🔄 ตรวจสอบล่าสุด 25 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ราชบุรีเป็นจังหวัดที่เที่ยวได้สองอารมณ์ในทริปเดียว ฝั่งตัวเมืองริมแม่น้ำแม่กลองมีของเก่าเล่าเรื่อง ทั้งตลาดเรือนไม้ ถนนคนเดินกลางคืน และย่านโอ่งมังกรที่เป็นของขึ้นชื่อประจำเมือง ส่วนฝั่งอำเภอสวนผึ้งติดเทือกเขาตะนาวศรีคือโซนธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย เต็มไปด้วยฟาร์มสัตว์ คาเฟ่ริมทะเลสาบ และน้ำพุร้อน ขับรถจากกรุงเทพมาเช้า เที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกก่อนเที่ยง แล้วไล่ขึ้นเขาไปนอนสวนผึ้งได้สบายในวันเดียว เป็นเส้นทางที่คนกรุงเทพชอบมากัน
ในลิสต์นี้มีของจริงที่การันตีด้วยชื่อเสียงมานาน ตลาดน้ำดำเนินสะดวกคือตลาดน้ำที่เปิดรับนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 2510 จนดังไกลถึงต่างประเทศ Alpaca Hill เป็นฟาร์มอัลปาก้าแห่งแรก ๆ ของเมืองไทยบนพื้นที่กว้างหลักร้อยไร่ วัดหนองหอยมีพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่บนเขาพร้อมจุดชมวิวเมืองราชบุรีแบบกว้างสุดตา ส่วน Tao Hong Tai : d Kunst คือหอศิลป์ร่วมสมัยที่ต่อยอดมาจากโรงงานเซรามิกเถ้าฮงไถ่อันเลื่องชื่อของเมืองโอ่ง อ่านจบแล้วเลือกได้เลยว่าทริปนี้อยากได้แนวไหน แล้วออกเดินทางกันได้เลย
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
ตลาดน้ำดำเนินสะดวกคือตลาดน้ำในตำนานของไทยที่อยู่คู่อำเภอดำเนินสะดวก ราชบุรี มากว่าร้อยปี และเป็นภาพจำของ "เมืองไทย" ที่คนทั่วโลกนึกถึง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 80 กิโลเมตร ขับรถชั่วโมงเศษก็ถึง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศวิถีริมคลอง เรือพายเต็มลำ พ่อค้าแม่ค้าใส่งอบพายเรือขายของ ใครชอบถ่ายรูป สายคอนเทนต์ หรือพาครอบครัว-เพื่อนต่างชาติมาสัมผัสของจริง ที่นี่จัดว่าใช่
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการลงเรือพายเลือกของกินริมคลอง เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือก๋วยเตี๋ยวเรือรสเข้ม ๆ กินคู่กับบรรยากาศน้ำ ๆ, ไอติมมะพร้าวเสิร์ฟในลูกมะพร้าวอ่อนใส่เนื้อมะพร้าวขูด, น้ำตาลสดและน้ำตาลปึกจากสวนตาลที่ได้เห็นวิธีทำของจริง รวมถึงข้าวเหนียวมะม่วงและผลไม้สวนอย่างมะพร้าวน้ำหอม ผัดไทยริมคลองก็เป็นอีกจานที่คนชอบสั่ง เดินเล่นริมตลิ่งซื้อของฝาก ของที่ระลึก แล้วแวะนั่งกินริมน้ำได้สบาย ๆ
ค่าเข้าตลาดฟรี ไม่มีเก็บค่าผ่านประตู จ่ายเฉพาะตอนอยากลงเรือ เรือพายราคาราว 1,000 บาทต่อชั่วโมงต่อลำ (นั่งได้สูงสุดราว 5 คน) ส่วนเรือยนต์ราว 2,000 บาทต่อชั่วโมง ข้อควรรู้ที่รีวิวเตือนตรงกันคือเรื่องราคาของกิน-ของฝากที่แพงกว่าปกติและการเรียกราคาเรือ แนะนำให้ตกลงราคาก่อนลงเรือทุกครั้ง และถ้ามาเป็นกลุ่มจะคุ้มกว่า ของบางอย่างเหมือนตลาดท่องเที่ยวทั่วไป เลือกซื้อเท่าที่อยากได้จริงจะสนุกกว่า
ตลาดเปิดทุกวัน คึกคักช่วงเช้าตั้งแต่ราว 07.00 น. ไปจนถึงเที่ยงกว่า ๆ ช่วงพีคของเรือและบรรยากาศสวยคือ 07.00–09.00 น. มาเช้าได้แสงเช้านุ่ม คนยังไม่แน่น ถ่ายรูปสวยและต่อราคาง่ายกว่า สาเหตุที่ยอดนิยมไม่เสื่อมคลายคือมันคือตลาดน้ำต้นตำรับที่ยังมีเรือพายขายของจริง วิถีคนริมคลองที่หาดูยาก บวกกับทำเลที่ไปง่ายจากกรุงเทพฯ มาทริปเดียวจับคู่กับตลาดรถไฟแม่กลองหรืออัมพวาได้สบาย
อุทยานหินเขางู (Khao Ngu Stone Park)
อุทยานหินเขางู เป็นสวนสาธารณะกลางแจ้งที่แปลงร่างมาจากเหมืองหินปูนเก่า ตั้งอยู่ ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 8 กิโลเมตร เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ มาเช้าเย็นกลับได้สบาย ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือสายถ่ายรูป จุดที่ทุกคนพูดถึงตรงกันคือภูเขาหินปูนสูงตระหง่านโผล่ซ้อนกันกลางบึงน้ำใหญ่ ฉากแบบนี้หาดูยากในที่เที่ยวใกล้เมือง พอเดินจากลานจอดรถมาก็จะเจอสะพานแขวนทอดข้ามบึง ซึ่งเป็นมุมยอดฮิตที่คนต่อคิวถ่ายรูปกัน
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "มุมลับเขางู" หรือภูผาแรด ที่อยู่ด้านหลังอุทยาน วิวหน้าผาหินสะท้อนน้ำสวยจนหลายคนบอกว่าเหมือนหลุดไปอยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีของเก่าทางประวัติศาสตร์อย่างถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถ และพระพุทธรูปสลักหน้าผาสมัยทวารวดีอายุหลายร้อยปี ให้เดินขึ้นบันไดไปชม และมีฝูงลิงอาศัยอยู่ตามเขา รีวิวหลายคนเตือนให้ขับรถระวังลิงและอย่าให้อาหารเอง เพราะมีกฎห้ามและค่าปรับ ส่วนในบึงเช่าเรือถีบเล่นได้ ให้อาหารปลาก็เพลิน
เรื่องงบ ตัวอุทยานเข้าฟรี (บางจุด/บางช่วงอาจมีเก็บค่าบำรุงเล็กน้อย) เรือถีบประมาณ 20 นาทีหลักหลายสิบบาท มีร้านอาหารและร้านค้าให้แวะ เปิดประมาณ 08.00–18.00 น. ทุกวัน ข้อควรรู้คือพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่โล่ง กลางวันแดดแรงและร้อนมาก แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็นจะถ่ายรูปสวยและสบายตัวกว่า บางคนติงเรื่องการดูแลความสะอาดบางจุดที่ยังต้องปรับปรุง แต่โดยรวมคนส่วนใหญ่ประทับใจกับวิวภูเขาหินปูนที่สวยและการที่เข้าได้แทบไม่เสียเงิน เลยกลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปที่คนแห่มาเช็กอินตลอด
Alpaca Hill
Alpaca Hill คือฟาร์มอัลปาก้าแห่งแรกของไทยที่สวนผึ้ง ราชบุรี ตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างกว่า 250 ไร่ ท่ามกลางภูเขาและป่าสน เปิดมาตั้งแต่ปี 2012 จนกลายเป็นหมุดหมายยอดฮิตของคนที่อยากเข้าใกล้สัตว์น่ารัก ที่นี่เหมาะมากกับครอบครัวที่พาเด็กมาเล่น คู่รักที่อยากเดินชิลล์ และสายถ่ายรูปที่ตามหามุมสวย ๆ จุดเด่นคือเดินวนเป็นโซนตามทางที่จัดไว้ ไม่หลง และเจอสัตว์ครบทุกชนิดแบบไม่ต้องเดาทาง
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดแน่นอนคือฝูงอัลปาก้าที่ให้เข้าไปป้อนอาหารและถ่ายรูปใกล้ ๆ แต่จริง ๆ แล้วที่นี่ไม่ได้มีแค่อัลปาก้า ยังมีจิงโจ้จิ๋ว (วอลลาบี) คาปิบารา กระต่าย นกฮูก นกยูง นกกระจอกเทศ แพะ แกะ และสัตว์แปลก ๆ อีกหลายชนิดกระจายตามโซน รวมแล้วราว 24-25 โซน อีกมุมที่คนแชร์กันเยอะคือบ้านฮอบบิทที่มีฝูงห่านเดินเล่นรอบ ๆ ถ่ายออกมาเหมือนอยู่ในเทพนิยาย และมีธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้เช่าชุดถ่ายกับนกฮูกด้วย
ค่าเข้าเริ่มที่ 290 บาทต่อคน (เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีส่วนลด/ฟรีตามเงื่อนไข) มีบัตรหลายระดับไล่ขึ้นไปถ้าอยากเล่นกิจกรรมเสริมอย่างซิปไลน์หรือ ATV จุดสำคัญที่ต้องรู้คือ ที่นี่รับเข้าชมแค่วันละ 200 คน และ ต้องจองผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อให้แต่ละกลุ่มมีพื้นที่ส่วนตัวกับสัตว์ ใครไม่ได้จองมาอาจเสียเที่ยว ฉะนั้นวางแผนก่อนไปจะคุ้มที่สุด
เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าสัตว์ดูแลดี สะอาด พนักงานน่ารัก และเหมาะกับทุกวัย หลายคนบอกว่ามาแล้วเซอร์ไพรส์เพราะสัตว์เยอะกว่าที่คิด เดินเพลินได้ครึ่งวันถึงเต็มวัน ทำเลอยู่ที่ 357 หมู่ 8 ถนนผาปก-ตะโก อ.สวนผึ้ง ขับรถจากกรุงเทพประมาณ 2-3 ชั่วโมง เปิดทุกวันแต่เวลาปิดต่างกันเล็กน้อยตามวัน ข้อควรรู้เพิ่มเติม: ช่วงตัดขนอัลปาก้า (ราว ก.พ.-มิ.ย.) ขนจะสั้น ใครอยากเห็นตัวฟูควรเลือกมาช่วงปลายปี
วัดหนองหอย (เขาเจ้าแม่กวนอิม)
วัดหนองหอย หรือที่คนราชบุรีเรียกติดปากว่า "เขาเจ้าแม่กวนอิม" เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2416 ตั้งอยู่บนเขาแร้ง ต.เขาแร้ง ห่างจากตัวเมืองแค่ราว 12 กิโลเมตร ขับรถสบาย ๆ 15 นาทีก็ถึง จุดที่ทำให้วัดนี้ดังคือองค์พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์กวนอิมสีขาวองค์ใหญ่ สูง 16 เมตร หน้าตักกว้าง 9 เมตร ประดิษฐานในวิหารบนยอดเขาด้านหนึ่ง เหมาะมากสำหรับสายไหว้พระขอพร สายชมวิว และคนที่อยากหามุมสงบใกล้กรุงเทพฯ (ห่างแค่ราว 100 กิโลเมตร)
วัดแบ่งเป็นสองยอดเขาที่เดินเชื่อมถึงกัน ฝั่งหนึ่งคือเขาเจ้าแม่กวนอิม อีกฝั่งคือ "เขาพระใหญ่" ที่ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรัตนโกสินทร์มหามุนี องค์สีฟ้า-ขาวประดับโมเสกสูงราว 30 เมตร สิ่งที่ห้ามพลาดคือเดินขึ้นไปกราบพระแล้วยืนชมวิวเมืองราชบุรีแบบเปิดโล่ง 360 องศา มองเห็นทุ่งนา ภูเขา และตัวเมืองกว้างสุดตา รีวิวหลายคนบอกตรงกันว่าลมเย็นมากและเป็นจุดถ่ายรูปสวย โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แดดอ่อนลงและพระอาทิตย์กำลังจะตก บรรยากาศกำลังดี
วัดเปิดทุกวันประมาณ 07.00–17.00 น. เข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม มีลานจอดรถฟรีและขับรถขึ้นไปถึงด้านบนได้ มีร้านขายของกินของฝากเล็ก ๆ ให้เดินเล่น ช่วงเทศกาลตรุษจีนและงานบุญจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นที่ศรัทธาของคนราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมานาน
ข้อควรรู้สำคัญที่รีวิวฝรั่งและคนไทยเตือนไว้ตรงกันคือ บนวัดมีลิงเยอะมาก น่ารักก็จริงแต่ซนและชอบฉวยของ แนะนำให้เก็บแว่น หมวก ถุงอาหาร และของมีค่าให้มิดชิด อย่าถือถุงพลาสติกเดินโชว์ และเลี่ยงการให้อาหารลิง นอกจากนี้ทางเป็นบันไดขึ้นเขา ใส่รองเท้าที่เดินสบายไว้จะดีกว่า เผื่อแรงไว้เดินขึ้นไปเก็บวิวให้ครบทั้งสองยอด
Tao Hong Tai : d Kunst
ถ้าอยากได้คาเฟ่ที่มีอะไรมากกว่าแก้วกาแฟ Tao Hong Tai : d Kunst คือหมุดที่คนราชบุรีบอกต่อกันมานาน เป็นหอศิลป์ร่วมสมัยแห่งแรกของจังหวัด ตั้งอยู่ในเรือนไม้เก่าสไตล์มะนิลาสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ริมแม่น้ำแม่กลอง ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี เจ้าของคือช่างเซรามิกของโรงงานเถ้าฮงไถ่ เลยเอากระเบื้องและงานปั้นทำมือมาแต่งทั้งหลังจนกลายเป็นที่เดียวที่ได้ทั้งจิบเครื่องดื่ม เดินดูงานศิลป์ และเก็บรูปสายอาร์ตในที่เดียว เหมาะกับคนชอบคาเฟ่มีคาแร็กเตอร์ สายถ่ายรูป และคนที่อยากพักจากร้านกาแฟแบบเดิม ๆ
ไฮไลต์อยู่ที่ตัวอาคารสามชั้น แต่ละชั้นเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน ชั้นล่างเป็นโซนนั่งดื่มที่งานศิลป์แทรกอยู่ทั่ว ชั้นสองเป็นเคาน์เตอร์บาร์เด่นด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเขียวสดทำมือ ส่วนชั้นบนสุดเปิดเป็นแกลเลอรีหมุนเวียนผลงานของศิลปินไทยและต่างชาติ สิ่งที่ห้ามพลาดคือมุมกระเบื้องเซรามิกเถ้าฮงไถ่ บันไดไม้เก่า และวิวริมน้ำจากบางมุม รีวิวจริงหลายคนชมว่าตกแต่งสวย มุมถ่ายรูปเยอะ พนักงานเล่าเรื่องนิทรรศการได้ดี เครื่องดื่มก็ทำได้ใช้ได้ แต่บางเสียงก็บอกตรง ๆ ว่าบางช่วงดูเงียบ ๆ และพื้นที่บางส่วนเก่าตามอายุอาคาร
เรื่องงบสบายกระเป๋า เข้าชมหอศิลป์ไม่เก็บค่าเข้า เครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ในหลักไม่เกิน 100 บาท มีทั้งกาแฟ อิตาเลียนโซดา นมสด โกโก้ ชาเขียว และไอศกรีม สั่งแล้วเดินชมงานได้สบาย ๆ ทำเลอยู่บนถนนวรเดช ใจกลางเมืองราชบุรี เดินจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้เลย จอดรถได้ฝั่งตรงข้าม เปิดทุกวัน 09.00–18.00 น. ปิดวันพุธ
ที่นี่ยอดนิยมเพราะรวมสามอย่างที่คนเที่ยวราชบุรีมองหาไว้ในที่เดียว คือสถาปัตยกรรมเก่ามีเสน่ห์ งานเซรามิกที่เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด และมุมถ่ายรูปสไตล์อาร์ต ข้อควรรู้คือแกลเลอรีไม่มีแอร์แต่ออกแบบให้ลมผ่านได้ ช่วงกลางวันร้อน ๆ อาจอุ่นนิดหน่อย และนิทรรศการหมุนเวียนเรื่อย ๆ อยากดูงานชิ้นไหนเป็นพิเศษลองเช็กเพจก่อนได้
🛏️ นอนค้างคืนที่ราชบุรี-สวนผึ้ง
ราชบุรีเที่ยวสบายขึ้นเยอะถ้านอนค้างสักคืน โดยเฉพาะถ้าจะขึ้นไปสวนผึ้ง อากาศเย็นและมีรีสอร์ตวิวภูเขาให้เลือกเพียบ ตั้งแต่แคมป์ริมธารไปจนถึงรีสอร์ตสไตล์ยุโรป ส่วนใครเที่ยวฝั่งตัวเมืองและตลาดน้ำ เลือกโรงแรมกลางเมืองราชบุรีจะเดินทางสะดวกกว่า เทียบราคาหลายเว็บแล้วจองล่วงหน้า ช่วงวันหยุดยาวห้องเต็มไว
Veneto สวนผึ้ง (เวเนโต้)
ถ้าใครขับรถเที่ยวสวนผึ้งแล้วอยากได้ที่เดินเล่นถ่ายรูปสนุก ๆ พ่วงกับเล่นกับสัตว์แบบใกล้ชิด เวเนโต้ สวนผึ้ง คือชื่อที่คนพูดถึงกันเยอะ ที่นี่เป็นรีสอร์ต-คาเฟ่ริมทะเลสาบกว่า 20 ไร่ มีอาคารโทนขาว-ฟ้าสไตล์ซานโตรินีผสมเวนิส ตั้งอยู่กลางหุบเขา จุดขายตอนนี้คือโซน Mini Zoo ที่ให้เข้าไปป้อนอาหารและถ่ายรูปกับน้อง ๆ ได้ใกล้แบบเอามือแตะได้ เหมาะมากกับครอบครัวที่มีเด็ก คู่รักสายถ่ายรูป และกลุ่มเพื่อนที่อยากได้มุมเก๋ ๆ ลงโซเชียล
ไฮไลต์ที่คนรีวิวพูดถึงบ่อยสุดคือคาปิบารา ตัวนุ่มฟู นิสัยเฉื่อย ๆ ใจดี ให้อาหารได้สนิทมาก นอกจากนี้ยังมีม้าแคระ Shetland จากสกอตแลนด์ กระต่ายหูตก Holland Lop เต่าซูคาต้า แพะแองโกล่า นกฟลามิงโก และปลาคาร์ฟเป็นหมื่นตัวในทะเลสาบ อีกกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือปั่นจักรยานน้ำกลางทะเลสาบ พอเรือแล่นไปฝูงปลาคาร์ฟจะว่ายตามมาเป็นกลุ่ม ภาพแบบนี้หาดูที่อื่นยาก ส่วนสายถ่ายรูปมีโซนภาพ 4 มิติ Blacklight และมุมชิคกระจายทั่วพื้นที่
ค่าเข้าขยับมาเรื่อย ๆ ตามการปรับโซน ช่วงหลังอยู่ราว ๆ ผู้ใหญ่หลักร้อยต้น ผู้สูงอายุครึ่งราคา และเด็กตัวเล็กเข้าฟรี ส่วนอาหารสัตว์ซื้อเพิ่มเป็นชุดราว 50 บาท เปิดทุกวัน 08:30–18:00 น. อยู่ในตำบลสวนผึ้ง ใกล้แนวถนน 3087 ขับจากตัวเมืองราชบุรีมาทางสวนผึ้งสะดวก มีที่จอดรถและรถนำเข้าโซน
ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนไป หลายรีวิวบอกว่าราคาอาหารและกาแฟค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ และบางช่วงที่ร้านค้าในตลาดเงียบลงบรรยากาศจะดูเหงากว่าตอนเปิดใหม่ แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือเย็นแดดร่ม จะถ่ายรูปสวยและน้องสัตว์แอคทีฟกว่า มาเที่ยวเล่นกับสัตว์-เก็บรูปสัก 1-2 ชั่วโมงกำลังดี เป็นจุดแวะที่เด็กสนุก ผู้ใหญ่ก็เพลิน
Robinson Lifestyle ราชบุรี
ถ้ามาเที่ยวเมืองราชบุรีแล้วเจอฝนตก ฟ้าร้อน หรือแค่อยากหาที่เย็น ๆ พักขา กินข้าว ดูหนัง ช้อปของเข้าบ้าน ที่เดียวจบ Robinson Lifestyle ราชบุรี คือคำตอบที่คนในเมืองนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ เป็นศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางเมือง บริหารโดยกลุ่มเซ็นทรัล ข้างในมีห้างโรบินสันเป็นแม่เหล็กหลัก คู่กับซูเปอร์มาร์เก็ต Tops ที่คนแถวนี้แวะซื้อของสดของใช้กันประจำ เหมาะมากทั้งครอบครัวที่พาลูกมาเดินเล่น กลุ่มเพื่อนที่นัดเจอกัน หรือนักท่องเที่ยวที่อยากหาที่หลบร้อนแบบสบาย ๆ
ไฮไลต์ที่หลายคนมาเพื่อสิ่งนี้คือ SF Cinema อยู่ชั้น 2 โรงหนังใหม่ จอชัด เสียงดี ราคาเป็นกันเองมาก นักเรียนเริ่มต้นแค่ 69 บาท เดินออกจากโรงมาก็เจอ Starbucks นั่งจิบกาแฟต่อได้เลย โซนของกินมีทั้ง Food Haven แบบศูนย์อาหารรวมร้านดัง และร้านอาหารแยกกระจายตามชั้น ส่วนใครพาเด็กมาก็มีโซนเครื่องเล่นเด็กให้ปล่อยพลัง สายช้อปมี Super Sports, Power Buy, B2S, OfficeMate และ Mr.DIY ครบทั้งของกีฬา เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียน ของแต่งบ้าน เรียกว่ามาทีเดียวได้ของกลับครบ
เรื่องงบสบายใจได้ เข้าห้างไม่มีค่าเข้า จอดรถฟรี 2 ชั่วโมงแรก งบต่อหัวก็แล้วแต่จะกินจะช้อป มื้อในศูนย์อาหารหลักร้อยต้น ๆ ก็อิ่ม ทำเลอยู่ริมถนนศรีสุริยวงศ์ ใจกลางอำเภอเมืองราชบุรี เดินทางง่าย เปิดทุกวัน 10:00–21:00 น. เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าเป็นห้างใหญ่กลางเมืองที่ร้านค้าหลากหลาย พนักงานใจดีคอยช่วยเหลือ ชั้นบนชั้นล่างมีของกินเยอะ คะแนนรวมบน Google อยู่ที่ราว 4.3 ดาว จากรีวิวกว่าสี่พันรายการ ถือว่าคนในพื้นที่ให้ใจ
ข้อควรรู้นิดหน่อย ช่วงเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวคนเยอะ ที่จอดรถเต็มเร็ว มาช่วงสายหรือเย็นก่อนหนังรอบดึกจะกำลังดี ใครมาเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวกหรือสวนผึ้งแล้วผ่านตัวเมือง แวะที่นี่เติมพลังก่อนเดินทางต่อได้สบาย เป็นจุดแวะพักที่ลงตัวสำหรับทริปราชบุรี
ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน
ถ้าอยากหนีกรุงเทพไปสูดอากาศตลาดเก่าจริง ๆ "ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน" ที่ ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม ราชบุรี คือที่ที่เพื่อนอยากชวนไป ตลาดนี้เริ่มนับอายุตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นเมื่อปี 2431 ตัวตลาดเป็นลานกลางที่ถูกโอบด้วยห้องแถวไม้โบราณยาวเหยียดสองฝั่ง อายุนับร้อยปี ยังมีคนอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่ฉากถ่ายรูปอย่างเดียว จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากตลาดเก่าทั่วไปคือมันอยู่ติดสถานีรถไฟเจ็ดเสมียนและริมแม่น้ำแม่กลอง เดินออกมาก็เห็นรางรถไฟ เดินอีกนิดก็ถึงริมน้ำ เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเนิบ ๆ สายถ่ายรูปย้อนยุค และครอบครัวที่อยากพาผู้ใหญ่มาเดินเล่นชิล ๆ
ของกินคือพระเอกตัวจริง ของขึ้นชื่อประจำเจ็ดเสมียนคือ "ไชโป๊หวาน" (หัวไชโป๊ดอง) ที่เป็นของฝากติดไม้ติดมือกันแทบทุกคน ส่วนในตลาดยังมีเค้กมะพร้าวอ่อนเจ้าเก่า ก๋วยเตี๋ยว หมูแดง และของกินพื้นถิ่นเรียงรายตามแผง รีวิวนักเที่ยวส่วนใหญ่ชมว่าราคาเป็นมิตร ของกินทำสด และได้บรรยากาศชุมชนแบบไม่ปรุงแต่ง ใครชอบประวัติศาสตร์ก็แวะพิพิธภัณฑ์ชุมชนเจ็ดเสมียนที่เก็บภาพเก่าและข้าวของเครื่องใช้สมัยก่อน รวมถึงเดินต่อไปวัดเจ็ดเสมียนและศาลเจ้าได้ในย่านเดียวกัน
เรื่องเวลาเปิดต้องวางแผนนิดหนึ่ง เพราะตลาดคึกคักเฉพาะช่วงบ่ายแก่ถึงค่ำของวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ประมาณ 16:00–20:00 น. (บางช่วงมีตลาดวันพุธด้วย) ไม่ใช่ตลาดเปิดทุกวันทั้งวัน ถ้ามาผิดวันอาจเจอแค่ห้องแถวเงียบ ๆ เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า งบค่ากินของฝากหลักร้อยก็อิ่ม จากกรุงเทพขับรถราว 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะนั่งรถไฟลงสถานีเจ็ดเสมียนแล้วเดินเข้าตลาดได้เลย เป็นทริปวันเดียวเบา ๆ ที่ได้ทั้งของกิน บรรยากาศเก่า และวิวริมน้ำในที่เดียว
ตลาดเก่าโคยกี๊ (ถนนคนเดินริมน้ำราชบุรี)
ตลาดเก่าโคยกี๊ คือถนนคนเดินริมแม่น้ำแม่กลองใจกลางเมืองราชบุรี เปิดเฉพาะเย็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ คำว่า "โคยกี๊" เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่าริมน้ำ ตรงกับทำเลที่ทอดยาวเลียบถนนวรเดชไปตามตลิ่งแม่กลอง พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเป็นท่าค้าขายและจุดขนถ่ายโอ่งมังกรของดีประจำจังหวัด เทศบาลเลยฟื้นย่านตึกแถวจีนเก่าให้กลายเป็นตลาดเดินเล่นยามเย็น เหมาะมากกับคนที่อยากหาที่ทอดน่องชิล ๆ ริมน้ำ มากันเป็นครอบครัวหรือคู่รัก ไม่ต้องวางแผนอะไรเยอะ แค่เดินกินเดินเล่นไปเรื่อย
เส้นตลาดยาวเกือบ 1 กิโลเมตร เดินไปกลับสบาย ๆ สองข้างทางเป็นของกินสไตล์ตลาดนัดยาวตลอด ทั้งปลาหมึกย่าง ยำ ผลไม้ ขนมหวาน ปนกับเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และของฝาก OTOP ของชุมชน ไฮไลต์ที่หลายรีวิวพูดถึงคือประติมากรรมโอ่งมังกรพ่นน้ำตัวใหญ่ริมเขื่อน รวมถึงหอนาฬิกาและงานศิลปะตามจุดต่าง ๆ ที่ทำให้มีมุมถ่ายรูปเรื่อย ๆ ใครเดินเมื่อยก็แวะนวดเท้านวดตัวริมน้ำได้ ราคาย่อมเยา
จุดที่คนชอบที่สุดคือบรรยากาศ ลมจากแม่น้ำพัดเย็นสบาย ไม่แออัดเหมือนถนนคนเดินดัง ๆ ถ้ามาช่วงห้าโมงเย็นจะได้เห็นแสงพระอาทิตย์ตกริมแม่กลองสวย ๆ ก่อนตลาดจะคึกคักตอนหัวค่ำ เข้าฟรีไม่มีค่าเข้า งบต่อหัวสำหรับเดินกินเดินเล่นไม่กี่ร้อยบาทก็อิ่ม
ข้อควรรู้คือที่นี่เป็นตลาดท้องถิ่นจริง ๆ บางรีวิวบอกว่าของขายไม่ได้เก๋หรือคึกคักเท่าตลาดเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ จุดขายอยู่ที่ความเรียบง่ายและวิวริมน้ำมากกว่าความหวือหวา เปิดเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 17.00-22.00 น. ถ้ามาวันธรรมดาจะเจอแค่ย่านตลาดเงียบ ๆ ควรเช็กวันให้ดีก่อนออกเดินทาง
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง
ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติเล็ก ๆ กลางหุบเขาในอำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ที่หลายคนเรียกว่าเป็นน้ำพุร้อนที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ขับรถจากเมืองหลวงราว 2 ชั่วโมงก็ถึง น้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินมาจากเทือกเขาตะนาวศรี อุณหภูมิต้นธารสูงราว 60 องศา แต่ที่พิเศษคือน้ำใส ไม่มีกลิ่นกำมะถันฉุนแบบบ่อน้ำร้อนหลายที่ จึงแช่ได้สบายตัว เหมาะกับคนที่อยากหนีกรุงมาผ่อนคลายแบบไม่ต้องไปไกล มากันเป็นครอบครัวหรือคู่รักก็ลงตัว เด็ก ๆ ก็เล่นน้ำอุ่นได้
ไฮไลต์อยู่ที่บ่อแช่ให้เลือก 3 แบบ บ่อแช่เท้าเป็นบ่อปูกระเบื้องเล็ก ๆ สองบ่อ นั่งจุ่มขาฟรีไม่มีค่าบริการ ถ้าอยากลงตัวเต็มก็มีบ่อดิน (ราว 30 บาท) กับบ่อกระเบื้อง (ราว 50 บาท) ที่น้ำอุ่นกำลังดีประมาณ 38-45 องศา ใครไม่ได้เตรียมชุดมาก็มีชุดคลุมให้เช่าตัวละ 10 บาท เดินออกมาหน่อยมีร้านนวดเปิดโล่งให้นวดผ่อนคลายต่อ และมีร้านชาวบ้านขายของกินของดื่มเรียงราย แช่เสร็จหิว ๆ นั่งกินตรงนั้นได้เลย เสียงจากรีวิวจริงบอกตรงกันว่าน้ำอุ่นสบาย พนักงานเป็นกันเอง และบรรยากาศธรรมชาติเงียบสงบดี
เรื่องงบถือว่าเบามาก ค่าผ่านประตูแค่ 5 บาท รวมลงบ่อ นวด ของกินจิปาถะ ก็ยังหลักร้อยต้น ๆ ต่อคน มีที่จอดรถกว้างฟรี ห้องเปลี่ยนเสื้อ ห้องอาบน้ำพร้อม เปิดทุกวัน วันธรรมดา 08.00-17.00 น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดเปิดถึง 18.00 น. วันธรรมดาคนไม่เยอะ ได้ความสงบ ส่วนเสาร์-อาทิตย์คนจะแน่นขึ้น
ข้อควรรู้สักนิด ที่นี่เป็นบ่อธรรมชาติแบบบ้าน ๆ ไม่ใช่สปารีสอร์ตหรู บางมุมดูเก่าไปบ้าง พื้นที่ค่อนข้างเล็กถ้ามาวันคนเยอะอาจต้องรอคิวบ่อ น้ำต้นธารร้อนจริงจึงควรค่อย ๆ ลง และมีเก็บค่าเข้าต่างชาติแยกจากคนไทย แต่ถ้ามองหาที่แช่น้ำร้อนธรรมชาติงบประหยัด ใกล้กรุง คู่กับทริปเที่ยวสวนผึ้ง ที่นี่ตอบได้ดี จึงเป็นหมุดยอดนิยมของสายเที่ยวสวนผึ้งมานาน
จองตั๋ว-ทัวร์เที่ยวราชบุรีล่วงหน้า
เที่ยวราชบุรีหลายจุดในวันเดียว จองตั๋วและทัวร์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide ช่วยให้ลื่นไหลขึ้นมาก ทั้งทัวร์ตลาดน้ำดำเนินสะดวกแบบมีรถรับส่งจากกรุงเทพ ตั๋วเรือพายในตลาด และแพ็กเกจฟาร์มสัตว์ที่สวนผึ้ง จองออนไลน์ได้ราคาชัดเจน ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วหน้างาน และบางทัวร์มีไกด์พาเที่ยวพร้อมเล่าเรื่องให้ฟัง
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ราชบุรี
Ratchaburi's sights are spread out and public transport is limited, especially out in Suan Phueng. Renting a car or hiring a driver for the day is the easiest way to combine the floating market, temples and mountain farms.
Floating-market vendors, paddle-boat rentals and small street stalls almost always take cash only. Bring small Thai baht notes; ATMs are easy to find in Ratchaburi town but scarce around the markets and Suan Phueng.
Damnoen Saduak floating market is busiest and most photogenic before late morning, then quiets down by early afternoon. Aim to arrive before 11am. The old markets (Jet Samian, Koh Yuki) only open Friday to Sunday.
At Wat Nong Hoi and other temples, cover your shoulders and knees. Shoes come off inside shrine buildings. A light scarf in your bag is handy for the hilltop Guan Yin shrine.
Staff at bigger attractions like Alpaca Hill and Robinson speak some English, but small vendors and rural spots may not. A translation app and screenshots of place names in Thai help a lot when asking for directions.
At Bo Khlueng hot spring the foot bath is free and the bathing pools cost only a few baht, but there are few rentals on site. Pack a small towel and a change of clothes if you plan to soak.
วางแผนเที่ยวราชบุรีหนึ่งวันให้คุ้ม
ถ้ามีวันเดียว แนะนำแบ่งเป็นสองโซน ตอนเช้าลุยฝั่งที่ราบก่อน เริ่มที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกให้ทันช่วงคึกคักก่อน 11 โมง เพราะตลาดเริ่มวายช่วงบ่าย จากนั้นแวะอุทยานหินเขางูที่อยู่ในตัวเมืองราชบุรี ถ่ายรูปภูเขาหินปูนกลางบึงและขึ้นไปดูพระพุทธรูปสลักหน้าผา
ช่วงบ่ายค่อยไล่ขึ้นวัดหนองหอยไปกราบเจ้าแม่กวนอิมและชมวิวเมือง แล้วมุ่งหน้าสวนผึ้งไปปิดท้ายที่Alpaca Hill หรือVeneto สวนผึ้งให้ทันแสงเย็น ถ้าค้างคืนสวนผึ้ง เช้าวันรุ่งขึ้นแวะแช่เท้าที่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงคลายเมื่อยก่อนกลับ ส่วนสาย ตลาดเก่าอย่างเจ็ดเสมียนและตลาดโคยกี๊เปิดเฉพาะศุกร์-อาทิตย์ ต้องเช็กวันก่อนไป
นอนค้างที่สวนผึ้งหรือในเมืองราชบุรีสักคืน จะได้เที่ยวสบาย ๆ ไม่ต้องรีบขับกลับกรุงเทพ มีตั้งแต่รีสอร์ตวิวภูเขาไปจนถึงโรงแรมกลางเมือง เทียบราคาและจองล่วงหน้าได้เลย โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ห้องเต็มเร็ว
เช็กที่พักราชบุรี-สวนผึ้ง
