🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของศรีสะเกษคือ "เมืองที่ของเที่ยวหลากแนวอยู่ในจังหวัดเดียว" จุดเด่นในเมืองกระจุกอยู่รอบเกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ สวนสาธารณะใจกลางเมืองกว่า 90 ไร่ที่มีทั้งลู่ปั่นจักรยาน หอคอยศรีลำดวน 16 ชั้นขึ้นชมวิวเมืองรอบทิศ และอควาเรียมพาเด็กเดินลอดอุโมงค์ดูปลา กลางเมืองยังมีสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สวนสมเด็จแห่งแรกของไทยที่มีดงลำดวนนับหมื่นต้นให้เดินเล่นรับลม ส่วนสายวัดมีให้เลือกเยอะ ทั้งวัดล้านขวดที่ขุนหาญ สิมกลางน้ำวิบวับด้วยขวดแก้ว วัดเรือสุพรรณหงส์กลางสระ และพระธาตุเรืองรองศิลปะสี่เผ่าไทย ออกนอกเมืองไปทางกันทรลักษ์ก็เจอชุมชนสวนทุเรียนภูเขาไฟแถบดินภูเขาไฟพนมดงรัก ของขึ้นชื่อระดับ GI เที่ยวต่อกันได้ไม่ยาก ทั้งสายมู สายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ และสายครอบครัว
ในลิสต์นี้มีหมุดที่มาศรีสะเกษแล้วไม่ควรพลาด อย่างวัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) พระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตกลางเมืองศรีสะเกษ วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) ที่ประดับขวดแก้วกว่า 1.5 ล้านขวดทั้งหลัง ปราสาทสระกำแพงใหญ่ กลุ่มปราสาทขอมศิลปะบาปวน-นครวัดที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด พระธาตุเรืองรองที่ผสมศิลปะสี่เผ่าไทย ลาว เขมร ส่วย เยอ และหมู่บ้านซำตารมย์ที่เข้าชิมทุเรียนภูเขาไฟ GI ถึงสวน ของขึ้นชื่อระดับที่มีเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟประจำปีปลายเดือนมิถุนายน สายคาเฟ่ก็มีหลงป่ากลางต้นไม้ใหญ่ในเมือง เลื่อนอ่านรายละเอียดทีละจุดแล้วจัดเส้นทางของตัวเองได้เลย
วัดมหาพุทธาราม (วัดพระโต) หลวงพ่อโต
ถ้าให้เลือกที่เดียวที่เป็นหัวใจของเมืองศรีสะเกษจริง ๆ คนที่นี่มักนึกถึงวัดมหาพุทธาราม หรือที่คนเรียกติดปากกันว่า "วัดพระโต" วัดนี้อยู่ใจกลางเมืองริมถนนขุขันธ์ ขับรถหรือเดินมาจากตลาดในเมืองก็ถึง ไม่ต้องออกไปไกล เป็นที่แรกที่หลายคนพามาเวลามีญาติหรือเพื่อนมาเยือน เพราะมันคือศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งจังหวัดมานานหลายชั่วอายุคน
สิ่งที่ทุกคนตั้งใจมากราบคือ "หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ สูงจากฐานถึงยอดเกศราว 6.85 เมตร หน้าตักกว้างประมาณ 3.50 เมตร เสียงเล่าที่ฟังกันต่อ ๆ มาว่าองค์พระมีที่มาเก่าแก่มาก สันนิษฐานกันว่าย้อนไปถึงสมัยขอม และคนเก่าแก่เล่าว่าตอนสร้างเมืองศรีสะเกษใหม่เมื่อราวปี พ.ศ. 2328 มีคนบังเอิญไปพบองค์พระประดิษฐานอยู่กลางป่าแดง เลยสร้างวัดครอบไว้ตรงนั้น ก่อนจะค่อย ๆ กลายมาเป็นวัดใหญ่ที่ได้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงในเวลาต่อมา
บรรยากาศในวัดเงียบสงบกว่าที่คิดทั้งที่อยู่กลางเมือง ช่วงเช้ากับช่วงเย็นแดดไม่แรง คนมาไหว้พระ จุดธูปเทียน ปิดทอง และนั่งพักใต้ร่มไม้กันเรื่อย ๆ หลายคนที่เป็นสายมูแวะมาขอพรเรื่องการงาน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล แล้วถ่ายรูปองค์หลวงพ่อโตเป็นที่ระลึก ถ้ามาเป็นครอบครัวก็เดินชมรอบ ๆ ได้สบาย ไม่เร่งรีบ
เรื่องการมาเยือน วัดเปิดให้เข้าได้ทุกวันตั้งแต่ราว 06:00 ถึง 18:00 น. เข้าชมและกราบไหว้ได้โดยไม่เสียค่าเข้า แต่งกายสุภาพแบบเข้าวัดทั่วไปก็พอ จอดรถได้ในบริเวณวัด เหมาะจะเริ่มทริปเมืองศรีสะเกษที่นี่เป็นจุดแรก แล้วค่อยไปต่อตลาดหรือร้านอาหารในเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า "วัดล้านขวด" คือวัดป่าเล็ก ๆ ที่บ้านดอน ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กดังของศรีสะเกษ เพราะแทบทุกหลังในวัด ตั้งแต่ซุ้มประตู กำแพง ศาลา หอระฆัง กุฏิ ไปจนถึงห้องน้ำ ล้วนประดับด้วยขวดแก้วหลากสีรวมกันกว่า 1.5 ล้านขวด ไอเดียนี้มาจากหลวงปู่ลอด ที่เห็นขวดเหลือทิ้งในชุมชนแล้วเอามาเรียงเป็นงานศิลป์ พอแดดส่องทีไรผนังทั้งหลังจะวิบวับเหมือนกระจกสี เหมาะมากสำหรับคนชอบวัดสวยแปลกตา สายถ่ายรูป และครอบครัวที่อยากแวะไหว้พระเงียบ ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือ "สิมกลางน้ำ" หรือโบสถ์ทรงจตุรมุขที่ตั้งเด่นอยู่กลางสระ ตัวอาคารหุ้มด้วยขวดแก้วทั้งหลัง สะท้อนเงาลงน้ำสวยมากโดยเฉพาะช่วงแดดเช้ากับช่วงเย็น อีกจุดที่คนชอบคือผนังด้านในที่เอาฝาขวดมาเรียงเป็นลวดลาย ลองสังเกตดี ๆ จะเห็นความตั้งใจของช่าง นอกจากนี้ยังมีพระประธานหินหยกขาวองค์ใหญ่ให้กราบขอพร รีวิวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชมว่าแปลกตาและยิ่งใหญ่กว่าที่คิด ใช้เวลาเดินชมราว 1-2 ชั่วโมงกำลังดี
เรื่องงบสบายมาก เพราะเป็นวัด เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า มีแค่ตู้ทำบุญตามศรัทธา บรรยากาศรอบวัดค่อนข้างสงบร่มรื่นแบบวัดป่า เปิดให้เข้าชมราว 06:00-18:00 น. ทุกวัน ทำเลอยู่ทาง อ.ขุนหาญ ค่อนข้างไกลตัวเมือง ขับรถส่วนตัวสะดวกสุด แนะนำให้จับคู่เที่ยวกับที่เที่ยวอื่นในขุนหาญในวันเดียว แต่งกายสุภาพเพราะเป็นเขตศาสนสถาน
ข้อควรรู้: เมื่อเดือนเมษายน 2567 เจดีย์หลังใหม่ที่กำลังก่อสร้าง (ยังไม่เสร็จ) ได้พังถล่มลงมา ทางวัดเตรียมสร้างใหม่ แต่ตัวไฮไลต์เดิมอย่างสิมกลางน้ำ อุโบสถขวดแก้ว และพระประธานยังอยู่ครบ และนักท่องเที่ยวก็ยังแวะมาเที่ยวต่อเนื่องเหมือนเดิม ใครจะไปช่วงนี้ก็ยังถ่ายรูปสวย ๆ ได้สบาย
วัดพระธาตุสุพรรณหงส์
วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ หรือที่คนแถวนี้เรียกกันติดปากว่า "วัดบ้านหว้าน" เป็นวัดที่ถ้าใครชอบหามุมถ่ายรูปวัดแปลกตา ต้องเก็บไว้ในลิสต์ จุดที่ทำให้คนแวะมากันเยอะคือพระอุโบสถสีทองที่สร้างอยู่บนเรือสุพรรณหงส์จำลองขนาดใหญ่ ตั้งลอยอยู่กลางสระน้ำ ตัวอุโบสถกว้างราว 5 เมตร ยาวประมาณ 13.6 เมตร มียอดมณฑปซ้อนชั้นสำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มองจากริมสระแล้วเหมือนเรือพระที่นั่งลอยน้ำจริง ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้รูปวัดสวย ๆ แบบไม่ซ้ำใคร และสายไหว้พระทำบุญที่อยากได้บรรยากาศสงบ ๆ ใกล้เมือง
สิ่งที่ห้ามพลาดคือทางเดินเข้าอุโบสถที่ทำเป็นบันไดพญานาคทอดยาวข้ามน้ำ ลวดลายพญานาคสีเขียวสลักสวยตั้งแต่ทางเข้า หลายรีวิวบอกตรงกันว่า "วัดสวยตั้งแต่ทางเข้าเลย" เดินขึ้นไปด้านบนจะได้กราบพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป รวมถึงรูปหลวงปู่ทวดและสมเด็จโต ตรงนี้ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้น ช่วงเช้าหรือเย็นแสงนุ่ม น้ำในสระนิ่ง เป็นจังหวะถ่ายรูปสะท้อนเงาเรือได้สวยที่สุด
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายมาก เข้าชมฟรี ไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวันตั้งแต่ราว 05:00 ถึง 18:00 น. ทำเลอยู่ที่บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ขับรถไปสบาย ๆ ราว 15-20 นาที จอดรถได้ในวัด ถ้าอยากได้บรรยากาศชุมชนแนะนำมาวันอาทิตย์ เพราะมีตลาดวัฒนธรรมชุมชนบ้านหว้าน ขายของกินของพื้นบ้านราคาเป็นกันเอง
ที่วัดนี้ติดอันดับวัดน่าเที่ยวของศรีสะเกษเพราะภาพอุโบสถบนเรือกลางน้ำมันจำง่ายและแชร์กันต่อในโซเชียลเยอะ คะแนนรีวิวบน Google อยู่ราว 4.5 จัดว่าดี ข้อควรรู้นิดหน่อยคือเป็นวัดในชุมชน ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ จึงควรแต่งกายสุภาพ สำรวมเสียงตอนอยู่ในเขตอุโบสถ และเผื่อใจว่าบางวันที่ไม่ใช่วันหยุดอาจเงียบ ๆ ซึ่งกลายเป็นข้อดีสำหรับคนที่อยากถ่ายรูปแบบไม่มีคนเดินตัดเฟรม
เกาะกลางน้ำ ห้วยน้ำคำ และหอคอยศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ
ถ้าอยากเห็นศรีสะเกษทั้งเมืองในคราวเดียว เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำคือคำตอบ เกาะสวนสาธารณะพื้นที่กว่า 90 ไร่ที่ลอยอยู่กลางอ่างเก็บน้ำใจกลางเมือง เชื่อมเข้าออกด้วยสะพาน บนเกาะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลู่ปั่นจักรยานและวิ่งวนรอบเกาะยาวราว 3.6 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่อยากออกกำลังกายเช้า-เย็น พาเด็กมาวิ่งเล่น หรือมานั่งชิลริมน้ำแบบไม่ต้องเสียค่าเข้า คนศรีสะเกษมาที่นี่กันเป็นกิจวัตร เลยเป็นพื้นที่พักผ่อนกลางเมืองที่มีชีวิตชีวาจริง ๆ
พระเอกของเกาะคือหอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติ หอคอย 16 ชั้น สูงราว 84 เมตร ตั้งตระหง่านเป็นแลนด์มาร์กที่สูงที่สุดในจังหวัด ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดแล้วเดินชมวิวเมืองได้รอบทิศ 360 องศา มองเห็นทั้งตัวเกาะ อ่างน้ำ และเมืองศรีสะเกษทอดยาว ช่วงเย็นคือเวลาทอง หลายรีวิวบอกตรงกันว่าพระอาทิตย์ตกที่นี่สวยมาก ชั้นล่าง ๆ ยังมีนิทรรศการเล่าประวัติเมือง บุคคลสำคัญ และวิถีชาวศรีสะเกษให้เดินดูก่อนขึ้นไปด้านบน
เรื่องงบสบายกระเป๋า สวนเข้าฟรี ส่วนขึ้นหอคอยผู้ใหญ่ราว 30 บาท เด็กและนักเรียน 20 บาท ผู้สูงอายุและเด็กตัวเล็กเข้าฟรี ที่จอดรถกว้าง มีห้องน้ำบริการ บนเกาะยังมีศรีสะเกษอควาเรียมให้แวะต่อได้ในทริปเดียว ข้อควรรู้คือหอคอยปิดวันจันทร์ และเวลาเปิดหอจะสั้นกว่าตัวสวน (สวนเปิดเช้ายันค่ำ ราว 05:00–20:00) ถ้าตั้งใจมาขึ้นหอควรมาช่วงสาย-บ่ายให้ทันก่อนปิด
ทำเลอยู่ย่านถนนเลี่ยงเมือง ต.เมืองใต้/หนองครก ห่างจากตัวเมืองแค่ไม่กี่นาที ขับรถหรือนั่งมอเตอร์ไซค์มาง่าย จุดที่ทำให้ที่นี่ยอดนิยมคือได้ครบในที่เดียว ทั้งออกกำลังกาย ชมวิวมุมสูง ดูพระอาทิตย์ตก และพาครอบครัวมาเดินเล่นแบบไม่ต้องวางแผนอะไรมาก เป็นที่เที่ยวกลางเมืองที่มากี่รอบก็ไม่เบื่อ
วัดพระธาตุเรืองรอง
ถ้ามาศรีสะเกษแล้วอยากได้ภาพจำที่เป็นตัวแทนของจังหวัดจริง ๆ วัดพระธาตุเรืองรอง (วัดบ้านสร้างเรือง) คือหมุดที่หลายคนยกให้เป็นแลนด์มาร์กคู่เมือง อยู่ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง ห่างตัวเมืองไปทางเหนือราว 7–8 กิโลเมตร ขับรถสบาย ๆ ไม่ถึงยี่สิบนาที พระธาตุองค์นี้สร้างโดยหลวงปู่ธัมมา พิทักษา คนบ้านสร้างเรืองโดยกำเนิด เด่นตรงเป็นพระธาตุทรงสูงหลายชั้น สูงประมาณ 49 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น และที่ทำให้คนพูดถึงมากคือเป็นงานสถาปัตยกรรมผสมศิลปะ 4 เผ่าไทยของอีสานใต้ — ลาว เขมร ส่วย และเยอ — เลยให้กลิ่นอายที่ไม่เหมือนวัดทั่วไป เหมาะกับสายวัฒนธรรม สายถ่ายรูป และครอบครัวที่อยากพาเด็กมาดูของจริงมากกว่าอ่านในหนังสือ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือเดินขึ้นบันไดไปจนถึงชั้นบนสุด แล้วออกไปชมวิวเมืองศรีสะเกษแบบเปิดโล่งรอบทิศ รีวิวนักท่องเที่ยวหลายคนพูดตรงกันว่าวิวข้างบนคุ้มกับการเดินขึ้น ระหว่างทางยังแวะพิพิธภัณฑ์สี่เผ่าไทยที่จัดอยู่ชั้น 2–3 ได้ ข้างในเก็บข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านเก่า ๆ เครื่องมือทำมาหากิน และของสะสมที่เล่าวิถีชีวิตคนสี่เผ่าในแถบนี้ ส่วนลานจอดรถมีรูปปั้นรถเทียมวัวเป็นจุดถ่ายรูปแรกที่ทุกคนมักหยุดเก็บภาพก่อนเข้าวัด
เรื่องงบสบายมาก เพราะเข้าชมฟรี ไม่มีค่าตั๋ว มีแต่ตู้ทำบุญให้หยอดตามศรัทธา เปิดทุกวันประมาณ 06:00–18:00 น. แนะนำมาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ ที่แดดเริ่มอ่อน เพราะบันไดค่อนข้างชันและชั้นบนแดดแรง ถ้ามากลางวันเตรียมน้ำกับหมวกไว้หน่อยจะสบายกว่า ที่นี่เป็นวัด การแต่งกายสุภาพช่วยให้เที่ยวได้สบายใจ
ที่คนนิยมเพราะมันรวมหลายอย่างในที่เดียว — ได้ไหว้พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานชั้นบน ได้เรียนรู้วิถีสี่เผ่าไทยอีสานใต้ และได้จุดชมวิวเมืองในที่เดียวกัน โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท เป็นจุดเริ่มต้นทริปศรีสะเกษที่ลงตัว ใช้เวลาเดินชมจริงจังราวหนึ่งถึงสองชั่วโมง ข้อควรรู้เล็กน้อยคือบางช่วงพิพิธภัณฑ์อาจปิดหรือต้องสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน และวันสำคัญทางศาสนาคนจะเยอะกว่าปกติ
🛏️ ที่พักศรีสะเกษ — นอนในเมืองหรือใกล้กันทรลักษ์-ขุนหาญ
เที่ยวศรีสะเกษให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้เดินเล่นเกาะกลางน้ำยามเย็นและเที่ยววัดล้านขวดและสวนทุเรียนภูเขาไฟแบบสบาย ๆ ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ ใกล้เกาะกลางน้ำ สวนสมเด็จ อควาเรียม และสถานีรถไฟ มีทั้งโรงแรมในเมืองและที่พักราคาเป็นกันเอง เดินทางต่อสะดวก ส่วนใครเน้นเที่ยวสายกันทรลักษ์-ขุนหาญ เลือกที่พักฝั่งกันทรลักษ์จะประหยัดเวลาขับรถเช้าแรกได้เยอะ เลือกทำเลให้ใกล้จุดที่อยากเที่ยวเช้าแรกจะคุ้มที่สุด ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักศรีสะเกษ (Agoda)สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ
คนศรีสะเกษเรียกสั้น ๆ ว่า "สวนสมเด็จย่า" และถ้าจะให้แนะนำที่เดินเล่นพักผ่อนในตัวเมืองสักแห่ง คนที่นี่มักนึกถึงที่นี่ก่อนเสมอ จุดที่ทำให้สวนนี้พิเศษคือเป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แห่งแรกของประเทศไทย เปิดมาตั้งแต่ปี 2524 บนพื้นที่กว้างราว 237 ไร่ ต.หนองครก ห่างจากใจกลางเมืองแค่ขับรถไม่กี่นาที
ของขึ้นชื่อจริง ๆ คือ "ดงลำดวน" ต้นลำดวนที่ขึ้นเต็มพื้นที่กว่าสี่หมื่นต้น ลำดวนเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ พอถึงช่วงราวเดือนมีนาคมต้นจะพร้อมใจกันออกดอก ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั้งสวน ช่วงนั้นทางจังหวัดจะใช้ที่นี่จัดงานใหญ่ประจำปีคือ "งานเทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานตำนานสี่เผ่าไทย" มีการแสดงแสงสีเสียงเล่าเรื่องราวของชาวลาว ส่วย เขมร เยอ ที่เป็นรากของคนศรีสะเกษ ถ้ามาตรงช่วงนี้บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ
นอกจากเดินเล่นใต้ร่มไม้ ในพื้นที่ยังมีสวนสัตว์ศรีสะเกษอยู่ด้วย มีทั้งกวาง นกกระจอกเทศ จระเข้ ไปจนถึงฮิปโปโปเตมัส เด็ก ๆ มักชอบ ส่วนนี้แยกเก็บค่าเข้าต่างหาก เด็กประมาณ 10 บาท ผู้ใหญ่ราว 30 บาท แต่ตัวสวนสาธารณะเข้าฟรี หลายครอบครัวจึงมาปูเสื่อนั่งเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือพาเด็กมาให้อาหารปลาในช่วงเย็น ๆ
มาเดินสวนแนะนำช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า เพราะกลางวันแดดค่อนข้างแรง สวนเปิดทุกวันประมาณ 08.30–18.00 น. ใครอยากเห็นลำดวนบานต้องวางแผนมาช่วงมีนาคม แต่ถ้ามาวันธรรมดาทั่วไปก็ยังเป็นที่พักผ่อนเงียบ ๆ ร่มรื่นที่เหมาะแวะระหว่างเที่ยวเมืองศรีสะเกษ
ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ (Sisaket Aquarium)
ถ้าใครพาเด็ก ๆ มาเที่ยวเมืองศรีสะเกษแล้วกลัวเด็กเบื่อ ที่นี่คือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ หรือ Sisaket Aquarium เป็นอควาเรียมแห่งแรกของภาคอีสานตอนใต้ อยู่ในสวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา บนเกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ จัดแสดงปลาน้ำจืดและปลาทะเลรวมกว่า 4,000 ตัว แบ่งเป็นปลาน้ำจืดราว 79 ชนิดและปลาทะเลอีก 22 ชนิด เดินชมเพลิน ๆ ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก กลุ่มนักเรียน หรือคนที่อยากหลบแดดอีสานสักชั่วโมงสองชั่วโมง
ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึงตรงกันคืออุโมงค์แก้วใต้น้ำยาว 24 เมตร เดินลอดแล้วมีปลาว่ายอยู่เหนือหัวรอบตัว ทั้งฉลาม กระเบน เต่า และปลาตัวใหญ่ ๆ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือโชว์นักประดาน้ำลงไปให้อาหารปลาในตู้ใหญ่ ปกติจัดช่วงบ่ายราว 14.00 น. ถ้าอยากดูควรกะเวลามาให้ทัน รีวิวฝรั่งบน Tripadvisor ชมว่าอาคารสวย จัดวางเป็นระเบียบ มีป้ายข้อมูลทั้งไทยและอังกฤษ คุ้มค่าตั๋วมาก
เรื่องราคาคือจุดขายเลย ค่าเข้าผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ส่วนเด็กสูงไม่ถึง 100 ซม. ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้พิการ และพระภิกษุสามเณรเข้าฟรี ถูกจนแทบไม่ต้องคิด เปิดวันอังคารถึงอาทิตย์ 10.00–16.00 น. หยุดวันจันทร์ มีที่จอดรถกว้างและฟรี รอบ ๆ ยังมีหอคอยชมเมืองศรีสะเกษให้ขึ้นไปถ่ายรูปต่อได้
ข้อควรรู้เล็กน้อย ที่นี่เป็นอควาเรียมท้องถิ่นขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่เท่าอควาเรียมในเมืองใหญ่ บางตู้แสงค่อนข้างสลัวและห้ามใช้แฟลช ถ่ายรูปอาจต้องตั้งกล้องนิ่ง ๆ หน่อย แต่ด้วยราคาระดับนี้กับอุโมงค์แก้วที่ได้บรรยากาศจริง ถือว่าเป็นที่เที่ยวในร่มที่คุ้มและสนุกสำหรับครอบครัวในศรีสะเกษ
ปราสาทสระกำแพงใหญ่
ถ้าใครชอบปราสาทขอมแบบของจริง ไม่ใช่แค่กองหินเล็ก ๆ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ (หรือชื่อโบราณว่า "ปราสาทศรีพฤทเธศวร") ที่อยู่ในวัดสระกำแพงใหญ่ ต.สระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย ถือเป็นกลุ่มปราสาทขอมที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของศรีสะเกษ จุดเด่นคือปรางค์อิฐสามองค์เรียงกันบนฐานศิลาแลงเดียวกัน เป็นศิลปะขอมยุคบาปวนต่อนครวัด อายุกว่าพันปี เหมาะกับสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูปสถาปัตยกรรม และคนที่อยากเที่ยวศรีสะเกษแบบเจาะลึกวัฒนธรรมขอม
สิ่งที่ห้ามพลาดคือ "ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์" ภาพพระนารายณ์บรรทมเหนือพญาอนันตนาคราช แกะสลักละเอียดจนหลายคนยกให้เป็นทับหลังที่งามอันดับต้น ๆ ของปราสาทขอมในไทย รอบ ๆ ยังมีทับหลังเล่าเรื่องเทพฮินดูอีกหลายชิ้น ทั้งพระวิษณุ พระศิวะ และฉากในตำนาน รวมถึงพระพุทธรูปนาคปรกแกะจากหินที่พบในพื้นที่ จุดนี้เป็นที่ขึ้นชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยขุดพบพระกริ่งสำริดองค์ใหญ่ ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์
บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ในเขตวัด มีสระน้ำและกำแพงแก้วล้อมรอบ รีวิวจริงหลายคนบอกว่าพื้นที่กว้าง เดินชมสบาย แต่ข้อสังเกตคือช่วงกลางวันแดดแรงมาก แนะนำให้มาเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ พกหมวกกับน้ำติดตัว เรื่องค่าเข้าสบายใจได้ เพราะเข้าชมฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม
ทำเลอยู่ห่างตัวอำเภออุทุมพรพิสัยราว 2 กิโลเมตร ขับรถจากตัวเมืองศรีสะเกษมาไม่ไกล จอดรถในวัดได้สะดวก เปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงกลางวัน ที่นี่ยอดนิยมเพราะเป็นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์ระดับหัวแถวของจังหวัด คะแนนรีวิว Google สูงถึง 4.6 มาแล้วได้ทั้งความรู้และภาพสวย เหมาะแวะคู่กับปราสาทสระกำแพงน้อยที่อยู่ใกล้กันในทริปเดียว
หลงป่า - Lhong Pah Cafe' Sisaket
ถ้าอยู่ในเมืองศรีสะเกษแล้วอยากหาที่นั่งชิลแบบหนีความวุ่นวายโดยไม่ต้องขับออกนอกเมืองไกล "หลงป่า - Lhong Pah Cafe' Sisaket" ตอบได้ดีมาก ที่นี่คือคาเฟ่ฟีลกลางป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในเมือง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เขียวสบายตา พอเดินเข้าไปก็เหมือนหลุดเข้าป่าจริง ๆ สมชื่อร้าน เหมาะกับคนที่อยากนั่งเงียบ ๆ จิบกาแฟคนเดียว มานั่งคุยกับเพื่อนสบาย ๆ หรือสายถ่ายรูปที่ตามหามุมธรรมชาติสวย ๆ
ไฮไลต์ของที่นี่คือบรรยากาศและมุมถ่ายรูปที่มีให้เลือกหลายมุม ทั้งมุมรังนก ทางเดินไม้กลางสวน และโซนต้นไม้ใหญ่ ส่วนเรื่องกินก็ไม่น้อยหน้า มีทั้งกาแฟสด เครื่องดื่มเย็น ๆ เบเกอรี่และขนมโฮมเมด ไปจนถึงพิซซ่าและอาหารจานเดียว รีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่ากาแฟกับขนมรสชาติดีเกินคาด และคุ้มกับบรรยากาศที่ได้ ใครมาแล้วก็มักจะติดใจกับความร่มรื่นแบบนี้
ที่นั่งมีให้เลือกทั้งโซนในร่มห้องแอร์เย็นสบายและโซนกลางสวนกลางแจ้ง เลือกได้ตามชอบและตามสภาพอากาศ มีที่จอดรถกว้าง ห้องน้ำสะอาด งบต่อหัวประมาณ 100–250 บาท ถือว่าจ่ายสบายสำหรับคาเฟ่ที่ได้บรรยากาศขนาดนี้ ร้านตั้งอยู่เลขที่ 240 ม.4 ต.ซำ อ.เมืองศรีสะเกษ เปิดทุกวันราว 09:00–20:00 น. (บางช่วงเวลาเปิด-ปิดอาจปรับเปลี่ยน เช็กเพจร้านก่อนไปจะชัวร์กว่า)
ที่ร้านได้รับความนิยมต่อเนื่องในกลุ่มคนศรีสะเกษและนักท่องเที่ยวสายคาเฟ่ มีคนแชร์รูปและรีวิวลงโซเชียลเยอะมาก เพราะหาคาเฟ่ที่ให้ฟีลป่าจริง ๆ ใกล้ตัวเมืองแบบนี้ไม่ง่าย ข้อควรรู้คือช่วงวันหยุดคนอาจเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ เงียบ ๆ มาช่วงเช้าหรือวันธรรมดาจะสบายกว่า และเตรียมกล้องหรือมือถือมาให้พร้อม เพราะมุมถ่ายรูปเยอะจริง
หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรซำตารมย์ (สวนทุเรียนภูเขาไฟ)
ถ้าอยากรู้ว่า "ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ" ที่เขาเล่าลือกันอร่อยจริงแค่ไหน ที่บ้านซำตารมย์ ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษ์ คือที่ที่ควรมาลองถึงสวน เพราะที่นี่เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรเต็มตัว ชุมชนรวมตัวกันเปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวหลายสวน แต่ละสวนปลูกบนดินภูเขาไฟเก่าแถบเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุเรียนหมอนทองที่นี่ได้ตรา GI รสชาติแบบที่คนรีวิวบอกตรงกันว่าเนื้อแห้ง หนึบ ไม่เละ หวานมันกำลังดี และกลิ่นไม่ฉุนเท่าทุเรียนภาคอื่น เหมาะกับคนที่อยากกินทุเรียนสด ๆ จากต้นจริง ๆ
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการนั่งรถอีแต๋นหรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแบบมีหลังคากันแดด ตระเวนเข้าไปในสวนเป็นแถว ๆ ฟังชาวสวนเล่าวิธีปลูก แล้วชิมทุเรียนกับผลไม้ตามฤดูถึงโคนต้น ช่วงฤดูผลไม้ราวเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมจะมีทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง สะตอ ออกพร้อมกัน หลายสวนจัดบุฟเฟต์ผลไม้ให้กินไม่อั้น และมีจุดเช็คอินถ่ายรูปกลางสวนสวย ๆ ใครชอบของฝากก็มีกระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง สินค้า OTOP ขึ้นชื่อของชุมชนติดมือกลับได้
เรื่องงบ ถ้าแค่นั่งรถชมสวนจ่ายกันหลักสิบบาทแบบสบายกระเป๋า ส่วนใครอยากได้แพ็กเกจเต็มทั้งชมสวน บุฟเฟต์ทุเรียน และมื้อกลางวันเมนูแปลกอย่างแกงทุเรียนหรือข้าวต้มทุเรียน ก็มีแพ็กเกจราว 990 บาทต่อคนให้เลือก ทำเลอยู่ห่างตัวอำเภอกันทรลักษ์ราว 15 กิโลเมตร และห่างตัวเมืองศรีสะเกษราว 65 กิโลเมตร ขับรถมาเองสะดวก
ข้อควรรู้คือที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามฤดูกาล ช่วงพีกจริง ๆ คือหน้าทุเรียน (มิ.ย.–ก.ค.) นอกฤดูสวนหลายแห่งจะปิดหรือไม่มีผลไม้ให้ชิม แนะนำให้โทรเช็กกับสวนหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก่อนออกเดินทาง และถ้ามาช่วงเทศกาลเงาะ-ทุเรียนศรีสะเกษคนจะเยอะเป็นพิเศษ มาเช้าหน่อยจะได้ทั้งของสดและอากาศเย็นสบาย
🎟️ จองตั๋ว ทัวร์ และกิจกรรมเที่ยวศรีสะเกษล่วงหน้า
ศรีสะเกษเที่ยวหลายจุดและบางที่อยู่นอกเมืองไกล อย่างวัดล้านขวด ขุนหาญ และสวนทุเรียนภูเขาไฟซำตารมย์ ถ้าไม่ได้ขับรถเองหรืออยากเที่ยวสบายไม่ต้องวางแผนเส้นทางเอง ลองมองหาทัวร์เที่ยวอีสานใต้แบบมีไกด์ รถรับส่ง หรือแพ็กเกจชมสวนทุเรียนผ่าน Klook และ GetYourGuide จองล่วงหน้าออนไลน์ได้ จ่ายเงินสะดวก ไม่ต้องต่อคิวหน้างาน เหมาะกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากเก็บไฮไลต์ครบในทริปเดียว
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่ศรีสะเกษ
ที่เที่ยวศรีสะเกษกระจายตัว จุดนอกเมืองอย่างวัดล้านขวดที่ขุนหาญและซำตารมย์ไม่มีรถสาธารณะตรง Grab ในเมืองมีน้อย แนะนำเช่ารถขับเองหรือเหมารถท้องถิ่นแบบเหมาวันจะสะดวกและคุ้มที่สุด
ตลาดเย็น ร้านอาหารพื้นเมือง ค่าเข้าสวนทุเรียน และร้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่รับเงินสด บางที่มี QR พร้อมเพย์แต่ไม่ทุกร้าน ควรพกเงินสดย่อยติดตัวไว้
วัดพระโตและวัดล้านขวดบรรยากาศสงบช่วงเช้า แดดยังไม่แรง ถ่ายรูปสวยและได้ทำบุญเริ่มวันก่อนออกไปจุดนอกเมือง อย่าลืมแต่งกายสุภาพเวลาเข้าวัด
ทุเรียนภูเขาไฟ GI ออกช่วงราวมิถุนายน-กรกฎาคม และมีเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟประจำปีปลายเดือนมิถุนายน ถ้าอยากชิมถึงสวนที่ซำตารมย์ให้มาช่วงนี้ นอกฤดูจะไม่มีผลให้ชิม
ศรีสะเกษมีวัดและโบราณสถานเยอะ ทั้งวัดล้านขวด วัดเรือสุพรรณหงส์ และปราสาทขอม ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่-เข่า ถอดรองเท้าเมื่อเข้าอาคารศักดิ์สิทธิ์
ศรีสะเกษเป็นเมืองรองที่คนพูดอังกฤษไม่มาก ป้ายและเมนูส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย เตรียมแอปแปลภาษาหรือ Google Translate ไว้ ชี้รูปสั่งอาหารได้ คนท้องถิ่นใจดีและช่วยเหลือดี
วางแผนทริปศรีสะเกษให้ครบใน 1-2 วัน
ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวและอยากเที่ยวสบาย ๆ จัดโซนในเมืองก่อน เริ่มเช้าที่เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ ขึ้นหอคอยศรีลำดวนชมวิวเมืองรอบทิศ แล้วเดินต่อไปศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำศรีสะเกษ (อควาเรียม) ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เหมาะมากถ้ามากันครอบครัวพาเด็ก จากนั้นแวะวัดพระธาตุเรืองรองและวัดพระธาตุสุพรรณหงส์นอกเมืองที่ถ่ายรูปสวย ปิดท้ายเย็นที่สวนสมเด็จศรีสะเกษ (เปิดเสาร์-อาทิตย์) กินอาหารอีสานและช้อป OTOP หรือนั่งชิลที่คาเฟ่หลงป่า
ถ้ามีสองวันและอยากเก็บไฮไลต์เต็ม ๆ กันวันที่สองไว้สายกันทรลักษ์-ขุนหาญ ซึ่งอยู่ทางใต้ของจังหวัด ขับขึ้นวัดพระโตกลางเมืองตั้งแต่เช้าเพื่อรับวิวและทะเลหมอก แล้วแวะวัดล้านขวด (วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว) ที่ขุนหาญถ่ายรูปสิมกลางน้ำ ถ้ามาช่วงหน้าทุเรียน (ราวมิถุนายน-กรกฎาคม) ต่อไปหมู่บ้านซำตารมย์ชิมทุเรียนภูเขาไฟ GI ถึงสวน ระหว่างทางแวะปราสาทสระกำแพงใหญ่ที่อุทุมพรพิสัยได้ถ้าวกกลับเส้นเหนือ จุดในเมืองอยู่ใกล้กันเดินถึง แต่จุดนอกเมืองอย่างวัดพระโตและซำตารมย์ห่างตัวเมืองหลายสิบกิโล ควรมีรถส่วนตัวหรือเหมารถ
เที่ยวศรีสะเกษให้คุ้มลองค้างสักคืน จะได้เที่ยววัดล้านขวดและสวนทุเรียนภูเขาไฟแบบสบาย ๆ กับเดินเล่นเกาะกลางน้ำยามเย็น ที่พักยอดนิยมกระจุกอยู่ในตัวเมืองศรีสะเกษ ใกล้เกาะกลางน้ำ สวนสมเด็จ และสถานีรถไฟ มีทั้งโรงแรมในเมืองและที่พักราคาเป็นกันเอง ส่วนใครเน้นเที่ยวกันทรลักษ์-ขุนหาญเลือกที่พักฝั่งกันทรลักษ์จะประหยัดเวลาขับรถเช้าแรก ลองเทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้เลย
🔍 เช็คราคาที่พักศรีสะเกษ (Agoda)
