หน้าแรก จุดหมาย อุดรธานี 🧭 เตรียมตัวเที่ยว 🔎 ค้นหา เกี่ยวกับเรา
หน้าแรกประเทศไทยอุดรธานีอุดร–เลย เส้นทางภูเขาและอากาศเย็น 3 วัน 2 คืน
🏔️ แพลนเที่ยวข้ามจังหวัด

อุดร–เลย
เส้นทางภูเขาและอากาศเย็น 3 วัน 2 คืน

อุดรธานีเป็นเมืองพื้นราบร้อนชื้น แต่ขับรถไปทางตะวันตกแค่ราว 3 ชั่วโมงก็เปลี่ยนบรรยากาศเป็นภูเขาอากาศเย็นของจังหวัดเลยได้เลย แพลนนี้จัดให้ 3 วัน 2 คืน ใช้อุดรเป็นจุดตั้งต้น แล้วลากเส้นขึ้นภูเรือที่หนาวที่สุดในไทย ต่อภูป่าเปาะที่คนเรียกสวิตเซอร์แลนด์เมืองเลย ปิดด้วยการนอนเชียงคานริมโขงแล้วตื่นเช้ามืดขึ้นภูทอกดูทะเลหมอก จัดเวลาเป็นชั่วโมง มีค่าเข้า ค่าน้ำมัน งบจริง และร้านกินจริงให้ดูครบ

🌲 ภูเรือหนาวสุดในไทย🌄 ภูทอกทะเลหมอกเช้า🛶 เชียงคานริมโขง
อุดร–เลย เส้นทางภูเขาและอากาศเย็น 3 วัน 2 คืน

🔄 อัปเดตล่าสุด 21 มิ.ย. 2026

ทริปนี้เขียนแบบขับรถเอง เพราะหัวใจอยู่ที่การข้ามจังหวัดและขึ้นเขาหลายลูกในวันเดียว รถสาธารณะตรงสายไม่สะดวก จากอุดรถึงเลยราว 145 กิโลเมตร ต่อไปเชียงคานอีกหน่อย รวมขับวันแรกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งถ้าไม่นับแวะ ถ้าไม่มีรถ เช่ารถขับเองจากในเมืองอุดร (รถเก๋งราว 1,200–1,800 บาท/วัน) หรือเหมารถตู้พร้อมคนขับทั้งทริปราว 2,500–3,500 บาท/วันแล้วแต่ตกลง จะคล่องและคุมเวลาขึ้นเขาได้ดีที่สุด

เส้นทางวางให้เดินหน้าทางเดียวไม่ย้อนกลับ วันแรกออกจากอุดรไปทางอำเภอภูเรือ เก็บภูเรือกับภูป่าเปาะแล้วค้างแถวด่านซ้าย–ภูเรือหนึ่งคืน วันที่สองไหลลงไปเชียงคาน เก็บสกายวอล์ค แก่งคุดคู้ เดินถนนคนเดินริมโขง ค้างเชียงคานหนึ่งคืน วันที่สามตื่นเช้ามืดขึ้นภูทอกดูทะเลหมอก แล้วค่อยขับกลับอุดร เป็นวงที่จบสวยพอดี

ภาพรวมทริป 3 วัน เดินทางยังไง

ก่อนลงรายละเอียดเป็นชั่วโมง ดูภาพรวมระยะทางกับจังหวะคร่าว ๆ จะวางวันลาและจองที่พักได้ง่ายขึ้น จุดหลักทั้งหมดอยู่ในจังหวัดเลย ใช้อุดรเป็นต้นทางและปลายทางของทริป

  • วันที่ 1 — เช้าออกจากอุดร ขับไปภูเรือ (~190 กม. ราว 3 ชม.) เที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ ต่อภูป่าเปาะตอนบ่าย ค้างแถวภูเรือ–ด่านซ้าย 1 คืน
  • วันที่ 2 — ลงไปเชียงคาน (~60–70 กม. ราว 1.5 ชม.) เก็บสกายวอล์คภูคกงิ้ว แก่งคุดคู้ เดินถนนคนเดินริมโขงตอนเย็น ค้างเชียงคาน 1 คืน
  • วันที่ 3 — ตี 5 ขึ้นภูทอกดูทะเลหมอก ใส่บาตรข้าวเหนียวเชียงคาน แล้วขับกลับอุดร (~200 กม. ราว 3 ชม.)
  • ฤดูที่ลงตัวสุด — เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ภูเรืออากาศเย็นจัด ภูทอกมีทะเลหมอกหนา เชียงคานคึกคักที่สุด นอกหน้านี้ยังเที่ยวได้แต่หมอกจะบางและร้อนกว่า

ทำไมต้องมาหน้าหนาว

เสน่ห์ของเส้นทางนี้คืออากาศเย็นกับทะเลหมอก ซึ่งมาเต็มที่เฉพาะหน้าหนาว พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ภูเรือบางเช้าลงต่ำกว่า 10 องศาและเคยมีน้ำค้างแข็ง ภูทอกหมอกหนาเห็นภูเขาซ้อนชั้น ถ้ามานอกหน้าหนาวจะร้อนและหมอกบาง ปรับแพลนไปเน้นน้ำตกกับวิวเขียวแทนได้ แต่ถ้าอยากได้ฟีลหนาว ๆ ต้องเล็งช่วงนี้

🎟️

จองกิจกรรมในแผนเที่ยว อุดรธานี ล่วงหน้า

จองออนไลน์ล่วงหน้าผ่าน Klook หรือ GetYourGuide มักได้ราคาดีกว่าหน้างานและไม่ต้องต่อคิว เลือกเฉพาะกิจกรรมที่อยากทำจริง ๆ ราคาและที่ว่างดูสด ๆ ได้ในแต่ละเว็บ

🎟️ ดูทัวร์ & กิจกรรม อุดรธานี ทั้งหมด (Klook)

วันที่ 1 — ออกจากอุดร ขึ้นภูเรือ ต่อภูป่าเปาะ

หัวใจของวันแรกคือการข้ามจังหวัดให้ถึงเขาก่อนบ่าย จะได้มีเวลาเที่ยวสองภูในวันเดียว ออกจากอุดรเช้าหน่อย ขับเส้นอุดร–หนองบัวลำภู–เลย แล้วเลี้ยวเข้าอำเภอภูเรือ ถนนช่วงท้ายเป็นเขาคดเคี้ยวแต่วิวดี ภูเรือขึ้นชื่อว่าหนาวที่สุดในประเทศ ส่วนภูป่าเปาะอยู่ไม่ไกลกัน เก็บได้ในวันเดียว

วันที่ 1

อุดร → ภูเรือ → ภูป่าเปาะ

07:00
ออกจากตัวเมืองอุดร หาข้าวเช้าก่อนออกเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกเมือง เพราะช่วงขึ้นเขาปั๊มห่าง ข้าวเช้าจัดก๋วยจั๊บญวนหรือเฝอเวียดนามของเด่นอุดรสักมื้อ ชามละ 50–80 บาท
07:30
ขับเส้นอุดร–เลย มุ่งอำเภอภูเรือใช้ทางหลวงหมายเลข 210 ผ่านหนองบัวลำภูเข้าจังหวัดเลย แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 203 ขึ้นภูเรือ ระยะ ~190 กม. ขับราว 3 ชั่วโมง แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มกลางทางได้
10:30
ถึงอุทยานแห่งชาติภูเรือ ขึ้นจุดชมวิวค่าเข้าผู้ใหญ่ไทย 40 บาท เด็ก 20 บาท รถยนต์ 30 บาท ขับรถขึ้นถึงลานจอดด้านบนได้ แล้วเดินต่อขึ้นยอดราว 700 เมตร ผ่านป่าสนเขา หินรูปต่าง ๆ และผาโหล่นน้อยที่เห็นวิวภูเขาสุดลูกหูลูกตา
12:30
มื้อเที่ยง — ร้านอาหารแถวอำเภอภูเรือลงจากเขามากินข้าวในตัวอำเภอ มีร้านอาหารตามสั่ง ส้มตำไก่ย่าง และร้านกาแฟวิวเขาหลายร้านริมทางหลวง 203 จานละ 60–120 บาท
14:00
ขับต่อไปภูป่าเปาะ (อำเภอหนองหิน)ภูป่าเปาะที่คนเรียกสวิตเซอร์แลนด์เมืองเลย อยู่ห่างจากภูเรือราว 50 กม. ลานจอดด้านล่างมีรถสองแถวท้องถิ่นรับขึ้นยอด ค่ารถราว 50 บาท/คน เปิดประมาณ 05.00–18.00 น.
15:30
ขึ้นจุดชมวิวภูป่าเปาะ ถ่ายรูปภูหอไฮไลต์คือวิวภูหอทรงตัดยอดตั้งเด่นกลางทุ่ง เห็นชัดในวันฟ้าเปิด ช่วงบ่ายแก่แดดเริ่มนวลถ่ายรูปสวย ลมเย็นสบาย เป็นจุดเช็กอินดังของเลย
17:30
เช็กอินที่พักแถวภูเรือ–ด่านซ้าย กินข้าวเย็นรีสอร์ตวิวเขาแถวภูเรือคืนละ 800–2,000 บาทแล้วแต่ระดับ หน้าหนาวเต็มเร็วควรจองล่วงหน้า มื้อเย็นกินในรีสอร์ตหรือร้านในอำเภอ คืนนี้เย็นจัดเตรียมเสื้อกันหนาว

ขับเขาช่วงบ่าย–เย็นต้องระวัง

ถนนขึ้นภูเรือและภูป่าเปาะเป็นเขาคดเคี้ยว บางช่วงชันและหมอกลงตอนเย็น ควรเช็กเบรกก่อนออก ขับช้า ๆ ใช้เกียร์ต่ำตอนลงเขา และพยายามให้ถึงที่พักก่อนมืด ถ้าไม่ชินขับเขากลางคืน อย่าฝืน เลือกค้างใกล้จุดเที่ยวจะปลอดภัยกว่า

วันที่ 2 — ลงเชียงคาน ริมโขงเมืองเก่า

วันที่สองเปลี่ยนจากภูเขาเป็นเมืองริมน้ำ ขับจากภูเรือลงไปเชียงคานราวชั่วโมงครึ่ง เชียงคานเป็นเมืองเก่าริมแม่น้ำโขงที่มีบ้านไม้เก่า ถนนคนเดิน และวิวพระอาทิตย์ตกริมโขง วันนี้ไม่ต้องรีบมาก เก็บสกายวอล์คกับแก่งคุดคู้ตอนกลางวัน แล้วเดินถนนคนเดินตอนเย็นยาว ๆ

วันที่ 2

ภูเรือ → เชียงคาน · สกายวอล์ค แก่งคุดคู้ ถนนคนเดิน

08:30
มื้อเช้าที่พัก เก็บกระเป๋า เช็กเอาต์กินเช้าในรีสอร์ตรับอากาศเย็น ๆ แล้วเก็บของ ตรวจน้ำมันก่อนออกเพราะวันนี้วิ่งหลายจุด
09:30
ขับลงไปเชียงคานใช้ทางหลวง 203 ต่อ 201 และ 211 ลงไปอำเภอเชียงคาน ระยะ ~60–70 กม. ขับราว 1.5 ชั่วโมง วิวสองข้างทางเป็นภูเขาสลับทุ่งนา
11:00
แวะสกายวอล์คภูคกงิ้วทางเดินกระจกใสยาว 100 เมตร สูงเหนือแม่น้ำราว 80 เมตร มองเห็นจุดที่แม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบแม่น้ำโขง ชายแดนไทย–ลาว เปิด 07.00–18.00 น. ค่าเข้าราว 40 บาท ต้องสวมถุงหุ้มรองเท้าที่เตรียมให้
12:30
มื้อเที่ยง + แก่งคุดคู้แก่งคุดคู้เป็นแก่งหินกลางลำโขง หน้าแล้งน้ำลดเห็นหาดทราย มีร้านอาหารริมโขงและซุ้มขายมะพร้าวแก้ว กุ้งเต้น ปลาแม่น้ำ ของขึ้นชื่อเชียงคาน มื้อละ 80–150 บาท
15:00
เช็กอินที่พักริมโขง พักเก็บแรงเกสต์เฮาส์–โฮสเทลบ้านไม้ริมโขงใกล้ถนนคนเดินคืนละ 600–1,500 บาท ห้องริมน้ำวิวดีราคาสูงขึ้นหน่อย หน้าหนาวและวันหยุดยาวเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้า
17:00
ชมพระอาทิตย์ตกริมโขงเดินเลียบเขื่อนริมโขงหรือนั่งร้านกาแฟริมน้ำ ดูดวงอาทิตย์ตกหลังภูเขาฝั่งลาว เป็นช่วงเวลาที่คนเชียงคานว่าสวยที่สุดของวัน
18:00
เดินถนนคนเดินเชียงคานถนนชายโขงเปิดเป็นถนนคนเดินช่วงเย็น ราว 17.00–22.00 น. (คึกคักสุดศุกร์–เสาร์–อาทิตย์) บ้านไม้เก่าเรียงยาว มีของกินเล่น คาเฟ่ ของที่ระลึก เดินกินไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งคืน

ถนนคนเดินคึกเฉพาะวันหยุด

ถนนคนเดินเชียงคานคึกคักเต็มที่เฉพาะคืนศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดยาว ถ้ามากลางสัปดาห์นอกหน้าหนาว ร้านจะเปิดน้อยและเงียบกว่า วางทริปให้คืนที่ค้างเชียงคานตรงกับสุดสัปดาห์จะได้บรรยากาศเต็มที่ และควรจองที่พักริมโขงล่วงหน้าหลายสัปดาห์ช่วงพีค

วันที่ 3 — ภูทอกทะเลหมอกเช้า แล้วกลับอุดร

วันสุดท้ายเป็นไฮไลต์ของสายภูเขา ตื่นเช้ามืดขึ้นภูทอกดูทะเลหมอก ภูทอกอยู่ใกล้ตัวเชียงคาน เป็นจุดชมหมอกที่ดังที่สุดของที่นี่ ลงมาใส่บาตรข้าวเหนียวตามวิถีเชียงคาน กินข้าวเช้า แล้วค่อยขับกลับอุดรแบบสบาย ๆ ถึงเมืองช่วงบ่าย

วันที่ 3

ภูทอก · ใส่บาตรข้าวเหนียว · ขับกลับอุดร

05:00
ออกจากที่พัก ขึ้นภูทอกภูทอกอยู่ห่างตัวเชียงคานราว 4 กม. ลานจอดด้านล่างมีรถสองแถวท้องถิ่นรับขึ้นยอด เพราะถนนชันรถเล็กขึ้นเองไม่ได้ ค่ารถไป–กลับราว 25–50 บาท/คน ควรถึงก่อนฟ้าสาง
05:45
ชมทะเลหมอกบนภูทอกช่วงหมอกหนาที่สุดราว 05.30–06.30 น. เห็นทะเลหมอกลอยเหนือลำโขงและภูเขาฝั่งลาว แสงเช้าค่อย ๆ ขึ้น เย็นมากเตรียมเสื้อกันหนาวให้พอ
07:00
ลงจากภูทอก ใส่บาตรข้าวเหนียวริมถนนคนเดินวิถีเชียงคานคือใส่บาตรข้าวเหนียวตอนเช้า มีจุดเตรียมชุดข้าวเหนียวให้ตามถนนชายโขง ราคาชุดละ 50–100 บาท เป็นภาพเช้าที่หลายคนตั้งใจมาเก็บ
08:00
มื้อเช้า กาแฟริมโขง ซื้อของฝากร้านกาแฟเปิดเช้ารับลมริมน้ำ ของฝากเชียงคานคือมะพร้าวแก้ว ผ้านวมเชียงคาน และของกินพื้นถิ่น เก็บก่อนออกเดินทาง
09:30
ออกเดินทางกลับอุดรขับเส้นเชียงคาน–เลย–หนองบัวลำภู–อุดร ระยะ ~200 กม. ขับราว 3 ชั่วโมง แวะกินข้าวเที่ยงกลางทางหรือในตัวเมืองเลยก่อนวิ่งยาว
13:00
ถึงอุดร แวะของฝากก่อนแยกย้ายถ้ายังมีแรงแวะซื้อหมูยอ แหนม กุนเชียง ของฝากประจำอุดร หรือกินก๋วยจั๊บญวนปิดทริปอีกชามก่อนกลับ

เผื่อเวลาขากลับให้พอ

ขากลับเป็นทางไกล 200 กิโลเมตรขับเขาช่วงต้น ควรออกจากเชียงคานไม่เกินสาย ๆ จะได้ถึงอุดรก่อนเย็น ถ้าใครต้องบินกลับจากสนามบินอุดร เผื่อเวลาให้ถึงสนามบินก่อนเที่ยวบินอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง หน้าหนาววันหยุดยาวรถบนเส้นนี้หนาแน่นได้ อย่าวางแผนชนเวลาเป๊ะเกินไป

ของกินที่ควรจัดให้ลงในเส้นทางนี้

เส้นทางอุดร–เลยมีของกินสองโซนให้เก็บ ฝั่งอุดรเด่นเรื่องอาหารเวียดนามกับก๋วยจั๊บญวน ส่วนฝั่งเลย–เชียงคานเด่นเรื่องของกินริมโขงและของพื้นถิ่น เลือกจัดให้ลงตามมื้อในแพลนได้เลย

1

ก๋วยจั๊บญวน (อุดร)

มื้อเช้า · ในเมืองอุดร

เส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปใส ใส่หมูสับ ไข่ ลูกชิ้น โรยหอมเจียว ของเด่นที่คนมาอุดรต้องลอง เหมาะมื้อเช้าก่อนออกเดินทางหรือปิดทริปตอนกลับ

ของเด่นอุดรต้องลอง
ชามละ 50–70 บาท
2

เฝอ–ข้าวเปียกเส้นเวียดนาม (อุดร)

มื้อเช้า · ร้านเวียดนามในเมือง

ก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนน้ำซุปกระดูกหอมเครื่องเทศ กับข้าวเปียกเส้นหนึบ ๆ มื้อเช้าเวียดนามที่อุดรทำได้ดี อิ่มกำลังดีก่อนขับไกล

เวียดนามมื้อเช้า
ชามละ 45–80 บาท
3

กุ้งเต้นแก่งคุดคู้ (เชียงคาน)

มื้อเที่ยง · ริมแก่งคุดคู้

กุ้งฝอยแม่น้ำโขงสด ๆ คลุกน้ำยำรสจัด เด้งในปาก เป็นของเด่นริมแก่งคุดคู้ กินคู่ข้าวเหนียว ลองสักจานตอนแวะมื้อเที่ยงวันที่สอง

ริมโขงของเด่นเชียงคาน
จานละ 80–150 บาท
4

ปลาแม่น้ำโขง (เชียงคาน)

มื้อเที่ยง–เย็น · ริมโขง

ปลาแม่น้ำตัวโต ทอด นึ่ง หรือต้มยำ เนื้อแน่นหวาน ร้านริมโขงเชียงคานทำได้ดี เหมาะมื้อใหญ่แชร์กันในกลุ่ม

ริมโขงแชร์กัน
จานละ 150–300 บาท
5

มะพร้าวแก้วเชียงคาน

ของกินเล่น–ของฝาก

ของฝากคู่เมืองเชียงคาน มะพร้าวเชื่อมหวานกรอบหลากสี ซื้อกินเล่นระหว่างทางหรือหิ้วกลับเป็นของฝาก ร้านมีตลอดถนนคนเดิน

ของฝากของหวาน
เริ่ม 40–80 บาท/ถุง
6

ข้าวเหนียวใส่บาตรเชียงคาน

กิจกรรมเช้า · ริมโขง

ไม่ใช่มื้อกินแต่เป็นวิถีเช้าของเชียงคาน ซื้อชุดข้าวเหนียวใส่บาตรริมถนนชายโขงตอนเช้า เป็นประสบการณ์ที่หลายคนตั้งใจมาเก็บ

วิถีเชียงคานเช้า
ชุดละ 50–100 บาท
7

ส้มตำ–ไก่ย่าง–ลาบ

มื้อเที่ยง–เย็น · ระหว่างทาง

อาหารอีสานรสจัดหาง่ายทั้งสองจังหวัด ส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่างหอมถ่าน ลาบคั่ว เติมพลังระหว่างทางลงเขาได้ทุกมื้อ ถูกและอร่อย

อีสานรสจัด
จานละ 40–80 บาท
8

หมูยอ–แหนม–กุนเชียง (อุดร)

ของฝาก · วันกลับ

ของฝากประจำอุดร หมูยอเนื้อแน่น แหนมเปรี้ยวกำลังดี เก็บตอนกลับเข้าเมืองวันสุดท้าย กินเล่นบนรถหรือหิ้วกลับบ้าน ร้านของฝากมีทั่วเมือง

ของฝาก
เริ่ม 60–150 บาท/ชิ้น

ที่พัก งบประมาณ และของที่ต้องเตรียม

ทริปนี้แบ่งที่นอนสองโซน คืนแรกพักรีสอร์ตวิวเขาแถวภูเรือ–ด่านซ้าย คืนที่สองนอนบ้านไม้ริมโขงเชียงคาน สลับบรรยากาศได้ลงตัว งบรวมไม่สูงมากถ้าหารกันหลายคนและขับรถเอง

  • คืนแรกแถวภูเรือ — รีสอร์ตวิวเขาคืนละ 800–2,000 บาทแล้วแต่ระดับ หน้าหนาวเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า
  • คืนที่สองเชียงคาน — เกสต์เฮาส์–โฮสเทลบ้านไม้ริมโขงใกล้ถนนคนเดินคืนละ 600–1,500 บาท ห้องริมน้ำวิวดีแพงขึ้นหน่อย
  • งบต่อคน 3 วัน — ที่พักหารกันราว 700–1,500 บาท ค่ากินทั้งทริป ~900–1,400 บาท ค่าเข้าอุทยาน/สกายวอล์ค/รถขึ้นภูรวม ~300–400 บาท ค่าน้ำมันไป–กลับราว 600 กม. (รถเก๋ง ~1,500–1,800 บาทหารกัน) รวมคร่าว ๆ 2,500–4,000 บาท/คน
  • ของที่ต้องเตรียม — เสื้อกันหนาวหนา ๆ (ภูเรือ–ภูทอกเย็นจัด) รองเท้าเดินสบาย หมวกกับครีมกันแดด ไฟฉายเล็กไว้ขึ้นภูตอนมืด ยาแก้เมารถ และเงินสด เพราะจุดขายของชุมชนกับรถขึ้นภูยังรับโอนได้จำกัด

อยากปรับแพลน เพิ่ม–ลดยังไงดี

ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้ มากันหลายคน หรืออยากต่อให้ยาวขึ้น ปรับได้ตามนี้ จุดเด่นยังอยู่ครบ

เวลาน้อย

เหลือแค่ 2 วัน 1 คืน

ตัดภูเรือออก ขับจากอุดรตรงไปเชียงคานเลย (~3 ชม.) ค้างริมโขงหนึ่งคืน เช้าขึ้นภูทอกดูหมอกแล้วกลับอุดร เก็บไฮไลต์หลักได้ครบในเวลาสั้น

สายเดินป่า

เพิ่มภูกระดึง

สายเดินป่าจริงจังต่อภูกระดึงได้ แต่ต้องเดินขึ้นเขาราว 5 ชั่วโมงและค้างบนยอด เผื่อเพิ่มอีก 2 วันเต็ม ทำเป็นทริปแยกจะสบายกว่า

สายวัฒนธรรม

ต่อด่านซ้าย–ผีตาโขน

ถ้ามาช่วงงานบุญหลวง (ราวมิ.ย.–ก.ค.) แวะอำเภอด่านซ้ายดูเทศกาลผีตาโขนและวัดเนรมิตวิปัสสนา เป็นวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นที่หาดูที่อื่นไม่ได้

เพิ่มอุดร

เริ่มที่อุดรเต็มวันก่อน

ถ้าอยากเที่ยวอุดรด้วย เพิ่มหนึ่งวันหน้าเที่ยวทะเลบัวแดง ภูฝอยลม หรือเดินหนองประจักษ์ก่อนค่อยข้ามไปเลย ดูแพลนสายธรรมชาติอุดรประกอบ

ดูที่เที่ยว ที่กิน ที่พักอุดรธานีทั้งหมด วางทริปให้ครบในที่เดียว

ดูคู่มือเที่ยวอุดรธานี →

คำถามที่พบบ่อย

เที่ยวข้ามจังหวัดอุดร–เลย ใช้กี่วันดี?

ลงตัวที่ 3 วัน 2 คืน วันแรกขับจากอุดรขึ้นภูเรือต่อภูป่าเปาะ ค้างแถวภูเรือ วันที่สองลงเชียงคานเก็บสกายวอล์ค แก่งคุดคู้ เดินถนนคนเดินริมโขง ค้างเชียงคาน วันที่สามเช้ามืดขึ้นภูทอกดูทะเลหมอกแล้วขับกลับอุดร ถ้าเวลาน้อยตัดภูเรือออก ทำ 2 วัน 1 คืนเน้นเชียงคานกับภูทอกได้

จากอุดรไปเลยหรือเชียงคานไกลแค่ไหน ขับเองไหวไหม?

จากอุดรถึงตัวจังหวัดเลยราว 145 กิโลเมตร ถึงภูเรือราว 190 กิโลเมตร และถึงเชียงคานราว 200 กิโลเมตร ขับราว 3 ชั่วโมงโดยประมาณ เส้นทางเป็นถนนใหญ่ช่วงแรกแล้วค่อยเป็นเขาช่วงเข้าภูเรือ ขับเองไหวถ้าชินทางเขา ควรเช็กเบรกก่อนออกและหลีกเลี่ยงขับเขากลางคืน

ควรไปช่วงเดือนไหน ถึงได้อากาศเย็นและทะเลหมอก?

ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ลงตัวที่สุด ภูเรืออากาศเย็นจัด บางเช้าลงต่ำกว่า 10 องศาและเคยมีน้ำค้างแข็ง ภูทอกมีทะเลหมอกหนาเห็นภูเขาซ้อนชั้น เชียงคานคึกคักที่สุดในหน้านี้ ถ้ามานอกหน้าหนาวจะร้อนและหมอกบาง ปรับไปเน้นน้ำตกกับวิวเขียวแทนได้

ไม่มีรถส่วนตัว เที่ยวแพลนนี้ได้ไหม?

ได้ แต่ต้องเช่ารถหรือเหมารถ เพราะจุดเที่ยวกระจายข้ามจังหวัดและต้องขึ้นเขาเช้ามืด รถสาธารณะตรงสายไม่สะดวก เช่ารถเก๋งขับเองจากในเมืองอุดรราว 1,200–1,800 บาท/วัน หรือเหมารถตู้พร้อมคนขับทั้งทริปราว 2,500–3,500 บาท/วัน จะคล่องและคุมเวลาขึ้นภูทอกตอนเช้าได้ดีที่สุด

ขึ้นภูทอกกับภูป่าเปาะต้องขับรถเองขึ้นไปไหม?

ไม่ ทั้งภูทอกและภูป่าเปาะถนนชันรถเล็กขึ้นเองไม่ได้ ต้องจอดรถลานด้านล่างแล้วต่อรถสองแถวท้องถิ่นขึ้นยอด ค่ารถราว 25–50 บาทต่อคนแล้วแต่จุด ส่วนภูเรือขับรถขึ้นถึงลานจอดด้านบนแล้วเดินต่อขึ้นยอดได้ ควรเตรียมเงินสดและเสื้อกันหนาวไปด้วยเพราะบนยอดเย็นจัด

นโยบายลิขสิทธิ์และการแจ้งลบภาพ

เว็บไซต์ Thailandaddict จัดทำขึ้นเพื่อรีวิวและแบ่งปันประสบการณ์ หากภาพใดนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น เราได้ระบุแหล่งที่มาไว้แล้ว หากท่านเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่ประสงค์ให้ปรากฏภาพบนเว็บไซต์ โปรดติดต่อเราได้ทันที ทางเรายินดีดำเนินการลบภาพหรือแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องครับ