🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ถามคนกรุงเทพว่าฝั่งธนแถวไหนเที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่ต้องนั่งรถไกล หลายคนตอบ "ปิ่นเกล้า-วังหลัง" — ย่านนี้อยู่เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าและสะพานพระราม 8 ข้ามมาจากฝั่งพระนครแค่อึดใจ เสน่ห์ของมันคือทุกอย่างกระจุกอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อยในระยะเดินถึงกัน เช้าเดินกินของอร่อยที่ตลาดวังหลัง สายเข้าวัดระฆังตีระฆังขอพรแล้วนั่งเรือข้ามฟากชมวิวพระนคร บ่ายแวะพิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธีหรือศิริราชพิมุขสถาน เย็น ๆ ไปนั่งเล่นที่สวนหลวงพระราม 8 ชมพระอาทิตย์ตกหลังสะพานขึงสีทอง นี่คือสิ่งที่ทำให้ปิ่นเกล้า-วังหลังต่างจากย่านเที่ยวฝั่งพระนคร — มันผสมตลาด วัด พิพิธภัณฑ์ ห้าง และสวนริมน้ำไว้ในพื้นที่เดียวที่เดินทะลุถึงกันหมด
ในลิสต์นี้มีของจริงที่การันตีด้วยกาลเวลาและชื่อเสียง — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เก็บเรือพระราชพิธีจริง 8 ลำ ไฮไลต์คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์หัวเรือแกะเป็นหงส์ทองอลังการที่ใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจริง, วัดระฆังโฆสิตาราม วัดเก่าสมัยอยุธยาที่คนนิยมมาตีระฆังขอพรให้มีชื่อเสียงโด่งดัง พระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อยิ้มรับฟ้าที่รัชกาลที่ 5 ทรงเอ่ยถึง, ตลาดวังหลัง ตลาดเดินกินริมน้ำที่รวมสตรีทฟู้ดเจ้าดังและเสื้อผ้าราคาวัยรุ่น และ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ที่เล่าประวัติบางกอกน้อยในอาคารสถานีรถไฟธนบุรีเก่าได้น่าเดินมาก ส่วนสายชอปกินก็มี เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่รีโนเวตใหม่พร้อมโรงหนัง IMAX, เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า ศูนย์รวมร้านบุฟเฟ่ต์เปิดดึก และ สวนหลวงพระราม 8 ริมเจ้าพระยา — เลื่อนลงไปดูทีละที่ แล้วเลือกว่าจะเริ่มทริปจากจุดไหน
ตลาดวังหลัง (Wang Lang Market)
ถ้าจะให้เลือกที่เดียวที่สรุปย่านวังหลัง-ปิ่นเกล้าได้ทั้งหมด ก็ต้องที่นี่ ตลาดวังหลังคือตลาดเดินกิน-เดินช้อปริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คึกคักที่สุดของฝั่งธน ซ่อนอยู่ในซอยข้าง รพ.ศิริราช เดินทะลุได้หลายซอยตั้งแต่ซอยวังหลัง 1 ยาวไปออกฝั่งอรุณอมรินทร์ เหมาะกับสายกินงบไม่บาน นักศึกษาศิริราช-ธรรมศาสตร์ และนักท่องเที่ยวที่อยากเห็นตลาดไทยจริง ๆ ไม่ใช่ตลาดจัดให้ทัวร์ลง รีวิวเกือบทุกเสียงพูดตรงกันว่า "ของกินเพียบ ช้อปเพลิน" เดินกันได้ทั้งวันไม่เบื่อ คะแนน Google ราว 4.2 ดาวจากคนมาเดินจริงหลักร้อยรีวิว
ของห้ามพลาดมีเยอะจนต้องอดข้าวมา เริ่มจากตำนานของย่านอย่าง "อรทัยซูชิ" ซูชิเริ่มต้นคำละ 5 บาท ขายมากว่าสิบปี มีหน้าให้เลือกเป็นสิบ ๆ แบบ มีทั้งโซนซื้อกลับและห้องแอร์สองชั้นให้นั่ง ตามด้วยก๋วยเตี๋ยวเรือชามละ 20 บาทที่อิ่มได้จริง หมูทอดชาววังชิ้นโตหอมซอสกินคู่ข้าวเหนียวร้อน ๆ ขนมปังวังหลังชิ้นใหญ่กินคนเดียวแทบไม่หมด และของหวานโบราณอย่างขนมถังแตกป้าติ๋มที่อยู่คู่ตลาดมานาน ใครชอบของกินเล่นก็มีหมูปิ้ง ลูกชิ้นทอด ส้มตำ ชานมไข่มุก ครบทั้งคาวหวานไทย-จีน-ญี่ปุ่น-เวียดนาม
อีกครึ่งของตลาดคือโซนเสื้อผ้า ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเสื้อผ้าวัยรุ่นทั้งมือ 1 และมือ 2 ราคาเด็กมหาลัยจับต้องได้ กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เดินเลือกเพลินไม่แพ้โซนของกิน ราคาเข้าฟรี งบเดินกินจริง ๆ ราว 100–300 บาทก็อิ่มและได้ของติดไม้ติดมือกลับ เสน่ห์ของวังหลังคือความเป็นตลาดท้องถิ่นแท้ ๆ ทางเดินแคบ คนพลุกพล่าน แต่นั่นแหละคือบรรยากาศที่หาไม่ได้ในห้าง
ทำเลอยู่ติดท่าวังหลัง/ท่าพรานนก วิธีมาที่ฟินสุดคือนั่งเรือข้ามฟากจากท่าช้าง (ใกล้พระบรมมหาราชวัง) มาขึ้นท่าวังหลังแค่ไม่กี่นาที หรือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาก็ได้ เปิดทุกวันประมาณ 08:00–19:00 น. ช่วงร้านคึกและของครบสุดคือสาย ๆ ถึงบ่าย ราว 10:00–17:00 ข้อควรรู้คือวันจันทร์บางร้านปิด และช่วงเที่ยง-เย็นวันธรรมดาคนเยอะมากเพราะหมอ-พยาบาล-นักศึกษาศิริราชลงมากินพร้อมกัน อยากเดินสบายแนะนำเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี (Royal Barges National Museum)
ถ้าเคยเห็นภาพขบวนเรือพระราชพิธีล่องแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วอยากดูเรือจริง ๆ ใกล้ ๆ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี" ริมคลองบางกอกน้อย เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ฝั่งธนบุรี คือที่เดียวที่ทำได้ ที่นี่เป็นโรงเก็บและจัดแสดงเรือพระราชพิธีของจริง 8 ลำ ที่ใช้ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์ งานช่างไทย สายถ่ายรูป และพ่อแม่ที่อยากพาลูกหรือเพื่อนต่างชาติมาดูของจริงที่หาดูที่ไหนไม่ได้ ตัวโรงจัดแสดงไม่ใหญ่ เดินชมประมาณ 30–45 นาทีก็ทั่ว แต่ความอลังการต่อตารางเมตรนั้นแน่นมาก
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์" หัวเรือแกะเป็นหงส์ทองเชิดสง่า ลงรักปิดทองประดับกระจกทั้งลำ เป็นเรือขุดลำเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเคยได้รางวัลมรดกทางทะเลจาก World Ship Trust หลายรีวิวบอกตรงกันว่าพอเดินเข้าไปเจอตัวจริงแล้วขนลุก งานแกะสลักหัว-ท้ายเรือประณีตจนต้องยืนดูนาน ๆ ถัดมามีเรืออนันตนาคราชหัวพญานาคเจ็ดเศียร เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือเอนกชาติภุชงค์ พร้อมเครื่องประกอบขบวนอย่างบัลลังก์กัญญา พายทอง และฉลองพระองค์ของฝีพาย จัดแสดงให้เห็นภาพขบวนจริงชัดขึ้น
ค่าเข้าถูกมาก คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 100 บาท แต่มีจุดที่ควรรู้ก่อนไป — ถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียค่าธรรมเนียมกล้องเพิ่มอีก 100 บาท (วิดีโอ 200 บาท) หลายคนงงตรงนี้ ควรเตรียมใจไว้ เปิดทุกวัน 09:00–16:30 น. (ปิดช่วงปีใหม่และสงกรานต์) คะแนนกูเกิล 4.2 จากรีวิวกว่า 600 รายการ สะท้อนว่าเป็นจุดที่คนมาแล้วประทับใจกับความงามของเรือ
ข้อควรรู้: ทางเข้าค่อนข้างซ่อน ต้องเดินลัดเข้าซอยเล็ก ๆ ในชุมชนริมคลอง คนมาครั้งแรกมักหลงนิดหน่อย แนะนำให้นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าพระปิ่นเกล้า (N12) แล้วเดินตามป้าย หรือเหมาเรือหางยาวมาเทียบท่าหน้าพิพิธภัณฑ์จะหาง่ายกว่า บางช่วงเรือบางลำอาจคลุมผ้าหรืออยู่ระหว่างบูรณะ ถ้าอยากเห็นครบสวยควรเช็กข่าวเพจก่อน และตัวโรงไม่มีแอร์ ลมจากคลองช่วยได้บ้าง มาช่วงเช้าจะเดินสบายกว่า
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (Wat Rakhang Kositaram)
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือที่คนเรียกสั้น ๆ ว่า "วัดระฆัง" เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดบางว้าใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี หลังย่านวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย เยื้องท่าช้างวังหลวงฝั่งพระนครพอดี ที่มาของชื่อมาจากสมัยรัชกาลที่ 1 มีการขุดพบระฆังโบราณเสียงดีในวัด พระองค์โปรดให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้วแล้วพระราชทานระฆัง 5 ลูกมาแทน วัดนี้เหมาะกับสายมูที่อยากขอพรเรื่องชื่อเสียง คนที่ทำงานสายศิลปะ การแสดง ค้าขาย และนักท่องเที่ยวที่อยากไหว้พระวัดดังคู่กับวัดอรุณในทริปเดียว
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการ "ตีระฆัง" ตามความเชื่อที่เล่าต่อกันมาว่าใครอยากมีชื่อเสียงโด่งดังให้มาตีระฆังที่นี่ เสียงระฆังกังวานเหมือนเป็นการประกาศให้คนรู้จัก อีกจุดคือพระอุโบสถทรงรัชกาลที่ 1 ที่ประดิษฐานหลวงพ่อยิ้มรับฟ้า พระประธานเนื้อทองสำริดปางสมาธิที่งดงามมาก จนรัชกาลที่ 5 เคยมีพระราชดำรัสว่า "ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที" นอกจากนี้ยังมีหอพระไตรปิฎกไม้โบราณ ซึ่งเดิมเป็นตำหนักและหอประทับของรัชกาลที่ 1 ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังและตู้พระธรรมลายรดน้ำฝีมือช่างชั้นครู คนยังนิยมมากราบสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อดีตเจ้าอาวาสผู้สร้างพระสมเด็จวัดระฆังอันโด่งดัง
วัดเข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า มีแต่ตู้ทำบุญตามศรัทธา ถ้าจะตีระฆัง ทำบุญ หรือซื้ออาหารปลาที่ท่าน้ำก็เตรียมเงินสดเล็ก ๆ น้อย ๆ ราว 20–100 บาทพอ จุดที่หลายคนชอบคือท่าน้ำหน้าวัดที่ให้อาหารปลาได้ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาเปิดโล่งเห็นฝั่งพระนคร นั่งรับลมเย็น ๆ เพลินมาก รีวิวส่วนใหญ่บน Google และ Wongnai ให้คะแนนสูง ชมว่าวัดสะอาด ร่มรื่น พระและเจ้าหน้าที่ใจดี บรรยากาศสงบแม้จะอยู่กลางเมือง
ทำเลเดินทางสะดวกมาก นั่งเรือข้ามฟากจากท่าช้าง (ฝั่งพระบรมมหาราชวัง) มาขึ้นท่าวัดระฆังได้เลย หรือจะมาทางท่าน้ำวังหลัง-ศิริราชแล้วเดินต่อก็ได้ อยู่ใกล้วัดอรุณและตลาดวังหลังมาก จัดทริปไหว้พระฝั่งธนต่อกันได้สบาย โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมราว 08:00–17:00 น. ส่วนลานวัดและท่าน้ำเปิดกว้างกว่านั้น ข้อควรรู้คือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า โดยเฉพาะถ้าจะเข้าพระอุโบสถ ช่วงวันหยุดและเทศกาลปีใหม่-สงกรานต์คนค่อนข้างเยอะ มาช่วงเช้าวันธรรมดาจะได้บรรยากาศสงบและถ่ายรูปสวยที่สุด
เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (Central Pinklao)
ถ้าอยู่ฝั่งธนฯ แถวปิ่นเกล้า-บางกอกน้อย แล้วถามว่า "ห้างหลักของย่าน" คือที่ไหน คำตอบแทบทุกคนคือ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ตรงเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี ห้างนี้อยู่คู่คนฝั่งธนมากว่า 30 ปี และเพิ่งรีโนเวตใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี เปิดโฉมใหม่เต็มรูปแบบเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2025 (เครือเซ็นทรัลพัฒนาทุ่มงบกว่า 1,700 ล้านบาท) เหมาะกับคนที่อยากมาเดินเล่น ช้อป กิน ดูหนัง ครบในที่เดียวโดยไม่ต้องข้ามไปฝั่งพระนคร พาครอบครัวมาทั้งบ้านก็สบาย เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุเดินได้หมด
หลังรีโนเวต หน้าตาเปลี่ยนไปเยอะจนหลายรีวิวบอกว่า "เหมือนคนละห้าง" จุดที่คนถ่ายรูปลงโซเชียลกันเยอะคือโถงกลาง (atrium) เพดานสูงรับแสงธรรมชาติ ตกแต่งด้วยเสาสไตล์กรีก-โรมันและรูปปั้นซีซาร์ออกุสตุสที่ยกมาจากของเดิม ดูหรูขึ้นมาก ของห้ามพลาดคือโรงหนัง Major Cineplex ชั้น 5 ที่ปรับโฉมใหม่เป็น 7 โรง รวมโรง IMAX with Laser จอใหญ่เต็มตา เสียงรอบทิศ เก้าอี้โซฟานั่งสบาย (สายหนังบอกว่าคุ้มค่าตั๋ว) อีกไฮไลต์คือโซนของกิน รวมแบรนด์ดังกว่า 500 ร้าน ร้านอาหารกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านมิชลิน เชนดัง ไปจนถึงสตรีทฟู้ดในโซน Urban Living Room ที่ทำเป็นศูนย์อาหารบรรยากาศสบาย ๆ
เข้าห้างฟรี ไม่มีค่าเข้า งบต่อมื้อยืดหยุ่นมาก ศูนย์อาหารจานละ 60–120 บาท ร้านนั่งทานราว 150–300 บาท ทำเลเดินทางง่าย นั่งรถไฟฟ้าสายสีทองลงสถานีบางยี่ขัน แล้วต่อแท็กซี่/วินไม่ไกล หรือขับรถมาเองมีที่จอดฟรีกว้างขวางหลายชั้น (จุดเด่นที่คนฝั่งธนชอบ) เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น.
ข้อควรรู้ก่อนไป ช่วงหลังเปิดใหม่และวันหยุดสุดสัปดาห์คนเยอะมาก ที่จอดรถชั้นล่าง ๆ เต็มเร็ว มาช่วงเช้าหรือวันธรรมดาจะสบายกว่า บางร้านดังคิวยาวช่วงมื้อเที่ยง-เย็น เผื่อเวลาหน่อย ผังร้านเปลี่ยนตำแหน่งหลังรีโนเวต ถ้าหาร้านเดิมไม่เจอให้ถามเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ได้เลย ใครมาดูหนัง IMAX แนะนำจองรอบล่วงหน้าผ่านแอป Major เพราะที่นั่งดี ๆ เต็มไว
ตลาดอินดี้ ปิ่นเกล้า (Indy Market Pinklao)
ถ้าคืนไหนอยากเดินกินยาว ๆ แถวฝั่งธนแบบไม่ต้องเข้าเมือง "ตลาดอินดี้ ปิ่นเกล้า" คือหมุดที่คนแถวจรัญฯ–ปิ่นเกล้านึกถึงก่อนเลย เป็นตลาดนัดกลางคืนสายกินที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2561 ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ช่วงซอย 49–51 พื้นที่กว้างกว่า 8,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนเต็นท์อาหารร้อยกว่าร้าน โซนตู้คอนเทนเนอร์นั่งชิล และโซนเสื้อผ้า–ของจิปาถะ จุดที่หลายคนชอบคือมี "โซนนั่งกินส่วนกลาง" ให้ซื้อของจากร้านไหนก็มานั่งรวมกันได้ เหมาะกับคนที่มากันหลายคนแล้วอยากกินคนละอย่าง หรือมาเดทเดินเล่นสบาย ๆ หลังเลิกงาน
เรื่องของกินถือว่าจัดเต็มทั้งคาวหวาน ที่คนรีวิวพูดถึงบ่อยคือ "หมึกโวยวาย" หมึกย่างจิ้มน้ำจิ้มแซ่บ ไม้ละ 50–100 บาท, หม่าล่า–จิ้มจุ่ม–ชาบูแบบ Mo-Fire-Cheese กับชาบูอู๊ดเป็นต่อ ที่มากันเป็นกลุ่มสั่งเซ็ตคุ้ม ๆ ได้, ซี่โครงหมู BBQ, หมูปิ้งเจ๊เฟนไม้ละ 5–6 บาท ไปจนของหวานเดินกินอย่างเครปเรนโบว์ บิงซู ไอติมผัด ไข่หลุม โมจิครีมชีส และชานม ราคาส่วนใหญ่หลักสิบถึงร้อยต้น ๆ งบ 150–250 บาทก็อิ่มสบาย ไม่ต้องวางแผนหนัก
ทำเลคือข้อได้เปรียบจริง ๆ เพราะอยู่ติด MRT บางยี่ขัน (สายสีน้ำเงิน BL05) ออกทางออก 1 เดินถึงเลย ขับรถมาก็มีลานจอดกว้าง จอดฟรี 30 นาทีแรก หลังจากนั้นชั่วโมงละ 20 บาท เปิดทุกวันประมาณ 18.00–24.00 น. (บางร้านเริ่มตั้งแต่หัวค่ำ 16.30) เป็นตลาดที่เปิดดึก นั่งกินชิล ๆ ได้ถึงเที่ยงคืน
ความนิยมสะท้อนจากคะแนน Google ราว 4.3 ดาว จากรีวิวกว่า 4,000 รายการ คนส่วนใหญ่ชมว่าของกินหลากหลาย ราคาเป็นมิตร ทางเดินไม่อึดอัดเท่าตลาดดัง ๆ กลางเมือง ข้อควรรู้คือร้านในตลาดนัดมีหมุนเวียนเปลี่ยนบ้างตามช่วง บางร้านมีวันหยุด (เช่นหมูปิ้งบางเจ้าหยุดอังคาร) ถ้าอยากกินร้านเจาะจงเช็กเพจร้านนั้น ๆ ก่อนได้ และช่วงศุกร์–เสาร์คนเยอะ มาหัวค่ำจะเดินสบายกว่า
🛏️ จองที่พักย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง เทียบราคาก่อนจอง
อยากเที่ยวปิ่นเกล้า-วังหลังแบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบกลับ จองที่พักย่านปิ่นเกล้าหรือฝั่งพระนครฝั่งตรงข้ามไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — ตื่นเช้ามาเดินกินที่ตลาดวังหลังก่อนคนเยอะ แวะวัดระฆังตอนแดดยังไม่แรง แล้วค่อยไล่เที่ยวพิพิธภัณฑ์และสวนริมน้ำได้ทั้งวัน ลองเทียบราคาที่พักหลาย ๆ เว็บ (Agoda · Booking · Trip.com) แล้วเลือกห้องที่คุ้มและทำเลถูกใจที่สุด หลายที่จองตอนนี้ได้ราคาดีกว่าไปวอล์กอินหน้างาน
พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (Siriraj Bimuksthan Museum)
ถ้าใครเดินเล่นแถววังหลัง-ปิ่นเกล้า แล้วอยากหามุมเย็น ๆ ที่ได้ทั้งความรู้และรูปสวย พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถานคือที่ที่ควรแวะ ตัวอาคารคืออดีตสถานีรถไฟธนบุรี (สถานีบางกอกน้อยเดิม) ที่บูรณะเก็บกลิ่นอายโบราณไว้ พอก้าวเข้าไปจะเจอโถงที่เคยเป็นห้องขายตั๋วรถไฟ ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปบางกอกเก่าจริง ๆ เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม คนชอบเดินพิพิธภัณฑ์เงียบ ๆ และครอบครัวที่อยากพาเด็กมาเรียนรู้แบบไม่น่ากลัวเหมือนพิพิธภัณฑ์การแพทย์ฝั่งกายวิภาค
ไฮไลต์ที่หลายคนพูดถึงคือเนื้อหาแน่นเกินตัวอาคาร เล่าเรื่องย่านปากคลองบางกอกน้อย-วังหลัง ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีมาจนปัจจุบัน มีทั้งโบราณวัตถุที่ขุดพบจริงในพื้นที่ตอนสร้างอาคาร เรือสำเภาจีนจำลองลำมหึมาในห้องการค้า ประวัติการแพทย์แผนไทยและการตั้งโรงพยาบาลศิริราช ไปจนถึงห้องจำลองวิถีชุมชนริมคลองและห้องผ่าตัดให้ลองสวมบทบาท การจัดแสดงใช้มัลติมีเดียและไฟค่อนข้างทันสมัย เดินไม่น่าเบื่อ ด้านนอกติดสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ริมเจ้าพระยา มีหัวรถจักรไอน้ำตั้งโชว์เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยม
เรื่องค่าเข้า คนไทยผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 25 บาท ต่างชาติ 200 บาท ถ้าอยากดูพิพิธภัณฑ์การแพทย์ฝั่งตรงข้ามด้วยมีตั๋วรวมสองพิพิธภัณฑ์ราคาประหยัดกว่าซื้อแยก เปิดวันจันทร์ และพุธ-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ปิดวันอังคารกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดขายบัตรประมาณ 16.00 น. ควรเผื่อเวลาเดินสัก 1-2 ชั่วโมง มีป้ายภาษาอังกฤษประกอบ ฝรั่งเดินตามได้
ข้อควรรู้คือพิพิธภัณฑ์อยู่ในเขตโรงพยาบาลศิริราช เดินทางสะดวกมากด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาลงท่ารถไฟ/วังหลัง หรือนั่งเรือข้ามฟากจากท่าพรานนก แต่ถ้าขับรถเองที่จอดในโรงพยาบาลค่อนข้างแน่นช่วงวันธรรมดา รีวิวส่วนใหญ่ชมว่าคุ้มค่าและทำได้ดีเกินคาด มีบางช่วงปิดปรับปรุงบางห้อง แนะนำเช็กเพจก่อนไปกันเสียเที่ยว
สวนหลวงพระราม 8 และสะพานพระราม 8 (Rama VIII Park & Bridge)
ถ้าอยากได้สวนริมแม่น้ำกลางกรุงที่เดินสบาย วิวดี แถมไม่เสียเงินสักบาท สวนหลวงพระราม 8 ตรงเชิงสะพานฝั่งธนฯ คือที่ที่คนแถวปิ่นเกล้า-บางยี่ขันชอบมากันตอนเย็น สวนยาวเลียบเจ้าพระยา มีทั้งลู่เดิน-วิ่ง-ปั่น สนามเด็กเล่น ลานสเก็ต เครื่องออกกำลังกาย ซุ้มดอกลีลาวดี และศาลาริมน้ำให้นั่งรับลม เหมาะทั้งสายออกกำลังกาย ครอบครัวพาเด็กมาวิ่งเล่น คู่รักมานั่งชิล ไปจนสายถ่ายรูปที่ตามมาเก็บภาพสะพาน จุดเด่นจริง ๆ คือมุมมองข้ามแม่น้ำไปเห็นป้อมพระสุเมรุกับวังบางขุนพรหมฝั่งพระนคร สวยแบบที่หาไม่ได้จากสวนทั่วไป
พระเอกของที่นี่คือสะพานพระราม 8 สะพานขึงเสาเอนเดี่ยวที่ขึงด้วยเคเบิลสีเหลืองทองเป็นรูปพัด ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตกน้ำเป็นสีส้มทองตัดกับเงาสะพานคือภาพที่หลายคนมารอถ่าย พอ 18:00 น. ไฟส่องสะพานเปิด (ยาวถึงสามทุ่ม) เสาและเคเบิลสว่างเรืองทองสะท้อนผิวน้ำ กลายเป็นจุดถ่ายรูปกลางคืนยอดฮิตของฝั่งธน เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าวิวสวย ลมเย็น บรรยากาศผ่อนคลาย ลู่วิ่งดูแลดี เป็นหนึ่งในสวนวิ่งที่คนให้คะแนนสูง คะแนนกูเกิลแมประดับ 4.5 จากรีวิวกว่าห้าพันรายการ การันตีว่าคนมาจริงแล้วถูกใจ
เข้าฟรีไม่มีค่าผ่านประตู พกแค่ค่าน้ำค่าขนมนิดหน่อยก็พอ สวนเปิดทุกวัน 05:00–21:00 น. ช่วงที่สวยและคนนิยมที่สุดคือเย็นย่ำไปจนหัวค่ำตอนไฟสะพานติด ทำเลอยู่ฝั่งธนเชิงสะพานพระราม 8 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด ใกล้ปิ่นเกล้า-บางขุนพรหม มาง่ายทั้งขับรถเองหรือนั่งเรือ ข้อควรรู้คือที่จอดรถมีจำกัด วันหยุดเย็น ๆ คนเยอะ ใครอยากได้มุมถ่ายสะพานสวย ๆ แบบไม่แย่งที่ แนะนำมาก่อนพระอาทิตย์ตกสักหน่อย แล้วอยู่ยาวรอไฟสะพานเปิดต่อได้เลย
วัดอมรินทรารามวรวิหาร (หลวงพ่อโบสถ์น้อย)
วัดอมรินทรารามวรวิหาร หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า "วัดหลวงพ่อโบสถ์น้อย" เป็นวัดเก่าคู่กรุงธนบุรี เดิมชื่อวัดบางหว้าน้อย คู่กับวัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆัง) ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยติดโรงพยาบาลศิริราชเลย ใครเดินจากท่าน้ำวังหลังมาก็ถึงในไม่กี่นาที สมัยกรุงธนบุรีพระเจ้าตากสินโปรดให้บูรณะแล้วยกเป็นพระอารามหลวง ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงสร้างใหม่ทั้งวัด เหมาะกับคนที่ชอบวัดมีเรื่องเล่า มาขอพร หรือแวะไหว้พระระหว่างมาเฝ้าคนไข้ที่ศิริราช
ไฮไลต์อยู่ที่ "หลวงพ่อโบสถ์น้อย" พระประธานปูนปั้นศิลปะสุโขทัยปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ประดิษฐานในโบสถ์หลังเล็กที่รอดจากระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ (ตอนนั้นฝ่ายสัมพันธมิตรถล่มสถานีรถไฟธนบุรี-บางกอกน้อยข้าง ๆ วัดเลยพังไปเกือบหมด เหลือแค่วิหารกับมณฑปรอยพระพุทธบาท) อีกอย่างที่หลายคนมาลองคือ "ยกช้าง" เสี่ยงทาย ยก 2 ครั้ง ถ้าครั้งแรกยกขึ้นครั้งที่สองมักยกไม่ขึ้นตามคำอธิษฐาน เด็ก ๆ ที่เตรียมสอบ โดยเฉพาะสายหมอ ชอบมาขอพรปิดทอง ถวายน้ำมันตะเกียงกัน
อีกมุมที่ทำให้วัดนี้มีชื่อคือผูกกับตำนาน "คู่กรรม" พระสงฆ์ในวัดเล่าต่อ ๆ กันว่ามีอาจารย์หมอศิริราชเคยเล่าว่าโกโบริตัวจริงเสียชีวิตที่ศิริราช ทั้งฉากริมคลองบางกอกน้อย สถานีรถไฟ และบรรยากาศสงครามก็เป็นภาพเดียวกับในนิยาย คนอ่านคู่กรรมเลยชอบแวะมาเดินซึมซับบรรยากาศย่านนี้
ค่าเข้าฟรี เปิดทุกวันราว 08:00–16:30 (บางช่วงเปิดถึงเย็น) ที่จอดรถในวัดมีนิดหน่อย ถ้ามาวันหยุดแนะนำจอดแถวศิริราชหรือนั่งเรือข้ามฟากมาจะสะดวกกว่า บรรยากาศเงียบ ร่มรื่น เดินไหว้พระชิล ๆ ไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว เหมาะจับคู่กับเที่ยววังหลัง ศิริราชพิมุขสถาน หรือล่องเรือคลองบางกอกน้อยในทริปเดียว
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช (กายวิภาคคองดอน/นิติเวชศาสตร์)
ถ้าใครชอบเรื่องลึกลับ วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือเรื่องที่อื่นไม่ค่อยมีให้ดู พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชคือหมุดที่ต้องมาเดินสักครั้ง ที่นี่จริง ๆ แล้วเป็นกลุ่มพิพิธภัณฑ์หลายห้องอยู่ในตึกของโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งธนฯ ใกล้ท่าวังหลัง สองห้องที่คนพูดถึงมากสุดคือ พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน ที่เก็บอวัยวะจริงไว้กว่า 2,000 ชิ้น ทั้งระบบประสาทและหลอดเลือดแดงทั้งร่าง ตัวอ่อนมนุษย์ ไปจนถึงร่างแฝดติดกัน กับพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน ที่จัดแสดงวัตถุพยานจากคดีจริง กระบวนการพิสูจน์ศพ และโซนพิสูจน์เอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิ
ไฮไลต์ที่หลายคนตามมาดูคือโครงกระดูกของ ศ.นพ.สงกรานต์ นิยมเสน ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ที่ท่านบริจาคร่างไว้ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ กับร่างอาจารย์ใหญ่ที่ถูกเตรียมเพื่อสอนกายวิภาคแบบเห็นทุกชั้นจริง ๆ เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่า "น่ากลัวน้อยกว่าที่คิด" แต่เข้มข้นและได้ความรู้เยอะ หลายคนใช้คำว่าทั้งขนลุกทั้งทึ่งไปพร้อมกัน เป็นที่ที่จัดแสดงอย่างให้เกียรติร่างผู้บริจาค ไม่ได้ทำให้ดูน่าขยะแขยง คนที่เรียนสายวิทย์ สายแพทย์ หรือพ่อแม่ที่อยากพาลูกโตมาเปิดโลกมักชอบเป็นพิเศษ
เรื่องงบไม่แพง คนไทยค่าเข้า 80 บาท เด็ก 25 บาท ต่างชาติ 200 บาท เปิดวันจันทร์ และพุธถึงอาทิตย์ 10.00–16.30 น. ปิดขายตั๋วบ่ายสามครึ่ง หยุดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เดินทางง่ายถ้านั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงท่าวังหลังแล้วเดินเข้า รพ. ข้อควรรู้คือบางห้องไม่มีแอร์ ใช้พัดลมกับหน้าต่าง วันร้อน ๆ อาจอึดอัดนิดหน่อย ห้ามถ่ายรูปด้านในเด็ดขาด และเนื้อหาค่อนข้างแรง ไม่เหมาะกับเด็กเล็กหรือคนใจไม่แข็ง เผื่อเวลาเดินสัก 2–3 ชั่วโมงถ้าอยากดูครบ ป้ายอธิบายภาษาอังกฤษมีไม่มาก สายต่างชาติเตรียมแปลในมือถือไว้จะลื่นกว่า
เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า (The Sense Pinklao)
ถ้าอยู่ฝั่งธนแถวปิ่นเกล้าแล้วถามว่า "เย็นนี้กินบุฟเฟ่ต์ที่ไหนดี" คำตอบของหลายคนคือ เดอะ เซ้นส์ ปิ่นเกล้า (The Sense Pinklao) คอมมูนิตี้มอลล์เล็ก ๆ ติดเซ็นทรัลปิ่นเกล้า บนถนนบรมราชชนนี ที่กลายเป็นแหล่งรวมร้านบุฟเฟ่ต์ดัง ๆ ไว้ในที่เดียว เหมาะมากกับคนที่มากันเป็นกลุ่ม ครอบครัว หรือนัดเพื่อนกินยาว ๆ จุดขายคือร้านอร่อยเยอะแบบเดินไม่กี่ก้าวก็เจอ ไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมือง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือสายบุฟเฟ่ต์ครบทุกแนว ตั้งแต่ สุกี้ตี๋น้อย (เปิดยาวถึงตีห้า คิวยาวช่วงเย็นแต่หมุนไว), Kouen บุฟเฟ่ต์ซูชิ-ชาบูพรีเมียม, King Kong ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น, Neta และ Sushi Hiro สายซูชิ ไปจนถึง Copper Buffet (Copper Beyond Buffet) บุฟเฟ่ต์นานาชาติเกรดพรีเมียมที่รีวิวชมเรื่องกุ้งแม่น้ำ แกะย่าง และซีฟู้ดจัดเต็ม ใครไม่อยากกินหนักก็มี Salad Factory, After Yum หรือเตี๋ยวคอปเปอร์ และที่เด็ดคือ Wake Up Coffee เปิด 24 ชั่วโมง นั่งชิลได้ถึงดึก
บรรยากาศโดยรวมเป็นมอลล์โปร่ง คนไม่แน่นเท่าห้างใหญ่ รีวิวหลายเสียงบอกว่าสบาย ๆ ไม่ต้องแย่งที่จอด มีที่จอดรถกว่า 200 คัน จอดฟรี 4 ชั่วโมงแรกเมื่อมีใบเสร็จจากร้านในห้างมาประทับตรา เรื่องงบขึ้นอยู่กับร้านที่เลือก ตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ อย่างสุกี้ตี๋น้อย ไปจนถึงบุฟเฟ่ต์พรีเมียมหลักพันอย่าง Copper ตัวมอลล์เข้าฟรี ไม่มีค่าเข้า
ทำเลถือว่าหาง่าย อยู่ติดเซ็นทรัลปิ่นเกล้าฝั่งถนนบรมราชชนนี ขับรถสะดวก เดินทางจากสะพานพระปิ่นเกล้าหรือสายใต้ใหม่ได้ไม่ไกล ข้อควรรู้คือร้านบุฟเฟ่ต์ดัง ๆ ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ ถ้าไปร้านที่จองได้อย่าง Copper หรือ Kouen แนะนำให้จองล่วงหน้า ส่วนสุกี้ตี๋น้อยกดบัตรคิวแล้วเดินเล่นรอได้ ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมร้านที่คนฝั่งธนอยากกินไว้ครบในที่เดียว แถมเปิดดึก เลิกงานมาก็ยังทัน
🎟️ จองตั๋ว ทัวร์ และล่องเรือเที่ยวปิ่นเกล้า-วังหลังล่วงหน้า
ถ้าอยากเที่ยวปิ่นเกล้า-วังหลังหลายจุดในวันเดียวแบบไม่ต้องวุ่นเรื่องเส้นทาง ลองจองทัวร์หรือตั๋วล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ไว้ — มีทั้งทัวร์ล่องเรือเจ้าพระยาแวะวัดและตลาดริมน้ำฝั่งธน ทัวร์ครึ่งวันมีไกด์พาเดินเล่าประวัติ และตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์หรือล่องเรือที่จองออนไลน์ได้ไม่ต้องต่อคิวหน้างาน เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเที่ยวสบาย ๆ มีคนช่วยจัดคิวและแปลภาษาให้ จองก่อนได้ราคาดีและล็อกรอบเวลาที่ต้องการไว้เลย
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง กรุงเทพฯ
จุดเที่ยวฝั่งวังหลัง (ตลาดวังหลัง วัดระฆัง พิพิธภัณฑ์ศิริราช) เดินถึงกันจากท่าเรือวังหลังหน้าโรงพยาบาลศิริราช นั่งเรือด่วนเจ้าพระยาหรือเรือข้ามฟากจากฝั่งพระนครมาลงได้เลย ถ้ามาทางรถให้ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า แล้วใช้ Grab หรือเรือข้ามฟากต่อสั้น ๆ ปักหมุด Google Maps ชื่อสถานที่ไว้ก่อนเพราะซอยเล็กป้ายไม่ชัด
ร้านในตลาดวังหลัง ตลาดอินดี้ และค่าเข้าวัด-ทำบุญ-อาหารปลา ใช้เงินสดหรือพร้อมเพย์เป็นหลัก ควรพกแบงก์ย่อยไว้ · ส่วนเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เดอะเซ้นส์ และร้านบุฟเฟ่ต์ใหญ่รับบัตรและสแกนจ่ายได้ พิพิธภัณฑ์บางแห่งซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าได้
ตลาดวังหลังคนเยอะสุดช่วงเที่ยงถึงบ่ายและเย็นเลิกงาน ไปช่วง 10.00-11.00 น. จะเดินสบายกว่าและของยังครบ · พิพิธภัณฑ์ศิริราชและเรือพระราชพิธีปิดวันจันทร์-อังคาร ส่วนตลาดอินดี้เป็นตลาดกลางคืนเปิดหัวค่ำ วางแผนรอบเวลาก่อนไปจะได้ไม่เสียเที่ยว
วัดระฆังและวัดอมรินทรารามเป็นวัดที่มีคนมาทำบุญจริง ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าพระอุโบสถ และสำรวมเสียงในเขตวัด · พกผ้าคลุมไหล่ติดตัวไว้เผื่อแดดร้อนและไว้ใช้เข้าวัดได้สะดวก
ห้างและร้านบุฟเฟ่ต์ใหญ่มีเมนูภาพหรือภาษาอังกฤษและพนักงานพอสื่อสารได้ · ส่วนร้านในตลาดวังหลังหลายเจ้าเป็นเมนูไทยล้วน ใช้แอปแปลภาษาหรือชี้รูปอาหารช่วยสั่งได้ คนขายเป็นกันเอง พิพิธภัณฑ์หลายแห่งมีป้ายบรรยายสองภาษา
ตลาดและร้านจานเดียวไม่ต้องทิป · ร้านบุฟเฟ่ต์หรือร้านนั่งบริการบางแห่งมีชาร์จเซอร์วิสในบิลอยู่แล้ว เช็กท้ายบิลก่อน · ส่วนที่วัดสามารถหยอดตู้ทำบุญหรือซื้ออาหารปลาให้ที่ท่าน้ำตามศรัทธา ไม่มีกำหนดราคาตายตัว
วางแผนเที่ยวปิ่นเกล้า-วังหลังให้ครบในวันเดียว
เคล็ดลับคือเริ่มจากฝั่งวังหลังตอนเช้าแล้วค่อยขยับ เปิดวันที่ตลาดวังหลัง เดินกินมื้อเช้า-สาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ หมูทอด ขนมปังปิ้ง อรทัยซูชิ และของหวานโบราณ จากท่าวังหลังเดินต่อไป วัดระฆังโฆสิตาราม ตีระฆังขอพรและให้อาหารปลาที่ท่าน้ำชมวิวฝั่งพระนคร แล้วเดินเลียบไป พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน และ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ที่อยู่ในรั้วโรงพยาบาลเดียวกัน เผื่อเวลาช่วงเที่ยงเพราะตลาดวังหลังคนแน่น
ช่วงบ่ายข้ามไปฝั่งคลองบางกอกน้อยที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ชมเรือสุพรรณหงส์ตัวจริง แล้วแวะ วัดอมรินทราราม (หลวงพ่อโบสถ์น้อย) ที่อยู่ใกล้กัน · เย็น ๆ ไปนั่งเล่นรับลมที่ สวนหลวงพระราม 8 ชมพระอาทิตย์ตกหลังสะพานขึงสีทองและไฟกลางคืน ถ้าอยากชอปหรือดูหนังก็ปิดท้ายที่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่มีโรง IMAX หรือไปกินบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำที่ เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า และ ตลาดอินดี้ ปิ่นเกล้า ที่เปิดยาวถึงดึก · พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์-อังคาร เช็กวันก่อนไปจะชัวร์
เที่ยวปิ่นเกล้า-วังหลังหลายจุดแบบไม่ต้องรีบ จองที่พักย่านปิ่นเกล้าหรือฝั่งพระนครไว้สักคืนสะดวกกว่าเยอะ — ข้ามสะพานปิ่นเกล้าถึงตลาดวังหลังและสวนพระราม 8 ได้ง่าย ตื่นมาก็เริ่มเดินกินที่ตลาดได้เลย เทียบราคาที่พักหลายเว็บแล้วเลือกที่ถูกใจที่สุด
ดูที่พักย่านปิ่นเกล้า-วังหลัง เทียบราคา 3 เว็บ