🔄 ตรวจสอบล่าสุด 2 ก.ค. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
ย่านสะพานตากสินคือจุดที่กรุงเทพฯ เก่ากับใหม่มาเจอกันพอดี ลง BTS สะพานตากสินแล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือสาทร (Central Pier) ได้เลย รอบตัวมีทั้งโรบินสันบางรัก ตึกแถวโบราณย่านบางรัก และตึกออฟฟิศฝั่งสาทร-เจริญราษฎร์ ทำให้คาเฟ่แถวนี้บุคลิกหลากหลายมาก เดินไม่กี่ก้าวก็เจอบาร์มัทฉะสไตล์ญี่ปุ่น ร้านกาแฟคั่วสด คาเฟ่ขนมเกาหลี ไปจนถึงเบอร์เกอร์กับมิลค์เชคเจ้าดัง สายคาเฟ่ฮอปเลยชอบมาปักหมุดที่นี่ เพราะร้านเด็ด ๆ อยู่ใกล้กันในระยะเดินถึง จิบไปเดินไปเก็บได้หลายร้านในวันเดียว
ร้านในลิสต์นี้แต่ละที่มีของขึ้นชื่อชัดเจน Katsute Matcha สาขาสาทรเสิร์ฟมัทฉะ single-origin หลายเกรดอย่าง Okuya, Tamika, Shoshin กับ Nama Matcha และ Matcha Basque Cheesecake ที่สายชาเขียวตามมาชิม, Homu เป็นคาเฟ่ขนมญี่ปุ่นที่ดังเรื่องวาราบิโมจิกวนสดและโมจิหยดน้ำราดคุโรมิตซึ, MONOCHROME กับ Cosmic Cafe Sathorn เป็นสายกาแฟที่รีวิวชมกันแทบทุกเสียง ส่วน Glur Bangkok Coffee Bar เปิด 24 ชั่วโมงให้คอกาแฟดึก REN Cafe มัทฉะ Mie และ Fats and Angry เบอร์เกอร์เนื้อแน่นก็เป็นหมุดที่ห้ามพลาด อ่านจบแล้วเลือกร้านที่ถูกใจ แล้วออกไปลองได้เลย
Glur Bangkok Hostel & Coffee Bar
ถ้าเดินออกจาก BTS สะพานตากสิน ทางออก 1-3 แล้วเลี้ยวเข้าซอยเจริญกรุง 50 ข้างโรบินสันบางรัก จะเจอตึกแถวสีสดที่ชั้นล่างเป็นคอฟฟี่บาร์เปิด 24 ชั่วโมง ส่วนชั้นบนเป็นโฮสเทล ที่นี่คือ Glur Bangkok (เกลอ แบงค็อค) ร้านที่คนย่านสาทร-บางรักและนักท่องเที่ยวแวะกันไม่ขาด จุดเด่นที่ทำให้คนพูดถึงคือเปิดทั้งคืน ใครทำงานดึก รอเรือเช้า หรือลงเครื่องมาแล้วอยากได้กาแฟดี ๆ สักแก้วตอนตีสาม ก็มาที่นี่ได้ตลอด
เมนูที่ควรสั่งคือกาแฟดริป มีทั้งร้อนและเย็น เพราะบาร์เขาตั้งอุปกรณ์ดริปเรียงไว้เต็มเคาน์เตอร์ บรรยากาศเหมือนคาเฟ่จริงจังไม่ใช่แค่บาร์ในโฮสเทล นอกจากนี้ยังมีชาดอกไม้ (blooming tea) ที่ค่อย ๆ บานในแก้ว โกโก้เย็น และลาเต้เย็นสูตรร้าน จากรีวิวจริงหลายเสียงบอกตรงกันว่ากาแฟรสชาติใช้ได้ พนักงานเป็นมิตร พูดอังกฤษได้ และ WiFi แรงเหมาะนั่งทำงาน
ราคาถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับทำเลใจกลางเมือง กาแฟดริปเย็นราว 75 บาท ลาเต้เย็นราว 90 บาท เริ่มต้นหลักหกสิบ-เก้าสิบต่อแก้ว บรรยากาศในร้านค่อนข้างเล็กและแคบ แต่มีโต๊ะด้านนอกให้นั่งชิลรับลมได้ ข้อควรรู้คือชั้นล่างเน้นเครื่องดื่มเป็นหลัก ของกินมีจำกัด ถ้าหิวจริงอาจต้องเดินไปหาข้าวแถวโรบินสันหรือตลาดบางรักที่อยู่ใกล้ ๆ
ที่คนติดใจไม่ใช่แค่กาแฟ แต่คือความสะดวกแบบหาที่อื่นยาก เดินจากรถไฟฟ้าและท่าเรือ Central Pier แค่นาทีเดียว เปิด 24 ชั่วโมงจริง และมีที่นั่งให้ปักหลักได้นาน เหมาะกับสายนั่งทำงาน คนรอเรือ/รถไฟฟ้า หรือใครที่แค่อยากได้กาแฟดริปดี ๆ ในย่านที่ร้านส่วนใหญ่ปิดเร็ว มาช่วงกลางวันจะได้แสงสวยถ่ายรูปมุมบาร์อุปกรณ์ดริป ส่วนกลางคืนบรรยากาศจะเงียบสงบกว่า
Katsute Matcha (สาขาสาทร)
ถ้าเป็นสายมัทฉะตัวจริงที่อยากดื่มแบบเลือกเกรดได้เอง Katsute Matcha สาขาสาทรคือร้านที่ต้องแวะสักครั้ง ร้านนี้เริ่มจากการเป็นเดลิเวอรีมัทฉะเฉพาะทางก่อนจะมามีหน้าร้านจริงที่ชั้น 1 คอนโด Blossom (ตึก B) ย่านสาทร-เจริญราษฎร์ เดินจาก BTS สะพานตากสินมาได้ จุดขายคือมัทฉะ single-origin นำเข้าจากญี่ปุ่นหลายเกรด ตั้งแต่ตัวเริ่มต้นอย่าง Shoshin ไปจนถึงตัวเข้มอย่าง Okuya, Tamika, Taki-O, Dibuya ให้เลือกความเข้ม-ความขมได้ตามใจ เหมาะกับคนที่เบื่อมัทฉะลาเต้หวานๆ ทั่วไปแล้วอยากลองรสมัทฉะแท้ที่มีเรื่องราวของแต่ละไร่ชา
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Nama Matcha (ขนมมัทฉะเนื้อนุ่มเข้มข้น) และมัทฉะลาเต้เกรดต่างๆ อย่าง Okuya กับ Tamika ที่รีวิวจริงบอกว่ารสชาติดี กลิ่นชาชัด สั่งหวานปกติก็กำลังพอดี ใครชอบสายฟิวชันก็มีเมนูครีเอทีฟอย่าง Yakuro (มัทฉะผสมยาคูลท์) ที่ให้ความสดชื่น ส่วนคนที่อยากได้รสมัทฉะบริสุทธิ์จริงๆ พนักงานแนะนำเกรดให้ได้ว่าตัวไหนขม ตัวไหนอูมามิ ตัวไหนต้องชงเย็นถึงจะได้รส เสียงจากรีวิวชมว่าร้านใส่ใจต้นทางของชาแต่ละตัวมาก มีเล่าที่มาของไร่ชาให้ฟัง
บรรยากาศเป็นคาเฟ่เล็กๆ เงียบสงบในคอนโด ที่นั่งไม่เยอะ (ราว 11-40 ที่) มี Wi-Fi ฟรี รับบัตรเครดิต และเป็นร้านที่พาสัตว์เลี้ยงมาได้ ราคาต่อแก้วอยู่ในช่วงร้อยต้นๆ ถึงกลางๆ (ประมาณ 115-185 บาท) จัดว่าสมเหตุสมผลสำหรับมัทฉะเกรดนำเข้า มีนมทางเลือกอย่างนมโอ๊ตให้ปรับได้ด้วย
ข้อควรรู้: ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ราว 08:30-18:30 และเสาร์-อาทิตย์ 09:00-18:30 (เวลาปิดอาจขยับเล็กน้อย เช็กเพจก่อนไปได้) ที่จอดรถจอดในคอนโด ร้านค่อนข้างเล็กและซ่อนตัว หาไม่ยากเพราะอยู่ติด 7-Eleven ใต้ตึก B ใครตั้งใจมาดื่มมัทฉะจริงจังจะได้ประสบการณ์คุ้มค่า แต่ถ้ามาเป็นกลุ่มใหญ่อาจต้องเผื่อใจเรื่องที่นั่ง
Homu ホーム
Homu ホーム (โฮมุ) คือคาเฟ่ขนมญี่ปุ่นทำมือในตึกแถวเก่าอายุร้อยกว่าปีกลางซอยเจริญกรุง 44 ย่านบางรัก ตัวร้านเป็นบ้านสีฟ้าหลังเล็กสองชั้น ตกแต่งโทนไม้อบอุ่นแบบญี่ปุ่นเก่า มีมุมถ่ายรูปทั้งหน้าบ้านและในบ้าน เจ้าของไปฝึกทำวากาชิมาจากโตเกียวและโยโกฮามาโดยตรง เหมาะกับสายมัทฉะและคนที่ชอบขนมญี่ปุ่นทำสดแบบไม่หวานจัด อยากหามุมนั่งเงียบ ๆ พักใจในเมือง
เมนูที่คนพูดถึงมากสุดคือ "วาราบิโมจิกวนสด" (190 บาท) ที่ใช้แป้งวาราบิล้วนไม่ผสมแป้งอื่น กวนสดต่อจานราว 10–15 นาที ตัดพอดีคำ โรยผงคินาโกะคั่วแล้วราดคุโรมิตซึจากน้ำตาลทรายแดง รีวิวจริงบอกว่าเนื้อนุ่มละมุนละลายในปาก หอมคินาโกะ ความหวานของคุโรมิตซึกำลังดี อีกตัวที่ห้ามพลาดคือโมจิหยดน้ำซากุระราดคุโรมิตซึ ใสเย็นทานง่าย ส่วนสายเครื่องดื่มมีมัทฉะลาเต้ให้เลือกหลายเกรด ตั้งแต่ตัวธรรมดา (120) ไปจนถึง Okumidori และ Nishio (160) — คนรีวิวชอบ Okumidori ว่าดื่มง่าย หอม มีกลิ่นถั่วจาง ๆ
บรรยากาศเป็นบ้านไม้เก่าผสมของแต่งวินเทจ อิฐเปลือย เก้าอี้หวาย ชิงช้า ต้นไม้และดอกไม้สด เปิดเพลงอะคูสติกเบา ๆ ชั้นล่างมีเคาน์เตอร์บาร์เล็กให้นั่งดูการชงชาใกล้ ๆ ส่วนชั้นบนเป็นโซนส่วนตัวกว่า ราคาต่อคนราว 120–250 บาท เปิดทุกวัน 09:00–18:00 เดินจาก BTS สะพานตากสิน ทางออก 3 ประมาณ 350 เมตร หรือจอดที่โรบินสันบางรักแล้วเดินเข้าซอยได้
ที่ทำให้ร้านเป็นที่พูดถึงคือความตั้งใจทำขนมสดใหม่ทีละจาน เมนูวากาชิดั้งเดิมที่ปรับให้ถูกลิ้นคนไทยแต่ยังคงกลิ่นอายญี่ปุ่น บวกกับเจ้าของที่เป็นกันเองมาก หลายคนบอกว่าคุยแล้วเหมือนเป็นญาติ ข้อควรรู้: ร้านค่อนข้างเล็ก ช่วงเสาร์–อาทิตย์คนเยอะควรเผื่อเวลา และบางเมนูอย่างวาราบิโมจิกวนสดต้องรอสักพักเพราะทำใหม่ตอนสั่ง
MONOCHROME
MONOCHROME คือคาเฟ่กาแฟพิเศษเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่าย่านบางรัก ถนนเดโช เดินจาก BTS สะพานตากสินมาได้สบาย ๆ จุดเด่นคือมันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นทั้งคาเฟ่ ร้านขนม และแกลเลอรีเล็ก ๆ ในตัวเดียวกัน ด้านหน้าเรียงกล้องฟิล์มวินเทจ ในร้านแขวนภาพถ่ายขาว-ดำที่หมุนเวียนเปลี่ยนงานศิลปินไทยเรื่อย ๆ เหมาะกับสายกาแฟจริงจัง สายถ่ายรูป และคนที่อยากหามุมนั่งเงียบ ๆ อ่านหนังสือหรือคุยกับเพื่อนแบบไม่วุ่นวาย
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Cascara เครื่องดื่มจากเปลือกเชอร์รีกาแฟรสหอมอมเปรี้ยวหวานที่หาดื่มยาก, Syrup Iced Americano และ Cold Brew สำหรับสายกาแฟดำที่อยากได้บอดี้กลม ๆ ดื่มง่าย ส่วนของหวานที่ต้องลองคือ Coconut Roll เนื้อนุ่มหอมมะพร้าว และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Monochrome Dirty ที่เป็นเอสเพรสโซเข้ม ๆ ราดนม รีวิวส่วนใหญ่ชมว่ากาแฟทำออกมาดีจริง หลายคนบอกว่าฟลุตไวท์อร่อยติดอันดับในกรุงเทพฯ และบาริสต้าเป็นกันเอง แนะนำเมล็ดให้ได้ตามที่ชอบ
บรรยากาศเป็นแนวคลาสสิกอบอุ่น ตึกเก่าอายุกว่าร้อยปีทำให้ถ่ายรูปออกมาชิคทุกมุม ราคากาแฟและเครื่องดื่มอยู่ในช่วงประมาณ 60–350 บาท ต่อคนส่วนใหญ่ตกราว 101–250 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพเมล็ดและฝีมือชง ร้านเปิดจันทร์–ศุกร์ 7:30–16:00 น. เสาร์–อาทิตย์เปิดสายกว่าเล็กน้อยราว 9:30–17:00 น. รับเงินสดและ QR
ข้อควรรู้: ร้านค่อนข้างเล็กและไม่มีที่จอดรถ แนะนำมาด้วย BTS สะพานตากสินหรือจอดที่โรบินสันบางรักแล้วเดินมา ช่วงวันหยุดคนเยอะพอสมควรเพราะเป็นหมุดคาเฟ่ฮอปย่านบางรัก-เจริญกรุงที่คนแวะกันเยอะ ถ้าอยากได้มุมนั่งสบาย ๆ มาช่วงเช้าวันธรรมดาจะดีที่สุด
Fats and Angry (บางรัก)
ถ้าเดินออกจาก BTS สะพานตากสินแล้วอยากกินเบอร์เกอร์จริงจังแบบไดเนอร์อเมริกัน Fats and Angry ในซอยเจริญกรุง 46 ข้างโรบินสันบางรัก คือร้านที่คนพูดถึงกันเยอะ ร้านนี้เป็นสาขาแรก จับคอนเซปต์ไดเนอร์ยุค 50s–80s เต็มตัว โทนขาว-แดง เก้าอี้หนัง ป้ายนีออน มุมถ่ายรูปเยอะจนหลายคนมาเพราะบรรยากาศก่อน แล้วค่อยติดใจอาหาร เหมาะกับสายเบอร์เกอร์ที่อยากได้ทั้งของกินและมุมรูป มากันเป็นกลุ่มหรือคู่ก็ลงตัว
เมนูที่ต้องสั่งคือเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นแบบ smash-style เนื้อบดย่างจนขอบกรอบ เลือกได้ทั้งเนื้อ หมู ไก่ และปลา จานที่รีวิวชมบ่อยคือชีสเบอร์เกอร์ที่เนื้อย่างได้กำลังดีและชีสเยิ้มเต็มคำ ของทานเล่นห้ามพลาดคือ Smiley Fries เฟรนช์ฟรายหน้ายิ้มที่เป็นซิกเนเจอร์ กับแฮชบราวน์กรอบ ๆ ปิดท้ายด้วยมิลค์เชคนมสดข้นที่หลายคนบอกว่าเด็ด โดยเฉพาะรสช็อกโกแลตและวานิลลา ราคาราวแก้วละ 165 บาท
เรื่องรสชาติส่วนใหญ่ไปทางบวก โดยเฉพาะบรรยากาศและมิลค์เชคที่ได้คำชมสม่ำเสมอ แต่มีรีวิวบางส่วนที่ติงว่าราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ และมีคนเจอเบอร์เกอร์ปลาที่ค่อนข้างมัน ก็เป็นข้อควรรู้ก่อนไป ราคาต่อจานอยู่ราว 65–370 บาท เบอร์เกอร์คอมโบพร้อมเครื่องเคียงจะขยับขึ้นไปหน่อย เอาเป็นว่าเผื่องบต่อคนไว้ประมาณ 200–350 บาท
ทำเลอยู่ในซอยเจริญกรุง 46 เดินจาก BTS สะพานตากสินและท่าเรือสาทร/Central Pier มาได้สบาย ใกล้โรบินสันบางรัก เปิด 11:00–20:00 ทุกวัน ข้อควรรู้คือร้านไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเอง ถ้าขับมาต้องไปจอดที่โรบินสันซึ่งมีค่าบริการ แนะนำมาช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่คนไม่แน่น จะได้นั่งชิลถ่ายรูปได้เต็มที่
🛏️ ที่พักย่านสะพานตากสิน-สาทร-บางรัก เดินคาเฟ่ได้ทั้งวัน
อยากตื่นมาแล้วเดินไปจิบกาแฟร้านโปรดได้เลย เลือกพักย่านสะพานตากสิน-สาทร-บางรักริมเจ้าพระยา ใกล้ BTS สะพานตากสิน ท่าเรือสาทร (Central Pier) และโรบินสันบางรัก มีตั้งแต่โรงแรมริมน้ำวิวเจ้าพระยา บูทีคโฮเทลในตึกเก่า ไปจนถึงที่พักราคาประหยัดเดินถึงคาเฟ่ในลิสต์นี้ เทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ก่อนจองจะได้ดีลที่คุ้มที่สุด
Chez Mou
Chez Mou คือคาเฟ่บ้าน ๆ ในซอยเจริญกรุง 44 ย่านบางรัก เดินจาก BTS สะพานตากสินหรือแวะได้ระหว่างเดินเล่นแถวโรบินสันบางรัก ชื่อร้านภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "บ้านของหมู" ซึ่งก็คือบ้านของเจ้าของร้านชื่อเล่นว่า "หมู" ที่เคยใช้ชีวิตอยู่อังกฤษกว่า 25 ปี แล้วกลับมารีโนเวทตึกเก่าของครอบครัวให้เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ พร้อมห้องพักสไตล์ Airbnb อยู่ชั้นบน ร้านนี้เหมาะกับสายคาเฟ่ที่มองหาที่นั่งเงียบ ๆ อบอุ่น ไม่พลุกพล่าน และชอบขนมอบโฮมเมดที่ทำสด ๆ ทีละจาน
เมนูที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ Apple Pie ที่อบใหม่ทุกครั้งเมื่อสั่ง เสิร์ฟอุ่น ๆ ราดไอศกรีมวานิลลา รีวิวจริงบอกว่าแป้งกรอบข้างนอกแต่ข้างในนุ่ม รสแอปเปิลออกหวานอมเปรี้ยวกำลังดี แต่ต้องใจเย็นเพราะรอราว 15–20 นาที ส่วนสายคาวมี Croque Monsieur แซนด์วิชชีสฝรั่งเศสคลาสสิก และ Quiche Lorraine ที่หลายคนยกเป็นเมนูเด่นของร้าน เครื่องดื่มก็ใส่ใจไม่แพ้กัน กาแฟใช้เมล็ด single origin จากเชียงใหม่ผสมเมล็ดนำเข้าจากอิตาลี รีวิวชมว่าหอมนุ่มละมุน มี Orange Espresso รสส้มสดชื่นเป็นตัวเลือกแปลก ๆ ให้ลอง รวมถึงเลมอเนดและ ginger beer ทำเองที่เข้ากับอากาศร้อน ๆ ของกรุงเทพ ชาก็เป็นชานำเข้าจากฝรั่งเศส
บรรยากาศเป็นบ้านตึกแถวเก่าผนังอิฐเปลือย มีต้นไม้เขียว ๆ ทั้งหน้าร้านและในร้าน กลิ่นขนมอบลอยทั่วทั้งบ้าน หลายคนบอกว่าเหมือนไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน เพราะพี่หมูเจ้าของร้านดูแลลูกค้าเองอย่างเป็นกันเอง ราคาต่อคนอยู่ราว 101–250 บาท ขนมชิ้นละประมาณ 160 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลกับของทำมือ
ข้อควรรู้: ร้านเปิดเฉพาะ ศุกร์–อาทิตย์ เวลา 12:00–18:00 น. ปิดจันทร์ถึงพฤหัส ดังนั้นวางแผนวันให้ดีก่อนมา ร้านเล็กที่นั่งไม่เยอะ ช่วงสุดสัปดาห์คนแน่น รับทั้งเงินสดและ QR ที่จอดรถหายากเพราะอยู่ในซอย แนะนำมาด้วย BTS แล้วเดินต่อจะสะดวกที่สุด
Cosmic Cafe Sathorn
Cosmic Cafe Sathorn คือคาเฟ่กาแฟจริงจังร้านเล็กแนววินเทจ สาขาสองของร้านต้นตำรับจากเพชรบุรี ที่ย้ายมาปักหลักปลายถนนสาทรใต้ ก่อนเลี้ยวลอดใต้สะพานตากสิน เดินจาก BTS สะพานตากสินแค่ไม่กี่นาที เหมาะกับสายกาแฟที่อยากได้แก้วดี ๆ ในบรรยากาศสงบ คนทำงานที่มองหาที่นั่งเงียบ ๆ กลางวัน และคนที่ชอบคาเฟ่เล็ก ๆ อบอุ่นมากกว่าร้านใหญ่โต ร้านไม่ได้กว้าง มีโต๊ะราว 4-5 ตัว แต่จัดของแต่งร้านสไตล์เรโทร มีเพลงเก่าเปิดคลอ อยู่แล้วสบายใจ
เมนูที่คนพูดถึงบ่อยคือ Cosmic Blend เมล็ดบราซิล+เอธิโอเปียคั่วกลาง กลิ่นหอม รสแน่น ติดลิ้นนาน ส่วนสายเย็นมี Iced Cappuccino กับ Iced Latte ที่รีวิวบอกว่านมนุ่ม กลมกล่อม กลิ่นกาแฟชัด ใครไม่กินกาแฟลอง Honey Lemon Soda สดชื่นเปรี้ยวหวานกำลังดี ของกินเล่นมี Egg Mayo Sandwich ไส้แน่น กับ Cheesecake เนื้อเนียนไว้ตัดเลี่ยน จับคู่กับกาแฟได้ลงตัว
เสียงจากรีวิวจริงชมเรื่องกาแฟดี พนักงานเป็นกันเอง บริการอบอุ่น มี WiFi ฟรี บรรยากาศเหมาะนั่งชิลหรือนั่งทำงาน หลายคนเรียกว่าเป็นร้านลับที่ควรค่าแก่การเดินหา ราคาย่อมเยา กาแฟส่วนใหญ่อยู่ในหลักไม่เกินร้อยต้น ๆ (Iced Latte ราว 85 บาท) คุ้มกับคุณภาพในย่านสาทรที่ราคาคาเฟ่มักสูงกว่านี้
ข้อควรรู้: ร้านไม่มีที่จอดรถ ถ้าขับมาจอดที่โรบินสันบางรัก (ฟรีชั่วโมงแรก) หรือที่จอดสาธารณะสถานีตากสินได้ เวลาเปิดตามข้อมูลร้านคือทุกวัน 08:00-17:00 แต่บางช่วงอาจปิดกลางสัปดาห์ เช็กเพจร้านก่อนไปจะชัวร์กว่า และเพราะร้านเล็ก ช่วงสุดสัปดาห์คนแน่น ที่นั่งเต็มไว มาช่วงเช้าวันธรรมดาจะได้บรรยากาศเงียบสบายที่สุด
REN Cafe and Goods
ถ้าเป็นสายมัทฉะตัวจริง REN Cafe and Goods คือร้านที่ควรปักหมุดในย่านเจริญกรุง เป็นคาเฟ่ specialty มัทฉะที่ซ่อนอยู่ในโครงการ Charoen43 Art & Eatery ซอยเจริญกรุง 43 เดินจาก BTS สะพานตากสิน/ท่าเรือสาทร มาไม่ไกล ตัวร้านรีโนเวตจากตึกเก่าเป็นสองชั้น โทนเขียวเข้มตัดเบจ วางต้นไม้จริงเต็มร้าน ชั้นล่างเป็นบาร์ไม้กับผนังปูนเปลือย ส่วนชั้นบนกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ มีโต๊ะพร้อมปลั๊กสำหรับคนที่อยากนั่งทำงานยาว ๆ เหมาะกับคนเลิฟชาเขียว สายถ่ายรูป และคนที่อยากหามุมสงบหลบความวุ่นวายของบางรัก
ตัวชูโรงคือมัทฉะที่คัดผงชาเกรดดีจากญี่ปุ่นมาหลายตัว เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือ Ren Matcha Latte (ใช้มัทฉะตัว Mie) รสชากลม ๆ ไม่ฝาดจนเกินไป, Matcha Black Sesame ที่ใช้ผงมัทฉะ Yama ผสมงาดำกับโอ๊ตมิลก์ ได้กลิ่นถั่ว ๆ หอมมันตัดขมนิด ๆ และฝั่งโฮจิฉะก็มีให้เลือกทั้ง Kaze กับ Sora สำหรับคนที่ชอบกลิ่นชาคั่วหอม ๆ ไม่ขม ใครไม่กินมัทฉะก็ยังมีกาแฟ ช็อกโกแลต และโซดาผลไม้
ของหวานก็เป็นอีกจุดที่คนชม โดยเฉพาะ Matcha Basque Cheesecake เนื้อครีมนุ่มกับมัทฉะทิรามิสุที่รีวิวบอกว่าฟู หอม บาลานซ์ความหวานกับความขมของชาได้ดี ราคาเครื่องดื่มอยู่ราว 95–190 บาท ของหวานประมาณ 150–180 บาท ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับร้านมัทฉะ specialty เสียงส่วนใหญ่ให้คะแนนดี (Wongnai 4.5 ดาว) ชมทั้งรสมัทฉะที่เข้มจริง บรรยากาศโฮมมี่ และพนักงานเป็นกันเอง
ข้อควรรู้: ร้านปิดวันจันทร์ เปิด อังคาร–ศุกร์ 08:00–18:00 และเสาร์–อาทิตย์ 09:00–18:00 ที่นั่งไม่เยอะมาก วันหยุดคนแน่นและหาโต๊ะยาก ถ้าอยากได้ที่ชิล ๆ แนะนำมาวันธรรมดาหรือช่วงเช้า ที่จอดรถฝากไว้ตึก CAT หรือไปรษณีย์กลางบางรักได้ ใครมาเที่ยวย่านเจริญกรุง–สาทรแล้วอยากหามัทฉะดี ๆ สักแก้ว ที่นี่คือคำตอบที่ไม่ผิดหวัง
KINCE BANGKOK
KINCE Bangkok เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ สไตล์เกาหลีมินิมอลริมถนนเจริญกรุง ตรงข้ามซอยเจริญกรุง 57 ย่านบางรัก เดินจาก BTS สะพานตากสินแค่ราว ๆ 390 เมตรก็ถึง จุดขายที่คนพูดถึงกันเยอะสุดคือน้องแมวประจำร้านสองตัว น้องหมั่นโถกับน้องโมจิ ใครสายรักแมวแล้วชอบกาแฟ ที่นี่คือมุมเล็ก ๆ ที่ลงตัวมาก ตัวร้านไม่ใหญ่ ที่นั่งไม่ถึงสิบที่ ตกแต่งโทนขาวครีมตัดไม้ มีต้นเฟิร์นเขียว ๆ ให้ฟีลอบอุ่นเหมือนนั่งอยู่คาเฟ่ที่โซล เหมาะกับคนที่อยากหามุมสงบนั่งจิบกาแฟ ทำงานเบา ๆ เพราะมี Wi-Fi ให้ด้วย
เมนูเด่นเป็นกาแฟ ชา โซดา และเบเกอรีสไตล์เกาหลี ที่รีวิวชอบสั่งกันคือ Iced Americano (ราว 65 บาท), Cold Chocolate ช็อกโกแลตเย็น (ราว 85 บาท) และเมนูซิกเนเจอร์ชื่อน่ารักอย่าง Kince In Love (ราว 80 บาท) ใครชอบแนวเกาหลีจริงจังก็มีดัลโกน่ากับมัทฉะลาเต้ให้ลอง เสริมด้วยขนมอย่างบราวนี่ คุกกี้ และกล้วยหอมเบรดสูตรวีแกน มีนมโอ๊ตให้เปลี่ยนได้ด้วย รสชาติในรีวิวออกไปทางกลมกล่อมดื่มง่าย ไม่ได้เข้มจัดหรือหวานเจี๊ยบ เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟสมดุล
เรื่องราคาถือว่าเป็นมิตร ส่วนใหญ่จบต่อหัวไม่ถึง 100 บาท เริ่มต้นเครื่องดื่มแถว ๆ 55 บาท พนักงานเป็นกันเองเป็นอีกจุดที่รีวิวชมบ่อย คะแนนบน Wongnai อยู่ราว 4.2 จากรีวิวที่ยังไม่เยอะมาก แต่เสียงที่ออกมาไปทางบวก โดยเฉพาะบรรยากาศกับน้องแมว
ร้านเปิดจันทร์-ศุกร์ 8:30-19:00 น. เสาร์-อาทิตย์ 9:00-19:00 น. ข้อควรรู้คือร้านเล็กและที่นั่งจำกัด ช่วงวันหยุดคนแน่นได้ง่าย ถ้าอยากได้มุมนั่งเล่นกับน้องแมวสบาย ๆ มาช่วงเช้าหรือวันธรรมดาจะโล่งกว่า ร้านไม่มีที่จอดรถเป็นเรื่องเป็นราว จอดริมถนนหน้าร้านชั่วคราวได้ หรือสั่งผ่านเดลิเวอรีก็มี ใครลงสะพานตากสินอยู่แล้วแวะง่ายมาก
SWERB Specialty
SWERB Specialty คือร้านกาแฟสเปเชียลตี้ในซอยนางลิ้นจี่ 4 ย่านสาทร ที่ตั้งอยู่ในบ้านเก่าสามชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน ก่อนจะเข้าประตูคุณจะเจอกับผนังเขียวชอุ่มจากเถาวัลย์และต้นไม้ที่ขึ้นปกคลุมทั่วหน้าร้าน สร้างบรรยากาศที่รู้สึกเหมือนเดินเข้าสวนเล็ก ๆ ใจกลางเมือง เจ้าของร้านเป็นอดีต motion designer ที่ใช้ชีวิตอยู่ซานฟรานซิสโกกว่าสิบปี กลับมาเปิดร้านนี้ในช่วงโควิด และนำความรู้สึกของ “กาแฟประจำวัน” แบบอเมริกันตะวันตกมาใส่ในร้าน ทำให้ SWERB มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาจากร้านทั่วไปยาก
เมนูเด่นของร้านคือ Coldpresso — กาแฟสกัดเย็นแบบใช้แรงดันแทนความร้อน ซึ่งให้รสชาติที่สะอาดและซับซ้อนกว่า Cold Brew ทั่วไป นอกจากนี้ยังมี Americano และ Latte จากเมล็ดกาแฟที่เปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์ตามฤดูกาล บางอาทิตย์เป็น Single Origin จากดอยไทย บางอาทิตย์เป็นเมล็ด Micro Lot จากต่างประเทศ เจ้าของจะแนะนำเมล็ดตามรสที่คุณชอบ ถ้าบอกว่าชอบกลิ่นช็อกโกแลตหรือผลไม้ก็จะได้แก้วที่โดนใจ สำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ ยังมี Chai Latte ชงแบบมีฟองนมด้านบน รสอบเชยนำแต่ไม่เผ็ดร้อน และชาร้อนเสิร์ฟในกา
ขนมโฮมเมดในร้านทำสดทุกวัน มีสโคนกับแยม เบเกิลกับทรัฟเฟิลมาโย และโดนัทที่คนรีวิวใน Wongnai พูดถึงบ่อย ราคากาแฟ House Blend อยู่ราว ฿80–100 ต่อแก้ว ถ้าเลือก Single Origin หรือเมล็ดพิเศษจะขึ้นไปถึงราว ฿150–250 โดยรวมค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ในโซนหลักร้อยถึงสี่ร้อยบาท ซึ่งหลายรีวิวบอกว่า “คุ้มกับคุณภาพที่ได้”
ตัวร้านมีหลายโซน ชั้น 1 คือ Coffee Bar หลัก ชั้น 2 เป็นมุมขายของคัดสรร ชั้น 3 เป็นพื้นที่ Co-Working ให้เช่า (ใช้จัดโยคะหรือ wine tasting ก็มี) และชั้นใต้ดินเป็นห้องดูหนัง สายทำงานนั่งได้ทั้งวัน ร้านเปิดอังคาร–ศุกร์ 8:30–17:00 น. เสาร์–อาทิตย์ 9:30–17:00 น. ปิดจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) มีที่จอดรถประมาณ 4–5 คัน เป็นร้านที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง เดินทางสะดวกจาก BTS ช่องนนทรี หรือ MRT ลุมพินี แล้วต่อ Grab อีกนิด
🍢 ฟู้ดทัวร์ & คลาสทำอาหารย่านสะพานตากสิน
อยากชิมหลายร้านในทริปเดียวแบบมีไกด์พาไป หรือได้ลงมือทำเมนูไทยเองสักครั้ง? จองฟู้ดทัวร์และคลาสทำอาหารย่านสะพานตากสิน-สาทร-บางรักและริมเจ้าพระยาผ่าน Klook และ GetYourGuide ได้เลย มีทั้งทัวร์ตามกินของอร่อยแบบคนท้องถิ่น ทัวร์ริมน้ำเจ้าพระยา และคลาสทำอาหารไทยที่พาไปเดินตลาดเลือกวัตถุดิบก่อนลงมือทำ เหมาะกับต่างชาติที่อยากเข้าถึงรสชาติจริงของย่านนี้แบบไม่ต้องเดินหาร้านเอง
💡 รู้ก่อนไปคาเฟ่ที่ย่านสะพานตากสิน
นั่ง BTS มาลงสถานีสะพานตากสิน แล้วเดินหรือต่อเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าเรือสาทร (Central Pier) ไปฝั่งเจริญกรุงหรือฝั่งธนได้ ย่านสาทร-บางรักที่จอดรถจำกัด เรียก Grab สะดวกกว่าขับรถมาเอง
คาเฟ่ส่วนใหญ่รับพร้อมเพย์ (QR) และบัตรได้ แต่ร้านเล็กหรือแผงกินเล่นริมทางแถวบางรักอาจรับแต่เงินสด พก 100–500 บาทติดกระเป๋าไว้จะไม่สะดุด
เสาร์-อาทิตย์ช่วงบ่ายคนเยอะสุด โดยเฉพาะบาร์มัทฉะและคาเฟ่ขนมญี่ปุ่นที่ที่นั่งน้อยและเมนูซิกเนเจอร์ทำจำนวนจำกัด ถ้าอยากได้ที่นั่งชิล ๆ มาช่วงเช้าหลังร้านเปิดใหม่ ๆ จะสบายกว่ามาก
ถ้ามาถึงกรุงเทพฯ ดึกหรือปรับเวลานอนไม่ทัน Glur Bangkok Hostel & Coffee Bar เปิด 24 ชั่วโมง แวะจิบกาแฟดริปหรือโกโก้เย็นได้ตลอด เป็นตัวเลือกดีตอนคาเฟ่ร้านอื่นปิดหมดแล้ว
คาเฟ่ย่านสะพานตากสิน-สาทรคุ้นเคยกับลูกค้าต่างชาติและชาวออฟฟิศต่างประเทศ เมนูมักมีภาษาอังกฤษและบาริสต้าส่วนใหญ่สื่อสารได้ สั่งกาแฟ มัทฉะ หรือถามเมนูแนะนำได้สบายใจ
คาเฟ่ไทยไม่บังคับทิป บางร้านมีกล่องหยอดทิปที่เคาน์เตอร์ ถ้าประทับใจบริการหรือกาแฟ หยอดเศษเหรียญหรือ 20 บาทก็เป็นน้ำใจที่บาริสต้ายินดี
วางแผนเดินคาเฟ่ฮอปย่านสะพานตากสินให้คุ้มวัน
ทริกง่าย ๆ คือใช้ BTS สะพานตากสินเป็นจุดตั้งต้น เริ่มเช้าที่สาย specialty อย่าง Cosmic Cafe Sathorn หรือ MONOCHROME (บางรัก) ที่รีวิวชมเรื่องกาแฟกันแทบทุกเสียง แล้วขยับไปเก็บสายมัทฉะที่ Katsute Matcha (สาขาสาทร) ในคอนโด Blossom สาทร ลองมัทฉะ single-origin กับ Matcha Basque Cheesecake ช่วงบ่ายค่อยแวะ Homu กินวาราบิโมจิกวนสดและโมจิหยดน้ำราดคุโรมิตซึ หรือเติมพลังด้วยเบอร์เกอร์กับมิลค์เชคที่ Fats and Angry (บางรัก) ใครสายดึกก็ปิดท้ายที่ Glur Bangkok Coffee Bar ที่เปิด 24 ชั่วโมงได้เลย ร้านส่วนใหญ่เล็กและที่นั่งจำกัด เสาร์-อาทิตย์ตอนบ่ายคนแน่น ถ้าอยากได้ที่นั่งชิล ๆ แนะนำมาช่วงเช้าวันธรรมดา ใส่รองเท้าเดินสบายและพกน้ำติดตัว เพราะกลางวันกรุงเทพฯ ร้อน
เดินคาเฟ่ฮอปย่านสะพานตากสินทั้งวันแล้วอยากพักใกล้ ๆ ริมเจ้าพระยา? เลือกโรงแรมย่านสาทร-บางรักที่เดินถึง BTS สะพานตากสิน ท่าเรือสาทร และโรบินสันบางรักได้ เช้าตื่นมาก็จิบกาแฟร้านโปรดต่อได้เลย เทียบราคาจาก Agoda, Booking และ Trip.com ก่อนจองจะได้ดีลที่คุ้มที่สุด
ดูที่พักย่านสะพานตากสิน-สาทร-บางรัก