ลักษณะภูมิประเทศของเชียงใหมเป็นพื้นที่ภูเขา ที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบลุ่มเชิงเขาพื้นที่เป็นป่าไม้และภูเขาประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่แปลกที่จะมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ป่าไม้และสัตว์ป่าต่างๆ ดังนั้นจึงถือโอกาศนำเสนอ 10 สถานที่ท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่คุณจะพลาดไม่ได้เมื่อไปเยือนเชียงใหม่ ถ้าไม่ได้ไปถือว่าน่าเสียดายสุดๆ สามารถจัดกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่น ดังนี้

 

ภูเขา : 1.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, 2.อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก
 ถ้ำและหน้าผา : 3.ถ้ำเชียงดาว, 4.ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง
น้ำตก : 5.น้ำตกแม่ยะ, 6.น้ำตกตาดหมอก
ป่าไม้ : 7.ป่าสนวัดจันทร์, 8.อ่างกา ป่าโบราณ
ทุ่งหญ้าและสวนดอกไม้ : 9.ทุ่งหญ้าสะวันนา ดอยแม่โถ, 10.ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย ดอยขุนแปะ
10 สถานที่เที่ยวสายธรรมชาติในจังหวัดเชียงใหม่

 


ท่องเที่ยวธรรมชาติ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์แห่งขุนเขา

 

          1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ : ดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ความสูง 2,565 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ดังนั้น โปรแกรมแรกสุดต้องตื่นเช้ามาเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ กิ่วแม่ปาน เป็นจุดชมวิวที่ 9 ที่สวยที่สุดอุณหภูมิช่วง 4-10 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นแวะจิบกาแฟอุ่นๆที่ บ้านกลางหลวง เป็นหมู่บ้านชนเผ่าปกากญอ และชมวิวนาขั้นบันไดที่สวยงามในหุบเขา ต่อมาเดินทางไป สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เพื่อชมดอกไม้เมืองหนาวโดยเฉพาะสวนแปดสิบพรรษามีการตกแต่งด้วยกุหลาบพันปีและไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล มีร้านอาหารโครงการหลวงรับรองว่าได้กินผักสดๆปลอดสารพิษ หลังจากนั้นแวะที่ สวนคุณทองดี ทุ่งไฮเดรนเยีย อินทนนท์ เพื่อถ่ายรูปสวยกับดอกไฮเดรนเยียสีสันสวยงามสลับกันมากกว่า 7 สี สุดท้ายชมพระอาทิตย์ตกที่ พระมหาธาตุเจดีย์นภเมทนีดลและพระมหาธาตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ เป็นเจดีย์คู่พ่อและแม่ สร้างเพื่อถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่อยู่ 119 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160

 


 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Noo Rider (@noorider)

            2.อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก : ดอยผ้าห่มปกหรือดอยฟ้าห่มปก เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ความสูง 2,285 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีทุกสิ่งที่นักผจญภัยค้นหาไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวคลื่นทะเลหมอก/พระอาทิตย์ยามเช้าและจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีอุณหภูมิช่วง 14-18 องศาเซลเซียส และมีลมพัดแรง การเดินป่าเขียวขจีที่ท้าทาย หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวมักจะไปบ่อน้ำพุร้อนฝางเพื่ออาบน้ำร้อน มีลานกางเต็นท์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย 1,924 เมตร สามารถตั้งแคมป์ไฟชมทะเลดาวบนฟ้าสามารถพูดได้ว่าเหมือนทางช้างเผือกแอบต้นไม้ สามารถเห็นดวงดาวชัดเจนมาก ที่อยู่ 224 ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110

 


ตะลุยถ้ำแลหน้าผา เปิดโลกลึกลับใต้ผืนดิน

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🌿 James (@ks_james1996)

                                                    
                3. ถ้ำเชียงดาว : เป็นส่วนหนึ่งของดอยหลวงเชียงดาวที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย เป็นถ้ำที่มีหินงอก หินย้อยที่งดงามตระการตา นอกจากนี้ยังเป็นศาสนสถานโบราณศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพจากชาวเมืองเชียงใหม่ซึ่งเคยเป็นสถานปฏิบัติธรรมของพระสงค์ก่อนที่จะมีการสร้างวัดเชียงดาวขึ้นใกล้ๆถ้ำเชียงดาว การเดินทางเข้าท่องเที่ยวถ้ำเชียงดาวต้องเดินผ่านวัดเชียงดาว ภายในถ้ำมีความยาวหลายร้อยเมตร หลังจากเข้าสู่ปากถ้ำเดินต่อไปจะเข้าสู่บริเวณถ้ำพระนอนซึ่งมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าไว้ ภายในถ้ำเชียงดาวยังมีอีก 2 บริเวณ ซึ่งไม่มีระบบไฟฟ้าและมีความสลับซับซ้อนของเส้นทาง คือ ถ้ำม้าและถ้ำลับแล ต้องให้ไกด์นำเที่ยวท้องถิ่นพาไปเท่านั้นถึงจะเข้าได้ นอกจากจะได้ชมหินงอกหินย้อยในถ้ำแล้วบาวช่วงยังพบน้ำผุดหรือน้ำหยดลงมาอีกด้วย ภายในถ้ำพระนอนจะมีองค์พระประดิษฐานอยู่ เช่น พระพุทธรูปทันใจ, ศาลหลวงพ่อปากแดง  ภายนอกถ้ำจะมีสระมรกตซึ่งเกิดจากแหล่งน้ำจากภายในถ้ำและในตัวเขาไหลมารวมกันโอบล้อมด้านหน้าของถ้ำเอาไว้มีปลาว่ายไปมาเป็นบรรยากาศธรรมชาติ ขณะเดียวกันสามารถชมสถาปัตยกรรมตามคติของพุทธศาสนาของวัดถ้ำเชียงดาวที่ผสมผสานระหว่างศิลปพม่าและล้านนา ที่อยู่ 273 ม.5 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เปิดเข้าชมช่วงเวลา 07:00-17:00 น.

 


 

 

            4.ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง : นับได้ว่าเป็นสิ่งมหัสจรรย์แห่งขุนเขา หน้าผาสูงชันประมาณ 30 กว่าเมตร มีความโดดเด่น สวยงาม แปลกตา จนได้รับฉายาว่า “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” เกิดจากการกัดเซาะของ ลม ฝน และกระบวนการธรรมชาตินับล้านปี บริเวณนี้เคยเป็นเส้นทางของแม่น้ำปิงมาก่อน ชั้นดินเกิดการยกตัวขึ้นเป็นชั้นหินในลักษณะต่างๆ ตะกอนดินแม่ปิงทับถมกันเป็นชั้นๆผ่านกาลเวลานับล้านปี เกิดเป็นหน้าผาสูงชันและเสาดินที่มีรูปร่างแปลกตาให้เราเห็นในปัจจุบัน ตลอดเส้นทางไปยังผาช่อพบก้อนหินที่กลมมน เหมือนหินแม่น้ำเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ที่อยู่ : ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง ต.สันติสูข อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ เปิดเข้าชมช่วงเวลา 08:00-16:00 น.

 

 


แช่น้ำให้เย็นช่ำจากน้ำตก ต้นกำเนิดแหล่งน้ำทั่วไทย

 

 

View this post on Instagram

 

A post shared by jes33💚 (@chillout_jes)

 

         5.น้ำตกแม่ยะ : กำเนิดจากลำห้วยหลายสาย เช่น ขุนลำห้วยแม่ยะ ห้วยหลวง ห้วยฮ้อม ห้วยปางตอง เป็นต้น สายน้ำจากลำห้วยแม่ยะจะตกจากหน้าผาสูงชันไหลลงมาราว 30 ชั้น ซึ่งสูงกว่า 260 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามอันดับต้นๆของเมืองไทย ของอุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ มีขนาดใหญ่ ช่วงฤดูฝนสายน้ำตกจะกว้างถึง 100 เมตร ทำให้เกิดม่านน้ำไหลลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำด้านล่างซึ่งสามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย บางช่วงของน้ำตกจะมีชะง่อนหินสามารถเข้าไปหลบละอองไอน้ำและมองดูม่านหมอกสีขาวของน้ำตก บริเวณรอบๆน้ำตกจะเป็นป่าไม้ร่มรื่นเหมาะสำหรับเที่ยวพักผ่อน ที่อยู่ : น้ำตกแม่ยะ(อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์) ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเข้าชมช่วงเวลา 08:00-17:00 น.

 

 


 

 

         6.น้ำตกตาดหมอก : อยู่ท่ามกลางธรรมชาติหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีชั้นหินซ้อนกันสูง 26 เมตร น้ำไหลตกลงบนผาหินแล้วฟุ้งกระจายเป็นละอองเหมือนสายหมอกลอยยู่ในอากาศ บริเวณโดยรอบจะมีอากาศร่มรื่นและมีพันธ์ไม้มากมายหลายชนิด แต่ที่น่าสนใจคือพบต้นงุนขึ้นอยู่หน้าน้ำตกซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่อายุนับกว่า 100 ปี ช่วงฤดูหนาวน้ำตกจะสวยงามเป็นพิเศษ เมื่อเดินไปสัมผัสใกล้ๆจะรู้สึกถึงความเย็นสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์ที่โอบล้อมด้วยละอองหมอกจากน้ำที่ฟุ้งกระจายของน้ำตก เปิดเข้าชมช่วงเวลา 08:00-17:00 น.

 


เยือนป่าไม้ ขุนเขา แหล่งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

 

 

          7.ป่าสนวัดจันทร์ : เป็นผืนป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เป็นที่นิยมเที่ยวในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวซึ่งมีอ่างเก็บน้ำอยู่ภายในผืนป่า สิ่งที่น่าหลงไหลในการมาเที่ยวที่นี่ 1)ทะเลหมอกบนป่าสนอันกว้างใหญ่เป็นภาพของหมอกสีขาวที่ลอยอยู่เหนือแผ่นน้ำที่นิ่งสงบซึ่งสะท้อนกับท้องฟ้าและป่าสนขนาดใหญ่ที่โอบล้อมอยู่ราวกับกระจกผืนใหญ่ สวยงามมาก 2)ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสี ช่วงปลาย ธ.ค-ก.พ เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับชมการเปลี่ยนสีของใบเมเปิ้ลจากสีเขียวเป็นแดงและเหลือง ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น 3)นอนดูทะเลดาว ยามค่ำคืนความมืดจะเข้าปกคลุมท้องฟ้า สิ่งที่เรามองเห็นบนท้องฟ้าคือ ทะเลดาวส่องแสงประกาย ระยิบ ระยับ 4)ชมดอกพญาเสือโครง ช่วงกลางเดือน ธ.ค-ม.ค สามารถเห็นดอกสีชมพูบานสพรั่งเต็มต้นของดอกพญาเสือโครงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดอกซากุระของเมืองไทย

 

 

          8.อ่างกา ป่าโบราณ : ป่าพรุแห่งเดียวของไทยและอยู่ที่สูง อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี วิวทิวทัศน์ในอ่างกาจะถูกปกคลุมด้วยเมฆที่ลอยพัดผ่านเข้ามาตลอดเวลาทำให้อากาศชื้นและเต็มไปด้วยละอองน้ำทำให้ต้นไม้ในป่าจะมีมอสและเฟรินขึ้นเต็มต้น ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนป่าในยุคดึกดำบรรพ์ เส้นทางการเดินชมธรรมชาติจะถูกกำหนดไว้ประมาณ 300 เมตร โดยจะมีสะพานไม้ไว้เป็นทางเดินป้องกันไม่ให้เหยียบหรือทำลายธรรมชาติ มีป้ายให้ความรู้เรื่องธรรมชาติตลอดเส้นทาง แม้ว่าจะไม่ใช่ป่าทึบแต่บรรยากาศค่อนข่างจะคลื้มและเต็มไปด้วยสีเขียวเพราะร่มเงาของต้นไม้บวกกับไอแดดและไอฝน ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของธรรมชาติ สามารถพบพืชที่ขึ้นเฉพาะบริเวณนี้ เช่น กุหลาบพันปี, ข้าวตอกฤาษี และนกอีกกว่า 100 สายพันธ์ที่อพยพมาจากเทือกเขาหหิมาลัย ทำให้อ่างกาเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ ป่าอ่างกานอกจากจะเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่สำคัญแล้วยังเป็นต้นน้ำสายแรกของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงประเทศอีกด้วย ที่อยู่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา ม.7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

 


ชมทุ่งหญ้าและสวนดอกไม้ที่หาชมไม่ได้ง่ายๆ

 

 

View this post on Instagram