🔄 ตรวจสอบล่าสุด 3 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของย่านรัชดา-ห้วยขวางคือความ "อยู่ตรงกลาง" ของทุกอย่าง ลง MRT ห้วยขวางหรือ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ แล้วเดินต่อนิดเดียวก็เจอทั้งของกินและคาเฟ่ ฝั่งถนนมาลา-นิวไชน่าทาวน์คึกคักด้วยร้านจีนกลางคืน ส่วน Esplanade กับ The Street รัชดา เป็นห้างที่เปิดยาวถึงดึก เดินเล่นหลบร้อนแล้วแวะจิบกาแฟได้สบาย พอเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ อย่างวิภาวดี 16 สุทธิสาร หรือรัชดาภิเษก 18 บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นย่านที่อยู่อาศัย เงียบลง มีคาเฟ่โฮมมี่ซ่อนตัวอยู่ตามตึกแถวและบ้านเก่า เป็นย่านที่คนทำงานแถวรัชดามานั่งทำงาน สายมู-สายถ่ายรูปมาเก็บภาพ และคนรักกาแฟมาตามล่าเมล็ดดี ๆ ได้ในทริปเดียว
ในลิสต์นี้มีร้านที่คนพูดถึงกันเยอะจริง Woolloomooloo Cafe & Bar ย่านวิภาวดี 16 เป็นคาเฟ่สไตล์เกาหลีมินิมอลที่ดังเรื่อง Terrine Cheese เค้กชีสไร้แป้งกับขนมปัง Shiopan หอมเนย ส่วน GROW Tea.Studio สุทธิสาร คือสโลว์บาร์มัทฉะที่คัดชาจากเมืองอุจิมาตีเองทีละแก้ว มัทฉะเลิฟเวอร์ยกให้เป็นหมุดต้อง ๆ ด้าน Anonymous Coffee คือ specialty coffee กล่องกระจกที่คอกาแฟชื่นชม เสิร์ฟ single-origin แบบ filter และ Dirty ที่คนกลับมาซ้ำ ตบท้ายด้วยสายกาแฟดำอย่าง Cafe Dam ที่คั่วเมล็ดเองมีโซนนั่งใต้ต้นไม้ให้ชิลแบบบ้าน ๆ แต่ละร้านมีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัด เลือกไปตามมู้ดของวันนั้นได้เลย
Woolloomooloo Cafe & Bar
ถ้าใครเลื่อนฟีดคาเฟ่รัชดาบ่อย ๆ ต้องเคยเห็น Woolloomooloo Cafe & Bar ผ่านตาแน่นอน ร้านนี้อยู่ในซอยวิภาวดี 16 เดินจาก MRT รัชดาภิเษก ทางออก 2 ได้สบาย ๆ เป็นคาเฟ่-เบเกอรี่สไตล์เกาหลีมินิมอล ตัวบ้านโทนขาว-ไม้ แสงธรรมชาติเข้าเต็ม ๆ ถ่ายรูปไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ก็สวยแล้ว เหมาะกับสายคาเฟ่ที่ชอบมุมนั่งชิล ๆ คู่รักมาเดต หรือมากันเป็นกลุ่มเพื่อน กลางวันเป็นคาเฟ่ พอศุกร์-อาทิตย์ช่วงเย็นกลายร่างเป็นไวน์บาร์เล็ก ๆ ด้วย
เมนูที่คนพูดถึงเยอะสุดคือ Terrine Cheese เค้กชีสเนื้อแน่นหนึบไร้แป้ง หอมกลิ่นเลมอนอ่อน ๆ ตัดเลี่ยนได้ดี รีวิวส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าเค้กที่นี่ทำเองทุกชิ้นและเนื้อนุ่มจริง อีกตัวที่ห้ามพลาดคือ Shiopan ขนมปังเกลือเนยนุ่ม ๆ หอมเนยฉ่ำ กับ Strawberry Shortcake ที่มีคอมโพตสตรอว์เบอร์รีเปรี้ยวหวานตัดกับครีมสดวางสตรอว์เบอร์รีลูกโต ๆ ด้านบน ส่วนเครื่องดื่มขึ้นชื่อคือ Honey Milk Earl Grey หอมชาเอิร์ลเกรย์กลมกล่อม และกาแฟ Einspänner ครีมหนานุ่มสำหรับสายกาแฟ
ราคาจัดอยู่ในกลุ่ม ฿฿ เค้กราว 120–250 บาท กาแฟ 85–100 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและบรรยากาศ คะแนน Google อยู่ที่ 4.3 ส่วนรีวิวใน Wongnai ก็ชมเรื่องขนมกับชาเป็นหลัก มีติบ้างเรื่องที่จอดรถซึ่งค่อนข้างจำกัด และช่วงวันหยุดคนเยอะต้องรอคิวโต๊ะบ้าง
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดประมาณ 8:00–17:00 และ ปิดทุกวันอังคาร ส่วนศุกร์-อาทิตย์มีรอบเย็นเปิดถึงดึกสำหรับโซนไวน์บาร์ ใครมาช่วงสายวันธรรมดาจะได้มุมนั่งสบายกว่า เป็นคาเฟ่ที่คุมโทนสวยสม่ำเสมอ ขนมทำเองอร่อย เลยเป็นหมุดคาเฟ่ประจำย่านรัชดาที่คนกลับมาซ้ำเรื่อย ๆ
GROW Tea.Studio (สาขาสุทธิสาร)
Grow tea.studio สาขาสุทธิสาร คือคาเฟ่ชาสโลว์บาร์หลังเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในซอยอุดมสุข หลังตลาดไท่ผัด เดินจาก MRT สุทธิสาร ทางออก 3 มาได้สบาย ร้านตั้งใจเสิร์ฟชาตะวันออกแบบจริงจัง ทั้งมัทฉะจากเมืองอุจิ ชาจีน และชาไต้หวัน เหมาะกับคนที่อินมัทฉะแบบ specialty อยากลองชาที่ตีทีละแก้วหน้าเคาน์เตอร์ ไม่ใช่คาเฟ่ถ่ายรูปเฉย ๆ ตัวร้านเล็กมาก นั่งได้ราว 4-5 คน หลายรีวิวบอกตรงกันว่าเหมาะกับสาย takeaway มากกว่านั่งยาว ถ้าอยากได้ที่นั่งชิลกว่านี้ไปสาขาสุขุมวิท 31 (พร้อมพงษ์) ที่บาร์ใหญ่กว่าได้
เมนูที่คอชาพูดถึงบ่อยคือ Basic Ujicha แบบใส่นม มัทฉะนมที่นัวกลมกล่อม กลิ่นอูมามิชัดแต่ไม่ขม, Houjicha ชาคั่วแบบ clear ที่หอมกลิ่นคั่วสูบ ๆ ดื่มง่าย และกลุ่มสปาร์กลิงชา/ชาผสมน้ำต่าง ๆ อย่างยูซุกับน้ำมะพร้าวที่สดชื่นตัดเลี่ยน ปิดท้ายด้วยโดรายากิโฮมเมดหลายไส้ เช่น มะพร้าว ฟักทอง ที่หลายคนชอบกินคู่ชา รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ามัทฉะที่นี่ "บาลานซ์" ทั้งรส กลิ่น และเนื้อสัมผัส ใครชอบแบบลาเต้เข้ม ๆ ทางร้านแนะนำตัวได้ตรงใจ
บรรยากาศเป็นมินิมอลโทนครีม-น้ำตาล ใช้กระจกเยอะเลยดูโปร่งแม้พื้นที่จะเล็ก ได้ฟีลคาเฟ่ญี่ปุ่นเงียบ ๆ ราคาเครื่องดื่มส่วนใหญ่อยู่ราว 145-200 บาท ถือว่ากลาง ๆ สำหรับชา specialty เปิด 10:00-18:00 น. ปิดวันพุธ (บางรีวิวระบุวันหยุดต่างกันเล็กน้อย เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์กว่า) มีลานจอดรถในซอยก่อนถึงร้าน คิดค่าจอดราว 50 บาท/ชม.
ข้อควรรู้: ร้านที่นั่งน้อยและช่วงเสาร์-อาทิตย์คนแน่น ถ้าอยากได้โต๊ะควรมาเช้าหน่อยหรือเผื่อใจซื้อกลับ สายไฟหน้าร้านอาจบังมุมถ่ายรูปนิดหน่อย แต่พอเข้าไปในร้านแล้วบรรยากาศดี คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ 4.3 จาก 22 เรตติ้ง สำหรับคอมัทฉะย่านรัชดา-ห้วยขวาง-สุทธิสาร ร้านนี้ถือเป็นหมุดที่ควรลองสักครั้ง
Anonymous Coffee
Anonymous Coffee เป็นร้าน specialty coffee ในเรือนกระจกทรงเรขาคณิตกลางย่านห้วยขวาง เข้าทางถนนริมทางรถไฟสายแปดริ้ว ฝั่งเดียวกับ RCA พระราม 9 ตัวร้านเป็นกล่องกระจกใสโปร่ง มีสวนต้นไม้เขียว ๆ ล้อมรอบ พอเดินเข้าไปแล้วเงียบ ร่มรื่น ไม่รู้สึกว่าอยู่ในเมืองเลย เหมาะกับคอกาแฟที่อยากได้แก้วดี ๆ จริงจัง และสายคาเฟ่ที่อยากได้มุมถ่ายรูปสวย ๆ ในบรรยากาศสงบ ๆ
เมนูที่ควรสั่งคือ Single-origin filter ทางร้านคัดเมล็ดตามฤดูกาล ช่วงนี้มีเมล็ดกัมพูชาให้ลอง เป็นกาแฟดริปที่ชูกลิ่นผลไม้และความสะอาดของรสได้ดี ใครชอบกาแฟนม Dirty ที่นี่ก็ทำได้แน่น เอสเพรสโซเข้ม ๆ ราดบนนมเย็น รสชัด ไม่จืด ส่วนสายเปรี้ยวสดชื่นลองเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Yuzu Garden cold brew โซดายูซุ หรือ Center Circle ก็เป็นตัวที่คนพูดถึงบ่อย รีวิวจริงส่วนใหญ่ตรงกันว่า "กาแฟดีจริง ไม่ได้สวยแค่ถ่ายรูป" เมล็ดคั่วมาพิถีพิถัน รสบาลานซ์ ปลายลื่นคอ
ราคาอยู่ราว 100–200 บาทต่อแก้ว จัดว่าสมเหตุผลสำหรับร้าน specialty ที่ใช้เครื่องและเมล็ดระดับนี้ ทำเลอยู่ในซอยริมทางรถไฟ ค่อนข้างเงียบ แนะนำเปิดแผนที่ปักหมุดไว้เพราะหาไม่ง่ายนักถ้ามาครั้งแรก ร้านเปิด 08:30–16:00 ทุกวัน มาช่วงเช้าถึงบ่ายจะได้แสงสวยและที่นั่งสบาย
ที่ร้านนี้ยอดนิยมในกลุ่มคอกาแฟเพราะบาริสต้าเอาใจใส่ ตั้งใจกับทุกแก้ว บวกกับดีไซน์เรือนกระจกที่เป็นเอกลักษณ์ ข้อควรรู้เล็กน้อยคือที่จอดรถมีจำกัด และช่วงวันหยุดคนเยอะ ถ้าอยากได้บรรยากาศชิล ๆ มาวันธรรมดาช่วงสายจะสบายกว่า
Taamjai Cafe (ตามใจคาเฟ่)
ตามใจคาเฟ่ (Taamjai Café) คือคาเฟ่ในสวนใจกลางย่านเหม่งจ๋าย ปลายซอยประชาอุทิศ 23 เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดออกจากกรุงเทพฯ เข้าไปอยู่ในบ้านไทยเก่าโอบด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มบนพื้นที่ราว 2 ไร่ เหมาะกับสายชาตัวจริง คนอยากหามุมสงบนั่งทำงาน คนรักธรรมชาติ และคนที่มากันเป็นครอบครัวหรือพาน้องหมามาด้วย (โซนกลางแจ้ง pet-friendly) แบ่งเป็นสองโซนชัดเจน คือ Indoor ห้องแอร์เย็นสบายเหมาะทำงาน กับ Outdoor ลานใต้ร่มไม้ที่หลายรีวิวบอกว่าให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวเหนือทั้งที่อยู่แค่ประชาอุทิศ
พระเอกของร้านคือ "ลุงชงชา" เจ้าของร้านที่เคยเป็นผู้กำกับหนังมาก่อน แล้วหลงใหลเรื่องชาจนคว้ารางวัลจากเวทีประกวดชานานาชาติ Les Thés Du Monde AVPA Paris 2024 ที่ Tea Bar มีชาให้เลือกจากสองแหล่งที่ลุงชอบ คือ Kusmi Tea และ Araksa จากเชียงใหม่ พร้อมชาสูตรลุงเองอีก 8 รสชาติ ลุงจะอธิบายกลิ่นรสและสรรพคุณให้ฟังก่อนชง เมนูต้องลองนอกจากชาก็มี Cold Americano ส้ม ที่เปรี้ยวสดชื่นตัดกาแฟได้ดี ชีสพายเนื้อแน่น และฝั่งอาหารเป็นไทย 4 ภาคแบบฟิวชัน เช่น หมี่สั่วภูเก็ต (ใช้หมูออร์แกนิค) และยำวุ้นเส้นโบราณ
รสชาติจากเสียงรีวิวจริงค่อนไปทางชม บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบได้ใจคนส่วนใหญ่ ชาของลุงคือจุดที่คนพูดถึงมากที่สุด ส่วนอาหารจานหลักบางคนบอกว่าราคากลาง ๆ ค่อนสูงสำหรับปริมาณ แต่วัตถุดิบดี ราคาต่อคนอยู่ราว 101–250 บาท เครื่องดื่มเริ่มต้นหลักร้อย อาหารจานเดียวราว 179–200 บาท มีที่จอดรถกว้างจอดได้หลายสิบคัน Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต
ข้อควรรู้ก่อนไป ร้านเปิดอังคาร–อาทิตย์ 09:30–18:00 ปิดวันจันทร์ เดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัวเพราะอยู่ปลายซอยและมีลานจอด ถ้ามา MRT ห้วยขวางหรือศูนย์วัฒนธรรมฯ ต้องต่อรถอีกช่วง ช่วงวันหยุดคนเยอะ อยากได้มุมสวยแนะนำมาช่วงเช้า
Hollys Coffee (สาขา The Street รัชดา)
Hollys Coffee สาขา The Street รัชดา เป็นคาเฟ่แบรนด์เกาหลีที่คนย่านรัชดา-ห้วยขวางรู้จักกันดี จุดขายหลักคือเปิด 24 ชั่วโมง อยู่ชั้น B ของ The Street รัชดา ตรงข้าม MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ (ทางออก 4) เดินจากรถไฟฟ้าไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากหาที่นั่งชิลตอนดึก นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือแค่หาของหวานเย็น ๆ ดับร้อนหลังเดินเล่นตลาดนัด บรรยากาศโทนน้ำตาลอบอุ่นสไตล์เกาหลี มีทั้งโซนในร้านแอร์เย็นและโซนเปิดโล่ง ที่นั่งเยอะ รวมโต๊ะได้ถ้ามากันเป็นกลุ่ม
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือบิงซู โดยเฉพาะบิงซูมะม่วง รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ามะม่วงหวานฉ่ำ ไม่เปรี้ยว น้ำแข็งไสเนื้อนุ่มละเอียดกินคู่กับไอศกรีมลงตัว ส่วนบิงซูสตรอว์เบอร์รีให้ผลไม้มาเยอะแต่บางคนบอกว่าออกเปรี้ยวขึ้นเรื่อย ๆ เวลากิน ใครชอบหวานฉ่ำแนะนำมะม่วงหรือเมลอนจะปลอดภัยกว่า นอกจากบิงซูยังมีแพนเค้กนุ่ม ๆ และกาแฟอย่าง Hot Latte กับ Green Tea Hollyccino ที่คนบอกว่ารสใช้ได้ ไม่หวานเกิน มีวิปครีมมาให้ ข้อสังเกตที่เจอบ่อยคือถ้าสั่งอเมริกาโน่กาแฟจะคั่วเข้มไปหน่อย สายกาแฟอ่อนอาจต้องเลือกเมนูนม ๆ แทน
ราคาต่อคนอยู่ราว 101-250 บาท บิงซูจานใหญ่แบ่งกันกิน 2 คนกำลังดี ประมาณ 270-290 บาท ส่วนถ้วยเล็กกินคนเดียวก็มีเริ่มราว 170 บาท มี Wi-Fi ฟรีสัญญาณดี มีปลั๊กชาร์จ ที่จอดรถของห้าง จ่ายบัตรได้ คะแนน Google อยู่ที่ 4.3 ดาว จากรีวิวหลักร้อย ถือว่ายืนระยะมานาน จุดที่หลายคนชอบคือที่นั่งมักไม่แน่นเท่าคาเฟ่ทั่วไป เลยได้ความสบายไปนั่งยาว ๆ
ข้อควรรู้: จุดเด่นจริง ๆ คือความสะดวก เปิด 24 ชั่วโมงและติด MRT มากกว่าจะเป็นคาเฟ่กาแฟจริงจัง ถ้ามาเป็นของหวานมื้อดึกหรือที่นั่งพักหลังเดิน The Street ตอบได้ดี แนะนำให้เน้นบิงซูผลไม้เป็นหลัก
🛏️ ที่พักย่านรัชดา-ห้วยขวาง
อยากตื่นมานั่งคาเฟ่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องฝ่ารถติด? ย่านรัชดา-ห้วยขวางมีโรงแรมและคอนโดให้เช่าติด MRT ห้วยขวางและศูนย์วัฒนธรรมฯ เยอะ เดินไปคาเฟ่ ตลาดกลางคืน Esplanade และ The Street รัชดาได้สบาย เลือกทำเลใกล้สถานีไว้ก่อนจะประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทางตลอดทริป
Risa Cafe & Bistro
ถ้าใครเดินหาคาเฟ่ครัวซองต์ดี ๆ แถวรัชดาแล้วยังไม่เจอที่ถูกใจ Risa Cafe & Bistro คือร้านที่ควรแวะ เป็นคาเฟ่สไตล์ยุโรปเล็ก ๆ ในตึก Metro Luxe รัชดา (ซอยรัชดา 15-17) ตกแต่งด้วยโทนไม้กับครีมนวล ๆ อบอุ่นน่านั่ง เดินจาก MRT สุทธิสารมาราว 600 เมตร ที่นั่งไม่เยอะ แบ่งโซนถ่ายรูปกับโซนกินไว้ชัดเจน เหมาะกับคนที่อยากได้มุมสวย ๆ ไปด้วยกินขนมอบอุ่น ๆ ไปด้วย จุดขายจริง ๆ อยู่ที่เบเกอรี่ที่อบสดใหม่ทุกวัน ใช้แป้งกับเนยนำเข้าจากฝรั่งเศส
เมนูต้องสั่งคือสายครัวซองต์ ตัวชูโรงคือ Ruby Croissant ครัวซองต์ก้อนใหญ่เคลือบสตรอว์เบอร์รี ไส้ซอสสตรอว์เบอร์รีกับลาวาไหลเยิ้ม หวานอมเปรี้ยวกำลังดี ส่วน Almond Croissant รีวิวหลายเสียงบอกว่าแป้งกรอบ อัลมอนด์หอม ๆ อีกตัวที่แฟนช็อกโกแลตไม่ควรพลาดคือ Dark Chocolate Croissant ที่ใช้ดาร์กช็อก 75% นำเข้าจากเบลเยียม เข้มแต่ไม่หวานเลี่ยน และห้ามพลาด "จาโก๋" (Original Jago) ปาท่องโก๋เวอร์ชันร้านนี้ทอดกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้มให้เลือกทั้งคัสตาร์ด ช็อกโกแลต และเผือก เพิ่มซอสได้จานละ 25 บาท ใครหิวจริงจังก็มีเมนูคาวอย่างสปาเก็ตตีคาร์โบนาราที่รีวิวชมว่าซอสครีมข้นเนียนกับเบคอนกรอบ
ราคาย่อมเยาสมเป็นคาเฟ่ในเมือง เฉลี่ยราว 101-250 บาทต่อคน เครื่องดื่มมีทั้งกาแฟและเมนูผลไม้อย่าง Red Grapefruit Paradise กับยูซุให้ตัดเลี่ยนขนม เปิดทุกวันประมาณ 08:00-18:00 (บางวันปิดเร็วช่วงเย็น เช็กเพจก่อนไปจะชัวร์กว่า) มีที่จอดรถแต่จำกัด และมี Wi-Fi ฟรี นั่งทำงานได้
ข้อควรรู้เล็กน้อย คือร้านนั่งได้ไม่เยอะ ช่วงเสาร์-อาทิตย์คนแน่น อาจต้องรอคิวหรือรอโต๊ะ และมีรีวิวบอกว่าหน้าฝนแสงในร้านค่อนข้างน้อย ถ้าจะถ่ายรูปสวยแนะนำมาช่วงกลางวันแดดดี ๆ โดยรวมเป็นคาเฟ่ที่ครัวซองต์ทำออกมาดีเกินราคา เหมาะทั้งสายคาเฟ่ที่ตามล่าครัวซองต์เจ้าอร่อย คู่รักที่อยากหามุมชิล และคนทำงานย่านรัชดา-ห้วยขวางที่อยากได้ที่นั่งสงบ ๆ
SiR Home Cafe
SiR Home Cafe คือคาเฟ่สไตล์ลอฟท์ในซอยรัชดาภิเษก 18 ที่รีโนเวตจากบ้านทั้งหลังให้กลายเป็นร้านผนังปูนเปลือย เฟอร์นิเจอร์หนัง โต๊ะไม้เก่า ให้อารมณ์ร้านกาแฟวินเทจยุค 50s ปนความดิบเท่ จุดขายจริงของที่นี่คือคำว่า Home Roastery — เขาคั่วเมล็ดเองในร้าน เลยเหมาะกับสายกาแฟที่อยากได้แก้วจริงจัง ไม่ใช่แค่คาเฟ่ถ่ายรูป ใครทำงานย่านห้วยขวาง-รัชดาแล้วอยากหามุมนั่งเงียบ ๆ มีที่จอดรถ ร้านนี้ลงตัว
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Americano House Blend ที่เขาชูกลิ่นวานิลลากับรัมชัดเจน หลายคนบอกว่าเวลาทำเป็นลาเต้จะได้กลิ่นแบบลูกอมรัมเรซิน หอมติดปลายจมูก ราคาราว 120 บาท ส่วนสายไม่เผ็ดกาแฟก็มีฮอตช็อกโกแลตเข้มข้นและครัวซองต์อบเนยไว้กินคู่ ใครชอบเมนูซิกเนเจอร์ลองตัว Dirty ที่สมาชิกร้านสั่งกันเยอะ หรือกลุ่ม Citrus Black/White Orange ที่ให้กลิ่นส้มสดตัดกับกาแฟ นอกจากกาแฟยังมีเมนูอาหารจานเดียวแบบ Home Cooking อย่างข้าวหน้าหมูทอดและข้าวผัดมันวัวให้กินอิ่มจริง
บรรยากาศเป็นจุดที่คนชมเยอะ ร้านโปร่ง แสงสวย มีมุมถ่ายรูปหลายมุม พนักงานเป็นกันเอง เสิร์ฟไว ราคาโดยรวมอยู่ช่วง 101-250 บาทต่อคน ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพเมล็ดที่คั่วเอง คะแนนบน Wongnai อยู่ที่ราว 4.3 จากรีวิวจริง สะท้อนว่าคนที่มาส่วนใหญ่กลับไปพอใจ
ทำเลอยู่ที่ 779/214 ซอยรัชดาภิเษก 18 ในหมู่บ้าน เดินทางง่ายจาก MRT ห้วยขวางหรือสุทธิสาร มีที่จอดรถในหมู่บ้าน เปิดจันทร์-ศุกร์ 08:00-17:00 เสาร์-อาทิตย์ 09:00-18:00 (ครัวปิดวันจันทร์) ข้อควรรู้คือร้านค่อนข้างซ่อนตัวในซอย เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแรก มองหาร้านสีขาวกระจกบานใหญ่ ถ้ามาวันหยุดช่วงสายอาจต้องเผื่อคิวนิดหน่อยเพราะคนแน่นกว่าวันธรรมดา
Cafe Dam (กาแฟดำ) สาขาห้วยขวาง
ถ้าเดินเข้าซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 9 แถวห้วยขวาง แล้วเจอทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ ที่คนแอบเรียกว่า "คาเฟ่ลับ" — นั่นแหละ กาแฟดำ (KAFE DUM) สาขาห้วยขวาง หรือชื่อที่หลายคนคุ้นในเพจว่า DUM Roaster ร้านนี้เป็นสาย specialty coffee ที่คั่วเมล็ดเองในร้าน เหมาะมากสำหรับคนชอบบรรยากาศ home coffee เงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน มานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือหอบโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานเพลิน ๆ ใครที่เบื่อคาเฟ่ใหญ่ ๆ คนแน่น น่าจะถูกใจมุมนี้
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือกาแฟ house blend ที่คั่วระดับกลาง กลิ่นออกช็อกโกแลตกับนัตตี้ เข้ากับนมได้ดี รีวิวหลายเสียงเชียร์ไอซ์ลาเต้เป็นตัวชูโรง ส่วนสายไม่กินกาแฟก็มีชา สมูทตี้ และสตรอว์เบอร์รีเชคให้เลือก ของกินเล่นมีครัวซองต์กับเค้กโฮมเมด กินคู่กาแฟกำลังดี ถ้าอยากได้ฟีลชิล ๆ แนะนำโซนกลางแจ้งด้านหลังที่มีต้นไม้เขียว ๆ ร่มรื่นกว่าที่คิด
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตรมาก เครื่องดื่มเริ่มต้นราว 45 บาท ของหวานส่วนใหญ่ไม่เกิน 50 บาท เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึง 100 บาท เลยเป็นคาเฟ่ที่แวะได้บ่อยโดยไม่เปลืองกระเป๋า คะแนน Google อยู่ราว 4.3 ดาว รีวิวส่วนใหญ่ชมบรรยากาศอบอุ่น พนักงานบริการเร็วและเป็นกันเอง ร้านแบ่งเป็นโซนแอร์กับโซนพัดลม ที่นั่งราว 20 ที่ บางมุมมีปลั๊กให้เสียบชาร์จ
ทำเลอยู่กลางซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 9 เดินจาก MRT ห้วยขวางมาได้ ใกล้ทั้งตลาดห้วยขวาง Esplanade และ The Street รัชดา เปิดช่วง 08:00–18:00 (บางวันปิดดึกกว่านั้น เช็กเพจก่อนไปอีกที) ข้อควรรู้คือร้านไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ต้องจอดริมซอย และร้านค่อนข้างเล็ก ช่วงวันหยุดคนอาจเต็มเร็ว มาช่วงเช้าหรือบ่ายอ่อน ๆ จะได้มุมสวย ๆ ถ่ายรูปสบายกว่า
POB Coffee & Living Space
POB Coffee & Living Space คือคาเฟ่มินิมอลซ่อนตัวในซอยสบายใจ ย่านสุทธิสาร–ห้วยขวาง เดินทางง่ายจาก MRT สุทธิสาร ชื่อ POB ย่อมาจาก "Point of Beginning" เจ้าของเป็นบาริสต้าเองเลยตั้งใจทำทั้งกาแฟและพื้นที่ให้คนได้มานั่งพักจริง ๆ ตัวอาคารเป็นเส้นโค้งนุ่มตาโอบล้อมต้นไม้ใหญ่เดิมที่มีอยู่ในที่ดิน มีบ่อปลาคาร์ปและโซนสวนเล็กด้านหลัง ใครชอบคาเฟ่เงียบ ๆ ร่มรื่น เหมาะมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือถ่ายรูปสวย ๆ ที่นี่ตอบได้ดี
เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Salted Caramel Coffee ที่หวานเค็มกลมกล่อมกำลังดี ไม่หวานจนเลี่ยน กับ Matcha Latte ที่ชงเข้มถึงตัวชามัทฉะ สายไม่กินกาแฟก็มีเครื่องดื่มไม่มีคาเฟอีนและกาแฟปั่นผลไม้แบบ long drink ให้ค่อย ๆ จิบ ของหวานเด่นคือ Basque Burnt Cheesecake และชีสเค้กหน้าผลไม้ที่หลายรีวิวชมว่าอร่อย เนื้อเนียนละมุน อีกตัวที่คนพูดถึงคือ Ice on Cloud ที่หวานเบา ๆ ละมุนคอ เบเกอรี่ส่วนใหญ่ทำเองในร้าน
บรรยากาศเป็นจุดขายจริง ๆ แสงธรรมชาติเข้าเยอะจากกระจกบานใหญ่ โทนไม้อุ่น ๆ ตัดกับสีเทาของอาคารและสีเขียวของต้นไม้ มีบาร์แบบ Mod Bar ที่บาริสต้ายืนใกล้ลูกค้า คุยกันได้ นั่งได้ทั้งในร่มและโซนระเบียง/สวนเล็กที่มีต้นไม้ล้อมรอบ มุมถ่ายรูปเยอะ เหมาะสายคาเฟ่ที่ชอบเก็บภาพลงโซเชียล พนักงานเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้
เรื่องราคาอยู่ระดับคาเฟ่สเปเชียลตี้ทั่วไป ประมาณ 80–150 บาทต่อแก้ว/ชิ้น ร้านเปิดทุกวัน 9:00–18:00 มีที่จอดรถหน้าร้านและในซอย ข้อควรรู้คือร้านอยู่ในซอยลึกนิดหน่อย ถ้ามาจาก MRT สุทธิสารต่อวินหรือแท็กซี่เข้าซอยสบายใจจะสะดวกกว่าเดิน และช่วงวันหยุดคนค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ เงียบ ๆ มาช่วงเช้าจะดีที่สุด
The Yellow Fox Cafe
ถ้าอยากได้คาเฟ่แบบซ่อนตัวในซอย ไม่ต้องแย่งโต๊ะกับใคร แถวรัชดา-ห้วยขวาง The Yellow Fox Cafe คือหมุดที่คนสายชิลชอบบอกต่อ ตัวร้านเป็นบ้านสองชั้นในซอยรัชดานิเวศ 6 ตกแต่งโทนเอิร์ธ ๆ ผสมวินเทจโฮมมี่ มีทั้งโซฟาหนัง ตู้แดง ผนังอิฐขาว และสวนเล็ก ๆ ด้านนอกที่วางของแต่งเยอะจนถ่ายรูปได้ทั้งวัน ชั้นสองเปิดโล่งรับลม รีวิวหลายเจ้าบอกว่าให้ฟีลเหมือนนั่งบ้านต้นไม้ เหมาะกับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือมาเล่นบอร์ดเกมยาว ๆ
เมนูที่คนสั่งกันเยอะคือครอฟเฟิล เสิร์ฟคู่ผลไม้กับวิปครีม ตัวแป้งกรอบนอกนุ่มใน ใครชอบของคาวก็มีโทสต์หลายหน้าและพาสต้าให้อิ่มจริง ฝั่งเครื่องดื่มมีกาแฟรสเข้ม และมัทฉะลาเต้ที่รีวิวชมว่าทำได้ดี จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือมุมกิจกรรมระบายสีจานรองแก้ว มีทรงน่ารักให้เลือกทั้งหัวใจ ดาว แมว นั่งค่อย ๆ ลงสีเป็นงานของตัวเองกลับบ้านได้ รีวิวบอกว่าใช้สมาธิกำลังดี ไม่หนักเกินไป เหมาะทั้งมาเดี่ยว มาคู่ หรือชวนแก๊งเพื่อนมาทำด้วยกัน
อีกจุดขายคือความเป็นร้าน pet-friendly ที่ร้านมีน้องหมาประจำร้านชื่อถุงทองกับหมูทอด ออกมาต้อนรับลูกค้าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ใครพาน้องหมาของตัวเองมาก็ได้ ราคาเริ่มต้นราว 70 บาท ถือว่าจับต้องได้สำหรับคาเฟ่ที่ได้ทั้งบรรยากาศและกิจกรรม
ทำเลอยู่ในซอยรัชดานิเวศ 6 ห่างจาก MRT ห้วยขวางและศูนย์วัฒนธรรมฯ มานิดหน่อย นั่งวินหรือขับรถมาสะดวก เปิดอังคาร-ศุกร์ 9:00-17:00 เสาร์-อาทิตย์ 10:00-17:00 หยุดทุกวันจันทร์ ข้อควรรู้คือถ้าอยากได้แสงสวยและคนน้อย รีวิวแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ และร้านปิดเย็นเลยไม่เหมาะสายดึก มาช่วงกลางวันจะได้ทั้งแสงและได้เจอน้องหมาแบบเต็ม ๆ
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียว? ลองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหาร
ถ้าเวลาน้อยแต่อยากชิมให้ครบ ฟู้ดทัวร์กรุงเทพฯ ช่วยพาตะลุยหลายร้านในทริปเดียวโดยมีไกด์ท้องถิ่นเล่าเบื้องหลังของกินให้ฟัง หรือถ้าอยากลงมือทำเอง คลาสทำอาหารไทยและเวิร์กชอปกาแฟ/ขนมก็สนุกและได้ของติดมือกลับบ้าน จองล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide สะดวกกว่าและมักได้ราคาดีกว่าเดินหน้างาน
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านรัชดา-ห้วยขวาง
คาเฟ่ส่วนใหญ่อยู่ในซอยที่เดินจากสถานี MRT ห้วยขวาง ศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือสุทธิสารได้ แต่บางร้านอยู่ลึกเข้าซอย ต่อ Grab หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างช่วงสุดท้ายจะเร็วและไม่ร้อน
คาเฟ่ในลิสต์นี้ส่วนใหญ่รับบัตรและสแกนจ่ายได้ แต่ถ้าตั้งใจไปกินสตรีทฟู้ดหรือตลาดกลางคืนห้วยขวางต่อ ควรพกเงินสดย่อยติดตัวไว้ด้วย
ร้านฮิตช่วงเสาร์-อาทิตย์บ่ายคนแน่นและอาจต้องรอโต๊ะ ถ้าอยากได้มุมสวย ๆ ถ่ายรูปสบาย ๆ ลองไปช่วงเปิดร้านตอนสายหรือวันธรรมดา
คาเฟ่สายใหม่แถวนี้มักมีเมนูภาษาอังกฤษหรือรูปประกอบ พนักงานหลายร้านพอสื่อสารอังกฤษได้ ถ้าติดขัดชี้รูปในเมนูหรือเปิดโพสต์ในเพจร้านให้ดูก็ช่วยได้
หลายร้านมีวันหยุดประจำสัปดาห์และเวลาเปิด-ปิดต่างกัน บางร้าน specialty ปิดตั้งแต่บ่าย ควรเช็กในเพจ Facebook หรือ Instagram ของร้านก่อนออกเดินทาง
ถ้ามากับน้องหมา The Yellow Fox Cafe เป็นร้าน pet-friendly และมีเวิร์กชอประบายสีให้เล่นด้วย เหมาะพาสัตว์เลี้ยงมานั่งชิลแบบไม่ต้องกังวล
วางแผนคาเฟ่ฮอปในย่านรัชดา-ห้วยขวางให้คุ้มในทริปเดียว
ถ้าอยากได้ครบทั้งกาแฟและขนมในวันเดียว จัดเป็นเส้นตามแนว MRT จะเดินสบายสุด เริ่มสายหน่อยที่ Anonymous Coffee ย่านห้วยขวาง (เปิดเช้าและมักปิดบ่าย) จิบ single-origin filter ให้สดชื่นก่อน แล้วค่อยขยับมาสาย specialty อย่าง SiR Home Cafe ซอยรัชดาภิเษก 18 หรือ Cafe Dam ที่มีโซนนั่งใต้ต้นไม้เหมาะนั่งยาว
ช่วงบ่ายแก่ ๆ เก็บสายมัทฉะกับของหวานได้เลย GROW Tea.Studio สุทธิสาร เหมาะกับคนชอบชาตีสด มีโดรายากิเป็นของกินคู่ ส่วน Woolloomooloo Cafe & Bar วิภาวดี 16 ปิดค่ำ (และวันศุกร์-อาทิตย์เย็นกลายเป็นไวน์บาร์) เหมาะเก็บเป็นร้านปิดทริปพร้อมถ่ายรูปมุมเกาหลี ถ้ามากันเป็นกลุ่มใหญ่หรือมากับน้องหมา The Yellow Fox Cafe เป็น pet-friendly และมีเวิร์กชอประบายสีให้เล่นด้วย
วางแผนนั่งคาเฟ่ทั้งวันในย่านรัชดา-ห้วยขวางแล้วอยากพักใกล้ ๆ ไม่ต้องเดินทางไกล? ย่านนี้มีโรงแรมติด MRT ห้วยขวางและศูนย์วัฒนธรรมฯ ให้เลือกเยอะ เดินไปคาเฟ่ ตลาดกลางคืน และห้างได้สบาย
ดูที่พักย่านรัชดา-ห้วยขวาง