดเย็นวันธรรมดา ให้อาหารปลาคาร์ฟถุงละ 10 บาทแล้วเดินเล่นริมคลองฟีลชองกเยชอน ปิดท้ายกินช้อปที่เซ็นทรัล นครสวรรค์ แล้วถ้ามาช่วงตรุษจีนอย่าพลาดงานแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ 12 วัน 12 คืน ขบวนมังกร-สิงโตยาวที่สุดในไทย
ถ้ามีอีกวันหรือชอบธรรมชาติ ลองขับออกไปทางบรรพตพิสัยราว 50 กม. ที่เขาหน่อ-เขาแก้ว ช่วงเช้าให้อาหารลิงและปีนบันไดขึ้นยอดเขาเก็บวิวทุ่งนา 360 องศา แล้วรอดูฝูงค้างคาวนับแสนบินออกจากถ้ำตอนใกล้หกโมงเย็น เป็นภาพปิดทริปที่หลายคนจำได้ไม่ลืม
เที่ยวนครสวรรค์หลายจุดให้สนุก ควรมีที่พักทำเลดีในเมืองปากน้ำโพไว้เป็นฐาน ออกเช้าไปบึงบอระเพ็ดก็ใกล้ กลับมาเดินห้างกินมื้อเย็นก็สะดวก เราเลือกโรงแรมเด่น ๆ ทำเลดีในนครสวรรค์มาให้แล้ว
ดูที่พักแนะนำในนครสวรรค์