🔄 ตรวจสอบล่าสุด 27 มิ.ย. 2026 · ข้อมูลร้าน/เวลาเปิดอาจเปลี่ยน เช็กกับเพจร้านก่อนไปอีกที
📍 แผนที่ร้านทั้งหมด
แตะหมุดเพื่อดูร้าน + ที่พักย่านนั้น
เสน่ห์ของพิจิตรคือ "เมืองเล็กริมน้ำน่านที่เที่ยวชิลแต่ของดีกระจุกตัว" จุดเด่นส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองพิจิตร เดินหรือขับรถไม่กี่นาทีก็ถึง ใจกลางเมืองมีบึงสีไฟ บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศที่ปรับเป็นสวนสาธารณะริมน้ำ มีลู่ปั่นจักรยานรอบบึง รูปปั้นพญาชาละวันจระเข้ยักษ์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด และวิวพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำที่สวยจนคนแวะมาถ่ายรูปไม่ขาด ถัดมาฝั่งแม่น้ำน่านมีวัดท่าหลวงที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระคู่บ้านคู่เมือง และไม่ไกลกันคืออุทยานเมืองเก่าพิจิตรที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีถ้ำชาละวันตามตำนานไกรทอง พอเลี้ยวออกนอกเมืองนิดเดียวก็เจอย่านเก่าวังกรด ตลาดริมน้ำห้องแถวไม้อายุกว่าร้อยปี เที่ยวต่อกันได้ทั้งสายมู สายเมืองเก่า สายคาเฟ่ และสายถ่ายรูปวินเทจ
ในลิสต์นี้มีหมุดที่มาพิจิตรแล้วไม่ควรพลาด อย่างหลวงพ่อเพชรที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง พระพุทธรูปสำริดศิลปะเชียงแสนที่คนพิจิตรและสายมูตั้งใจมากราบขอพร อุทยานเมืองเก่าที่เก็บถ้ำชาละวัน รูปปั้นไกรทอง-ชาละวัน และโบราณสถานวัดมหาธาตุเจดีย์ทรงลังกาไว้ครบในที่เดียว สถานีรถไฟพิจิตรอาคารนีโอคลาสสิกโทนครีม-ชมพูพาสเทลสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ติดอันดับสถานีรถไฟสวยของไทยและเป็นมุมถ่ายรูปสายคลาสสิก ย่านเก่าวังกรดที่ยังมีก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสดกับผัดไทยโบราณสูตรร้อยปีให้ลอง วัดโพธิ์ประทับช้างโบราณสถานสมัยพระเจ้าเสือใกล้แหล่งส้มโอหวานชื่อดัง และหลวงพ่อโตตะพานหิน พระพุทธรูปปางประทานพรยืนองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัดที่อำเภอตะพานหิน สายคาเฟ่ก็มี For You Coffee ริมบึงสีไฟที่นั่งรับลมชมน้ำเต็มตา เลื่อนอ่านทีละจุดแล้วจัดเส้นทางของตัวเองได้เลย
บึงสีไฟ (สวนสาธารณะบึงสีไฟ และพญาชาละวัน)
ถ้ามาพิจิตรแล้วถามคนพื้นที่ว่าควรเริ่มที่ไหนดี คำตอบส่วนใหญ่จะวิ่งมาที่ "บึงสีไฟ" ก่อนเลย เพราะมันคือบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของประเทศ อยู่ติดตัวเมืองฝั่งตะวันตก แล้วเขาปรับให้เป็นสวนสาธารณะริมน้ำเต็มรูปแบบ คนที่เหมาะกับที่นี่คือสายมาเดินเล่นชิล ๆ พาครอบครัวมานั่งริมน้ำ หรือสายออกกำลังที่อยากปั่นจักรยาน-วิ่งในที่กว้าง ๆ ลมโกรก ฟ้าเปิด ไม่ต้องเสียค่าเข้าด้วย
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือรูปปั้น "พญาชาละวัน" จระเข้ยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์คู่เมืองพิจิตร ตัวใหญ่จนเป็นจุดถ่ายรูปประจำของทุกคนที่มา ถัดมาก็ลู่ปั่นจักรยานและทางวิ่งที่ทอดยาวรอบบึง มีจักรยานให้เช่าถ้าไม่ได้เอามาเอง มีสถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดให้เด็ก ๆ เดินดู มีศาลากลางน้ำและสะพานทอดข้ามให้เดินเก็บวิว หลายรีวิวพูดตรงกันว่าช่วงที่สวยสุดคือตอนเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก แสงทองกระทบผิวน้ำแล้วโรแมนติกมาก บางคนถึงกับบอกว่าฟีลเหมือนสวนสาธารณะเกาหลีเลย
เรื่องบรรยากาศต้องบอกว่าหลังปรับปรุงใหม่ดูดีขึ้นเยอะ พื้นที่กว้าง ต้นไม้ร่มรื่น มีโซนขายของกินและที่จอดรถรองรับ เข้าได้ฟรี ส่วนกิจกรรมอย่างเช่าจักรยาน เช่าเรือ หรือเช่าเสื่อ-เก้าอี้ ค่อยจ่ายเพิ่มทีละนิด ที่นี่ฮิตเพราะเป็นทั้งปอดของเมืองและแลนด์มาร์กในที่เดียว คนพิจิตรเองก็มาออกกำลังกันประจำ นักท่องเที่ยวก็แวะถ่ายรูปพญาชาละวันเป็นหมุดแรก ๆ
ข้อควรรู้นิดหน่อย ถ้ามาตอนกลางวันแดดค่อนข้างแรงเพราะพื้นที่เปิดโล่ง แนะนำมาช่วงเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า เตรียมหมวก-น้ำมาด้วย และถ้าตั้งใจมาดูพระอาทิตย์ตกควรเผื่อเวลามาก่อนสักหน่อยจะได้หาจุดนั่งดี ๆ ริมน้ำทัน
วัดท่าหลวง พระอารามหลวง (หลวงพ่อเพชร)
ถ้ามาพิจิตรแล้วมีเวลาแวะที่เดียว คนพื้นที่มักบอกให้มาวัดท่าหลวงก่อนเลย เพราะที่นี่คือพระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมือง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านกลางเมือง บนถนนบุษบา ต.ในเมือง ห่างจากตัวเมืองแค่ไม่กี่ร้อยเมตร พระเอกของวัดคือ "หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริด ศิลปะเชียงแสนเก่าแก่ หน้าตักกว้างราว 1.40 เมตร เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่คนพิจิตรและสายมูตั้งใจมากราบขอพรกันไม่ขาด เหมาะทั้งคนที่อยากไหว้พระเสริมสิริมงคล และคนที่อยากเดินวัดเก่าริมน้ำแบบสบาย ๆ
สิ่งที่ห้ามพลาดคือเข้าไปกราบหลวงพ่อเพชรในพระอุโบสถ หลายคนรับน้ำมนต์ต่อ แล้วออกมาปล่อยนกปล่อยปลาริมแม่น้ำน่านหน้าวัดตามความเชื่อ ใครมาช่วงเย็นจะเจอบรรยากาศแสงนุ่มริมน้ำสวยเป็นพิเศษ บางวันมีสวดมนต์เย็นราว 16.30 น. ที่เสียงจากรีวิวจริงบอกว่าฟังแล้วสงบใจ บรรยากาศโดยรวมกว้างขวาง ร่มรื่น เงียบสงบ นักท่องเที่ยวไม่แออัด เดินเล่นถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบ
เรื่องงบสบายมาก เพราะไม่มีค่าเข้า ทำบุญได้ตามศรัทธา พระอุโบสถเปิดให้เข้านมัสการทุกวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น (ราว 06.30–18.00 น.) ก่อนเข้าโบสถ์ต้องถอดรองเท้าและแต่งกายสุภาพตามธรรมเนียมวัด ที่นี่ยังเป็นสนามแข่งเรือยาวประเพณีชื่อดังของพิจิตรช่วงต้นเดือนกันยายน ถ้ามาช่วงนั้นจะได้เห็นบรรยากาศคึกคักริมน้ำอีกแบบ
ที่วัดท่าหลวงยอดนิยมเพราะรวมทุกอย่างที่คนมาพิจิตรอยากได้ไว้ในที่เดียว ทั้งของศักดิ์สิทธิ์ระดับสัญลักษณ์ของจังหวัด ทำเลกลางเมืองหาง่าย และวิวแม่น้ำน่านที่ทำให้การไหว้พระไม่น่าเบื่อ คะแนนรีวิวบน Google สูงถึง 4.6 จากผู้รีวิวหลักพันคน สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ประทับใจจริง ข้อควรรู้เล็กน้อยคือที่จอดรถช่วงงานบุญหรือวันหยุดอาจแน่น แนะนำมาเช้าหน่อยจะสบายกว่า
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร (ถ้ำชาละวัน วัดมหาธาตุ ศาลหลักเมือง)
อุทยานเมืองเก่าพิจิตรคือพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมืองพิจิตรเก่า กินอาณาบริเวณกว่า 400 ไร่ มีทั้งกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์โบราณ และต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มรื่นทั้งสวน เป็นที่เที่ยวสายประวัติศาสตร์ผสมพักผ่อนที่เหมาะกับคนชอบเดินเล่นช้า ๆ ครอบครัวพาผู้ใหญ่มาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือใครที่อยากตามรอยตำนานไกรทอง-ชาละวันที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนี้ จุดเด่นรวมอยู่ในที่เดียว เดินถึงกันได้สบาย
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือถ้ำชาละวัน ปากถ้ำมีรูปปั้นไกรทองกำลังต่อสู้กับจระเข้ชาละวันตามวรรณคดีบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่สุด ถัดมาคือวัดมหาธาตุ โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2478 มีพระเจดีย์ทรงลังกาเก่าแก่กับซากวิหารให้เดินชม และศาลหลักเมืองอาคารสองชั้น ชั้นบนเป็นที่ตั้งหลักเมือง ชั้นล่างประดิษฐานรูปปั้นพระยาโคตรบอง หรือที่ชาวบ้านเรียก "พ่อปู่" ที่คนพิจิตรนับถือมาก
เสียงจากรีวิวจริงพูดตรงกันว่าบรรยากาศสงบ ร่มเย็น ต้นไม้เยอะ โบราณสถานได้รับการดูแลดี หลายคนใช้เวลาเดินไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว เพราะตัวอุทยานไม่ได้กว้างมาก เข้าชมฟรีไม่มีค่าเข้า เปิดทุกวันราว 08.00-17.00 น. (ฝั่งวัดถ้ำเปิดถึงราวหกโมงเย็น) อยู่ห่างตัวเมืองพิจิตรปัจจุบันราว 7 กิโลเมตร ขับรถสบาย ๆ ราว 10-12 นาที มีที่จอดรถ
ข้อควรรู้เล็กน้อย ช่วงเย็นแสงสวยและมีดอกบัวให้ถ่ายรูปคู่ เหมาะมาก่อนพระอาทิตย์ตก แต่บริเวณรอบศาลบางจุดเคยมีรังต่อ-ผึ้ง ควรระวังตอนเข้าไปสักการะ และพกร่มหรือหมวกเผื่อแดด เพราะแม้ร่มไม้เยอะแต่ทางเดินบางช่วงโล่ง โดยรวมเป็นจุดแวะที่คุ้มมากสำหรับคนผ่านพิจิตร ได้ทั้งประวัติศาสตร์ ตำนาน และที่พักใจในที่เดียว
สถานีรถไฟพิจิตร
ถ้าชอบมุมถ่ายรูปสายคลาสสิกแบบย้อนยุค สถานีรถไฟพิจิตรคือหมุดที่คนพิจิตรชอบชวนให้แวะ ตัวอาคารสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เปิดใช้งานเมื่อปี 2450 เป็นเรือนก่ออิฐถือปูนสองชั้นทรงตะวันตกสไตล์นีโอคลาสสิก โทนสีครีมไข่ไก่ตัดกับชมพูพาสเทล มีบัวปูนลายโค้งวินเทจประดับทั้งหลัง คนที่มาเห็นมักทึ่งว่าสถานีรถไฟต่างจังหวัดเล็ก ๆ จะสวยขนาดนี้ เพราะอาคารหน้าตาแบบนี้ในไทยเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง และเคยถูกจัดให้ติด 1 ใน 10 สถานีรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือมุมหน้าอาคารเก่าโทนพาสเทลกับป้ายชื่อสถานี รอบ ๆ มีต้นจามจุรีและต้นไม้ใหญ่แผ่ร่มเงาทำให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย เดินเข้าไปด้านชานชาลายังเจอเก้าอี้ไม้เก่ากับโถงพักผู้โดยสารที่ยังใช้งานจริง ได้กลิ่นอายสถานีรถไฟสมัยก่อนเต็ม ๆ หลายคนชอบมารอจังหวะรถไฟเข้าเทียบชานชาลาเพื่อเก็บภาพคู่กับอาคารวินเทจ ใครเป็นสายฟิล์มหรือชอบแต่งชุดย้อนยุคมาถ่ายที่นี่ลงตัวมาก
เรื่องค่าใช้จ่ายสบายกระเป๋า เพราะเข้าชมและถ่ายรูปฟรี ไม่มีค่าเข้า เป็นสถานีที่ยังเปิดให้บริการเดินรถสายเหนือทุกวัน เลยเดินเข้าไปชมได้แทบตลอดเวลา ทำเลอยู่กลางเมืองพิจิตร ต.ในเมือง ใกล้วัดท่าหลวงราว 1 กิโลเมตร และห้างในเมือง เดินหรือขับรถต่อสะดวก เย็นวันเสาร์แถวนี้ยังมีตลาดถนนคนเดินใกล้สถานีให้เดินกินเล่นต่อได้
ข้อควรรู้นิดหน่อย ที่นี่เป็นสถานีที่ยังใช้งานจริง เวลาถ่ายรูปบริเวณชานชาลาหรือใกล้ราง ควรระวังรถไฟและทำตามป้ายเตือนเพื่อความปลอดภัย ช่วงเช้ากับเย็นแดดไม่แรงจะได้แสงนวลสวยและอากาศกำลังดี ใช้เวลาเดินชมราวครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงก็พอ เหมาะแวะเป็นจุดเช็กอินคู่กับการเที่ยวเมืองเก่าพิจิตรในวันเดียว
ย่านเก่าวังกรด (ตลาดวังกรด)
ถ้าอยากเห็นพิจิตรในเวอร์ชันที่ยังเดินช้า ๆ ได้ ย่านเก่าวังกรดคือคำตอบ เป็นชุมชนตลาดเก่าริมแม่น้ำน่านสมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า 100 ปี อยู่ ต.บ้านบุ่ง ห่างตัวเมืองแค่ราว 6 กิโลเมตร เดิมเป็นย่านค้าขายของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ล่องเรือขึ้นมาตั้งรกราก พอมีสถานีรถไฟวังกรดก็ยิ่งคึกคัก ทุกวันนี้ห้องแถวไม้เรียงยาวเป็นร้อยหลังยังอยู่ครบ มีหอนาฬิกาเก่าเป็นจุดนัดพบ ธงสีหลากสีแขวนสะบัดเหนือหัว เหมาะกับคนชอบบรรยากาศย้อนยุค สายถ่ายรูป และคนที่อยากเที่ยวแบบไม่พลุกพล่านเกินไป
หัวใจของที่นี่คือของกินสูตรโบราณ ตัวชูโรงที่คนพูดถึงมากสุดคือก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสด สูตรตกทอดรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปร้อน ๆ เผ็ดสดจากพริก ราคาย่อมเยา นอกนั้นมีผัดไทยสูตรโบราณ ฮ่อยจ๊อ สาคูไส้หมู หอยทอด หมูสะเต๊ะ และกาแฟโบราณให้ชิมไปเรื่อย ๆ มีร้านน้ำมะนาวดองแก้วละไม่กี่บาทที่หลายรีวิวชมเรื่องความใจดีของเจ้าของ บล็อกเกอร์หลายคนบอกว่ามาเดินที่นี่เหมือนกลับไปบ้านญาติมากกว่าเข้าเขตท่องเที่ยว เพราะคนในชุมชนยิ้มแย้มและของก็ไม่แพง
นอกจากกิน ยังมีจุดให้แวะอย่างศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่วังกลมริมน้ำที่คนมาขอพร และบ้านหลวงประเทืองคดี เรือนเก่าที่ปรับเป็นแหล่งเล่าเรื่องชุมชน เดินชมฟรีทั้งย่าน เสียเงินเฉพาะค่าของกิน ช่วงที่คึกคักและร้านเปิดครบที่สุดคือเสาร์-อาทิตย์ ประมาณ 08:00–14:00 น. บางวันมีตลาดนัดและรำวงย้อนยุคของคนในชุมชนด้วย
ข้อควรรู้คือถ้ามาวันธรรมดาบางร้านอาจปิด ควรเล็งวันหยุดสุดสัปดาห์และมาช่วงเช้าถึงเที่ยงจะได้บรรยากาศเต็มที่ ที่จอดรถมีแต่ไม่เยอะ มาเช้าจะสบายกว่า ย่านนี้ได้รางวัลกินรี 2 รางวัลปี 2566 ในฐานะชุมชนท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ จึงเป็นหมุดที่คนพิจิตรและคนผ่านทางแนะนำต่อกันเรื่อย ๆ ว่ามาแล้วได้ทั้งของกินอร่อยและกลิ่นอายวันวานในที่เดียว
🛏️ ที่พักทำเลดีในพิจิตร
เที่ยวพิจิตรหลายจุดในวันเดียวค่อนข้างเหนื่อย เก็บที่พักในตัวเมืองพิจิตรไว้สักคืนจะสบายกว่า ตื่นเช้ามาไหว้พระที่วัดท่าหลวงแล้วขับวนเที่ยวบึงสีไฟ อุทยานเมืองเก่า และย่านวังกรดได้ครบไม่ต้องรีบ ทำเลใกล้บึงสีไฟกับใจกลางเมืองเดินทางง่ายที่สุด เทียบราคาและรีวิวที่พักพิจิตรไว้ล่วงหน้าจะได้ห้องดีราคาคุ้ม โดยเฉพาะช่วงงานประเพณีหรือวันหยุดยาวที่ห้องเต็มเร็ว
🔍 เช็คราคาที่พักพิจิตร (Agoda)วัดโพธิ์ประทับช้าง
วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นวัดเก่าแก่และโบราณสถานสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างราว พ.ศ. 2242–2244 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8) บนพื้นที่ที่เชื่อกันว่าเป็นถิ่นประสูติของพระองค์ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ชอบวัดเงียบ ๆ ไม่พลุกพล่าน และอยากตามรอยเรื่องราวพระเจ้าเสือแบบที่หลายคนรู้จักจากละครพรหมลิขิต พอเดินเข้าไปจะเจอความสงบร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่หลายต้น รวมถึงต้นตะเคียนหน้าวัดที่อายุเป็นร้อยปี
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือพระอุโบสถอิฐถือปูนทรงอยุธยา มีกำแพงล้อมรอบสองชั้น ซุ้มประตูและเสาแบบเก่า เห็นแล้วรู้สึกถึงอายุของสถานที่จริง ๆ ด้านในประดิษฐานหลวงพ่อโต หรือที่ชาวบ้านเรียก "หลวงพ่อยิ้ม" พระพุทธรูปปูนปั้นอายุกว่า 300 ปี ที่คนแถวนี้นับถือมาก ถัดออกไปทางทิศใต้มีเจดีย์โบราณ และมีศาลสมเด็จพระเจ้าเสือให้สักการะ หลายรีวิวบอกตรงกันว่าบรรยากาศนิ่ง สงบ เหมาะกับการมาไหว้พระเงียบ ๆ มากกว่ามาถ่ายรูปเช็กอินรัว ๆ
เรื่องค่าเข้าสบายใจได้ เพราะเป็นวัด เข้าชมฟรี เตรียมแค่ค่าทำบุญตามศรัทธาก็พอ ทำเลอยู่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ห่างจากตัวเมืองพิจิตรไปทางใต้ราว 27 กิโลเมตร ตามถนนสายพิจิตร–วังจิก แนะนำให้ขับรถมาเองสะดวกสุด ส่วนเวลาเปิดข้อมูลแต่ละแหล่งไม่ตรงกัน บางที่ว่าเปิดตลอด บางที่ว่าราว 06:00–18:00 ถ้าจะเข้าชมอุโบสถควรมากลางวันจะชัวร์กว่า
ที่นิยมเพราะรวมทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นถิ่นพระเจ้าเสือไว้ในที่เดียว แถมย่านนี้ยังเป็นแหล่งส้มโอท่าข่อยขึ้นชื่อของพิจิตร แวะซื้อกลับบ้านได้ ข้อควรรู้คือแต่งกายสุภาพเข้าวัด และเป็นวัดต่างอำเภอที่ค่อนข้างเงียบ ควรเผื่อเวลาเดินทางและเติมน้ำมันให้พร้อมก่อนออกจากตัวเมือง
For You Coffee Lake View Resort (คาเฟ่ริมบึงสีไฟ)
ใครมาพิจิตรแล้วอยากได้คาเฟ่วิวน้ำเปิดโล่ง ๆ For You Coffee Lake View Resort คือหมุดที่หลายคนแนะนำต่อกัน ร้านอยู่ริมบึงสีไฟพอดี ตัวอาคารดีไซน์โมเดิร์นมินิมอล กระจกบานใหญ่เปิดรับวิวน้ำเต็มตา นั่งในร้านก็เห็นบึงกว้าง นั่งโซนนอกก็รับลมเย็น ๆ ได้สบาย เหมาะกับสายชิลที่อยากหามุมเงียบ ๆ จิบกาแฟ คนชอบถ่ายรูป และครอบครัวที่อยากพาเด็ก ๆ มาวิ่งเล่นริมน้ำ
ไฮไลต์ที่หลายรีวิวพูดถึงตรงกันคือ "วิว" บานกระจกที่มองออกไปเห็นบึงสีไฟแบบพาโนรามา ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำเป็นจังหวะที่สวยที่สุด มุมถ่ายรูปมีเยอะทั้งในร้านและริมน้ำ อีกอย่างที่เป็นจุดขายคือมีจักรยานให้เช่าปั่นเล่นรอบบึง เลยกลายเป็นที่แวะของทั้งสายปั่นและคนมานั่งกินกาแฟเฉย ๆ เมนูมีทั้งเครื่องดื่มกาแฟ-นม-โซดา และอาหารทานเล่นให้เลือกพอสมควร
เรื่องงบสบายกระเป๋า เครื่องดื่มเริ่มต้นราว 70 บาท ไม่มีค่าเข้า จ่ายเฉพาะที่สั่ง ทำเลอยู่ริมบึงสีไฟ ต.ในเมือง อ.เมืองพิจิตร ขับรถจากตัวเมืองไม่ไกล หาง่าย ที่จอดสะดวก ร้านเปิดทุกวัน เปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็น เหมาะทั้งมื้อเช้าจิบกาแฟและช่วงบ่าย-เย็นมานั่งรับลมรอดูพระอาทิตย์ตก
ที่ร้านนิยมเพราะรวมหลายอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งวิวบึงสีไฟซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของพิจิตรอยู่แล้ว บรรยากาศโปร่งโล่ง และกิจกรรมปั่นจักรยานริมน้ำ ข้อควรรู้คือเวลาเปิด-ปิดมีหลายแหล่งระบุไม่ตรงกัน บางช่วงอาจปิดเย็นกว่าปกติ แนะนำเช็กเพจร้านก่อนออกเดินทาง และถ้าอยากได้แสงสวยสุดให้มาช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก คนจะเริ่มเยอะขึ้นแต่ก็คุ้มกับวิว
พระพุทธเกตุมงคล (หลวงพ่อโตตะพานหิน)
ถ้านั่งรถไฟผ่านตะพานหิน แล้วเห็นองค์พระสีทองอร่ามตั้งตระหง่านอยู่ริมทาง นั่นคือพระพุทธเกตุมงคล หรือที่คนแถวนี้เรียกติดปากว่า หลวงพ่อโตตะพานหิน เป็นพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิจิตร ขนาดหน้าตักกว้าง 20 เมตร องค์พระสูง 30 เมตร ยังไม่รวมแท่นอีก 4 เมตร รวมแล้วเฉียด 34 เมตร เรียกว่ายืนมองจากพื้นต้องแหงนคอกันเลย
องค์พระสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2508 เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2513 และได้รับพระราชทานนามว่า พระพุทธเกตุมงคล ตั้งอยู่กลางแจ้งในวัดเทวประสาท ตรงข้ามตลาดตะพานหินพอดี ทำให้แวะมาง่ายมาก ใครขับรถผ่านหรือมาทางรถไฟก็จอดแวะไหว้ได้ไม่ต้องเข้าซอยลึก
เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวตะพานหินจริง ๆ คนท้องถิ่นนิยมมากราบไหว้ขอพร ขอให้แคล้วคลาด ค้าขายราบรื่น ใครเป็นสายมูก็มักมาบนบานเรื่องการงานการเรียน บรรยากาศในวัดเงียบสงบ ร่มรื่น เดินรอบฐานองค์พระได้สบาย ๆ มุมถ่ายรูปก็สวยเพราะองค์พระสีทองตัดกับท้องฟ้า โดยเฉพาะช่วงเช้ากับเย็นที่แดดไม่แรง
เวลามาแนะนำให้แต่งกายสุภาพหน่อยเพราะเป็นเขตวัด เข้าชมฟรีไม่มีค่าบัตร เหมาะกับการแวะระหว่างทางมากกว่าจะตั้งใจมาเที่ยวทั้งวัน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงก็เดินไหว้ ถ่ายรูป แล้วไปต่อจุดอื่นในเมืองพิจิตรได้พอดี ถือเป็นหมุดหมายที่บอกว่าเรามาถึงตะพานหินแล้วได้แบบจำง่ายที่สุด
วัดนครชุม
ถ้าอยากรู้จักพิจิตรในแบบที่เก่าแก่ที่สุด คนแถวนี้จะชี้ให้ไป "วัดนครชุม" หรือที่คนพื้นถิ่นเรียกติดปากว่า "วัดใหญ่" วัดเก่าคู่ตำนานเมืองพิจิตรที่ตั้งอยู่กลางเขตเมืองเก่า ต.เมืองเก่า อ.เมืองพิจิตร ริมแนวแม่น้ำน่านสายเก่าที่เคยเป็นคูเมืองโบราณ เป็นวัดสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เคยเป็นวัดสำคัญของเมืองพิจิตรในอดีต และเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยามาก่อน ใครที่ชอบเที่ยวสายวัดเก่า สายประวัติศาสตร์ และอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ร่มรื่น ที่นี่เหมาะมาก
ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคืออุโบสถโบราณอายุราว 800 ปี ตัวอาคารก่ออิฐฉาบปูน เครื่องบนเป็นไม้ใช้สลักไม้แทนตะปู และเจาะช่องผนังเป็นช่องระบายลมแทนหน้าต่าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์วิหารสมัยสุโขทัย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยและพระประธานเก่าแก่ พร้อมหลวงพ่อพัน พระคู่วัดที่ชาวพิจิตรเคารพศรัทธา (ส่วนหลวงพ่อเพชรองค์เดิมปัจจุบันอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดท่าหลวงในตัวเมือง) รอบ ๆ ยังมีใบเสมาหินโบราณและหอไตรไม้ทรงไทยให้เดินชมต่อ รีวิวจริงหลายเสียงชอบที่วัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดในเมือง
เรื่องค่าเข้า วัดไม่เก็บค่าชม เข้าได้ฟรี ทำบุญตามศรัทธา เปิดทุกวันราว 06.00–18.00 น. ทำเลอยู่ในเขตเมืองเก่าพิจิตรที่อยู่ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันไปพอสมควร แนะนำให้ขับรถมาเอง จอดรถในวัดได้สบาย มาแล้วเที่ยวต่อในเขตอุทยานเมืองเก่าพิจิตรได้เลย ทั้งกำแพงเมืองคูเมืองโบราณและศาลหลักเมืองอยู่ใกล้กัน
ข้อควรรู้นิดหน่อย เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบไหว้จริงจัง ควรแต่งกายสุภาพ มาช่วงเช้าจะได้อากาศเย็นสบายและแสงสวยสำหรับถ่ายรูปอุโบสถเก่า ถ้ามาช่วงงานบุญหรือกฐินอาจมีคนเยอะกว่าปกติเล็กน้อย แต่โดยรวมยังเป็นวัดที่ให้ความรู้สึกสงบและได้กลิ่นอายเมืองเก่าจริง ๆ
วัดบางคลาน (วัดหิรัญญาราม) หลวงพ่อเงิน
ถ้าจะพูดถึงวัดสายมูที่คนต่างจังหวัดยอมขับรถมาไกลที่สุดของพิจิตร ชื่อแรกที่คนแถวนี้นึกถึงคือวัดบางคลาน หรือชื่อทางการว่าวัดหิรัญญาราม ที่ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล ห่างจากตัวเมืองพิจิตรราว 38 กิโลเมตร ที่นี่คือวัดของหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ เกจิอาจารย์ที่คนเมืองพิจิตรนับถือกันมากจนได้ฉายาว่าเทพเจ้าแห่งเมืองพิจิตร ทุกวันจะมีคนจากทั่วประเทศแวะมาไหว้ขอพรและเช่าบูชาวัตถุมงคลกันไม่ขาดสาย
จุดที่คนส่วนใหญ่มาตั้งใจไหว้คือมณฑปที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อเงินเท่าองค์จริง ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์นครไชยบวร อาคารทรงมณฑปสองชั้น ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อเงิน ส่วนชั้นล่างจัดแสดงโบราณวัตถุที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย ทั้งพระพุทธรูป พระพิมพ์ และเครื่องปั้นดินเผาเก่าๆ ใครชอบดูของเก่าหรืออยากเข้าใจที่มาของวัดมากขึ้น แวะชั้นล่างได้เพลินๆ
เสียงจากรีวิวส่วนใหญ่ไปในทางเดียวกันว่าบรรยากาศวัดกว้างขวาง เดินไหว้สบาย มีร้านเช่าวัตถุมงคลและของฝากให้เลือกพอสมควร วันธรรมดาคนยังพอเดินได้ทั่ว แต่ถ้าเป็นวันหยุดยาวหรือช่วงเทศกาลคนจะแน่นเป็นพิเศษ เพราะหลายคนถือเป็นจุดหมายของสายขอพรเรื่องโชคลาภและการค้าขายโดยเฉพาะ
วัดเปิดทุกวันตั้งแต่ราวเจ็ดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น เข้าชมและไหว้ขอพรได้ฟรี ใครขับรถผ่านเส้นพิจิตร-โพทะเล หรือกำลังวางแผนเที่ยวสายวัดของภาคกลางตอนล่าง ที่นี่เป็นหมุดที่ไม่ควรข้าม แนะนำให้เผื่อเวลาไหว้ทั้งมณฑปและเดินพิพิธภัณฑ์ แล้วค่อยแวะเลือกวัตถุมงคลติดมือกลับบ้าน
จองตั๋วและทัวร์เที่ยวพิจิตรล่วงหน้า
อยากเที่ยวพิจิตรหลายจุดแบบไม่ต้องวางแผนเองหรือกังวลเรื่องรถ ลองมองหาทัวร์เที่ยวเมืองและกิจกรรมในแถบภาคเหนือตอนล่างผ่าน Klook หรือ GetYourGuide จองล่วงหน้าได้สะดวก มีทั้งแพ็กเกจรถพร้อมคนขับ ทัวร์เที่ยวหลายจุดมีไกด์ และตั๋วเข้าสถานที่แบบไม่ต้องต่อคิวหน้างาน เหมาะกับคนที่บินหรือนั่งรถไฟมาแล้วไม่ได้เอารถมาเอง เทียบราคาและรีวิวก่อนจองได้ในที่เดียว
💡 รู้ก่อนไปเที่ยวที่พิจิตร
ที่เที่ยวพิจิตรกระจายหลายอำเภอและ Grab มีน้อยกว่าเมืองใหญ่ ขับรถเองหรือเช่ารถพร้อมคนขับจะคล่องตัวกว่ามาก ในเขตเมืองจุดเด่นอย่างบึงสีไฟ วัดท่าหลวง และอุทยานเมืองเก่ามีลานจอดรถกว้าง
ร้านในย่านเก่าวังกรด ของกินริมทาง และค่าเช่าจักรยานรอบบึงสีไฟส่วนใหญ่รับเงินสด ควรพกแบงก์ย่อยติดตัวไว้ ร้านคาเฟ่และร้านใหญ่หลายแห่งสแกนจ่ายได้ แต่ตลาดเก่าเงินสดชัวร์กว่า
ไปวัดและอุทยานเมืองเก่าช่วงเช้าจะได้อากาศเย็นและคนน้อย ส่วนบึงสีไฟกับคาเฟ่ริมน้ำเหมาะไปตอนเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำ จัดลำดับแบบนี้จะเที่ยวสบายและได้รูปสวยทั้งวัน
วัดท่าหลวง วัดนครชุม วัดโพธิ์ประทับช้าง และวัดบางคลานเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนมากราบไหว้จริงจัง ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่ปิดเข่า ถอดรองเท้าก่อนเข้าในวิหาร และสำรวมเสียงเมื่ออยู่ในเขตพุทธาวาส
พิจิตรเป็นเมืองเล็กที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เยอะ ร้านท้องถิ่นและตลาดเก่าส่วนใหญ่มีแต่เมนูไทย เตรียมแอปแปลภาษาหรือชี้รูปอาหารไว้จะสั่งง่ายขึ้น คนพิจิตรใจดีและเป็นกันเอง ยิ้มให้แล้วช่วยกันได้เสมอ
พิจิตรคือเมืองชาละวันตามตำนานไกรทอง เรื่องจระเข้ยักษ์กับหญิงสาว รูปปั้นพญาชาละวันริมบึงสีไฟและถ้ำชาละวันในอุทยานเมืองเก่าล้วนโยงกับตำนานนี้ รู้เรื่องไว้นิดหน่อยแล้วเดินเที่ยวจะอินและเก็บภาพได้มีเรื่องเล่ามากขึ้น
วางแผนเที่ยวพิจิตรให้คุ้มวัน
ที่เที่ยวเด่นของพิจิตรกระจุกอยู่ในเขตเมืองเกือบหมด จัดทริปวันเดียวสบาย ๆ ได้เลย เริ่มเช้าที่วัดท่าหลวงกราบหลวงพ่อเพชรตอนอากาศยังเย็น แล้วขับต่อไปอุทยานเมืองเก่าพิจิตรเดินชมถ้ำชาละวันกับโบราณสถานวัดมหาธาตุที่อยู่ใกล้กัน เที่ยงแวะย่านเก่าวังกรดที่ห่างตัวเมืองแค่ราว 6 กิโลเมตร เดินตลาดไม้ร้อยปีแล้วลองก๋วยเตี๋ยวต้มพริกสดกับผัดไทยโบราณ บ่ายค่อยไปสถานีรถไฟพิจิตรเก็บรูปอาคารวินเทจ ปิดท้ายด้วยบึงสีไฟตอนเย็น ปั่นจักรยานรอบบึง ถ่ายรูปกับพญาชาละวัน แล้วนั่ง For You Coffee ริมบึงรอชมพระอาทิตย์ตก ใครมีเวลาสองวันค่อยขับออกอำเภอไปวัดโพธิ์ประทับช้าง วัดบางคลานหลวงพ่อเงิน หรือพระใหญ่หลวงพ่อโตตะพานหิน
เที่ยวพิจิตรหลายจุดในวันเดียว เก็บที่พักในตัวเมืองพิจิตรไว้สักคืนจะสบายกว่า ตื่นเช้ามาไหว้พระแล้วขับวนเที่ยวต่อได้ไม่ต้องรีบ ทำเลใกล้บึงสีไฟกับวัดท่าหลวงเดินทางง่ายที่สุด
ดูที่พักทำเลดีในพิจิตร
