หน้าแรก จุดหมาย ระนอง 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยระนองมาระนองครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง
🧳 คู่มือเที่ยวระนอง

มาระนองครั้งแรก
ต้องรู้อะไรบ้าง

ระนองเป็นเมืองใต้สุดขอบฝั่งอันดามันที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้จัก คนยังไปไม่ทั่ว เลยยังเงียบและราคาเป็นมิตร แต่เพราะเป็นเมืองที่ ฝนตกชุกที่สุดในไทย และของเด็ดหลายอย่างต้องนั่งเรือออกเกาะ มาครั้งแรกถ้าไม่รู้จังหวะก่อนจะพลาดง่าย คู่มือนี้รวมทุกเรื่องที่มือใหม่ควรรู้ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ควรมา การเดินทางเข้าเมือง การออกเกาะพยาม เรื่องน้ำแร่ ของกิน ไปจนแผนเที่ยวแนะนำที่หยิบไปใช้ได้เลย ราคาและเวลาทุกอย่างเป็นค่าโดยประมาณ ควรเช็กอีกทีก่อนไป

♨️ น้ำแร่รักษะวาริน🏝️ ออกเกาะพยาม🌧️ เมืองฝนแปดแดดสี่
มาระนองครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ระนองเป็นจังหวัดที่ยาวและแคบ วางตัวขนานไปกับชายแดนพม่า มีแม่น้ำกระบุรีกั้นกลาง ตัวเมืองเล็กกะทัดรัดเดินได้ ส่วนของเด่นจริง ๆ กระจายอยู่รอบนอก ทั้งบ่อน้ำพุร้อน เกาะกลางทะเล น้ำตก และจุดชมวิว สิ่งที่ทำให้ระนองต่างจากเมืองทะเลใต้อื่นคือมันไม่ได้มีแค่ทะเล แต่มีน้ำแร่ร้อนธรรมชาติกลางเมือง วัฒนธรรมจีน-พม่าผสมกัน และความเงียบที่หาได้ยากแล้วในภูเก็ตหรือกระบี่

เรื่องแรกที่ต้องรู้ — ระนองฝนตกชุกที่สุดในไทย

ระนองมีคำเรียกว่าเมือง ฝนแปดแดดสี่ หมายถึงฝนตกราวแปดเดือน แดดดีราวสี่เดือน เป็นจังหวัดที่ฝนตกมากที่สุดในประเทศ ถ้าวางแผนมาเที่ยวทะเลหรือออกเกาะ ช่วงเวลาคือเรื่องสำคัญที่สุด มาผิดเดือนอาจเจอฝนทั้งทริปและเรือหยุดวิ่ง

  • พฤศจิกายน–เมษายน คือช่วงดีที่สุด ฟ้าใส ทะเลสงบ เหมาะออกเกาะ น้ำใส แดดสวย
  • ธันวาคม–กุมภาพันธ์ เป็นไฮซีซันจริง อากาศกำลังดี แต่คนเยอะกว่าและที่พักเต็มเร็ว
  • พฤษภาคม–ตุลาคม เป็นหน้าฝน ทะเลมีคลื่นแรง เรือออกเกาะหลายเจ้าหยุดวิ่งหรือวิ่งไม่แน่นอน
  • ถ้ามาหน้าฝนแนะนำเน้นกิจกรรมในเมือง แช่น้ำแร่ เดินเมืองเก่า ซึ่งเที่ยวได้แทบไม่สะดุดแม้ฝนตก

เคล็ดลับเรื่องฤดู

ถ้าเป้าหมายหลักคือเกาะพยามหรือเกาะช้าง ห้ามมาหน้าฝนเด็ดขาด เพราะเรือเมล์ลำใหญ่มักหยุดวิ่งช่วงมรสุม เหลือแต่สปีดโบ๊ตที่ก็ขึ้นกับสภาพคลื่นเป็นวัน ๆ แต่ถ้ามาเน้นน้ำแร่กับเมืองเก่า มาเดือนไหนก็เที่ยวสนุกได้ พกร่มกับรองเท้าลุยน้ำไว้ก็พอ

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว ระนอง ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม ระนอง ทั้งหมด (Klook)

เดินทางเข้าระนองยังไง

ระนองอยู่ห่างกรุงเทพราว 570 กิโลเมตร ไปได้ทั้งเครื่องบิน รถทัวร์ และรถส่วนตัว ระนองไม่มีรถไฟไปถึง สถานีรถไฟที่ใกล้สุดคือชุมพร แล้วต่อรถอีกราวสองชั่วโมงข้ามเขามาฝั่งอันดามัน

  • เครื่องบิน — เร็วสุด มีไฟลต์กรุงเทพ (ดอนเมือง) ลงสนามบินระนอง บินราวชั่วโมงครึ่ง จากสนามบินเข้าเมืองราว 20–25 กม. ต่อแท็กซี่หรือรถเช่า
  • รถทัวร์/รถตู้ — จากหมอชิตมีรถทัวร์หลายเจ้าวิ่งกลางคืน ใช้เวลาราว 8–10 ชั่วโมง ราคาราว ฿500–900 แล้วแต่ชั้นที่นั่ง ผ่านชุมพรแล้วข้ามเขามาระนอง
  • ขับรถเอง — จากกรุงเทพลงเพชรเกษม ผ่านชุมพร เลี้ยวเข้าระนอง ใช้เวลาราว 7–8 ชั่วโมง ถนนช่วงข้ามเขาชุมพร-ระนองคดเคี้ยว ขับระวังช่วงฝนตก
  • ต่อจากจังหวัดข้างเคียง — หลายคนเที่ยวระนองพ่วงกับชุมพร พังงา หรือสุราษฎร์ เพราะอยู่บนเส้นทางลงใต้พอดี

เดินทางในระนองต้องมีรถ

นี่คือเรื่องที่มือใหม่มักพลาด ระนองไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ไม่มีแกร็บคาร์เหมือนเมืองใหญ่ และที่เที่ยวอย่างน้ำตก ภูเขาหญ้า ปากน้ำ อยู่กระจายห่างกัน ถ้าไม่มีรถจะเที่ยวลำบากและเสียเวลารอมาก

  • เช่ามอเตอร์ไซค์ — ราว ฿250–300 ต่อวัน คล่องตัวสุดสำหรับเที่ยวคนเดียวหรือสองคน แต่ระวังฝนและถนนขึ้นเขา
  • เช่ารถยนต์ — ราว ฿900–1,300 ต่อวัน เหมาะมากันหลายคนหรือพาผู้ใหญ่ มีทั้งที่สนามบินและในเมือง
  • เช่ารถพร้อมคนขับ — ถ้าไม่อยากขับเอง มีบริการเหมารถเที่ยวรายวัน สะดวกแต่ราคาสูงกว่า
  • มอเตอร์ไซค์รับจ้าง/สองแถว — มีในเมืองแต่น้อย เหมาะวิ่งระยะสั้นในเมืองเท่านั้น

จองรถล่วงหน้า

รถเช่าในระนองมีจำนวนจำกัดกว่าเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ช่วงไฮซีซันหรือวันหยุดยาวรถหมดเร็ว ถ้ามาช่วงนั้นควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้าลงเครื่องแล้วต้องการรับรถที่สนามบินทันที

เรื่องออกเกาะ — เกาะพยามกับเกาะช้าง

ของเด่นที่คนมาระนองอยากเก็บคือเกาะพยาม เกาะเงียบ ๆ หาดทรายขาว น้ำใส บรรยากาศชิลแบบยังไม่พลุกพล่าน บางคนเรียกว่ามัลดีฟส์เมืองไทย ส่วนเกาะช้างระนองเป็นเกาะเล็กที่ดิบและเงียบกว่า เหมาะคนอยากหนีความวุ่นวายจริง ๆ ทั้งสองเกาะออกเรือจากท่าเรือปากน้ำระนอง

  • เรือสปีดโบ๊ต — ไปเกาะพยามราว 40 นาที ค่าเรือราว ฿350 ต่อเที่ยวต่อคน วิ่งบ่อยและเร็ว
  • เรือเมล์/เฟอร์รี — ราคาถูกกว่าราว ฿200 ต่อเที่ยว แต่ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง และมักหยุดวิ่งช่วงมรสุม
  • ท่าเรือปากน้ำระนอง — อยู่ห่างเมืองราว 10 กม. ห่างสนามบินราว 35 นาที เป็นจุดออกเรือไปทั้งสองเกาะ
  • ค้างบนเกาะอย่างน้อย 1 คืน — ไป-กลับวันเดียวได้แต่เสียดายเวลา เกาะพยามค้างคืนแล้วได้ดูพระอาทิตย์ตกคุ้มกว่ามาก

เรื่องที่มือใหม่ควรรู้ก่อนออกเกาะ

เกาะพยามไม่มีถนนรถยนต์ ใช้มอเตอร์ไซค์เช่าบนเกาะเป็นหลัก ไฟฟ้าบางจุดมาเป็นช่วง สัญญาณมือถือไม่เต็มที่ทุกหาด ตู้เอทีเอ็มมีน้อย ควรเตรียมเงินสดไปให้พอ และเช็กตารางเรือเที่ยวสุดท้ายของวันก่อนเสมอ เพราะตกเรือแล้วค้างฝั่งไม่ใช่เรื่องสนุก

น้ำแร่รักษะวาริน — ของขึ้นชื่อที่ห้ามพลาด

ถ้ามาระนองแล้วไม่ได้แช่น้ำแร่ถือว่ามาไม่ถึง บ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินอยู่กลางเมือง เป็นน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่สะอาดจนนำไปบรรจุขวดดื่มได้ ไม่มีกลิ่นกำมะถัน อุณหภูมิต้นน้ำราว 65 องศา มีบ่อพ่อ บ่อแม่ บ่อลูกสาว ตัวบ่อต้นน้ำร้อนจัดห้ามลงไปแช่ ให้ลงเฉพาะบ่อแช่เท้าหรือห้องอาบน้ำแร่ที่ผสมอุณหภูมิแล้ว

  • บ่อแช่เท้าในสวนสาธารณะ — แช่ได้ฟรี เปิดให้คนทั่วไป เหมาะแวะคลายเมื่อยตอนเย็น
  • ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว — มีค่าบริการ เริ่มราว ฿50–200 แล้วแต่แบบและสถานที่
  • ที่พักต่อท่อน้ำแร่ — หลายโรงแรมในระนองต่อท่อน้ำแร่ร้อนเข้าห้อง แช่ในห้องได้เลย เหมาะคนมาเน้นพักผ่อน

ระนองกินอะไรดี

ระนองเป็นเมืองกินที่หลายคนคาดไม่ถึง มีทั้งติ่มซำเช้าแบบจีน อาหารใต้รสจัด ซีฟู้ดสดราคาดี และอาหารพม่าแท้จากชุมชนแรงงานที่หาได้ยากในเมืองอื่น นี่คือของกินเด่นที่มือใหม่ควรลองให้ครบ

1

ติ่มซำเช้าระนอง

ย่านเมืองเก่า · เปิดเช้าถึงสาย

มื้อเช้าประจำเมืองที่คนระนองคุ้นเคย ฮะเก๋ากุ้ง ขนมจีบหมู-กุ้ง ซาลาเปาไส้หมูแดง โจ๊ก กับโอวัลตินร้อน ร้านดังย่านเมืองเก่าเปิดเช้าและคนแน่นเร็ว

ติ่มซำมื้อเช้าต้องลอง
ราว ฿20–40 ต่อเข่ง · มื้อละ ~฿100–150
2

หอยนางรมระนอง

ร้านซีฟู้ดในเมือง–ปากน้ำ

ระนองขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมตัวใหญ่เนื้อหวาน เป็นของเด็ดประจำจังหวัด กินสดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและกระเทียมเจียว หรือทอดเป็นออส่วน ราคาดีกว่าเมืองท่องเที่ยวใหญ่

ซีฟู้ดหอยนางรมของขึ้นชื่อ
ตามขนาด · จานละ ~฿120–250
3

อาหารใต้รสจัด

ตัวเมืองระนอง · กลางวัน–เย็น

แกงเหลืองปลา ผัดสะตอกุ้ง คั่วกลิ้ง ใบเหลียงผัดไข่ รสจัดแบบใต้แท้ มีหลายร้านในตัวเมือง เป็นมื้อกลางวันหรือเย็นที่ไม่ควรพลาดถ้ากินเผ็ดได้

อาหารใต้รสจัด
จานละ ~฿60–150
4

ซีฟู้ดสดริมเมือง

ตัวเมือง–ปากน้ำ · มื้อเย็น

ระนองติดทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาสด ราคาดี ลองปูม้านึ่ง กุ้งแม่น้ำเผา หรือปลาทอดขมิ้น เป็นมื้อเย็นที่คุ้มมากถ้ามาเป็นกลุ่ม

ซีฟู้ดมื้อเย็น
ตามน้ำหนัก · มื้อกลุ่ม ~฿300–600 ต่อคน
5

อาหารพม่า–ชานมพม่า

ย่านตลาด–ชุมชนพม่า

ระนองมีชุมชนพม่าใหญ่ เลยมีร้านอาหารพม่าแท้ ทั้งแกงพม่า สลัดใบชา และชานมพม่าเข้ม ๆ เป็นรสที่หากินยากในเมืองอื่น สายลองของแปลกห้ามพลาด

อาหารพม่าหากินยาก
จานละ ~฿40–80
6

ของฝากเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ร้านของฝากในเมือง–ปากน้ำ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเป็นของฝากเด่นของระนอง มีทั้งคั่วเกลือ อบ และเคลือบรสต่าง ๆ หาซื้อได้ตามร้านของฝากในเมืองและแถวปากน้ำ ซื้อกลับเป็นของฝากคุ้ม

ของฝากก่อนกลับ
เริ่ม ~฿80–200 ต่อถุง
7

อาหารทะเลแปรรูป–กะปิกุ้งเสียบ

ร้านของฝาก–ตลาดในเมือง

กะปิ กุ้งแห้ง น้ำพริกกุ้งเสียบ ปลาเค็ม เป็นของฝากสายอาหารทะเลแปรรูปที่ระนองทำได้ดี เพราะติดทะเลและมีของสด ซื้อกลับไปทำกับข้าวต่อได้

ของฝากของทะเลแปรรูป
เริ่ม ~฿60–150 ต่อถุง/กระปุก
8

คาเฟ่เมืองเก่า–คาเฟ่ในสวน

เมืองเก่า–ชานเมือง

ระนองมีคาเฟ่ตั้งแต่ร้านเล็กในตึกเก่าย่านเมืองเก่า ไปจนคาเฟ่ฟาร์มสเตย์กลางป่าเขียวอย่างบ้านไร่ไออรุณที่อยู่อำเภอกะเปอร์ เหมาะแวะนั่งชิลหลบแดดบ่ายหรือหลบฝน

คาเฟ่นั่งชิล
เครื่องดื่ม ~฿50–120

แผนแนะนำ — มาครั้งแรกควรไปแบบไหน

ถ้ามาครั้งแรกแล้วไม่รู้จะจัดทริปยังไง นี่คือสองแบบที่เราแนะนำ เลือกตามเวลาที่มี แบบสั้น 2 วันเน้นตัวเมืองกับน้ำแร่ ไม่ต้องเหนื่อยขึ้นเรือ ส่วนแบบ 3 วันเพิ่มการออกเกาะพยามค้างคืนเข้าไป ได้ครบทั้งเมืองและทะเล

แบบสั้น วันที่ 1

เมืองเก่า + แช่น้ำแร่

07:30
กินติ่มซำเช้าย่านเมืองเก่าติ่มซำระนองดังเรื่องฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา ร้านเปิดเช้าและคนแน่นเร็ว ไปก่อนแปดโมงจะดี
09:00
เดินถนนเมืองเก่า ตึกชิโนโปรตุกีส ศาลเจ้า ร้านกาแฟท้องถิ่นย่านเมืองเก่ามีตึกเก่าผสมจีน-พม่า ถ่ายรูปเพลิน อากาศเช้ายังเย็น
10:30
ขึ้นพระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ชมเรือนไม้สักและวิวเมืองเข้าชมฟรี อยู่บนเนินกลางเมือง เดินขึ้นไม่ไกล
12:00
มื้อกลางวันอาหารใต้รสจัดหรือซีฟู้ดในเมืองลองแกงเหลือง ผัดสะตอกุ้ง หรือหอยนางรมของขึ้นชื่อ
14:00
พักร้อนในคาเฟ่เมืองเก่า แล้วแวะระนองแคนยอนถ่ายรูประนองแคนยอนเป็นเหมืองดินขาวเก่า น้ำสีเขียวมรกต ห่างเมืองราว 12 กม. ห้ามลงเล่นน้ำ
16:30
แช่เท้า/อาบน้ำแร่ที่บ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินบ่อแช่เท้าฟรี โซนอาบน้ำแร่ส่วนตัวมีค่าบริการ คลายเมื่อยก่อนมื้อเย็น
18:30
มื้อเย็นซีฟู้ดหรืออาหารใต้ แล้วกลับที่พักเลือกที่พักต่อท่อน้ำแร่ จะได้แช่ต่อในห้องแบบส่วนตัว
แบบสั้น วันที่ 2

จุดชมวิว + ปากน้ำชายแดน

08:00
ขับขึ้นภูเขาหญ้า (เขาหัวล้าน) เดินชมวิว 360 องศาหน้าฝนหญ้าเขียว หน้าแล้งเป็นสีน้ำตาลทอง ไปเช้าแดดยังไม่แรง
09:30
แวะน้ำตกหงาว เดินเล่นน้ำหรือชมป่าชายเลนในอุทยานเห็นสายน้ำตกตั้งแต่ริมถนนเพชรเกษม น้ำเยอะช่วงหลังหน้าฝน
12:00
กินกลางวันก่อนวกกลับเข้าเมืองแถวหงาวมีร้านอาหารตามสั่งและซีฟู้ดให้เลือก
13:30
ไปปากน้ำระนอง นั่งเรือหางยาวชมปากแม่น้ำและเส้นเขตแดนไทย-พม่าท่าเรือปากน้ำห่างเมืองราว 10 กม. เป็นจุดข้ามแดนไปเกาะสองฝั่งพม่าด้วย
15:00
ซื้อของฝาก เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กะปิ กุ้งแห้ง น้ำพริกของฝากระนองเด่นเรื่องอาหารทะเลแปรรูปและเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่ว
16:00
ออกเดินทางกลับ หรือต่อชุมพร/พังงาออกช่วงนี้กำลังพอดี ไม่ต้องขับกลางคืน

ส่วนใครมีเวลา 3 วันและอยากออกทะเลด้วย แนะนำให้ใช้วันที่ 1 เที่ยวเมืองกับน้ำแร่ตามด้านบน แล้ววันที่ 2–3 ออกเกาะพยามค้างหนึ่งคืน นี่คือไทม์ไลน์ช่วงออกเกาะ

แบบ 3 วัน วันที่ 2

ออกเกาะพยาม ค้าง 1 คืน

08:30
เช็กเอาต์ ขับไปท่าเรือปากน้ำระนอง จอดรถไว้ที่ท่าท่าเรือปากน้ำมีที่จอดรถรายวัน เก็บกระเป๋าเท่าที่จำเป็นขึ้นเกาะ
10:00
ขึ้นสปีดโบ๊ตไปเกาะพยาม ราว 40 นาทีค่าเรือราว ฿350 ต่อเที่ยว เช็กตารางเที่ยวสุดท้ายขากลับไว้ก่อน
11:30
เช็กอินที่พักบนเกาะ เช่ามอเตอร์ไซค์สำรวจเกาะเกาะพยามไม่มีถนนรถยนต์ ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก เตรียมเงินสดไปให้พอ
13:00
เที่ยวหาดอ่าวใหญ่และอ่าวเขาควาย เล่นน้ำ นอนชายหาดอ่าวใหญ่หาดยาวคึกคัก อ่าวเขาควายเงียบกว่าและน้ำใส
17:30
ดูพระอาทิตย์ตกริมหาดฝั่งตะวันตกพระอาทิตย์ตกทะเลอันดามันเป็นไฮไลต์ของการค้างคืนบนเกาะ
19:00
มื้อเย็นซีฟู้ดร้านริมหาด นั่งชิลฟังคลื่นร้านบนเกาะมีไม่เยอะ ของอาจหมดเร็วช่วงไฮซีซัน
แบบ 3 วัน วันที่ 3

เกาะช่วงเช้า + กลับฝั่ง

07:00
ตื่นรับเช้าริมทะเล เดินเล่นชายหาดตอนคนยังน้อยเช้าบนเกาะเงียบและสวย เหมาะถ่ายรูปและเดินเล่นเบา ๆ
09:30
เก็บของ คืนมอเตอร์ไซค์ เช็กเอาต์เช็กตารางเรือขากลับให้ชัวร์ เผื่อเวลาเดินทางต่อ
11:00
ขึ้นเรือกลับฝั่งปากน้ำระนอง รับรถถึงฝั่งราวเที่ยง มีเวลากินมื้อกลางวันในเมือง
13:00
มื้อกลางวัน ซื้อของฝากก่อนกลับแวะร้านของฝากเม็ดมะม่วงหิมพานต์และอาหารทะเลแปรรูป
15:00
ออกเดินทางกลับไม่ขับกลางคืน เผื่อเวลาช่วงข้ามเขาชุมพร-ระนอง

งบประมาณคร่าว ๆ ต่อคน

  • ที่พักในเมือง 1 คืน — ห้องคู่หารสองราว ฿400–900 ต่อคน แล้วแต่ระดับโรงแรม
  • ที่พักบนเกาะพยาม 1 คืน — บังกะโลริมหาดราว ฿500–1,500 ต่อคืน แล้วแต่หาดและฤดู
  • ค่ากินต่อวัน — ราว ฿250–500 ถ้ากินร้านท้องถิ่นและซีฟู้ดบ้างบางมื้อ
  • เช่ารถ/มอเตอร์ไซค์ — มอเตอร์ไซค์ ~฿250–300 ต่อวัน · รถยนต์ ~฿900–1,300 ต่อวัน
  • ค่าเรือไป-กลับเกาะพยาม — สปีดโบ๊ตราว ฿700 ต่อคนไป-กลับ
  • แช่น้ำแร่ — บ่อแช่เท้าฟรี · ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวราว ฿50–200

บอกตรง ๆ ก่อนไป

ระนองยังเป็นเมืองที่คนยังไปไม่ทั่ว ข้อดีคือเงียบ ราคาดี ของกินอร่อย แต่แลกมาด้วยความไม่สะดวกบางอย่าง รถสาธารณะน้อย ต้องมีรถเอง ฝนตกบ่อยกว่าที่คิด และเกาะออกได้ตามฤดู ถ้าวางจังหวะถูกและเตรียมตัวมาดี ระนองให้ความรู้สึกแบบเมืองทะเลใต้สมัยก่อนที่หาได้ยากแล้ว

พร้อมจัดทริปแล้ว ดูที่เที่ยวและที่พักระนองทั้งหมด

ดูคู่มือเที่ยวระนอง →

คำถามที่พบบ่อย

มาระนองครั้งแรกควรมาช่วงไหนดี?

ช่วงดีที่สุดคือพฤศจิกายนถึงเมษายน ฟ้าใส ทะเลสงบ เหมาะออกเกาะ โดยธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นไฮซีซันที่อากาศกำลังดีแต่คนเยอะ ส่วนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นหน้าฝน เรือออกเกาะหลายเจ้าหยุดวิ่ง ถ้ามาหน้าฝนแนะนำเน้นเที่ยวในเมือง แช่น้ำแร่ และเดินเมืองเก่าแทน

เที่ยวระนองต้องเช่ารถไหม?

แนะนำให้มีรถ เพราะระนองไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและไม่มีแกร็บคาร์ ที่เที่ยวอย่างน้ำตก ภูเขาหญ้า ปากน้ำอยู่กระจายห่างกัน เช่ามอเตอร์ไซค์ราว 250 ถึง 300 บาทต่อวัน หรือรถยนต์ราว 900 ถึง 1,300 บาทต่อวัน ช่วงไฮซีซันควรจองล่วงหน้าเพราะรถมีจำกัด

ไปเกาะพยามนั่งเรือยังไง ราคาเท่าไหร่?

ออกเรือจากท่าเรือปากน้ำระนอง มีเรือสปีดโบ๊ตใช้เวลาราว 40 นาที ค่าเรือราว 350 บาทต่อเที่ยวต่อคน และเรือเมล์เฟอร์รีราคาถูกกว่าราว 200 บาทแต่ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง เรือเมล์มักหยุดวิ่งช่วงมรสุม ควรเช็กตารางเรือและสภาพอากาศก่อนเดินทาง

มาระนองครั้งแรกควรไปกี่วัน?

ถ้าเน้นตัวเมืองกับน้ำแร่ไม่ออกเกาะ 2 วัน 1 คืนพอเที่ยวครบไฮไลต์เมือง แต่ถ้าอยากออกเกาะพยามด้วยควรมี 3 วัน 2 คืน เพราะการออกเกาะกินเวลาเดินทางและควรค้างบนเกาะอย่างน้อยหนึ่งคืนถึงจะคุ้ม

น้ำแร่รักษะวารินแช่ฟรีไหม?

บ่อแช่เท้าในสวนสาธารณะแช่ได้ฟรี ส่วนห้องอาบน้ำแร่หรือห้องแช่ส่วนตัวมีค่าบริการเริ่มราว 50 ถึง 200 บาทแล้วแต่แบบ น้ำแร่ที่นี่ร้อนราว 65 องศา สะอาดไม่มีกลิ่นกำมะถันจนนำไปบรรจุขวดดื่มได้ แต่ตัวบ่อต้นน้ำร้อนจัดห้ามลงไปแช่

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ